เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก บทที่ 17 : โหล่งเผต

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก บทที่ 17 : โหล่งเผต

โดย : มาลา คำจันทร์

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก กับเรื่องราวของตำนาน ความเชื่อ และความรัก…มิตรภาพอันบริสุทธิ์ของเพื่อนรัก กับความรักที่มีต่อหญิงสาวคนเดียวกัน ความรักนั้นจะสะบั้นสายสัมพันธ์ของเพื่อนลงได้หรือไม่…ผลงานจาก อ. มาลา คำจันทร์ ในรูปแบบ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอาอยากให้ทุกคนได้ติดตามและ อ่านออนไลน์ ไปพร้อมๆ กัน

……………………………………………………………….

-17-

 

ผ่าไม้ไผ่แห้งเป็นซีกๆ หักกิ่งก้านไม้เล็กลงสุม ก่อไฟ ควันไฟไหวเอื่อยในยามโพล้เพล้พลบค่ำ ไม่เห็นแดดเห็นแดงอันใดอีกเลยตั้งแต่ฝนตก มันทึมๆ เทาๆเท่ากันไปหมดทุกทิศทุกทาง เป็นโลกเทาๆ แปลกๆ ไฟติดดี เอาฟืนท่อนใหญ่เข้าก่าย แสงไฟส่องต้องหน้าเพื่อนดูหมองๆ ก็นึกเวทนา

“หิวไหม ไอ้ลูก…ไอ้เสี่ยว”

“ไม่เท่าไร”

“ไม่เท่าไรก็แสดงว่าหิว” ว่ากล่าวเฉไฉ ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาพลอยหนักอกหนักใจไปกับตน เอาหัวมันอ้วนๆ กลมๆ เท่ากำปั้นออกมาจากย่ามสองสามหัวแล้วโยนลงกับดิน “ มึงหมกมันไปก่อน ไม่ต้องห่วงกู”

“แล้วนั่นมึงจะไปไหน ค่ำมืดอย่าออกนอกแสงไฟ มึงสอนกูไว้ไม่ใช่หรือ”

“กูไม่ออกไปไกล ไม่ต้องห่วง แค่หลังผาสุมนี่เอง กูจะดูดาว อยู่ในนี้แสงไฟเข้าตากู เห็นไม่ชัด”

เอาย่ามขึ้นบ่า ถือแต่มีด ไม่เอาปืนไปด้วย ลุกออกไปจากผาสามเส้า นึกคิดคำนึงไปถึงครู ครูสอนว่าหากหลงป่าเดือนสี่เดือนห้าเดือนหกเดือนเจ็ด ช่วงสี่เดือนนี้ดาวสำเภาจะออก  หัวเรือจะเป็นทิศตะวันตก ท้องเรือจะเป็นทิศเหนือ แต่ว่าแหงนดูอยู่นานจนปวดคอก็ยังไม่เห็นดาวสำเภา นอนหงายลงบนเนินหญ้า จับตาดูหนหาวดาวเดือน  ฟ้าดูแปลกๆ ฟ้ามืดสนิทแล้ว มืดเหมือนเทวดาเอาผ้าดำมาขึงปิดฟ้าไว้หมด มองขึ้นไปไม่เห็นดาวเห็นเดือนใดๆ ทั้งสิ้น  หากเป็นคืนข้างขึ้น ก็ควรเห็นเมฆหรือเห็นเดือน  หากเป็นคืนข้างแรม ก็ควรเห็นดาวดื่นหมื่นแสนในแดนฟ้า  แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย

กลับเข้าในผาสุมเส้า องอาจเอาเกือก ถุงเท้า ผ้าเสื้อกับหมวกคาวบอยออกมาอังไฟ

“กี่ค่ำกี่แรมแล้ววะ เสี่ยว”

“น่าจะแรมสิบสามค่ำ พรุ่งนี้แรมสิบสี่เดือนดับ  ถามค่ำถามแรมทำไมวะ หรือมึงอยากเข้าวัดรับศีลพรุ่งนี้”

“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่กูว่าฟ้ามันดำ ดำมืดไม่มีดาวสักดวง แปลกๆ ชอบกล”

“ไม่แปลกอะไร ฝนอาจย้ายมาตกที่นี่คืนนี้”

“กูโตแล้วนะเสี่ยว อายุเท่ากัน” เอาไม้เขี่ยหัวมันให้ได้รับไฟเท่าๆ กัน  “อย่าหลอกกูเลย เราหลงป่ากันแล้วใช่ไหม”

“ใช่แล้ว เราหลงป่า” เอาเสื้อผ้าไม่กี่ผืนออกมาอังไฟบ้าง “แต่มึงอย่ากลัว  กูเคยหลงขุนห้วยแม่แลบสามวันสามคืน แต่กูก็ออกได้”

“เล่าให้กูฟังบ้างสิ  เรื่องนี้มึงยังไม่เคยเล่า”

“เหล้าเหลืออยู่ไหม กูอยากได้กลั้วคอสักอึกสองอึก”

ฟ้าแลบแวบๆ ดีใจเพราะเห็นก้อนเมฆหนาทึบ  ตกมาเถอะ ฟ้ามีเมฆดีกว่าฟ้าดำไม่มีดาวสักดวง  มันผิดแผกแปลกเปลี่ยนเกินไป  เหมือนต้องอาเพศอาถรรพณ์   เหมือนข้ามเครือหลงแล้วหลงสู่เมืองมืดเมืองหมองไม่เห็นเดือนตะวันอย่างตาว่า

เถาวัลย์เล็กๆเส้นนั้นจะใช่ไหมหนอ

เครือเขาหลง!

เหล้าเลือดค่างนอกจากจะให้ความร้อนแล้ว ยังเป็นยาแก้ความปวดเมื่อยขัดยอกได้ดี จิบทีละน้อย ไม่ดื่มพรวดพราดมากมายเพราะอาจเมาค้างในวันรุ่งขึ้น จิบเหล้าเอาอุ่น ไม่ใช่จิบเพื่อเมา

องอาจพลิกรองเท้าเอาอีกด้านเข้าหาไฟ ซนฟืนให้ไฟไหม้ลามได้เต็มที่ นึกคิดคำนึงถึงเรื่องราวที่ผู้ใหญ่บ้านห้วยห้อมพูดจา  แกเองเตือนแล้วเตือนอีกว่าถ้าเป็นไปได้อย่ายุ่งกับดงหลวงเลย ดงหลวงมีทั้งปู่เจ้าดอยหลวงและโหล่งเผต

“โหล่งเผตคืออะหยัง พ่อหลวง”เขาถาม

“โหล่งคือคือแดน คือบริเวณอันกว้าง ” ผู้ใหญ่บ้านห้วยห้อมมีท่าทีอึดอัด “โหล่งเผตได้ชื่อว่าโหล่งเผตเพราะมีผีเผตยักษ์ร้ายหลายส่ำนานาออกมาเพ่นพ่าน คนเฒ่าเก่าก่อนเล่าว่าแม้เวลากลางวัน มันยังออกมาด้วยซ้ำ โหล่งเผตดุร้ายนัก เสือโคร่งตัวยาวสองวา คาบคนติดปากเหมือนหมาคาบไก่ก็มี   งูเงือกเสือกกล้ามีเขามีหงอน สองตาดุแดงปึ้งหลึ้งพึงกลัวก็มี คนแก่คนเฒ่าเก่าก่อนจึงสอนสืบกันมาว่าไม่จำเป็นอย่าเข้าดงหลวง อย่างที่พ่อหลวงว่า อันใดป่าอื่นบ่มี โหล่งเผตมี  คนห้วยห้อม ปางไอ่ ยางฮอม หากบ่จำเป็นบ่มีไผใคร่ยุ่งกับดงหลวง ปู่เจ้าดอยหลวงก็ดุดันเด็ดขาดนัก ผู้ใดทำผิดท่านไม่เคยยกเว้น”

“มันอยู่ตรงไหนของดงหลวง มีอะไรเป็นข้อสังเกต พ่อหลวง”

“ยากจะระบุ ผู้เคยเข้าโหล่งเผต ไม่เคยกลับออกมา”

“มีอยู่คนหนึ่ง เหมือนจะมีอยู่คนหนึ่ง เมื่อห้าสิบปีผ่านมาแล้ว” พ่ออุ๊ยแก้ว พ่อเมียของผู้ใหญ่บ้านเหมือนจะเป็นคนพูด “หลุดออกมาจากโหล่งเผต พ้กอยู่ห้วยห้อมสองสามวันแล้วจากไป”

“พ่อข้าเอง พ่อข้าหายไปแปดปี”คนผอมบางหน้าซีดจางพูดบ้าง “อาจจะเป็นไปได้ พ่อข้ายังติดค้างอยู่ในโหล่งเผต”

โดยส่วนตัวแล้ว ลูกกำนันเองเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ไม่ถึงกับปฏิเสธทั้งหมด และไม่ถึงกับทึกทักเชื่อถือทันทีทั้งหมด ไม่ถึงกับกลัวจนหัวหด แต่ก็ไม่ถึงกับห้าวกล้าบ้าบิ่นไม่เชื่อไม่ฟังใครเลย ความกลัวยังมี แต่ความอยากรู้อยากเห็นเหมือนจะแรงกว่า เขาเองแม้เกิดมาเป็นลูกบ้านสันป่าเลียง แต่ช่วงหนึ่งของชีวิตไปเติบโตในเมือง ได้ร่ำได้เรียนอย่างลูกชาวเมืองแม้จะเรียนไม่เก่งนัก ความคิดบางอย่างที่บรรดามัดเซ่อ ทั้งหลายยัดใส่หัวมีผลต่อความเชื่อของเขาที่ทำให้แตกต่างไปจากลูกบ้านสันป่าเลียงทั้งหลาย กับเพื่อนเดียวเสี่ยวฮักผู้นี้ก็มีส่วนต่าง กับพี่น้อยอ้ายผู้ผละจากไปเลยทันทีทั้งที่ยังไม่เหยียบขอบเหยียบแคมดอยหลวงด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

น้อยอ้ายไม่พอใจที่เขาจะตามรอยหมูเข้าถึงดอยหลวง น้อยอ้ายยึดมั่นว่าดอยหลวงเป็นสิ่งที่ละเมิดไม่ได้ น้อยอ้ายหันหลังกลับสู่ห้วยห้อมเย็นนั้นเลย แต่เขายังตามเข้ามา อุ่นแสงแม้ยังไม่ยอมรับฐานะเป็นเพื่อนเดียวเสี่ยวฮักของเขา แต่เมื่อเขาอยากตามไปดูให้รู้แน่รู้จริงว่าหมูตัวนั้นเป็นหมูแก้วหมูหินจริงไหม มันไม่มีทางจะละทิ้งเขาเด็ดขาด เพราะมันยึดมั่นในเรื่องกตัญญุรู้คุณที่พ่อของเขามีต่อครอบครัวมัน

พ่ออาจคิดอ่านอะไรลึกๆ อยู่ก็ได้ เกี่ยวกับเขาและเพื่อน

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

คำพูดของมันแว่วขึ้นมาในหู สีหน้า แววตา ท่าทางของมันบาดใจเขา เหมือนคำสั่งเสียก่อนตาย

เหมือนคำขอของคนที่รู้ตัวว่าจะตาย

คบหากันมา ไม่เคยเห็นมันหวาดกลัวอะไรมากมายเท่านี้มาก่อน มันคงรู้ว่าความตายรออยู่ เขาเองสะเทือนใจใหญ่หลวงจึงบอกเลิกสัญญา ไม่ตามแล้วหมูแก้วหมูหิน ต่อให้เป็นหมูเพชรก็จะเลิกตาม  เอาเวลาที่เหลือไปแช่นั่งแช่นอนบ้านพ่อหลวงห้วยห้อมดีกว่า บัวผายน่ารักมาก เหนือกว่าคำแก้วด้วยซ้ำตรงที่สาวกว่า สวยกว่า ผุดผาดบานตาเหมือนดอกไม้บานใหม่  ไม่เย็นชา ไม่กั้นรั้วตรงกลางระหว่างเขากับเธอ

ขอแต่กูเอาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เข้าเวียงได้เถิด ไม่เกินสามหน กูได้นอนแน่นอน

แค่อยากนอน จริงๆ นะ แค่อยากนอนนางเด็ดดมชมเล่น ไม่อยากแต่ง ยังไม่อยากมีเมีย จึงไม่เคยคิดจะสู่ขอสาวใดขึ้นเรือน ยังอยากเป็นหนุ่มไปเรื่อยๆ ไมอยากเป็นพ่อเรือน  ไม่อยากจบชีวิตหนุ่มไว้กับผู้หญิงคนเดียวซ้ำซากจำเจ

สู่ขอสาว เอาสาวขึ้นเรือนเป็นเมีย  มีเงินทองเสียอย่าง ใครๆ ก็ทำได้

แต่คบเป็นแฟน โฉบเฉี่ยวหวือหวา เอาสาวซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปนอนในเวียง ได้เชยชมสมใจ เบื่อก็หาเอาใหม่ เอาแฟนไปอวดไอ้พวกเพื่อนเรียนเก่งที่เคยดูถูกดูแคลนเขา ยักคิ้วข้างเดียวให้มัน เป็นทำนองบอกว่านี่ไงแฟนคนล่า เจ๋งไหมวะ ไอ้ลูกอาเสี่ยอาซิ้มอาซ้อพวกนั้นอย่าพูดถึงแฟนคนล่าสุดเลย แม้แต่แฟนคนแรกพวกมันก็ยังหาไม่ได้ แต่เขา…ไม่รู้ว่ะ คนที่เท่าไร กูคร้านจำ

กับคำแก้วหรือ เขาเองก็คิดเช่นนี้

ไม่คิดจะสู่ขอเอาเป็นเมีย ไม่เลย ไม่อยู่ในความคิด ให้ฟ้าผ่าตายเถอะหากเขาคิด แค่อยากพิชิต อยากเด็ดดมชมเชย ดอกกุหลาบมีหนาม เด็ดยาก แต่หากเด็ดได้มันเหนือกว่าเด็ดดอกมะลิอย่างเทียบกันไม่ได้ ท้องขึ้นมาหรือ สร้อยคอสร้อยแขน แหวน กำไลแม่สะสมไว้เป็นกล่อง เสียไปสักบาทที่เหลือยังมีมากกว่าสิบบาทด้วยซ้ำ แต่ไอ้คนผอมบางหน้าจางหน้าจืดผู้นี้กลับขอร้องให้เขาเอาคำแก้วขึ้นเรือน หากเบื่อหรือพบคนใหม่ถูกใจกว่าก็ให้ซื้อละ มันเองยินดีรับชานอ้อยที่เขาถ่มทิ้งแล้วไปอมต่อ ลูกเขา มันยังอ้างด้วยซ้ำว่าหากเขาไม่เลี้ยง มันจะเลี้ยงเอง

“กูจะไหว้พระ” อุ่นแสงเอ่ยขึ้น “มาไหว้กับกู”

“ไหว้เถอะ ไหว้เผื่อกูด้วย คำพระคำเจ้า กูไม่คล่องปาก”

นั่งอยู่ที่เดิม เอาลูกซองเดี่ยวมาแคะไค้ลูบคลำ ไอ้เพื่อนเดียวเสี่ยวฮักเข้าไปในส่วนลึกของผาสุมเส้า เข้าไปประกอบพิธีกรรมตามแบบเบ้าคลองพรานที่ยึดถือสืบทอดกันมา  ท่าทางมันลับลมคมนัยอ้ำอึ้งอึกอักพะวักพะวงจนเขาเองก็ไม่สบายใจ

คืนนี้เหมือนจะหนัก

 

“พ่อ…”

“หือ มีอันใดหรือ อีลูกเกือบหล้า”

คำแก้วยิ้มออกมา แม้หน้ายังหมอง แต่ก็ยิ้มได้จากถ้อยคำติดจะตลกของพ่อ พ่อชื่อหนานสิงห์ อายุแก่กว่าแม่ถึงแปดปี พ่อเป็นลูกคนทุกข์คนยาก คงเหมือน…เหมือนพี่น้อยอุ่นแสง ซึ่งต่อไป เธอคงไม่กล้าเรียกเป็นคำลึกซึ้งว่าพี่น้อยอีกแล้ว คงเรียกเหมือนเรียกคนอื่น หรือเรียกแบบสาวทั่วไปเรียกพี่น้อยว่าอ้ายอุ่นแสง

“น้ำมันพรายร้ายกาจนักหรือพ่อ”

“หือ ไปรู้มาแต่ใด”

“ยายพูด ยายว่าแม่โดนน้ำมันพราย”

คนอายุมากกว่าเมียแปดปีถอนใจยาวๆ

เอาไม้เขี่ยขี้หญ้าเข้ากอง เหมือนเผลอ เหมือนลืม เหมือนใจลอย ปลายไม้ติดไฟเลยแก้เก้อโดยการเอามาต่อกับบุหรี่ที่ดับไว้ ลูกสาวจับตามองอยู่เงียบๆ อีลูกผู้นี้ผิดพี่แผกน้องอยู่อย่างคือช่างสังเกต

“เรื่องนี้ พ่อไม่อยากพูดถึงเลยคำแก้วเอ๋ย แต่เมื่อยายเอ็งพูดก่อนก็ดีแล้ว”ดูดควันเข้าปอดแล้วพ่นออกมายาวๆ “แม่เอ็งมันมีบาปมีกรรมติดตัวมา เมื่อยังสาว มันงามนัก”

“ถึงวันนี้ ข้าว่าแม่ก็ยังงาม ข้ากับอีพี่อีน้อง แก่เฒ่ามาอายุเท่าแม่ ก็คงไม่งามเท่าแม่งามวันนี้”

“แม่เอ็งงามกว่าใคร แต่กลับตกอับ ต่ำต้อยน้อยหน้ากว่าใคร ได้ผัวก็เป็นผัวเฒ่า หนำซ้ำลำบากยากจน แม่เอ็งเป็นหม่นเป็นหมอง เป็นเคียดไหม้ใจฟุ้งก็เพราะเรื่องนี้”

“แม่โดนน้ำมันพรายได้อย่างใด บาปกรรมที่ติดตัวแม่มา เป็นย่างใด”

“แม่เอ็งมันลงมา” บุ้ยปากไปทางบันไดบ้าน “ไว้ค่อยว่ากันวันหน้า เรื่องนี้มันบาดใจแม่เอ็ง”

Don`t copy text!