เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก บทที่ 26 : แม่นาย

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก บทที่ 26 : แม่นาย

โดย : มาลา คำจันทร์

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮัก กับเรื่องราวของตำนาน ความเชื่อ และความรัก…มิตรภาพอันบริสุทธิ์ของเพื่อนรัก กับความรักที่มีต่อหญิงสาวคนเดียวกัน ความรักนั้นจะสะบั้นสายสัมพันธ์ของเพื่อนลงได้หรือไม่…ผลงานจาก อ. มาลา คำจันทร์ ในรูปแบบ นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอาอยากให้ทุกคนได้ติดตามและ อ่านออนไลน์ ไปพร้อมๆ กัน

……………………………………………………………….

-26-

 

คงราวตีสามตีสี่  หรือจะตีเท่าไรก็ไม่รู้แน่ชัดเพราะไม่ได้ฟังหานาฬิกาว่ามันตีกี่ที  เหย้าเรือนเงียบเชียบ ยินแต่เสียงหนูกัดไม้ดังกรอดๆ จากยุ้งข้าว หมาไม่เห่า ไก่ก็ไม่ขัน  หลับชื่นตื่นเต็มแล้วแต่ยังคร้านจะลุก นอนเงียบเงี่ยหูหาเสียงนั้นเสียงนี้ ห้องลูกสาวเงียบเชียบ รัตนาลูกสาวคนโตไปนอนเรือนปู่ ปู่ของลูกๆ สะอึกอึ๊กๆ เมื่อหัวค่ำวาน หลานเหลนไปใฝ่เฝ้าดูแล ปู่ของลูก พ่อของแกอยู่เรือนเค้าหรือเรือนแรกร่วมกับน้องสาวคนเล็กทางด้านเหนือของตลาดประจำตำบล ส่วนแม่เสียชีวิตไปก่อนพ่อ

ฟังหาเสียงทางเรือนลูกชาย เป็นตัวเป็นตนดีแล้ว ทั้งทองคำและสมศักดิ์ ลูกชายทั้งคู่ของกำนันต่างแต่งงานแบบเอาสะใภ้ขึ้นเรือน ไม่ใช่ไปเป็นเขยบ้านอื่นเหมือนคนทั่วไป เพราะกำนันมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ไม่ต้องส่งลูกชายเอาแรงงานไปรับใช้เป็นเขย ตระกูลแกฐานะดีมาแต่ชั่วรุ่นตากับยาย ตาเป็นพ่อค้างัวต่าง ค้าขายระหว่างเมืองมะละแหม่งกับเมืองเชียงใหม่  พ่อเป็นลูกน้องของตา ตามีลูกคนเดียวคือแม่   ตายายเห็นว่าพ่อเข้มแข็ง เก่งและซื่อสัตย์ชัดเจนจึงเอาไว้เป็นเขยเสียเลย เมื่อมีการเลือกตั้งกำนัน พ่อได้เป็นเพราะอำนาจของตากับแม่ แล้วตำแหน่งกำนันก็ตกทอดมาถึงแกเพราะอำนาจของพ่อกับแม่ ว่ากันถึงที่สุด เพราะอำนาจของแม่มากกว่าพ่อ

ทั่วอำเภอ มีพ่อกำนันสิบกว่าคนเพราะมีสิบกว่าตำบล

ทั่วอำเภอ มีแม่กำนันสิบกว่าคนเพราะพ่อกำนันมีสิบกว่าคน

แต่ทั้งอำเภอ มีแต่แม่คนเดียวเท่านั้นที่เป็นแม่นาย

แม่มีอำนาจมาแต่เมื่อยังเป็นสาว แต่แม่ไม่เคยก้าวก่ายงานทางด้านการปกครองของพ่อเลย คำแผ้วเมียแก เทียบกันไม่ได้เลยกับแม่ คำแผ้วไม่ใช่หญิงผู้มีอำนาจเหมือนแม่ แต่คำแผ้วก็เป็นคนดี รักลูกรักผัว อุทิศทั้งชีวิตเพื่อลูกเพื่อผัว

พลิกตัวตะแคงกำลังเคลิ้มจะหลับแต่กลับสะดุ้งตื่นเพราะเมียร้องออกปากโวยวาย

“อะหยัง  แม่ไอ้หล้า”

“ไอ้หล้า  เขา…จะฆ่ามัน”

“ผู้ใดจะฆ่ามัน”

“บ่ฮู้”

จู่ๆ นางก็ร้องไห้โฮออกมา ร้องไห้ฟูมฟายไม่ได้เสแสร้ง  กำนันทองดีมุดหัวออกจากมุ้งจุดไฟตามเทียน  นางคำแผ้วระงับหับใจได้บ้าง ไม่อ้าปากร้องดังเพราะกลัวผัวด่าว่าสำออย นางไม่ได้ออกจากมุ้ง  ยังคงนั่งอยู่ยังซอกนอนส่วนใน  ผัวนางออกจากมุ้งแล้วไม่กลับเข้ามาในมุ้ง

“ข้าฝัน  ฝันฟุ้งยุ่งเหยิงนัก” นางเริ่ม กล้าๆ ขลาดๆ สังเกตท่าทีผัว “ ฝันว่าไอ้หล้าถูกผีอ่อนน้อยฉุดชักลงหลุม เขาถีบมันลงไป เขาจะฝังมันทั้งเป็น”

“ก็แค่ความฝัน” กำนันหวั่นไหวเหมือนกันแต่ทำทีไม่เชื่อ “สูรักลูกห่วงลูกล้ำไป ใจสูผูกติดอยู่ที่ลูกเลยเก็บมาฝัน เข้าครัวก่อน แม่ไอ้หล้า”

“ยังไม่สว่างเลย สูจะให้ข้านึ่งข้าวเป่าไฟแล้วหรือ”

“ไม่ใช่ เข้าครัวไป เอาเกลือมาอม ฝันร้ายจะกลายเป็นดี”

นาฬิกาเรือนใหญ่ตั้งไว้ที่โถงเรือนตีดังโต่งต่าง  นับได้สี่ครั้ง ตื่นมาแล้วลุกเลยดีกว่า นางคำแผ้วออกจากมุ้งทางปลายตีนนอน ความฝันน่ากลัวนัก นางตกใจกลัวจนร้องออกปาก ดึงใจหลุดจากฝันร้ายได้ นางลุกมานั่งไห้กลางที่นอน ตอนนี้ความฝันจางหายไปแล้ว แต่นึกถึงผีอ่อนน้อยทั้งหลายจะฝังมันทั้งเป็นนางก็ยังกลัว

ผัวนางต่อไฟใส่ไส้ตะเกียงลาน คงไม่เข้ามุ้งไปนอนต่อ นางถือเทียนติดไฟไปเข้าครัว นางเองแม้เป็นถึงแม่กำนันแต่ก็ยังนึ่งข้าวเป่าไฟเอง ปัดกวาดห้องหอซักเสื้อซักผ้าเอง ด้วยได้ทำมาแต่ดั้งแต่เดิมจนติดเป็นนิสัย  นางไม่ใช่ลูกคนร่ำรวยอย่างผัว พ่อแม่เป็นชาวไร่ชาวนาธรรมดา บ้านเดิมอยู่นอกตำบลสันป่าเลียง แม่นายพึงใจนาง  แม่นายจึงไปขอนางมาเป็นเมียพ่อร้างทองดี

แม่นายเป็นใหญ่ มีความเป็นเจ้าเป็นนายติดตัวมาแต่เมื่อเป็นสาวโน่นแล้ว คนเรียกกันว่าแม่นายทั้งนั้น ไม่มีใครเรียกแม่กำนันเลย เพราะแม่กำนันหมายถึงเมียกำนัน แม่นายก็เป็นเมียกำนันแต่คนไม่เรียกแม่กำนันเพราะค่ำว่าแม่นายใหญ่กว่า สูงกว่า เหนือกว่าคำว่าแม่กำนัน

เอาเทียนต่อไฟใส่ตะเกียงกระป๋อง ค้นเกลือกุกกักแล้วอม ผัวนางติดตามเข้ามา  ไก่ขันมาแว่วๆ แล้วตบปีกขันก้องร้องรับกันแทบทั้งหมู่บ้าน ลมเย็นยามใกล้รุ่งพัดโชยเฉื่อยฉิว นางก่อไฟ ตั้งหม้อน้ำร้อนชงโอวัลตินก่อน นึกไปถึงไอ้หล้าลูกรัก แรมรอนนอนหนาวในราวป่า จะได้ผู้ใดตั้งหม้อน้ำร้อนชงโอวัลตินให้มัน

“ข้าว่านะสู สายๆ สูเอาคนไปตามมันกลับมาเถิด ข้าใจบ่ดี”

“พรุ่งนี้รืนนี้ มันก็กลับแล้วสู ไอ้หล้าใช่เด็กอ่อนน้อยเก้าขวบสิบขวบ เกรียวกราวฉาวโฉ่ไปอย่างนั้นไม่อายคนหรือไร”

“ไอ้ผู้นั้นแหละ ไอ้ผู้นั้นแล้ว ชักพาเคราะห์ใหญ่ภัยหลวงมาลามใส่มัน”

“สู…” กำนันปรามเสียงเข้มจนนางรีบสงบปากคำ “อย่าปัดผิดพ้นตัว อย่าโทษแต่คนอื่น ข้าได้ห้ามปรามเป็นคำเด็ดขาดแล้วว่าห้ามอ้างเรื่องเคราะห์เรื่องภัย ห้ามอ้างเรื่องวันมิตรวันศัตรู เป็นแค่ข้ออ้าง เป็นแค่คำที่สูยกขึ้นมาอ้างเท่านั้น แท้จริงแล้วสูหวงลูกเกินไป ไม่อยากให้ลูกคลาดสายตาเพราะกลัวว่าลูกจะเจ็บจะบาด มันใหญ่แล้ว มันโตแล้ว ให้มันออกไปรู้ร้อนรู้หนาวดีแล้ว วันภายหน้าถ้ามันไม่กลับไปเรียน ไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโตอย่างผู้กองปลัดนายอำเภอ มันก็จะได้เป็นพ่อหลวงกำนันอย่างข้า ข้าถึงว่าให้มันคบกันกับลูกไอ้น้อยอุ่นอีคำแสงดีแล้ว อย่างน้อยก็รู้จักป่ารู้จักปืน รู้จักเสือสิงห์กระทิงแรดช้าง  เป็นพ่อหลวงกำนัน เสือเข้าบ้านลักหมูลักหมา พ่อหลวงกำนันเอาแต่หลบอยู่หลังเมียแล้วใช้ลูกบ้านออกไป ใครเขาจะนับถือ สูอยากให้มันเป็นอย่างนั้นหรือ”

“บ่อยาก”

“วันเวลาภายหน้า อาจมีคนอย่างเสือวงศ์ขึ้นอีก ผู้กองโรงพักมาขอเอาคนจากพ่อกำนันไปล้อม สูอยากให้มันหลบหน้าอยู่หลังเมียอย่างนั้นหรือ”

“บ่อยาก”

“เพราะฉะนั้น ให้มันคบหากับลูกไอ้น้อยอุ่นอีคำแสงดีแล้ว มันจะได้รู้จักทุกข์คนบ่รู้จักทุกข์ จะบ่รู้จักสุข คนบ่คบหาไพร่หล้าหน้าเหลือง จะเป็นใหญ่แก่เขาไม่ได้ ต่อไปห้ามอ้างเรื่องวันมิตรวันศัตรูอีก อ้างอีกคำเดียว ข้าจะให้สูกลับเรือนเดิม เอาสาวใหม่มาแทน”

“บ่อ้างบ่เอ่ยแล้ว ผัวเป็นเจ้าปกเกล้าห่มหัว”

ไม่ว่าเปล่า นางยอมือไหว้แล้วถ่มน้ำลายเค็มๆ ที่เอ่อเกือบเต็มปากลงใส่ขี้เถ้าในกระบะไฟ ผีอ่อนน้อยในฝันตัวเล็กตัวน้อยราวเด็กสองสามขวบ หรือมันจะเกี่ยวข้องกับลูกในท้องอีนางนอนเล่นทั้งหลายที่นางพาไปบีบไปเค้นทำลายชีวิต นึกๆ ก็กลัว กลัวบาปกลัวกรรมอันนั้นจะพลันสนองไอ้หล้าลูกรัก

กำนันทองดีลงเรือนไปขับถ่าย  ฝันร้ายของเมียรบกวนจิตใจ ผีอ่อนน้อยคงหมายถึงชีวิตน้อยๆ ที่ถูกนวดฟั้นขยำขยี้จนแหลกเละแล้วกลายเป็นเลือดไหลโกรกๆ จากท้องแม่ ไอ้หล้าหากจะมีบาปกรรมหนักหน่วงก็คืออันนี้

กลับขึ้นบนบ้าน  น้ำร้อนคงไหลลงสู่กระติกแล้วเพราะบนก้อนเส้าเตาไฟมีหม้อนึ่งข้าวตั้งแทนหม้อกา คำแผ้วเมียดีแต่รักลูกไม่ถูกทางไม่ได้อยู่ในครัวไฟ จะว่าลงไปขับถ่ายก็ใช่ที่เพราะส้วมมีอยู่ห้องเดียว  แกเองเพิ่งขึ้นมา

นางหายไปไหน อาจไปตลาดแต่ก่อนรุ่งแจ้งแสงส่องก็ได้ นางชอบเข้าตลาด ชอบไปพูดจากทักทายเรื่องนั้นเรื่องนี้ บางทีก็ได้เรื่องดีๆ มาบอกผัว คำแผ้วอาจหลุดอาจหลงบางเรื่อง แต่หลายเรื่องนางดี ดีมากๆ ด้วยซ้ำ อย่างความรักความใส่ใจในลูกและผัวเป็นต้น หากว่ากันมาแต่ต้น คำแผ้วไม่ใช่สาวที่หนุ่มทองดีเมื่อครั้งกระโน้นรักเลย รักเมียคนแรกมากกว่า อวบอัด รัดรึง ร้อนแรงถึงอกถึงใจ รบเร้าให้พ่อแม่ไปขอ ได้มาเป็นเมียสมใจแต่ไม่ถูกใจแม่ อยู่มาวันหนึ่งนางก็พกผ้าพกครัวหนีกลับบ้านเดิมเพราะทนแม่ไม่ได้  อยู่มาไม่นานแม่ก็ไปเอาสาวคำแผ้วมาขึ้นเรือน ขัดใจแม่ไม่ได้ แม้แต่พ่อก็ยังขัดใจแม่ไม่ได้  คิดว่าสามปีห้าปีข้างหน้าค่อยหาเอาใหม่ แต่เอามาเอาไปกลับยืดยาวจนมีหลานสองสามคนแล้ว

คำแผ้วชนะใจผัว ชนะใจแม่ผัวที่ความอดทน ที่การอุทิศตัวรับใช้ราวกับคนใช้

รินน้ำร้อนในกระติกลงแก้ว  เอะใจบางอย่าง โหย่งเท้าไปทางโถงหน้า สุดโถงทางด้านตะวันออกมีหิ้งพระ ถัดลงมาเป็นหิ้งผี กำนันเป็นชายไม่ได้สืบจารีตทางผี  แต่เมียดีอาสาสืบแทน นางเฝ้าปฏิบัติบำเรอเอาใจผีฝ่ายผัวเหมือนเป็นผีฝ่ายตัวเสียเอง

นางนั่งที่โถง

ต่อหน้านางมีผ้าขาวผืนหนึ่ง   บนแผ่นผ้าสีขาวมีรอยเลือดแดงสามหยด

กำนันสะท้อนใจ  นึกรักเมียที่แม่หาให้อีกมากมาย

เลือดทั้งตัวเหมือนจะเย็นเฉียบ ผมทั้งหัวเหมือนจะลุกตั้ง  จะปากจะจาอันใดก็ปากไม่ออก ลิ้นกระด้าง  คางแข็ง  แวดวังขังล้อมเขาไว้ในยามนี้มีไม่ต่ำกว่ายี่สิบ ก้าวรุกคุกคามเข้ามา คลาคล่ำยั้วเยี้ยผมยาวกระเซอะกระเซิง แก้วตากร้าวๆ ไม่สะท้อนแสงไฟ ผิวหนังเลี่ยนๆ ไม่มีขน กลางอกไม่มีเต้านม กลางตัวไม่มีอวัยวะบอกเพศ  ตีนมือมันหยาบหนาเทอะทะอย่างมือคน แต่โครงหน้าเหมือนหน้าลิง  ปากยื่น  มีเขี้ยวก็เป็นเขี้ยวแหลมเหมือนลิง

มันขึ้นมาได้อย่างไร มันฝ่าวงไฟของเพื่อนขึ้นมาได้อย่างไร

แล้วเพื่อนเดียวเสี่ยวฮักของกูหายไปไหน

ใจหายวูบ

เพื่อนเดียวเสี่ยวฮักนอนคลุมโปงแต่หัวถึงตีน ขดงอซมไข้อยู่ใกล้ตัวนี่เอง

 

“แม่ไอ้หล้า”

เมียแกไม่ตอบ ยังคงนั่งนิ่งเพ่งมองรอยเลือดสามหยดบนผ้าขาว  ผู้กว้างขวางแห่งตำบลสันป่าเลียงขยับเข้าไปใกล้แล้วนั่งยองๆ ลง

“สูหลั่งเลือดให้ผีกินหรือ”

“ข้าขอผีหลวงหลายไปช่วยค้ำจุนรักษามัน”

นางนั่งนิ่ง มือขวาบีบนิ้วกลางมือซ้าย เลือดที่ปลายนิ้วหยุดไหลแล้ว  กำนันหยิบเข็มขึ้นมาแทงนิ้วตัวเอง หลั่งเลือดลงเพิ่มอีกสามหยด

“สู!”

“ได้เลือดข้าเพิ่ม ผีหลวงหลายจะแรงขึ้น”

“ข้าตั้งหม้อนึ่งทิ้งไว้  ข้าไปนึ่งข้าวก่อน”

ปวดตุบๆ เพราะเข็มแทงนิ้วหายไปแล้ว  นางคำแผ้วถอยหลังแล้วค่อยลุก เรือนหลังหลวงปูไม้กระดานแน่นหนา  เดินย่ำไม่สนั่นสะเทือน  แต่กระนั้นนางก็ยังเดินโหย่งเท้าไม่เอาซ่นลงก่อนตามความเคยชิน นางเองถูกแม่ผัวเคี่ยวกรำหนักหน่วงเหมือนโดนใส่ครกตำ เมียแรกของพ่อกำนันไม่อดทน เมียแรกของกำนันไม่ทันมีลูกด้วยกันก็ถอดใจหนีกลับเรือนเดิมไม่ได้ค่าหย่าร้างเป็นเงินทองสักบาท แต่นางอดทนจนได้ลูกด้วยกัน แม่นายเองก็เห่อหลาน แม่ผัวกับลูกสะใภ้เข้ากันได้มากขึ้น จนได้ลูกสองลูกสามแม่นายก็ค่อยผ่อนคลายไม่ไม่จ้ำจี้ขี้บ่นทุกบาทย่างทางตีน ในบั้นปลาย แม่นายล้มหมอนนอนยาว นางเองใส่ใจใฝ่เฝ้าป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดขี้เช็ดเยี่ยว แม่ผัวแม้ไม่ออกปากขอขมาลาโทษลูกสะใภ้สักคำ แต่ก่อนตาย แม่นายเอามือนางไปกุม สายตาเลื่อนลอยรวมจุดอยู่ที่หน้านาง มือไร้แรงบีบมือนางเบาๆ นั่นยิ่งกว่าคำขอขมาสักร้อยคำพันคำ แม่นายไม่ได้ร้องไห้ แต่นางเองกลับเป็นฝ่ายทนไม่ได้ นางร้องไห้สงสารแม่ผัว

กลิ่นดอกแก้วหอมมาอ่อนๆ  ไก่กระชั้นขันถี่  นกเอี้ยงส่งเสียงเถียงกันเอะอะ ใกล้จะออกหากิน   นางกลับเข้าครัวไฟมาแล้ว แต่คำพูดของผัวยังประทับใจนาง ผัวว่าได้เลือดข้าเพิ่ม ผีใหญ่ผีหลวง ปวงแม่เชื้อเสื้อด้ำจะค้ำจะคูนหนุนช่วย ในส่วนนางเอง อย่าว่าแต่เลือดไม่กี่หยดเลย ชีวิตแม่หากแลกลูกได้ แม่ก็ยินดีแลกให้

อย่าเป็นอะไรเลยลูกแม่ เสียลูกไป  แม่คงอยู่ไม่ได้

Don`t copy text!