นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 8 : แผนร้ายทำลาย… (รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 8 : แผนร้ายทำลาย… (รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

เช้าก่อนวันถ่ายทำฉากรถเสียกลางห้าแยกลาดพร้าว ภีมรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกเข้า ก่อนจะเหลือบมองแล้วพบว่าเป็นเสกวสันต์ที่โทรเข้ามา

ว่าไงวะไอ้ซันนี่ เอ็งมีอะไรถึงได้โทรมาหาข้าเช้าขนาดนี้ ดีนะที่มีคิวถ่ายละครตอนเที่ยง ข้าถึงได้ตื่นแล้ว ไม่งั้นมีด่าหนุ่มหน้าตี๋ส่งเสียงทักทายเพื่อนสนิท

ข้ามีเรื่องให้ช่วยเสกวสันต์เริ่มต้นสั้นๆ ก่อนจะบอกแผนการให้เพื่อนสนิทฟังทั้งหมด

น่าสนุก… ข้าเอาด้วย ไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นดาราหนุ่มรูปหล่อ งานนี้ข้าจะตีบทให้แตกกระจุยเลย เอ็งคอยดูภีมรับคำหลังจากฟังแผนการของเพื่อน ก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยังสถานที่ถ่ายทำละครในวันนี้

การถ่ายทำละครจบลงด้วยด้วยดี ถึงแม้จะโดนผู้กำกับด่าใส่เครื่องขยายเสียงไปหนหนึ่ง แต่ถึงกระนั้นภีมก็คิดว่าตัวเองทำได้ดีพอสมควร เขารู้ว่าตัวเองไม่ใช้นักแสดงที่มีฝีมือมากถึงขนาดที่เล่นละครแล้วจะได้โล่ได้รางวัล แต่อย่างน้อย การที่เขาแสดงออกให้ทุกคนเห็นว่าเขาพยายามอย่างหนัก ก็ทำให้ทั้งผู้จัดและผู้กำกับต่างก็ชื่นชอบที่จะได้ร่วมงานกับเขาบ่อยๆ  

หลังจากถ่ายทำเสร็จ นักแสดงหนุ่มรู้สึกสำราญใจที่ได้ปะทะฝีปากกับหญิงสาวหน้าเฉี่ยวคนนั้น… หล่อนน่ารัก เขาบอกกับตัวเองในใจ ฉันชอบผู้หญิงคนนี้

แต่ก็นั่นล่ะ แค่ชอบ… หากฝ่ายหญิงทำท่าเกลียดเขาอย่างกับกิ้งกือไส้เดือน… จีบไปก็คงรับประทานแห้ว… อย่างดีคงได้แค่เอาลับฝีปากให้สบายอารมณ์ไปวันๆ เท่านั้นเอง

ขณะที่คิดถึงนีรนาท ชายหนุ่มก็ขับรถมาถึงยังจุดหมายที่เขานัดกับเสกวสันต์เอาไว้พอดี ดาราหนุ่มเลี้ยวรถช้าๆ ไปยังจอดยังลานจอดรถของร้านอาหาร เมื่อเสียงเครื่องยนต์ดับสนิท ชายหนุ่มแหงนหน้ามองตัวเองในกระจกเงา กระชับปกเสื้อให้เข้าที่… ก่อนที่จะบอกตัวเองให้เตรียมแสดงละครบทใหม่ ที่เขารู้สึกสนุกและกระชุ่มกระช่วยเสียเต็มประดา จากนั้นก็เดินลงจากรถแล้วก็พบว่ารถยนต์สีดำคันหรูของเพื่อนสนิท กำลังเลี้ยวเข้ามาจอดอยู่ข้างๆ กันนั่นเอง

 

แหมยัยแพรว แกใส่แว่นดำอำพรางหน้าซะจนฉันมองหาแทบไม่เห็น ดีนะที่ฉันรู้สึกว่าแกดูประหลาด เพราะคนบ้าที่ไหนมันมานั่งใส่แว่นดำในร้านอาหาร พอฉันเห็นคนประหลาด ฉันเลยตั้งใจมอง เลยรู้ว่าเป็นแกนีรนาทเอ่ยเสียงแหลมทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะหมายเลขแปด ที่แพรรภัสนั่งอยู่

ร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งนี้อยู่ในซอยศาลาแดง 1 ซึ่งสามารถทะลุออกไปยังถนนพระรามสี่ และถนนสาทรได้… เป็นร้านขนาดไม่ใหญ่หากตกแต่งได้อย่างสวยหรู ระหว่างโต๊ะมีกระถางต้นไม้มาวางกั้นไว้มากน้อยต่างกัน เสมือนเป็นฉากที่ช่วยให้ทุกโต๊ะของร้านได้รับความเป็นส่วนตัว…

นีรนาทเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการให้เลือกร้านนี้ก็เพราะเหตุผลเรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก.. ดาราสาวโทรมาจองโต๊ะหมายเลข 9 ในชื่อของแพรรภัส ในทันทีที่เพื่อนสนิทบอกว่าคู่หมั้นคู่หมายของเธอคนนั้นอยากนัดพบ

จากนั้นนีรนาทก็โทรกลับมายังร้านอาหารแห่งนี้อีกครั้ง เพื่อจองโต๊ะเบอร์ 8 ที่อยู่ติดกันในชื่อของตัวเอง อดีตนางแบบสาวจำได้ว่า ถึงทั้งสองโต๊ะจะอยู่ติดกัน หากไม่สามารถมองเห็นกันได้เพราะมีกระถางต้นไม้น้อยใหญ่วางเรียงรายอยู่ราวกับเป็นกำพังชั้นดี

แพรรภัสมาถึงก่อน พร้อมกับบอกบริการว่าจองโต๊ะเอาไว้ในนามของนีรนาท จากนั้นก็มานั่งรอเพื่อนสนิทซึ่งไปถ่ายละครอยู่ไม่นานที่โต๊ะเบอร์แปด ก่อนที่เสียงแหลมๆ ของนีรนาทจะดังขึ้นในไม่กี่นาทีหลังจากนั้น

นี่ฉันอุตส่าห์บึ่งรถมาทันทีที่เลิกกองเลยนะแก ตั้งใจมาก่อนเวลาที่แกนัดผู้ชายคนนั้นไว้สักชั่วโมงนึง จะได้มานั่งวางแผนกับแกก่อน ตกลงจะให้ฉันปลอมตัวเป็นแกจริงๆ เหรอยะดาราสาวถาม

แล้วผู้ชายคนนั้นมันจะซื่อบื้อ ไม่รู้เชียวเหรอว่าฉันไม่ใช่แก… ฉันออกจะสวย ออกจะโด่งดังนีรนาทเอ่ยอย่างมีจริตจะก้าน

เราก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่หรอก แต่เขาไปเรียนเมืองนอกหลายปี คงไม่ได้สนใจเรื่องวงการบันเทิงไทยแพรรภัสตอบไปอย่างที่คิด

ตกลงจะให้ฉันสวมบทเป็นแก คุยกับผู้ชายที่เป็นคู่หมั้นคู่หมาย เพื่อที่แกจะได้ลอบมองว่าเขาเป็นคนยังไงจริงๆ ใช่ไหมยะ… แล้วถ้าเกิดเขาหล่อล่ำถูกใจแกขึ้นมา หรือถ้าเขาเกิดมาปิ๊งฉันละ แกจะทำยังไงดาราสาวพยายามคิดอย่างมีเหตุมีผล

หญิงสาวเจ้าของแผนการอึ้งไปเล็กน้อยด้วยไม่ทันคิดมาก่อน แล้วจึงเอ่ย

เรื่องนี้เราก็ยังไม่ได้คิด รู้แต่เพียงว่าไม่กล้าจะเจอหน้ากับเขาตรงๆ… จริงๆ เคยพบกันตอนเด็กๆ หลายหน แต่จำชื่อและหน้าเขาไม่ได้… พอรู้ว่าพ่อหมั้นหมายไว้ให้กันก็เลยปอดๆ ไม่กล้าพบหน้าเขานี่ล่ะ… นี่ก็กะว่าจะแอบดู จริงๆ ก็ตั้งใจจะปฏิเสธอยู่แล้ว ถ้ายิ่งพบว่าเคมีไม่ตรงกัน เราจะได้โทรไปบอกพ่อของเขาว่าขอยกเลิกการหมั้นหมายบ้าๆ นี่… แล้วเรื่องก็คงจะจบ

มันจะไม่จบหากว่าเขาหล่อนะสิแก๊… ถ้าหล่อฉันเอานะนีรนาทพูดเสียงสูงและหัวเราะร่วน ก่อนที่จะเห็นสายตาของเพื่อนสนิทที่ส่งสัญญาณให้หยุดพูด เพราะได้ยินเสียงของผู้ชายมานั่งอยู่ที่โต๊ะเบอร์เก้าแล้ว

น่าแปลก… ผู้ที่นั่งลงยังโต๊ะติดกันนั้นไม่ได้มีเพียงหนึ่งหากกลับมีถึงสอง…  แพรรภัสและนีรนาทกำลังนึกสงสัยก่อนที่เสียงทะเล้นๆ ของชายคนหนึ่งจะเอ่ยออกมา

นี่เรามาก่อนเวลา หวังว่าจะไม่เจอคู่หมั้นของเอ็งนะ

เสียงผู้ชายคนแรกเอ่ยขึ้น และนีรนาทก็รู้สึกคุ้นหูเหลือเกิน

ไม่หรอกวะ ข้าว่าคงยังไม่มา ถ้ามาเราก็ต้องเห็นสิ นัดกันไว้ที่โต๊ะนี้นี่หว่า

อีกเสียงที่คุ้นหูแพรรภัสตอบ

ตกลงแกจะเอาอย่างนี้ใช่ไหมวะ ให้ข้าทำตัวทรามๆ ใส่ผู้หญิงคนนั้น เพื่อที่เขาจะได้ขอยกเลิกการหมั้นหมายอะไรนี่… ว่าแต่ทำไมแกไม่ทำซะเองดาราหนุ่มถามต่อ

เออ เอาแบบนั้นล่ะ ใจข้าก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกว่ะ … แต่เอ็งลองนึกดูนะ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะยอมให้พ่อคลุมถุงชนวะ… ขนาดพ่อตัวเองตายไปแล้วยังจะมาเคร่งครัดรักษาสัญญา… นี่ถ้าไม่หน้าเงือกก็คงอ้วนเผละเป็นตุ่มเดินได้ แล้วที่ให้เอ็งเป็นคนจัดการ ก็เพราะเอ็งหล่อ สมาร์ต รูปงาม นามเพราะ… เอ็งดีเลิศ เหมาะมากสำหรับการหักอกสาว

เสกวสันต์เอ่ยอย่างคะนองปากเพราะคิดว่าอยู่เพียงลำพังกับเพื่อนสนิท พร้อมกับเยินยอเพื่อนตัวเองเสียยกใหญ่ โดยที่เขารู้อยู่แล้วว่าที่ภีมยอมทำก็เพราะว่าเขาเอ่ยปากขอร้อง ไม่ใช่เพราะคำสรรเสริญเยินยออะไรพวกนี้

เมื่อแพรรภัสได้ยินชายหนุ่มที่ยังมองไม่เห็นหน้าคนนั้นเอ่ย หญิงสาวก็รู้สึกหูอื้อตาลายด้วยความโกรธจนเกือบจะลุกขึ้นไปมองหน้าผู้ชายสองคนที่กำลังนินทาเธออยู่อย่างเสียๆ หายๆ  หากนีรนาทรีบคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน และส่งเสียงเตือนเบาๆ ว่าให้นั่งฟังต่อไปก่อน…

ให้เหยื่อเผลอพูดแผนการออกมาให้หมดก่อน เราจะได้หาทางตลบหลังในภายหลัง รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งย่ะนีรนาทกระซิบอย่างแผ่วเบาเพื่อให้ได้ยินกันเพียงสองคน และทำสีหน้าอย่างผู้ชนะที่มาเหนือเมฆเสียเต็มประดา

หากสำหรับแพรรภัส เมื่อได้ฟังชายหนุ่มสองคนนั้นพูดถึงตัวเองด้วยความคึกคะนอง …นาทีนั้นหล่อนก็ตัดสินใจได้ทันทีว่าไม่มีวันจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนไหนในสองคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะติดกันนี่ก็ตาม

ต่อให้เขาหล่อ รวย รูปร่างสมาร์ตแค่ไหน หากจิตใจหยาบกระด้าง พูดจาให้ร้ายผู้หญิงที่ยังไม่เคยพบหน้ากันแบบนี้ หล่อนไม่มีวันจะยอมร่วมหอลงโรงด้วยเป็นอันขาด

จนเมื่อใกล้ถึงเวลาที่นัดหมาย เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งบอกให้อีกคนไปนั่งโต๊ะอื่น เพราะอีกไม่กี่นาทีเป้าหมายที่พวกเขารออยู่ก็คงจะมาถึง

ทั้งสองสาวนิ่งฟังการสนทนานั้น จนแน่ใจว่าชายหนุ่มอีกคนเดินลุกออกไปจากโต๊ะแล้ว… นีรนาทก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมกับแอบลุกขึ้นเดินไปยังประตูหน้าร้าน ก่อนที่จะย้อนกลับมายังโต๊ะหมายเลข 9  โดยที่ไม่ลืมหันมายักคิ้วให้แพรรภัสซึ่งนั่งหันหลังอยู่ในโต๊ะหมายเลข 8 ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินเลยผ่านไปยังโต๊ะเป้าหมาย

ทันที่ที่เดินไปถึงโต๊ะ เสียงกรีดร้องของนีรนาทก็ดังลั่นทั่วร้านอาหารสุดหรูจนแพรรภัสตกใจ ไม่ต่างอะไรกับแขกคนอื่นๆ รวมทั้งบริกรที่หันมามองกันเป็นสายตาเดียว

กรี๊ดดดดด แก…ไอ้บ้า… เป็นแกไปได้ยังไง ฉันสาปส่งแกไปเมื่อกี้ ทำไมยังมาเจอกันได้อีก ตายยากเป็นบ้า นี่แกเป็นสตอลเกอร์คอยสะกดรอยคนสวยอย่างฉันหรือเปล่ายะดาราสาวด่ากราดไปยังชายหนุ่มที่นั่งเพียงลำพังอย่างลืมตัว โดยไม่อายสายตาใคร

ข้างฝ่ายของภีมนั้นกำลังมึนงง.. นีรนาทน่ะหรือคือคู่หมั้นของเสกวสันต์… นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันนี่

ผู้หญิงที่เขาแอบชอบกลายมาเป็นคู่หมั้นของเพื่อนรัก… แถมยังมาเจอกันในขณะที่เขาปลอมตัวเป็นคู่หมั้นของหล่อนอีก… มันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนและยุ่งเหยิงราวกับเป็นละครหลังข่าวอะไรปานนี้

ขณะที่ชายหนุ่มยังมัวแต่อึ้ง แผนการและประโยคสนทนาห่ามๆ ที่เตรียมเอาไว้ก็มลายหายไปในคอของเขาจนหมด ภีมยอมรับว่าตัวเองได้กลายเป็นนักแสดงที่เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติของก้อนหิน ซึ่งกำลังแน่นิ่ง ไม่ไหวติง อย่างที่เหล่าบรรดาสื่อมวลชนชอบแซวเขาว่าพระรองร้อยเทกไปในบัดดล

เสียงกรีดร้องของนีรนาทและประโยคที่ก่นด่าดาราหนุ่มนั้น ทำให้เสกวสันต์และแพรรภัสตัดสินใจลุกไปหาเพื่อนของตนยังโต๊ะเบอร์เก้าในทันที

และในทันทีที่พบหน้ากัน… ชายหนุ่มรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่ได้พบกับหญิงสาว

คุณแพรวเสกวสันต์เรียกชื่อของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

หากในขณะเดียวกัน แพรรภัสรู้ได้ทันทีว่าเขาคือหนึ่งในสองคนที่เพิ่งจะนินทาว่าร้ายเธออย่างเสียๆ หายๆ

และไม่ทันที่จะเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มผู้มีดวงหน้าคร้ามคมคนนั้นได้พูดอะไรต่อ หญิงสาวยืนนิ่งเฉย ไม่แสดงท่าทางยินดีที่ได้พบเขาแต่อย่างใด… เสียงของแพรรภัสเอ่ยกับนีรนาทซึ่งยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ อย่างเยือกเย็นและทุ้มต่ำ

“ยัยนีร… กลับ!” 

Don`t copy text!