นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ ตอนที่ 5 : เมื่อความ… (รัก) โบกมือลา

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ ตอนที่ 5 : เมื่อความ… (รัก) โบกมือลา

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ ได้ลงจนจบบริบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทางผู้เขียนใจดีมอบ 5 บทแรกไว้ให้อ่านกันที่อ่านเอา และหากติดใจอย่างอ่านต่อสามารถติดตามฉบับรวมเล่มที่ออกโดย สำนักพิมพ์ Groove www.groovebooks.com

————————————————-

 

เสกวสันต์ตื่นนอนในตอนเช้าด้วยความอ่อนเพลีย ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือ และพบว่าเขาตื่นสายมากกว่าที่คิดเอาไว้

ส่วนหนึ่งเพราะความกังวลเกี่ยวกับคำสัญญาบ้าๆ ของพ่อ ที่เขาต้องแบกรับจนทำให้นอนไม่ค่อยจะหลับ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะเขายังปรับตัวเรื่องเวลาไม่ได้ เนื่องไปใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์กซึ่งมีเวลาแตกต่างกับกรุงเทพฯ และหลวงพระบางเกือบสิบสองชั่วโมง

อันที่จริงชายหนุ่มอยากจะชวนหญิงสาวให้ตื่นไปตักบาตรข้าวเหนียวด้วยกัน หากเห็นว่าพวกเขายังมีเวลาอยู่ที่หลวงพระบางอีกหลายวัน เขาจึงยังไม่ทันได้เอ่ยปาก

“โอ๊ย เก้าโมงครึ่งแล้ว ไปพบคุณแพรวสายแน่ๆ เบอร์มือถือก็ไม่ได้ขอไว้ เบอร์ห้องที่โรงแรมก็ไม่รู้ จะโทรไปบอกก่อนก็ทำไม่ได้” ชายหนุ่มบ่นออกมาเป็นคำพูด ทั้งๆ ที่อยู่เพียงลำพัง

จากนั้นจึงรีบอาบน้ำแต่งตัว คว้าข้าวของต่างๆ โดยไม่ลืมกระเป๋าสตางค์ กล้องถ่ายรูป และนาฬิกาผ้าที่บอกเวลาเก้าโมงครึ่งได้เพียงเวลาเดียวเรือนนั้นด้วย  ก่อนที่จะรีบวิ่งจ้ำอ้าวออกไปจากห้อง โดยไม่ฟังเสียงเรียกของเอื้อยแสงสุลี หญิงสาวสูงวัยท่าทางใจดี ที่เป็นเจ้าของเกสต์เฮาส์เคียงโขงที่เขาพักอยู่ ซึ่งพยายามจะชักชวนให้เขารับประทานข้าวเช้าด้วยกัน

 

ความเหนื่อยจากการวิ่งออกจากเกสต์เฮาส์มาตามถนนสายหลักของหลวงพระบางที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ออกมาขายของ และนักท่องเที่ยวที่สะพายเป้กับกล้องถ่ายรูปซึ่งกำลังจะเดินทางท่องเที่ยวในเมือง ได้แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจในฉับพลัน เมื่อเสกวสันต์เดินทางไปถึงยังโรงแรมที่พักของแพรรภัส เพียงเพื่อจะพบว่าหญิงสาวได้ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินไฟลต์แรกที่เช้าที่สุด เดินทางกลับเมืองไทยไปอย่างฉุกละหุกเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา

ในตอนแรกที่วิ่งมาถึง เสกวสันต์ได้แต่เพียงเข้าไปนั่งรอที่ล็อบบี้ของโรงแรมด้วยความว้าวุ่นใจ เพราะคิดว่าหญิงสาวอาจจะกลับเข้าไปในห้องพักด้วยความไม่พอใจ หรือไม่ก็ออกไปเดินเล่นแถวๆ นี้โดยไม่รอเขาเสียแล้ว

หากเมื่อรอจนถึงสิบโมงครึ่ง เขาจึงตัดสินใจไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ว่าเขามารอพบหญิงสาวชาวไทยที่เขารู้จักแค่เพียงชื่อเล่น

ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บใจตัวเองที่ปากหนัก ไม่ยอมถามชื่อและเบอร์โทรศัพท์มือถือ รวมทั้งอีเมล ไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม หรือช่องทางการติดต่อสื่อสารอื่นๆ ก็ตามแต่ ที่จะทำให้เขาสามารถติดตามทำความรู้จักหญิงสาวคนนี้ได้

ส่วนหนึ่งเพราะเขาเห็นว่าอย่างไรเสีย พวกเขาก็ยังมีเวลาท่องเที่ยวด้วยกันที่หลวงพระบางอีกหลายวัน ก่อนเดินทางกลับก็ค่อยขอรายละเอียดสำหรับติดต่อกันก็ยังได้ หากอีกใจก็คิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคงไม่สามารถพัฒนาไปได้ไกล เขาจึงตัดใจไม่ขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอ

และด้วยระเบียบของทางโรงแรมระดับสี่ดาวแห่งนี้ จึงไม่มีพนักงานคนใดสามารถให้คำตอบชายหนุ่มแปลกหน้าที่มาถามหาแขกที่เข้าพัก ซึ่งให้ข้อมูลได้แค่เพียงชื่อเล่นเท่านั้น

หากท่ามกลางความมืดมิด กลับมีแสงริบหรี่ที่สว่างวาบขึ้นมา

เมื่อนักท่องเที่ยววัยรุ่นซึ่งเป็นฝรั่งชาวยุโรป คนที่เขาเดินชนเมื่อคืนจนกล้องถ่ายรูปหลุดจากมือ ได้เห็นว่าเขากำลังเจรจาอยู่กับพนักงานของโรงแรม หนุ่มวัยรุ่นผมทองคนนั้นจึงเดินเข้ามาทักทาย และได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเสกวสันต์เป็นอย่างมาก

กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้พักอยู่ที่นี่ และเมื่อประมาณเจ็ดโมงเช้า เขาและเพื่อนๆ เดินทางกลับเข้ามายังโรงแรมหลังจากที่ออกไปตักบาตรข้าวเหนียวด้วยกัน เด็กหนุ่มผมทองเห็นหญิงสาวหน้าสวยหมดจด คนที่เดินอยู่กับเสกวสันต์เมื่อคืนนี้ กระหืดกระหอบแบกกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้องพัก

เขาฟังไม่ออกว่าเธอพูดอะไร แต่เดาได้ว่าหญิงสาวได้ขอให้ทางโรงแรมจัดรถยนต์ไปส่งที่ไหนสักแห่ง และเขาเดาว่าน่าจะเป็นสนามบิน

จากข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้ จึงทำให้พนักงานโรงแรมแน่ใจว่าเสกวสันต์รู้จักกับหญิงสาวชาวไทยซึ่งเป็นแขกที่เช็กเอาต์ไปเมื่อเช้า ทางโรงแรมจึงสามารถบอกได้ว่าหญิงสาวคนนั้นได้เดินทางกลับไปยังกรุงเทพฯ ด้วยไฟลต์ที่เช้าที่สุด ซึ่งเครื่องบินลำดังกล่าวเพิ่งจะทะยานสู่น่านฟ้าของหลวงพระบางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของประเทศไทยเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง

ชายหนุ่มตกใจและรู้สึกสับสนระคนผิดหวัง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาว เครื่องบินลำนั้นไม่ได้เพียงแต่พาคุณแพรวจากไป… หากได้เกี่ยวเอาหัวใจของเขาให้โบยบินไปด้วย… เขาคิดขณะเดินทางกลับไปยังเกสต์เฮาส์เคียงโขงด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยวสิ้นหวัง ผิดจากเมื่อครั้งที่เดินออกมา

 

อย่างเชื่องช้าหากทว่าเต็มไปด้วยความร้อนรน แพรรภัสไม่อาจควบคุมความตื่นตกใจเมื่อได้รับโทรศัพท์ทางไกลตอนตีสี่ครึ่งจากคนรับใช้ที่บ้าน ว่าพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อไม่ถึงชั่วโมงมานี้ ขณะที่กำลังเดินทางไปประชุมธุรกิจที่พัทยา

เวลามันช่างเดินผ่านไปช้าเหลือเกิน หากความรู้สึกที่มันบีบรัดภายในทรวงอกขณะนี้ ทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูด

เป็นห่วงคุณพ่อ?… แน่นอนสิ ที่ว้าวุ่นใจอยู่แบบนี้ก็ต้องเพราะว่าเป็นห่วงท่าน และท่านก็เป็นคนในครอบครัวคนสุดท้ายที่หญิงสาวเหลืออยู่ หรือความรู้สึกอึดอัดนี้เกิดขึ้นเพราะแพรรภัสกำลังเดินทางด้วยเครื่องบินเพียงลำพัง?

หญิงสาวกลัวการขึ้นเครื่องบินมาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่ครอบครัวต้องเดินทางไปไหนมาไหนด้วยเครื่องบิน แม่ของเธอจะเป็นคนคอยปลอบใยอย่างอ่อนโยนอยู่เสมอ

“ไม่ต้องกลัวนะแพรว แม่นั่งอยู่ตรงนี้ คุณพ่อกับพี่พร้อมก็อยู่ด้วย ถ้าแพรวรู้สึกไม่สบายก็แค่หลับตาและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พอลืมตา ลูกก็จะเห็นว่าพวกเรานั่งอยู่กันพร้อมหน้า คอยดูแลลูกไม่ห่าง” พัดชา แม่ผู้แสนอ่อนอ่อนโยน เคยบอกกับหญิงสาวเมื่อครั้งยังเด็ก ขณะที่เอื้อมมืออุ่นๆ มากุมมือน้อยๆ ของเด็กหญิงเอาไว้

หากทว่า… ในค่ำวันหนึ่งขณะที่แพรรภัสยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น… พ่อผู้เคยเข้มแข็งปลุกเธอขึ้นมากลางดึกพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงตะกุกตะกัก และมีน้ำตาอาบอยู่เต็มสองแก้ม

“แพรวทำใจดีๆ ไว้นะลูก พ่อเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากคุณป้าพิมพ์ที่บอสตัน”

แค่พ่อเริ่มต้นเอ่ยแบบนี้ เด็กสาวก็รู้สึกได้ทันที ว่าเรื่องไม่ดีกำลังจะตามมา แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อพ่อได้กล่าวต่อไปว่า

“ป้าโทรมาบอกว่าเครื่องบินที่บินระหว่างบอสตันกับลอสแองเจลิส ที่แม่กับพี่พร้อมนั่งระหว่างที่พากันไปเที่ยวฉลองเรียนจบของพี่ เกิดตกจนเกิดระ…ระเบิด และทำให้… เอ่อ… ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดเสียชีวิตในทันที”

สิ้นเสียงบอกเล่าอย่างสะอึกสะอื้นของพ่อ แพรรภัสก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง

สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้จนเด็กสาวหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนพร้อมกับคราบน้ำตา หากเธอยังได้ยินเสียงของพ่อก้องอยู่ในหูทั้งที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองหลับหรือตื่น….

“แพรว… แม่และพี่พร้อมได้จากพวกเราไปแล้วลูก”

จากเหตุการณ์ในค่ำคืนนั้น ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกกลัวการขึ้นเครื่องบินขึ้นมาจับใจ… ไม่ว่าใครจะชวนไปไหน หากไม่มีความจำเป็นหรือปฏิเสธได้ เธอจะพยายามบ่ายเบี่ยงการเดินทางด้วยเครื่องบินเสมอ

จนกระทั่งเมื่อวานนี้เองที่หญิงสาวรู้สึกว่าการนั่งเครื่องบินไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด… อาจเป็นเพราะชายหนุ่มแปลกหน้าที่บังเอิญนั่งอยู่ติดกันคนนั้นก็เป็นได้

คิดถึงตรงนี้ แพรรภัสยิ่งรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบเค้นอยู่ที่ขั้วหัวใจของตัวเองหนักมากขึ้นไปอีก

หญิงสาวคิด… หรือความรู้สึกอึดอัดนี้… เกิดจากการที่เราจากหลวงพระบางมาโดยไม่ทันได้บอกลาชายหนุ่มผู้มีดวงหน้าคร้ามคมคนนั้น

ด้วยความตกใจระคนกังวลใจ ทันทีที่ป้าหมอนหรือดวงสมรผู้เป็นแม่บ้าน โทรศัพท์ข้ามประเทศมาหาตั้งแต่ตอนเช้ามืดเพื่อแจ้งข่าวว่าคุณพ่อของหล่อนประสบอุบัติเหตุ แพรรภัสก็กลายเป็นคนที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

หลังจากตั้งสติ… สิ่งแรกที่ทำได้คือการโทรไปหานีรนาท

“นีร… นีรช่วยเราด้วย พ่อเรารถคว่ำเมื่อเช้านี้ ตอนนี้เขาย้ายพ่อมารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลบำรุงเวช นีรช่วยไปดูอาการคุณพ่อให้ที… เราจะบินกลับไปทันทีที่หาตั๋วเครื่องบินได้” หญิงสาวพูดเสียงสั่นขณะที่โทรไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิท

และนีรนาทก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง… ดาราสาวผู้เป็นเพื่อนรักขับรถออกจากบ้านทั้งที่ยังคุยกันทางโทรศัพท์มือถือ และออกไปทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดนอน ไม่ได้แต่งหน้า ทำผม หรือแม้แต่จะแปรงฟัน นีรนาทไม่ยอมให้หญิงสาววางสายโทรศัพท์ด้วยซ้ำ เพียงเพราะกลัวว่าเธอจะว้าวุ่นใจจนทำอะไรไม่ถูก

“แกทำใจดีๆ ไว้นะแพรว เดี๋ยวฉันไปดูคุณพ่อให้… ระหว่างนี้แกรีบเก็บข้าวของแล้วออกไปหาพนักงานของโรงแรม เพื่อให้เขาเช็กว่ามีสายการบินไหนที่บินจากหลวงพระบางมากรุงเทพฯ ไฟลต์แรกเช้าวันนี้”

ดาราสาวผู้มีนิสัยโผงผางมุทะลุ กลับกลายเป็นคนที่ตั้งสติได้ก่อนพร้อมทั้งยังช่วยแนะนำให้เพื่อนจัดการแก้ปัญหาทุกเรื่องอย่างเป็นขั้นเป็นตอนด้วยสติ… ถ้าไม่มีนีรนาท แพรรภัสคงยังทำอะไรไม่ถูก

เรื่องของคุณพ่อ หญิงวางใจลงได้นิดหน่อย เมื่อเพื่อนรักบอกว่าเดินทางไปถึงที่โรงพยาบาลแล้ว แต่สิ่งที่นีรนาทช่วยหญิงสาวไม่ได้ คือการจัดการกับปัญหาของหัวใจ…

ความรู้สึกแบบนี้เรียกว่าความรักใช่ไหม? แพรรภัสคิดแล้วก็ก่นด่าตัวเองว่านี่ไม่ใช่เวลา เรื่องของคุณพ่อนั้นหนักหนาสาหัสกว่าสิ่งที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ในหัวใจ

หญิงสาวได้แต่ทำใจ เพราะแน่ใจว่าคงไม่มีทางได้พบเจอกับชายหนุ่มคนนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง ด้วยเพราะไม่รู้จะติดต่อกับเขาได้อย่างไร

 

บรรยากาศอันเงียบสงบและสวยงามของห้องรับรองหน้าห้องไอซียูของโรงพยาบาลเอกชนสุดหรู ไม่ได้ช่วยให้แพรรภัสคลายความกังวลไปได้เลย แม้ว่าจะมีป้าหมอนและนีรนาทผู้ซึ่งนั่งอยู่ด้วยท่าทางอิดโรยคอยอยู่เป็นเพื่อนก็ตาม

ดาราสาวเพิ่งหลับไปไม่ถึงสามชั่วโมงเมื่อตอนที่แพรรภัสโทรศัพท์ไปหา แต่หญิงสาวก็ยินดีแซะตัวเองจากที่นอน และออกจากบ้านมาโรงพยาบาลด้วยเพราะเป็นห่วงอาการของพ่อของเพื่อนรักอย่างเต็มใจ

“หน้าเน่อไม่ได้แต่ง นี่ถ้านักข่าวมาเห็นฉันตอนนี้คงจะตกใจ คิดว่าฉันกำลังแต่งหน้าเอฟเฟ็กต์เล่นละครผี… แต่ช่างเถอะ…” นีรนาทคิด “เรื่องของยัยแพรวสำคัญกว่า”

นักแสดงสาวบอกตัวเองว่านาทีนี้ไม่ใช่เวลาห่วงสวย หากกลับเป็นเวลาที่หล่อนควรจะทำหน้าที่ของเพื่อนที่ดี คอยอยู่เคียงข้างเพื่อนรักในขณะที่แพรรภัสกำลังไม่สบายใจ

“แกทำใจดีๆ ไว้นะแพรว คุณพ่อต้องไม่เป็นอะไร แกเชื่อฉัน” ดาราสาวพยายามบอกกับเพื่อนสนิททั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่อาจทำได้เช่นนั้น

นีรนาทมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อสามชั่วโมงก่อน และมีโอกาสได้คุยกับคุณหมอที่ทำการรักษานายพิพิธ ฟังจากอาการที่หมอเล่า พ่อของเพื่อนหล่อนท่าทางจะแย่

มีเลือดออกในช่องท้องและกระดูกซี่โครงหักเสียบทะลุปอดและหัวใจ แขนหักทั้งสองข้าง และกระดูกขาข้างขวาแตกละเอียดเพราะแรงอัดของประตูรถฝั่งคนขับ

หมอบอกว่าจะทำการรักษาให้ดีที่สุด แต่ที่ดีที่สุดของหมอ… จะดีพอสำหรับแพรรภัสหรือไม่ นีรนาทเองก็ยังไม่อาจล่วงรู้ได้

พิพิธนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูถึงสามวันเต็ม ก่อนที่พยาบาลประจำวอร์ดจะยอมให้ลูกสาวเข้าไปเยี่ยมได้

ทันทีที่เห็นสภาพของพ่อ… แพรรภัสก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้

หล่อนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของตัวเองในขณะนี้…

พ่อผู้เคยแข็งแรงนอนแบ็บอยู่บนเตียง พร้อมกับมีสายอะไรต่อมิอะไรที่พันกันยุ่งเหยิงอยู่บนเสาเหล็กเหนือศีรษะ

หญิงสาวร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า… โดยมีเพียงดวงสมรและนีรนาทที่ผลัดกันเข้ามาปลอบใจ และบอกให้หล่อนทำใจให้เข้มแข็ง เพื่อที่จะส่งแรงอธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงให้ช่วยบันดาลให้พ่อหายดีโดยไว

หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วทั้งสากลโลกดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำอธิษฐานของหญิงสาว

กลางดึกของคืนที่สี่ขณะที่แพรรภัสนั่งเฝ้าดูอาการของพ่ออยู่อีกฟากฝั่งของห้องกระจก… เครื่องติดตามการเต้นของหัวใจและความดันที่เสียบอยู่บนเสาข้างเตียงก็แผดเสียงร้องดังลั่น เพื่อเตือนให้พยาบาลรู้ว่าอัตราการเต้นของหัวใจคนไข้กำลังตกหล่นลงไปอยู่ในระดับที่วิกฤต และความดันก็แกว่งขึ้นลงอย่างไม่น่าไว้ใจ

แพรรภัสถูกกันให้ออกไปจากห้องไอซียูในทันที และนั่น… เป็นครั้งสุดท้ายที่หญิงสาวได้เห็นหน้าพ่อผู้เป็นที่รัก… ในขณะที่ท่านยังมีลมหายใจ


นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ ได้ลงจนจบบริบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทางผู้เขียนใจดีมอบ 5 บทแรกไว้ให้อ่านกันที่อ่านเอา และหากติดใจอย่างอ่านต่อสามารถติดตามฉบับรวมเล่มที่ออกโดย สำนักพิมพ์ Groove www.groovebooks.com

Don`t copy text!