นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 7 : พระรองร้อยเทคผู้น่า…(รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 7 : พระรองร้อยเทคผู้น่า…(รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

โอ้ย ร้อนตับจะแตก นี่พี่ลูกนกแน่ใจนะฮะ ว่าเรากำลังถ่ายละครเรื่องอัสดงในลมหนาวนักแสดงหนุ่มหน้าตี๋ที่อยู่ในชุดเสื้อแจ็กเกตหนังสีดำ คลุมทับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน บ่นกระปอดกระแปดตั้งแต่ช่วงเช้าที่เขาเดินทางมาถึงสถานที่ถ่ายทำละคร

วันนี้เป็นการถ่ายทำฉากที่เพื่อนของพระเอกซึ่งเขารับบท จะต้องปะทะคารมกับเพื่อนสนิทของฝั่งนางเอก… แค่รู้ว่าใครมารับบทนี้ ชายหนุ่มหน้าตี๋ก็แน่ใจได้ทันทีว่าวันนี้ต้องมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นแน่

ให้ผมแต่งตัวเหมือนกับอยู่สวิส แล้วมาถ่ายละครกันที่ห้าแยกลาดพร้าวตอนเที่ยงของต้นเดือนเมษายน นี่ถ้าไม่บ้าเป็นทุน ผมเล่นไม่ได้หรอกนะนักแสดงหนุ่มผู้เป็นกันเอง เอ่ยอย่างสนุกสนานกับช่างแต่งหน้าของกองถ่าย

เขาเป็นอย่างนี้เอง…เป็นคนขี้เล่น พูดจาสนุกสนาน จึงทำให้บรรดาสาวประเภทสองที่เป็นช่างแต่งหน้าและช่างทำผม นิยมที่จะพูดคุยกับเขาในช่วงที่พักจากการถ่ายทำ

ชายหนุ่มไม่เคยถือตัวว่าตัวเองเป็นดารา  จะถือตัวบ้าอะไรให้มันหนักวะ เขาเคยบอกกับเพื่อนหลายคนอย่างนั้นเอาไว้ข้าดังอย่างดาราฮอลลีวูดเมื่อไร เดี๋ยวจะเรื่องมากให้ช่างแต่งหน้ายันผู้กำกับเอาไปเม้าท์กันสนั่นเมืองเลย ภีมพูดเล่นให้เพื่อนรู้สึกสนุกสนาน

ก็เพราะเขารู้นะสิว่าบ้า…เขาเลยเรียกให้มาเล่นเสียงแหลมบาดแก้วหูแทรกขึ้นมาในทันทีที่เขาพูดจบ

ไม่ต้องหันหน้าไปมองก็รู้ว่าใครเป็นคนเอ่ย

เฮ้อะ จะเป็นใครไปได้…นอกจากแม่ดาราสาวคนที่เขาหมายตาอยู่ ผู้ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมาในวงการ ที่เหล่าบรรดาผู้จัดละครพยายามหลีกเลี่ยงจะให้ทั้งสองมาร่วมงานกัน

เรื่องสุดท้ายก็คงเป็น จันทร์กระจ่างฟ้า ที่ยัยนั่นเล่นเป็นตำรวจสาวซึ่งปลอมตัวเป็นโสเภณีใส่วิกผมสีแดง แล้วกระโดดเตะผ่าหมากเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นละ

ต้องนับว่าพี่หนูดี ซึ่งเป็นผู้จัดละครเรื่องนี้นั้นกล้าหาญมาก ที่มอบบทให้เขาและนีรนาทมาเล่นละครด้วยกัน แถมยังต้องเข้าฉากร่วมกันบ่อยๆ อีกต่างหาก

แหมๆๆๆ…ดูพูดเข้า นี่ถ้าฉันบ้า แล้วคนที่พูดกันรู้เรื่องด้วยนี่ก็คงบ้าไม่แพ้กันเนอะ…ใช่ไหมฮะพี่ลูกนกชายหนุ่มสวนกลับ ซ้ำยังโยนระเบิดต่อไปยังกะเทยสาวช่างแต่งหน้าที่กำลังเขียนคิ้วให้เขาอยู่

ว้าย พูดอะไรแบบนั้นคะน้องภีม คนหล่อคนสวยอย่างน้องภีมและน้องนีรจะบ้าได้ยังไงกันสาวประเภทสองร่างใหญ่รีบพูดออกตัวพร้อมกับบ่นเปรยๆอุ้ย หิวน้ำจังก่อนจะหลบฉากหนีหายไปจากวงสนทนานั้นอย่างรวดเร็ว เพื่อไปยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ประหนึ่งว่าไม่อยากจะติดร่างแหแต่ก็ไม่อยากจะตกข่าว แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองฝ่ายต้องเร่งไปแต่งหน้าแต่งผม จึงไม่ได้ปะทะคารมกันต่อ

 

เมื่อถึงเวลาถ่ายทำ ผู้ช่วยผู้กำกับเดินมาซักซ้อมครั้งสุดท้ายกับนักแสดงทั้งสองคน เพื่อให้รู้ว่าวันนี้เป็นการถ่ายทำฉากที่เพื่อนพระเอกและเพื่อนของนางเอก ซึ่งกำลังขับรถติดตามรถคันข้างหน้าที่พระเอกและนางเอกของเรื่องนั่งอยู่ เกิดเสียขึ้นมากะทันหัน เลยต้องมาจอดค้างอยู่กลางห้าแยกลาดพร้าว

ตามท้องเรื่องนั้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งอากาศในกรุงเทพฯ นั้นหนาวกว่าปกติ… สองหนุ่มสาวเลยต้องแต่งตัวกันเต็มยศ ตั้งแต่เสื้อแจ็กเกตหนัง ถุงมือ หมวกไหมพรม และผ้าพันคอหนานุ่ม ซึ่งในฉากนั้นทั้งสองกำลังปลอมตัวเพื่อสะกดรอยตามเพื่อนของแต่ละฝ่ายที่แอบนัดพบกันอยู่ด้วย …พี่เด็ดเดี่ยว ฝ่ายคอสตูม เลยจัดเตรียมชุดมาสุดกำลัง ราวกับยกกองไปถ่ายทำยังประเทศแถบยุโรป

หวังว่าวันนี้จะไม่มีคนที่ไร้ความเป็นมืออาชีพ แสดงห่วยๆ ให้ต้องเทกถ่วงความเจริญคนอื่นนะ… ยิ่งร้อนๆ อยู่ เดี๋ยวพ่อคลั่งจับบีบคอไม่รู้ด้วยภีมกระตุกหนวดเสือสาวด้วยการแหย่นีรนาททันทีที่ทั้งสองเข้าไปนั่งอยู่ในรถ เพื่อกำลังจะเตรียมถ่ายทำ

ก็ต้องดูก่อนนะ ว่าอีคนที่มันเข้าฉากด้วยจะเล่นเป็นธรรมชาติแค่ไหน… ไอ้ประเภทเล่นเป็นธรรมชาติ แข็งทื่อเป็นท่อนไม้ เป็นก้อนหิน อย่างที่สื่อเข้าให้ฉายาว่า ‘พระรองร้อยเทก’ นั่นน่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนก็แล้วกันดาราสาวสวนกลับอย่างคนที่ทันกัน

หลังจากผู้กำกับสั่งถ่ายทำไปได้ไม่กี่นาที ก็ส่งเสียงแผดลั่นคัตตตตตตตตตตตตตตตตตตตต!!!!เสียงผู้กำกับ เจ้าของฉายา จอมโหดประจำกองถ่ายตะโกนใส่เครื่องขยายเสียงดังลั่นกลางห้าแยกลาดพร้าว

น้องนีร ไอ้ภีม… พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าตอนที่ถึงฉากรถเสียต้องเบรกกะทันหัน บทของหนูทั้งสองคนจะต้องพยายามก้มหาโทรศัพท์มือถือที่ตกลงไปอยู่ตรงซอกเบาะ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา แล้วบังเอิญจมูกของพระรองไปโดนเข้ากับแก้มของเพื่อนนางเอก… จากนั้นเพื่อนนางเอกก็ทำท่าขวยเขิน… อ่อนระทวยกันไปมา จนทำให้ตามรถของพระเอกที่อยู่ข้างหน้าไม่ทัน แล้วนี่อะไร พอรถเบรกแล้วก้มไปหยิบมือถือยังพอไหว แต่อีตอนเงยขึ้นมาดันทำหน้าอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน นี่อ่านบทกันมาบ้างหรือเปล่าโว้ย

ผู้กำกับหนุ่มเริ่มมีอาการฉุนเฉียวเพราะความร้อน และไม่ได้ดังใจที่ต้องเทกฉากง่ายๆ อย่างนี้แล้วถึงห้าหน ก่อนที่จะหันไปบอกกับช่างแต่งหน้า

เอ้า พักกองก่อน ยัยลูกนกเข้าไปซับหน้าน้องมันหน่อย ไอ้ภีมมันเหงื่อไหลย้อยจะเป็นน้ำตกอยู่แล้วนั่น ส่วนยัยเด็ดเดี่ยวก็เข้าไปดูชุดด้วย… นี่ถอนขนเป็ดขนห่านมาทั้งเล้าเลยหรือเปล่าวะ จัดเต็มซะไม่เหลือเผื่อไว้กันหนาวชาติหน้าเลยหรือไง

หลังจากสงบสติอารมณ์ และโดนผู้กำกับวีนแตก… วิญญาณนักแสดงมืออาชีพของทั้งสองจึงลอยกลับเข้าร่าง พอผู้กำกับส่งสัญญาณให้ถ่ายทำฉากนี้อีกครั้ง คราวนี้นักแสดงหนุ่มสาวทั้งสองก็สามารถแสดงได้จนผ่านการถ่ายทำฉากนั้นได้ในทันที

เฮ้อ ถ่ายเสร็จสักที… ฉากง่ายๆ แค่นี้ก็ยังปาเข้าไปตั้งห้าเทก แค่ทำหน้าเขินอย่างผู้หญิงเขาเขินผู้ชาย ให้หญิงเทียมอย่างพี่ลูกนกหรือพี่เดี่ยวมาเล่นก็คงเล่นได้… จะมีก็แต่ทอมเท่านั้นล่ะที่เขินผู้ชายไม่เป็นภีมเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ในขณะที่กำลังหันไปไหว้ทีมงานคนนั้นคนนี้เพื่อเตรียมจะกลับบ้าน

หากดาราสาวรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปจากกองเพราะไม่มีเวลาอยู่ต่อปากต่อคำ นั่นเพราะหล่อนมีเรื่องสำคัญให้ต้องไปจัดการ ทิ้งให้ภีมยืนผิดหวังที่ไม่ได้ปะทะคารมอย่างทุกครั้ง

“หน็อย ไอ้บ้า… เจอทีไรเป็นได้กวนประสาทฉันทุกที นี่มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของฉันที่ต้องมาเจอกับคนแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าพี่หนูดีเป็นคนโทรมาชวนให้เล่น และละครบ้านี่ไม่ได้สร้างจากบทประพันธ์ของยายแพรว ฉันไม่ยอมเล่นเด็ดขาด นักแสดงสาวคิดในขณะที่ขับรถออกจากกองถ่าย เพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่เพื่อนสนิทนัดเอาไว้

ขออย่าได้เจอะได้เจอมันอีกเลยหญิงสาวคิดอย่างหงุดหงิดรำคาญใจ

แต่ดูเหมือนว่าใครสักคนบนฟ้ารู้สึกอยากเล่นตลกกับคำขอของนีรนาท เพราะหญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะได้พบกับภีมอีกครั้ง อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายมากที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของเธอเลยทีเดียว

Don`t copy text!