เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก บทที่ 14 : เกศาครูบา

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก บทที่ 14 : เกศาครูบา

โดย : มาลา คำจันทร์

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก กับเรื่องราวของตำนาน ความเชื่อ และความรัก…มิตรภาพอันบริสุทธิ์ของเพื่อนรัก กับความรักที่มีต่อหญิงสาวคนเดียวกัน ความรักนั้นจะสะบั้นสายสัมพันธ์ของเพื่อนลงได้หรือไม่…ผลงานจาก อ. มาลา คำจันทร์ ในรูปแบบ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอาอยากให้ทุกคนได้ติดตามและ อ่านออนไลน์ ไปพร้อมๆ กัน

สมัครบัตร Citi Ready Credit

ทุกยอดการสมัครจะมีส่วนแบ่งกลับมาสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอาของพวกเรา 🙂

……………………………………………………………….

-14-

 

แดดอ่อนรอนลง พงไพรใหญ่กว้างดูแล้งๆ เหลืองๆ รอยหมูหายไปแล้ว ไม่อยากตามเลย อยากให้มันหายเข้าไปในกลีบเมฆกลีบฝ้าบนฟ้าโพ้นเสียด้วยซ้ำแต่จะพูดออกไปก็ไม่ดี เกรงใจเพื่อน กลัวมันจะเสียใจ มันเองดีต่อเขา ใจกว้างใจใหญ่ แม้แต่สาวคำแก้ว มันก็ยังอ้างว่าจะเว้นไว้เพื่อเขา จะจริงจะเท็จอย่างไรในภายหน้าไม่อาจรู้ แต่มันก็พูดออกปากมาแล้วในวันนี้

“กูว่าหาที่นอนกันก่อนดีกว่า”  คนชำนาญป่ากวาดตามองไปมา “จะค่ำแล้ว ตามอย่างไรก็ไม่ทัน”

“เอามึงว่า แล้วแต่มึง”

แดดรอนอ่อนแสง สำเนียงเสียงนกเสียงกาเดือดร้องก้องสนั่น เพิ่งวันที่สองเท่านั้นเองที่นอนป่า ปัญหาคาใจอาจยังแก้ไขไม่เรียบร้อย หลบหน้ามา ไม่อยากเผชิญหน้าสาวและพ่อแม่สาว ที่สำคัญที่สุดไม่อยากเห็นสายตาพ่อ

พ่อคงไม่ด่าว่าหรือตบหน้าเขาต่อหน้าพ่อแม่สาว แต่สายตาพ่อ…สีหน้าพ่อ…นึกเห็นเป็นภาพได้ชัดเจนเลย พ่อคงผิดหวังมากในตัวลูกชาย ไม่เพียงรานความหวังของพ่อด้วยการไม่ยอมกลับไปเรียนให้จบม.๖ เท่านั้น ข้อสำคัญเขาเองประพฤติเสื่อมเสียจนพลอยมัวหมองมาถึงพ่อ

พ่อผู้เดินมือเปล่าเข้าหาเสือวงศ์

พ่อผู้เป็นกำนันดีเด่นของอำเภอ

แต่ลูกพ่อกลับทำสาวท้องแล้วให้แม่พาไปรีดลูก

“นอนไหนดี ไอ้ลูกคนทุกข์”

“หาดูก่อน ได้ที่ลับคับขันหน่อยก็จะดี”

เดินไปด้วย คุยกันไปด้วย ท่าทีไอ้ลูกคนทุกข์มันเครียดๆ เป็นกังวลอยู่ กำหนดจดจำทิศทาง บางที่บางแห่งลูกกำนันก็เอามีดถากเปลือกไม้ทิ้งไว้เป็นเครื่องหมายว่าเดินผ่านแล้ว

“หาตัวกินได้กันเถอะ กูว่า”

“มาโน่นแล้ว ระวังตัวหน่อย ยอบตัวลง”

กระจงแจ้ตัวหนึ่งคล้ายถึงคราวฆาต มันยังไม่สำนึกสำเหนียกว่ามีภัยกราย คนเจนดงกดไหล่เพื่อนนั่งลง

“ลูกปราย หรือลูกโดดดี”

“ลูกปราย เผื่อพลาด”

ใจเย็นขึ้น ไม่ลุกลี้ลุกลนรีบบรรจุปืน บิดหางปลา หักคอลำกล้อง ยัดลูกปรายเข้าแทนลูกโดด กระจงไม่ใช่สัตว์ใหญ่อย่างเก้งหรือกวางแต่ปราดเปรียวมาก ลูกโดดหากพลาดก็พลาดเลย แต่ลูกปรายพอหวังผลได้เพราะแผ่กระจายบานกว้าง

ค่อยขยับเข้าไปในท่านั่ง ระมัดระวังไม่ให้มีเสียง เจ้าตัวนี้ยังไม่โตเต็มที่ ขนาดลูกหมาหย่านมเท่านั้นเอง เล็งแลดีได้ที่ก็กระดิกนิ้วลั่นปัง

รอนๆ แดดอ่อนลับ สดับเสียงเกราะโกล๋งเกล๋งก็รู้ได้ว่าคำผุยพาควายคืนคอก พี่ชายมันไม่อยู่ คำผุยแม้ไม่อาจต่างตีนแทนมือพี่มันได้ทุกอย่าง แต่ท่าทางก็เหมือนจะไปดีเป็นที่พึ่งได้ ไม่มีไข้ในเนื้อเรื้อรังอย่างพี่มันเสียด้วยซ้ำ ไอ้ผุยเลี้ยงง่ายกว่าไอ้แสง อาจเพราะมันเป็นลูกคนที่สามที่นางคลอด นางได้เรียนรู้สรุปผลความผิดพลาดจากลูกคนแรกและคนที่สองที่ตายไปแต่อายุได้เพียงขวบเศษ ยังอยู่บนเรือนพ่อแม่ปีนั้น พ่อกับแม่ไม่อยากให้แยกเรือนด้วยซ้ำเพราะนางเป็นลูกคนเล็ก พี่ชายพี่สาวแยกเรือนออกไปหมดแล้ว แต่พี่น้อยอุ่นผัวนางเหมือนมีทิฐิมานะอะไรบางอย่าง พอไอ้ผุยได้สักขวบเศษก็ขอลงเรือนมาปลูกสร้างบนที่ดินผืนนี้ซึ่งก็ยังเป็นที่เป็นทางพ่อแม่นางหาไว้

พี่น้อยอุ่นผัวนางเข้มแข็งดีอยู่

ปลูกแปลงแต่งสร้าง ขยันขันแข็งทั้งผัวและเมีย นอกหน้านา ผัวนางขยันเข้าป่านอนแรมแกมมื้อ ผัวหนุ่มเมียสาวไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน ลูกไหลออกท้องถี่ๆ สุดท้ายคืออีหล้า แล้วพี่น้อยของนางก็หายไปเมื่ออีหล้าอายุได้ราวสี่ขวบ แรกๆ ก็เป็นทุกข์ ทุกข์ร้อนนอนหนาว อยากใคร่ไคลสาวยังไม่แห้ง ผัวตายหรือหนีไปมีเมียใหม่ก็ยังไม่แน่ จะให้นางแร่ร่ายม่ายเมียงเอียงตาหาชู้ก็อายแก่ใจ พ่อนางว่าผัวยังอยู่ พ่อไม่เคยยุยงส่งเสริมให้มีผัวใหม่ นางเองก็ไม่อยากมีผัวใหม่เพราะยังมีหวังว่าผัวจะกลับคืน สามปี ห้าปียังหวัง ทว่าบัดนี้ แปดปีผ่านไปแล้ว

“พ่อหลวงห้วยห้อมส่งข่าวมาบอกพ่อกำนัน” ”คำผุยพูด “อ้ายองอาจกับไอ้อ้ายตามรอยหมูเข้าดงหลวงไปแล้ว”

“ดงหลวงหรือ…พ่อเอ็งก็เหมือนจะหายไปในดงหลวง”

“พ่อไปเอาหยัง อีแม่”

“ไม่แน่ใจนัก เหมือนจะเป็นว้องหมู ช้องหมู เขี้ยวเสือไฟ เป็นแสงแก้วแสงก่ำอันใดสักอย่าง คนนั้นสั่งอันนี้ คนนี้สั่งอันนั้น ได้อันใดก็เอามาตามคนสั่ง ก็พออยู่รอดกันมาได้ ไม่อดอยากปากหมองนัก”กวาดตาดูทั่วเรือนแล้วพูด “หากพ่อเอ็งยังอยู่จนถึงวันนี้ เรือนเราก็คงเต็มเรือนเหมือนอื่นเหมือนเขา แต่พ่อเอ็ง…หายไปในดงหลวง”

“ไอ้อ้ายล่ะ อีแม่”

“อย่าพูดออกปากเด็ดขาด เก็บไว้แต่ในใจมึง ไอ้ผุย”

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ชื่นฉ่ำ ฮำเพลงขึ้นมาจากน้ำ เนื้อตัวมีหยดน้ำเกาะพราว เอาผ้าเช็ดตัวเช็ดผมแล้วพาดราวไผ่ที่ทำขึ้นลวกๆ ทางขวามือของปากถ้ำ แดดยกแสงขึ้นไปจากพื้นหมดแล้วแต่ยังไม่มืด บอกเพื่อนให้ไปอาบน้ำ เขาเองนั่งเฝ้ากระจงย่างไฟที่ยังไม่สุกดีนัก รองเท้าหนังหุ้มข้อก็ยังไม่แห้งดี ลากมาวางใกล้ไฟ เสียงน้ำไหลในห้วยเหมือนใครมาร้องเพลงให้ฟัง เบิกบานสำราญใจดีนัก ห้วยน้อยสายนี้คงไหลไปรวมห้วยห้อม หน้าฝนน้ำคงมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ย่างเข้าเดือนหกฝนหยุดตกมานาน น้ำห้วยยังเลาะฝั่งไม่พร่องลงเท่าไรนัก เห็นพ้องต้องกันว่านอนที่นี่น่าจะเหมาะที่สุด ใกล้น้ำ ถ้ำโล่งแห้ง ไม่เหม็นอับเหมือนเอือนอันใด

แม่ทำอะไรอยู่หนอ ทองแค่บาทเดียวตัดรำคาญไปเถอะแม่ เหลืออยู่เยอะแยะเป็นถุงเป็นไถ้

น้ำมันหยดลงไฟหอมฟุ้ง อีกฟากห้วย เป็นตลิ่งสูงชันขึ้นลงลำบาก ไม้แงะไม้เปาขึ้นสลับกับไผ่ไม่ทึบเกินไป ไม้อื่นๆ มีอีกมากแต่ไม่ค่อยรู้จักชื่อ เหนือจากลำห้วยขึ้นไปใบไม้เริ่มแดง บ้างก็หล่น บ้างก็ยังคาต้น คิดถึงบัวผายขึ้นมา น่ารักดี แก้มสาวมีลักยิ้มน่าจูบน่าชมนัก หากได้เอ็งมาแนบ พี่จะกก พี่จะกอดเอ็งไว้ไม่ให้ห่างเลย

“หลีกทางกูหน่อย องอาจ”

“อะไรวะ”ขยับตัว เปิดทางให้เพื่อนที่ขึ้นมาจากน้ำ “มึงอาบน้ำเท่าแมงปอจุ่มหาง”

“กูหนาว”

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮักอาบน้ำแป๊บเดียวก็ขึ้นมา ผิวหน้าที่เผือดจางกว่าคนทั่วไปดูเผือดลงอีก อันที่จริงก็จัดได้ว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่หากเทียบกับเขา คิดว่าเพื่อนเป็นรองหลายขุม

“มึงอาจเป็นโรคเลือดจางนะเสี่ยว หน้ามึงเผือดจางผิดปกติ”

“อาบน้ำใหม่ๆ กูมักเป็นอย่างนี้ แต่เข้าผ้าเข้าเสื้อ เข้าไต้เข้าไฟสักพักก็ดีขึ้น”

ไอ้ลูกพ่อหาย…หรือพ่อตายผู้นั้นเอาผ้าขาวม้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดตัวก็ผืนนั้น ผ้าโพกหัวก็ผืนนั้น ผ้าปูนอนก็ผืนนั้น ผ้าพาดบ่าทำพิธีขอขมาคารวะเจ้าที่เจ้าแดน เจ้าฝนแสนห่า เจ้าฟ้าแสนสี…หรือเจ้าอะไรไม่รู้ก็ผ้าผืนนั้น ท่าทีมันตอนจุดธูปจุดเทียนเหมือนไม่เต็มใจนัก จุดไม้ขีดผ่านไปสองก้าน ไฟไม่ติด มันว่าก้านที่สามหากดับอีกก็กลับกันเลย

เขาจึงต้องช่วยป้องไฟให้มัน

“มึงเป็นไข้หรือเปล่าไอ้แสง ดูมึงสั่นๆ”

“เปล่า แต่น้ำในห้วยมันเย็นจนสะท้านใจ”

เช็ดตัวลวกๆ เข้าเสื้อผ้าลวกๆ แล้วรีบเข้าหาไฟ น้ำมันกระจงหยดลงถ่านไฟฉี่ๆ ชวนน้ำลายสอ ตะครั่นตะครออยู่นิดๆ แต่พอได้ไฟสักพักก็ค่อยหายไป วิตกอยู่หน่อยๆ กังวลอยู่นิดๆ ว่าไข้จะคืน อย่าเพิ่งคืนมาเลยไข้เอ๋ย อย่างน้อยขอให้ผ่านคืนพรุ่งนี้ไปก่อนเถิด ผ่านคืนพรุ่งนี้ก็ครบสองคืนตามที่ได้ตกลงกันไว้

องอาจพลิกกระจงย่างทั้งตัวอีกด้าน เอาเหล้ามาริน เอามีดมาเฉือน หยิบจอกเหล้าจะเอาเข้าปาก ไอ้ลูกคนยากเสือกทักก็เลยเก้อ

“ใส่เจ้าที่เจ้าทางก่อนมึง”

“กูลืมทุกที”

“บ่ดีลืม ลืมบ่ดี”

“กูว่านะเสี่ยว เหมือนมึงจงใจละรอยหมู”

โดนจ้องหน้าคาดคั้น อุ่นแสงหลบตา ไม่อาจแข็งขืนฝืนตาหรือว่ากล่าวเฉไฉไปเป็นอย่างอื่น ใช่แล้ว…เขาจงใจละรอยหมู ไม่อยากตาม ไม่อยากเจอ ไม่พร้อมจะพบ ไม่พร้อมจะรบ ความเชื่อมั่นไม่มี

เอื้อมมือไปฉวยสายพระที่คล้องไว้กับเรียวไม้ เป็นสายพระ ไม่ใช่สร้อยพระเพราะไม่ได้ทำจากสร้อยที่เป็นโลหะชนิดใดทั้งสิ้น ทำมาจากเชือกด้ายสีแดงตีเกลียวให้เข้ากัน เอาสอดเข้าห่วงตาข่ายหุ้มพระที่เรียกเป็นคำพื้นบ้านว่าขะจา ผูกปลายทั้งสองด้านเข้าด้วยกันก็ห้อยคอได้แล้ว เรียกติดปากว่าสายพระ บางคนก็ว่าสายห้อยพระ

ยกขึ้นจบเพียงคิ้วแล้วค่อยสวมลง องอาจสังเวยเจ้าที่เจ้าแดนเสร็จแล้ว หันไปเห็นก็ยื่นมือเข้าหาเพื่อน

“ขอกูดูหน่อย”

“อะไร”

“พระ”

“พระเกศาครูบา มึงไม่เคยเห็นหรือ”

“ขะจาแปลกดี” เขาหมายถึงข่ายหุ้ม “ใครถัก”

“พ่อกู”

โดยทั่วไป ขะจาหรือตาข่ายหุ้มพระมักจะถักจากเส้นลวดทองแดงที่เลาะออกมาจากสายห้ามล้อจักรยาน เอามาตัดให้ได้ขนาดตามต้องการสักสี่เส้น รวบแล้วทบบิดตรงกลางให้เกิดเป็นห่วงสำหรับสอดสร้อยหรือสอดสายห้อยพระ ส่วนที่เหลือของเส้นลวดจะกลายเป็นแปดเส้นโดยมีห่วงเป็นศูนย์กลาง ดึงทุกเส้นออกไป เอาองค์พระที่จะถักหุ้มมาสอดตรงกลางแล้วบิดเส้นลวดให้เป็นตาข่ายหุ้มล้อม ส่วนปลายสุดจะไปขมวดเป็นเกลียวใต้ฐานพระ รัดตรึงองค์พระไว้ไม่ขยับเขยื้อนเลื่อนหลุด แต่ว่าตาข่ายอันนี้ไม่ใช่โลหะ ไม่ใช่เส้นลวดทองแดงที่ดึงจากสายห้ามล้อจักรยาน แต่เป็นอะไรองอาจก็ดูไม่ออกเหมือนกัน

“พ่อมึงใช้อะไรถัก”

“ขนหางช้าง”

“หืย…ขนหางช้างก็เอามาถักได้หรือ”

“ไม่รู้ แต่กูเคยได้ยินพ่อพูดถึง เมื่อกูยังตัวน้อยๆ โน่นแล้ว”

“แลกของกูไหม องค์นี้พระขุนแผนกุมารทอง”

“ไม่แลก กูเอาไว้คิดถึงพ่อกู”

รับพระบูชาองค์น้อยกลับมา เส้นด้ายตีเกลียวสีแดงคล้ำๆ ตาเป็นคนฟั่นให้ เชือกเส้นเดิมที่เป็นฝีมือพ่อมันเปื่อยไปแล้ว พ่อฟั่นด้วยมือพ่อเอง แต่เมื่อพ่อยังเป็นสามเณรอยู่ในผ้าเหลืองโน่นแล้ว พ่อเคยไปช่วยครูบาเจ้าศรีวิชัยขุดทางขึ้นดอยสุเทพ ครูบาเจ้าผู้ได้ชื่อว่าตนบุญล้านนาปันพระเกศาองค์นี้ให้พ่อ พ่อถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นวัตถุมงคลประจำตัว แต่พ่อถอดออกคอมาคล้องหัวเขาเมื่อยังเล็กๆ แล้วป่วยไข้คลั่งเพ้อเห็นแต่ผีแต่สาง แต่นั้นมาพระเกศาครูบาก็ติดตัวกับเขามาตลอด ไม่ว่าอยู่ป่าหรืออยู่บ้าน ไม่เคยห่างเลย เว้นแต่เวลาอาบน้ำจะถอดออก เพราะกลัวองค์พระเปียกยุ่ย กลัวเชือกด้ายจะเปื่อยผุเร็ว

จบพระขึ้นเหนือหัว อ้อนวอนว่าพรุ่งนี้ทั้งวันขออย่าได้เจอหมูหินเลย

“รู้จักงาช้างสะเดาะไหมเสี่ยว มึงเคยพบเคยเห็นไหม ในป่า”

“ไม่เคย เคยพบแต่รอยช้างแทงงาฉีกเปลือกไม้ แต่งาไม่สะเดาะ มึงอยากได้หรือ วันภายหน้าเผื่อพบ กูจะเอาไว้ให้มึง”

“กูได้ยินมา งาช้างสะเดาะเอาแกะอิ่น (1) เด็ดขาดนัก พกติดตัวไปให้สาวเห็นหน้า แค่กระเดาะปากเรียก สาวจะเดินตามก้นเหมือนโดนสะกด”

“คนอย่างมึงกูว่าไม่ต้องพึ่งอิ่น พึ่งเทียนมหาเสน่ห์ พึ่งพระขุนแผนกุมารทองอันใดเลยก็ได้ ผู้ใดบ้าง ไม่อยากเป็นลูกสะใภ้พ่อกำนัน”

“มีอยู่คนหนึ่ง ไม่อยากเป็นสะใภ้พ่อกำนัน แต่อยากเป็นสะใภ้แม่ร้างผัวหาย”

ชำเลืองมอง ไม่เห็นท่าทีใดๆ ของไอ้คนที่หมายตาสาวผู้เดียวกัน ลูกกำนันเอาไฟฉายกระบอกยาวมาถอดก้นแล้วเอาถ่านก้อนใหม่เข้าแทนที่ก้อนเก่า ลูกแม่ร้างผัวหายชำระกล้องปืนง่วนอยู่ในท่าเดิม ดินปืนอยู่ในขวดยาแก้ไอ แก๊ปปืนส่วนที่ยังไม่ใช้ก็ใส่ในขวด เอารวมกันไว้ในถุงผ้าร่มกันน้ำอีกชั้น

“สาวผู้นั้นอยากเป็นลูกสะใภ้แม่ร้างผัวหายเพราะอะไร มึงรู้ไหม”

“ว่ามา”

“ลูกแม่ร้างผัวหายไม่เคยหลอกสาว ไม่เคยทำสาวท้องแล้วให้แม่พาไปรีดลูก ลูกแม่ร้างผัวหายรักจริง”

“ลูกกำนันก็รักจริง แต่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจจริงๆ เท่านั้น”

“คำแก้ว มึงรับปากแล้ว จะเว้นไว้ให้กู”

“คำแก้วอาจไม่ถูกใจกูจริงๆ แต่กูชักชอบคำแก้วจริงจังขึ้นมาแล้ว คนอย่างคำแก้ว ไม่เหมือนอีบ้านน้ำโท้ง อีปางไม้แดง อีนั่นอีนี่ กูนอนสาวมาเยอะ งามกว่าคำแก้วกูก็นอนมาแล้ว แต่มีสาวผู้เดียวจนบัดนี้กูไม่เคยได้แตะแม้แต่ปลายมือ คือคำแก้ว”

“ชอบจริงๆ ก็ขอให้คิดจริงๆ “เทเอาเขม่าดินปืนออกทางปากกระบอก “เหมือนอ้ายสมศักดิ์พี่ชายมึง กูว่าอันนี้ละคนจริง ชอบพี่ยุพินจริงๆ คิดอ่านจริงๆ ไม่เหลาะแหละเหลวไหลอย่างมึง”

“พ่อกูอยากให้กูได้กับลูกพ่อกำนันห้วยทรายขาว แต่…พูดตามตรงเลยเสี่ยว กูไม่ชอบสุมิตรา มีแต่เรื่องเรียน อนาคต ความก้าวหน้า ถ้าโลกนี้มีแต่ผู้หญิงอย่างสุมิตรา กูไปบวชดีกว่า”

กินข้าวอิ่ม คุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ อุ่นแสงดูใจลอยแกมเคร่งเครียดกังวล มองไปที่กองไฟก่อจุกไว้ที่ปากถ้ำบ่อยครั้ง เหมือนไม่ค่อยอุ่นใจ เป็นถ้ำก้นตัน ไม่ลึกมากนัก คล้ายเกิดจากการหักลั่นของหินมากกว่าเกิดจากการกัดเซาะของน้ำ พื้นถ้ำไม่เรียบ คล้ายเป็นหินอีกก้อนไม่เกี่ยวข้องกับด้านบน มีหินใหญ่ยื่นเฉียงขวางหน้าทำเลมิดชิด หลังหินผาก้อนใหญ่เป็นพื้นราบเล็กๆ กว้างสักวา นอนสองคนพอนอนได้สบาย แต่หากมาสามคนก็คงอึดอัด

“กูนอนก่อนนะ มึงง่วงเมื่อไรบอกกู จะอยู่ไฟแทน”

ลูกกำนันปูผ้ารองนอน เอาเสื้อผ้าสองสามผืนมาพับทบแล้วห่อด้วยผ้าเช็ดตัวใช้แทนหมอน อุ่นแสงลุกออกไปเฝ้าไฟ ภาพหมาป่าสองสามตัวท้องแตกตายไส้ทะลักผุดออกมา ภาพรอยเท้าและรอยถูโคลนทิ้งที่ต้นสนตามมาหลอกหลอน เหมือนท่านมาเตือน อันที่จริงท่านก็เตือนตั้งแต่แรกจะเข้าเขตดงหลวงโน่นแล้ว มันเย็นวาบๆ ที่สันหลัง แต่ก็ยังดื้อดึงเข้ามา

ท่านส่งคำเตือนมาแล้ว สองหนสามหน

ลูกพ่ออุ่นแม่คำแสงถอดใจหมดแล้ว ไม่ใช่กลัว แต่รู้ตัวดีว่าล้มท่านไม่ได้เด็ดขาด แต่ลูกคนเล็กของพ่อกำนันเหมือนยังไม่สำเหนียกถึงภัยที่อาจได้รับจากหมูเขี้ยวยาว ไม่เคยเผชิญหมูมาก่อน เคยแต่ซุ่มส่องเอาทางด้านข้าง ไม่เคยเจอจังหน้า รู้แต่ว่าหมูป่าปราดเปรียว อาจสวนควันปืนโถมเข้ามาขวิดด้วยเขี้ยวท้องแตกไส้ทะลัก

เคยแต่ได้ยิน ไม่เคยพบเห็นกับตา ว่าจากใจจริง เขาเองก็ไม่อยากพบหมูจังๆ ต่อหน้าอย่างนั้นเลย ไม่คิดจะห้าวกล้าบ้าบิ่นเอาปืนออกไปยิงหมูซึ่งๆ หน้า

ไม่เหมือนพ่อ

พ่อกล้าเดินมือเปล่าเข้าหาเสือวงศ์

พ่อยิ่งใหญ่ พ่อชนะใจคนทั้งตำบล พ่อเป็นกำนันต่อจากปู่ อายุ๔๕ พ่อได้เป็นกำนันดีเด่น ได้รับรางวัลจากมือผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นกำนันคนเดียวของตำบลสันป่าเลียงที่มีเกียรติมียศ ก่อนหน้านั้นไม่มีเลย ไปข้างหน้ายังไม่รู้

วูบวาบขึ้นมา

เออ…กูเอาดีทางเรียนหนังสือไม่ได้ กูไต่เต้าเส้นทางพ่อหลวงกำนันดีไหม

 

เชิงอรรถ : 

(1) อิ่น= เครื่องรางทางเมตตามหานิยม มักแกะจากไม้หรือวัตถุอื่นๆเป็นรูปชายหญิงนั่งกอดกัน

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

สั่งซื้อ 1 หลอดราคา 2,090 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2UT2G40   

สั่งซื้อเซ็ตประหยัดสุดคุ้ม 3 หลอดราคา 2,940 บาท คลิกที่นี่  >>>>> https://bit.ly/2QFzcY9

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ คลิกที่นี่ >>>>>>>>>>> http://anowl.co/anowlsabai/remember-wrinks/

Don`t copy text!