นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 11 : นิยาย… (รัก) สายฟ้าแลบ

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 11 : นิยาย… (รัก) สายฟ้าแลบ

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

แพรรภัสไม่ต้องเสียเวลานานเพื่อที่จะสงสัยว่าชายหนุ่มที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ เมื่อวันก่อนนั้นเป็นใคร เมื่อเสียงออดหน้าบ้านส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น ขณะที่หญิงสาวกำลังเดินลงมายังชั้นล่างของบ้าน ในตอนเช้าของวันต่อมา

ดวงสมรเดินหน้าตื่น มาพร้อมกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญแต่คุ้นเคยกันคนนั้น

ยัยแพรว!” เสียงของนีรนาทดังลั่น ก่อนร่างโปร่งระหงของหล่อนจะก้าวพ้นประตูบ้านเข้ามาอยู่ในระยะสายตา

เพื่อนของเธอมาในชุดแซกสีแดงแปร๊ดเข้ารูปที่เหมาะกับทรวดทรงองค์เอว

แต่งหน้าทาปากในสไตล์โฉบเฉี่ยวและทำผมสยายรับหน้ารูปไข่ที่แสนเก๋… นี่ถ้าผู้ชายคนไหนได้มาเห็นนีรนาทในลุกส์นี้ คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้เลยว่าเธอเป็นคนสวย

เว้นเสียแต่ว่า… ถ้าเพื่อนของเธอจะไม่พูดโวยวายอย่างที่กำลังทำอยู่ตอนนี้

นี่แกไปทำอะไรมา สารภาพมาซะดีๆ นะยะ ทำไมถึงได้ไปโผล่อยู่ในหนังสือพิมพ์นี่

ดาราสาวคาดคั้นพร้อมกันส่งหนังสือพิมพ์บันเทิงฉบับหนึ่งมาให้ จากนั้นก็ออกคำสั่งเสร็จสรรพ

เปิดไปหน้าสิบเก้า… คอลัมน์เจ๊สอดจอมเสียด

แพรรภัสรับหนังสือพิมพ์บันเทิงฉบับนั้นมาแล้วเปิดไปยังหน้าที่เพื่อนบอก ก่อนจะพบว่าหน้าดังกล่าวนั้นอุทิศพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งให้กับข่าวบันเทิง ซึ่งพาดหัวข่าวด้วยตัวหนังสือสีแดงขนาดใหญ่

นิยายรักสายฟ้าแลบ ของนักเขียนชื่อดังกับดาราหนุ่มหน้าตี๋

หญิงสาวพบว่าข่าวที่ว่านั้นกำลังพูดถึงตัวเธอกับพระรองหนุ่ม คนที่เพิ่งพบกันโดยบังเอิญเมื่อวานนี้ ในเนื้อข่าวบอกละเอียดว่าผู้หญิงในภาพคือ แพรราตรีนักเขียนสาวชื่อดังที่มีผลงานการประพันธ์มากมาย พร้อมกับสาธยายเป็นตุเป็นตะว่ากำลังเดินจูงมือกับนักแสดงหนุ่มผู้มีชื่อเสียง ซึ่งกำลังพากันชอปปิ้งอย่างสวีตหวานกลางห้างสรรพสินค้าดังย่านชานเมือง

อะไรกันเนี่ย เขียนมั่วชะมัดนักเขียนสาวบ่น หากทว่าไม่ได้รู้สึกร้อนรน

แล้วความจริงมันเป็นยังไงยะ แกถึงได้ไปพบกับไอ้ตี๋นั่นได้… อย่าบอกฉันนะว่าเกิดพิศวาสมันตั้งแต่วันนั้น เลยติดอกติดใจไปนัดพบกันอีกน่ะเพื่อนสนิทของเธอพยายามคาดคั้น

บ้าสิ… นีรนี่พูดอะไรเพ้อเจ้อแพรรภัสทำเสียงตำหนิก่อนจะอธิบาย

เราก็แค่เจอคุณภีมเขาโดยบังเอิญ แล้วเขาก็พยายามจะขอโทษเราเรื่องวันนั้น

ขอโทษ?… นี่ฉันหูฝาดไปหรือเปล่ายะ ไอ้ภีมเนี่ยนะจะยอมเอ่ยคำขอโทษ… ทีเรื่องที่มันทำกับฉันเป็นสิบเป็นร้อยอย่าง ไม่เห็นมันจะแสดงท่าทางสำนึกเลยสักหนดาราสาวบ่นอย่างหงุดหงิด

ไม่ได้ขอโทษเราคนเดียวด้วยนะ เขายังฝากขอโทษนีรมาด้วยแพรรภัสกล่าวต่อ

นีรนาทซึ่งกำลังดื่มกาแฟที่ดวงสมรนำเข้ามาเสิร์ฟนั้น สำลักในทันทีที่ได้ยินหญิงสาวเอ่ย

ฝากมาขอโทษฉัน ไอ้บ้านั่นน่ะนะ? คราวนี้ดาราสาวรู้สึกตกใจจริงๆ พร้อมกับควานหากล่องใส่กระดาษเช็ดหน้า ก่อนที่จะดึงกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่นเพื่อเช็ดปาก และเลยไปเช็ดโต๊ะกระจกที่ใช้วางแก้วกาแฟและจานขนมด้วย

ก็ใช่น่ะสิ… จะว่าไปคุณภีมเขาก็น่ารักนะ เห็นยียวน กวนๆ และดูหยิ่งๆ แต่เขาก็พูดจามีเหตุผล

แหวะเสียงของเพื่อนสนิทแทรกขึ้นมาในทันใด ก่อนที่แพรรภัสจะเริ่มเล่าสิ่งที่ดาราหนุ่มคนนั้นพูดให้เธอฟัง

หญิงสาวเล่าให้เพื่อนฟังอย่างละเอียดถึงสาเหตุที่เขาจับมือถือแขน จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวในหนังสือพิมพ์ข่าวบันเทิงฉบับที่กลางหราอยู่บนโต๊ะตรงหน้านี้

นีรนาทซึ่งนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมกับดื่มกาแฟและรับประทานขนมปังทาแยมที่ดวงสมรนำมาเสิร์ฟต่อไปด้วยเสียงที่เงียบลง ราวกับกำลังใจใช้ความคิด ก่อนที่จะถามต่อ

แล้วแกก็เชื่อไอ้กระล่อนนั่น?

ก็…
เธอยังไม่ทันตอบ ดาราสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทก็รีบพูดต่อ

ชีวิตแกนี่น้ำเน่ายิ่งกว่านิยายที่แกเขียนอีกนะ… พ่อกับพ่อสัญญาจะให้ลูกแต่งงานกัน ลูกดันมาเจอกันก่อน ทำท่าเหมือนจะชอบกัน แต่ก็เกิดความเข้าใจผิดขึ้นเสียก่อน ต่อไปก็คง… พระเอกฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการเพื่อเอาชนะใจนางเอก สุดท้ายก็ได้กัน แฮปปี้เอนดิ้งนีรนาทสาธยาย

ส่วนเพื่อนนางเอกสาวสวยเซ็กซี่อย่างฉัน ก็ต้องนั่งอยู่บนคานต่อไป โอ๊ย ไม่ยุติธรรม… แต่เอ๊ะ เดี๋ยว อย่าบอกนะว่าแกให้อภัยผู้ชายสองคนนั่นแล้ว? นีรนาทคิดเองเออเอง

ไม่หรอก เรายังนึกอะไรไม่ออก แค่บอกว่าคุณภีมเขาก็พูดจามีเหตุผล แต่อีกคนนี่สิ ทั้งๆ ที่เจอหน้ากัน ยังไม่มีแม้แต่คำว่าขอโทษให้เราได้ยินนักเขียนสาวเอ่ยอย่างงรู้สึกน้อยใจ

แกไปเจอคุณซันอะไรนั่นมาแล้วเหรอนีรนาทสงสัย

ก็อย่างที่เล่าไปเมื่อวันนั้นไง ว่านายนั่นเป็นลูกชายของคุณลุงคิมหันต์ซึ่งเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ต้นสังกัดของเรา เมื่อวานนี้เราเข้าไปประชุมงานใหญ่ที่เป็นโปรเจ็กต์พิเศษครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัท ก็เลยเจอกัน แต่ไม่ทันได้พูดได้คุยอะไร เราก็รีบกลับเพราะไม่อยากเจอหน้าเขา อีกอย่าง… เราก็หงุดหงิดกับโปรเจ็กต์พิเศษที่ทางสำนักพิมพ์วางแผนขึ้นมาให้นักเขียนจับคู่กันเขียนนิยายภายใต้โจทย์เดียวกัน แล้วเราดันต้องมาเขียนคู่กับนักเขียนขวัญใจของนีรนี่ล่ะ เราเลยไม่มีอารมณ์จะอยู่คุยกับใคร

นักเขียนสาวพูดถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อน ที่เกิดเรื่องในร้านอาหารฝรั่งเศส ก่อนที่หลังจากนั้นทั้งสองจะพากันย้ายไปนั่งพูดคุยยังอีกร้านหนึ่งด้วยอารมณ์คับแค้น แล้วแพรรภัสจึงสบโอกาสบอกเล่าที่มาที่ไป ว่าเสกวสันต์หรือนายซันนี่ ก็คือคุณซัน ชายหนุ่มผู้แสนน่ารักที่เธอพบที่หลวงพระบาง

หากสำหรับเหตุการณ์เมื่อวานนี้ หญิงสาวไม่ได้บอกว่าชายหนุ่มคนนั้นพยายามที่จะเข้ามาพูดคุย แต่เธอเองนั่นแหละที่เป็นคนพยายามบ่ายเบี่ยงและเดินหนีจากมา ด้วยกลัวว่าจะแสดงความรู้สึกหวั่นไหวเพราะผู้ชายคนนั้นให้เพื่อนเห็น

เออ เข้าใจแล้ว ว่าแต่แกต้องเขียนนิยายคู่กับยัยป้ามหาภัยนั่นเหรอนีรนาททำตาพองโตด้วยความตกตะลึงเมื่อได้รู้ถึงรายละเอียดของโปรเจ็กต์พิเศษ จนไม่สนใจเรื่องของภีมและเสกวสันต์ที่กำลังคุยกันค้างอยู่

ใช่น่ะสิ แต่เราว่าจะถอนตัวจากโปรเจ็กต์นี้นะ ทั้งๆ ที่คิดว่าโชคดีเพราะเราได้เขียนเรื่องที่ต้องมีฉากเกี่ยวกับเมืองหลวงพระบาง ซึ่งเราเขียนเอาไว้พอดี… แต่เรารู้สึกไม่สบายใจที่ต้องเขียนงานแข่งกับคุณวรรณวนิดาเขาน่ะนักเขียนสาวบ่นอย่างอึดอัด

ตกลงเขียนคู่หรือเขียนแข่งยะ… ถ้าเขียนคู่ก็ปฏิเสธไปเลย ขืนต้องไปทำงานร่วมกับยัยป้านั่น มันจะเปลืองพลังชีวิตเปล่าๆ ไหนจะพวกติ่งยัยป้าที่เป็นแฟนคลับบ้าพลัง คลั่งไคล้ราวกับนักเขียนเป็นศาสดาอะไรพวกนั่นอีก… แต่ถ้าเขียนแข่ง ฉันขอบอกตรงนี้เลยนะยะว่าหล่อนห้ามถอนตัวเด็ดขาด!”

เพื่อนของเธอเน้นคำว่า เด็ดขาดเสียงเข้ม

ให้ยัยป้าปากร้ายนั่นรู้ตัวเสียบ้าง ว่าฝีมือตัวเองนั้นตกจนแทบจะเสื่อมความนิยมไปแล้ว จะได้ไม่ทำกร่าง หรือให้ท้ายแฟนคลับของตัวเองที่ชอบออกมารังควานชาวบ้านเขาอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ดาราสาวกล่าวสนับสนุนพร้อมทั้งยืนยันว่าตัวเองจะเป็นกำลังใจเชียร์เพื่อนเขียนนิยายให้ออกมาสนุกกว่านักเขียนรุ่นใหญ่คนนั้นให้จงได้

นีรนาทไม่ชอบหม่อมหลวงวรรณวนิดา เรียกว่าเกลียดเลยจะดีกว่า ด้วยเพราะหญิงสาวเคยเกือบจะได้รับบทนางเอกเป็นครั้งแรกในชีวิต จากละครที่สร้างโดยบทประพันธ์ของนักเขียนหญิงรุ่นใหญ่คนนั้น

หากเพียงแค่ผู้จัดละครให้ข่าวอย่างไม่เป็นทางการ ว่ากำลังจะทาบทาบดาราหนุ่มสุดฮอตคนหนึ่งให้มารับบทพระเอก คู่กับดาราสาวที่จะพลิกบทบาทจากนางร้ายหน้าเฉี่ยวมาเป็นนางเอกเรื่องแรก… ฝันของหล่อนก็พลันสลาย

ด้วยกระแสโจมตีอย่างหนักในเว็บไซต์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น จอแก้วดอตคอม หรือ หนอนหนังสือดอตคอม จากบรรดาแฟนคลับนักอ่านของ เบญจกัลยาณีว่านีรนาทไม่เหมาะกับบทโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าบุคลิกหรือหน้าตา

บางกระทู้บอกว่าหล่อนไม่สวย ไม่เหมาะกับบทอรรัมภา… หญิงสาวแสนดีที่มีเหตุให้ต้องพบรักและพลัดพรากจากชายหนุ่มจำนวนเจ็ดคนอย่างไม่ยุติธรรม ในละครย้อนยุคเรื่อง สังวาลร้อยรัก เรื่องนั้น

บ้างก็ว่าหล่อนแสดงห่วย ดีแต่ทำตัวสวยไปวันๆ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นจะสวย ซ้ำร้าย บางความคิดเห็นยังด่าหล่อนด้วยภาษาที่หยาบคาย สาดโคลนว่านีรนาทเป็นเพียงผู้หญิงใจแตกที่โชคดีจับผลัดจับผลูได้มาเป็นดาราตั้งแต่ยังเด็ก ไต่เต้าอยู่ในวงการบันเทิงด้วยการเอาเต้าไต่ และมีข่าวชู้สาวกับดาราชายที่เล่นละครด้วยทุกคน

หากในท้ายที่สุด นีรนาทก็พบความจริง เมื่อผู้จัดละครคนนั้นได้โทร.มาขอโทษที่ไม่สามารถมอบบทนางเอกให้หล่อนได้ทั้งๆ ที่ตกลงกันแล้ว พร้อมกับหลุดปากบอกว่าแท้ที่จริงแล้ว ใครกันคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

แล้วก็ด้วยความสามารถในการเสาะหาความจริง นีรนาทจึงได้รู้ในวันนั้นเอง ว่ากระแสต่อต้านรวมทั้งกระทู้ด่าทอหล่อนในเว็บไซต์ชื่อดัง ล้วนมาจากใบสั่งของคนคนหนึ่ง… ซึ่งก็คือนักเขียนหญิงเจ้าของบทประพันธ์ผู้ชังน้ำหน้า เพียงเพราะหล่อนเป็นเพื่อนสนิทของ แพรราตรีนักเขียนดาวรุ่งผู้ทำให้บัลลังก์ราชินีนิยายรักของนักเขียนคนนั้นกำลังสั่นคลอน

แกอย่าไปยอมนะแพรว สู้กันสักตั้ง ดูซิว่ายัยป้านั่นจะงัดวิชามารแบบไหนออกมาอีกดาราสาวกล่าวทิ้งท้ายอย่างเจ็บแค้น พร้อมกับงับขนมปังทาแยมชิ้นสุดท้าย แล้วเคี้ยวกรวบกราบราวกับกำลังกินเลือดกินเนื้อใครบางคน

 

เป็นเวลาเกือบเที่ยงของวันพุธกลางสัปดาห์ ที่แสงแดดจากดวงอาทิตย์นั้นร้อนแรงจนทำให้แสบตา

รถยุโรปคันเล็กสุดหรูซึ่งขับด้วยความเร็วมาถึงยังด้านหน้าอาคารสำนักงานของสำนักพิมพ์ลำนำอักษรา เกือบจะเหยียบเบรdไม่ทันเมื่อตอนที่ชายหนุ่มหน้าตาคล้ายลูกครึ่งคนหนึ่ง เดินโผล่ออกมาจากซอกเสาไฟฟ้าพร้อมกับกล้องถ่ายรูปในมือ

เอี๊ยดดดดด
เสียงเบรกดังลั่นจนทำให้ชายหนุ่มผู้นั้นต้องหยุดชะงัก

อะไรกันเนี่ยคุณชายหนุ่มโวยวายกับเจ้าของรถ ที่ขับมาด้วยความเร็ว

จากนั้น… สีหน้าที่ตื่นตกใจเพราะคิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับตน ได้แปรเปลี่ยนเป็นโมโห ในทันทีที่ผู้ขับขี่รถยุโรปคันจิ๋วไม่ได้แสดงความเห็นใจเลยแม้แต่นิด หากรีบขับรถหนีโดยเลี้ยวเข้าไปยังประตูของสำนักพิมพ์แห่งนั้น

คนบ้าอะไร ไม่มีน้ำใจ… เกือบจะเป็นฆาตกรฆ่าคนอยู่แล้ว ยังไม่มีกะใจสักนิดจะลงมาถามไถ่กัน พวกคนรวยก็แบบนี้!”

ทิมหรือฑีฆายุ ชายหนุ่มผิวขาวสะอาด ผู้มีผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อน และรูปร่างกับโครงหน้าคล้ายฝรั่งชาวต่างชาติมากกว่าเป็นคนไทย เอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย

ข้างฝ่ายเจ้าของรถมินิคูเปอร์สีเหลือง หลังคาเป็นลายธงชาติอังกฤษคันนั้นได้แต่นั่งสงบสติอารมณ์ ทันทีที่เข้าจอดรถในช่องซึ่งถูกกันเอาไว้สำหรับผู้บริหารของสำนักพิมพ์

คนบ้าอะไร โผล่ลงมากลางถนนอย่างกับนินจา แถมยังทำตัวลับๆ ล่อๆ อีก นี่ถ้าฉันเหยียบเบรกไม่ทัน มีหวังได้มานอนแอ้งแม้งอยู่กลางถนนแล้วแน่ๆ

นักศึกษาสาวเจ้าของรถคิด ขณะที่มือยังจับพวงมาลัยรถไว้แน่น และใจยังสั่นกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

อารามตกใจ ทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวจึงรีบขับรถเข้ามายังบริษัทเพื่อหวังจะใช้เป็นที่ตั้งสติ

อย่างน้อยก็ให้อยู่ในที่ของเราก่อน เดี๋ยวพายามไปด้วยสักคน ดีกว่าตนเองซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ จะลงไปเจรจากับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่คนนั้น

จากนั้นก็ก้าวลงจากรถแล้วเดินไปยังป้อมยามหน้าบริษัท เพื่อจะชักชวนให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสักคนเดินไปเป็นเพื่อนยังสถานที่ เกือบเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักพิมพ์ไปไม่ถึงห้าสิบเมตร หากไม่พบแม้แต่เงาของชายหนุ่มคู่กรณี

หญิงสาวพยายามมองหาเขาแต่ไม่พบ อย่างน้อยก็สบายใจที่เขาไม่เป็นอะไร จากนั้นจึงเดินกลับมายังรถยนต์คันเล็กของตัวเอง ตั้งสติให้ลืมเรื่องขุ่นมัว ก่อนจะใช้เวลากว่าสิบนาที ก้มหยิบข้าวต่างๆ ภายในรถ และหอบสิ่งของเหล่านั้นอย่างพะรุงพะรังเดินก้าวขึ้นไปยังอาคารสำนักงานของสำนักพิมพ์

ทันทีที่ประชาสัมพันธ์ของบริษัทมองเห็น ก็ปรี่เข้ามาหา พร้อมกับเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง ประสาคนที่คุ้นเคยกัน

อุ้ยน้องเรนนี่… มาๆ เดี๋ยวพี่ช่วยค่ะ แบกอะไรมาพะรุงพะรุงเลยคะเนี่ย

ประชาสัมพันธ์สาวปราดเข้าไปช่วยรับของมาจากมือของหญิงสาวผู้มีใบหน้ารูปไข่ ซึ่งแลดูอ่อนเยาว์ราวกับนักเรียนมัธยมปลาย

ขอบคุณค่ะพี่รุ่ง หนูแวะมาหาพี่ซันนี่สักหน่อย ตั้งแต่กลับบ้านมาแทบจะไม่ได้เจอกันเลย เพราะหนูมัวแต่ไปทำรายงานชิ้นสุดท้ายก่อนเรียนจบที่บ้านเพื่อนน่ะค่ะ เลยคิดว่าถึงไม่เจอกันที่บ้าน แวะมาหาที่บริษัทเลยก็ท่าจะดี

เรนนี่หรือวันวัสสาน ลูกสาวคนเล็กของนายคิมหันต์ เจ้าของบริษัท กล่าวกับพนักงานสาวอย่างเป็นกันเอง

แล้วนี่ก็ขนมปังกรอบเจ้าอร่อยแถวบ้านเพื่อนเรนนี่ค่ะ… เห็นว่าอร่อยดีเลยซื้อมาฝากพี่ๆ ที่ออฟฟิศ พี่รุ่งหยิบไว้ถุงนึงด้วยนะ แล้วค่อยเอาที่เหลือไปฝากพี่ๆ แต่ละแผนก… หนูรบกวนเป็นธุระให้ด้วยนะคะหญิงสาวร่างบอบบางเอ่ย พลางขอร้องให้ใกล้รุ่งช่วยจัดการกับขนมให้กับคนอื่นๆ ด้วย จากนั้นก็ขอตัวไปพบพี่ชายอย่างที่ตั้งใจไว้

ทันทีที่ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นสี่ของอาคารและประตูเปิดกว้าง วันวัสสานก็ได้พบหน้ากับหญิงสาวอีกคนซึ่งเป็นเลขานุการของบิดา

อ้าว สวัสดีค่ะพี่กานดา… จะรีบออกไปไหนคะเนี่ยหญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ยทักกิ่งกานดา ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก

อุ้ย สวัสดีค่ะน้องเรนนี่… พี่จะรีบเอาเอกสารไปให้คุณคิมหันต์ที่สมาคมผู้จัดจำหน่ายค่ะ เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะคะเลขานุการสาวรีบเอ่ย พร้อมกับแทรกตัวเข้าไปในลิฟต์ก่อนจะกดปุ่มเพื่อให้ประตูปิดลง โดยไม่สนใจว่าหญิงสาวร่างบอบบางยังไม่ทันจะเดินก้าวออกไป

โอ๊ย รีบอะไรเบอร์นั้น วันวัสสานคิดในใจอย่างขำๆ ขณะที่ก้าวเดินต่อไปยังห้องทำงานของพี่ชาย ซึ่งอยู่ทางด้านปีกซ้ายของชั้นสี่ ของอาคารสำนักงานแห่งนั้น

 

กองถ่ายละคร อัสดงในลมหนาว  ยังคงเดินหน้าถ่ายทำอย่างต่อเนื่อง… วันนี้เป็นฉากที่นางเอกของเรื่อง ซึ่งรับบทโดยดาราสาวดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างน้องชมพู หรือพราวชมพู จะต้องมาถ่ายทำเป็นครั้งแรก หลังจากเพิ่งเคลียร์คิวจากละครเรื่องเก่า ซึ่งเพิ่งปิดกล้องไปเมื่อวานนี้

หญิงสาวรับบทเป็นใบเตย นางเอกสาวหน้าตาสวยหวานแสนอาภัพ ผู้เกิดมาในดงสลัมกลางเมือง โดยมีพ่อขี้เมาและแม่ผู้ติดการพนันคอยกดขี่ข่มเหง

พราวชมพูซึ่งเป็นดาราดาวรุ่งคนใหม่ของวงการ เป็นคนที่ดูน่าทะนุถนอมบอบบางเหมาะสมกับบทนางเอกเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าตาที่จิ้มลิ้มพริ้มเพราและเสียงหวานใสที่ฟังแล้วเสนาะหู ยิ่งทำให้ใครต่อใครพากันเชื่อมั่นว่าเธอคงจะแสดงได้สมบทบาท และไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ชมละครจะต้องพากันสงสารน้องใบเตยหญิงสาวผู้อาภัพ และละครเรื่องนี้ประสบความเร็จได้ไม่ยาก

ส่วนพระเอกของเรื่องได้ดาราหนุ่มที่ชื่อสิสิระหรือหมอกมารับบท ชายหนุ่มเพิ่งผ่านงานแสดงละครมาเพียงสองเรื่อง เรื่องล่าสุดคือ วีรบุรุษเหนือเมฆ ซึ่งถูกถอดออกจากผังของสถานีอย่างลึกลับและไร้สาเหตุ ทางช่องจึงตั้งใจจะให้โอกาสชายหนุ่มอีกครั้ง เพราะจากเรตติ้งของละครเรื่องนั้นที่ฉายไปได้เพียงครึ่งเรื่อง ก็มีตัวเลขที่น่าพึงพอใจอยู่ไม่น้อย

วันนี้เป็นฉากที่พระเอกซึ่งรับบทโดยสิสิระ จะต้องปะทะคารมกับเพื่อนของนางเอกซึ่งรับบทโดยนีรนาท โดยมีนางเอกร่างบอบบางอย่างใบเตยหรือพราวชมพูคอยยืนห้ามปรามอยู่ห่างๆ

จากนั้นเพื่อนพระเอกที่รับบทโดยภีมจะเดินผ่านมา จนทำให้พระรองและนางรองของเรื่องกลายมาต้องทะเลาะตบตีกันเอง ในขณะที่ข้างฝ่ายพระเอกและนางเอกนั้นพากันหลบหนีจากสถานที่แห่งนั้นไปนานแล้ว

อุ๊ย น้องชมพูหน้าใซ้ใส แต่งหน้าโทนไหนก็สวยสาวประเภทสองร่างเล็กที่ชื่อลูกนก ช่างแต่งหน้าประจำกอง เอ่ยอย่างเอาอกเอาใจนางเอกสาวผู้ซึ่งเข้ากองถ่ายในวันแรก

รูปร่างก็ดี ใส่ชุดอะไรก็สวยนะคะ ขนาดวันนี้แต่งตัวเป็นคนจนยังเมื้อนเหมือน พี่เลยทำงานง่ายไปด้วยค่ะหนุ่มตุ้งติ้งร่างใหญ่ที่ชื่อเด็ดเดี่ยวพยักพเยิดและเอ่ยผสมโรงเอาใจนางเอกสาว

นีรนาทเดินซึ่งเข้ามาในทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น จึงไม่วายเอ่ยแซวอย่างคนที่ไม่คิดอะไรในใจ

แหมๆๆๆ ทีนีรเข้ากองมาเป็นอาทิตย์ ไม่เห็นมีใครใจเอาแบบนี้บ้างเลยนะ น้องชมพูมาวันเดียว พากันมะรุมมะตุ้มยกใหญ่ กองนี้มันสองมาตรฐานจริงๆ นะเนี่ยเสียงแหลมๆ ของนีรนาทพาให้การสนทนาของคนทั้งสามพากันหยุดชะงัก

แล้วที่ว่าน้องชมพูแต่งเป็นคนจนแล้วเมื้อนเหมือน นี่พี่เดี่ยวกำลังด่าว่าน้องเขาไม่มีสง่าราศีเหมือนคนจนหรือเปล่าคะนางรองของเรื่องยังเอ่ยต่อ

ข้างฝ่ายนางเอกสาวหน้าหวาน ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองร่างเล็ก และชายใจหญิงผู้ซึ่งมีมัดกล้ามมากมายเกินความจำเป็น ต่างมองหน้ากันเหลอหลา ไม่รู้ว่านีรนาทพูดกระแนะกระแหนด้วยสาเหตุอะไร

ภีมซึ่งนั่งอยู่แถวนั้น รู้ดีว่าหญิงสาวเพียงแค่ต้องการจะแซวเล่นเท่านั้น ไม่ได้คิดจริงจัง จึงพยายามจะเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการเอาตัวเองลงสู่สังเวียนน้ำลายแห่งนี้แทน

แหมๆๆๆ ก็คนมันไม่สวย ช่างแต่งหน้ากับฝ่ายคอสตูมเขาก็เลยทำงานลำบาก… จะให้มาบอกว่าสวย หรือพูดเอาอกเอาใจได้ยังไงเสียงที่แฝงไปด้วยความขี้เล่นของชายหนุ่มแทรกขึ้นมา

แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิด เมื่อนีรนาทหันมาเล่นงานตัวเขาแทน

หุบปากไปเลยนะยะไอ้ตี๋ ฉันแค่พูดแซวพี่ลูกนก พี่เด็ดเดี่ยวและน้องชมพูเขาเท่านั้นล่ะ พวกที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วย ไม่ต้องมาทำเป็นสอดนีรนาทเอ่ยเสียงแหลม พลางสะบัดเดินไปทางอื่น เพื่อไม่ต้องการจะเห็นหน้าชายหนุ่มที่ทำให้อารมณ์เสีย

เมื่อนักแสดงสาวเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป วงสนทนาของนักแสดงสาวดาวรุ่งกับช่างแต่งหน้าและฝ่ายเสื้อผ้าจึงกลับมาเริ่มต้นใหม่อย่างกร่อยๆ

พี่นีรเขาโกรธอะไรชมพูหรือเปล่าคะนี่หญิงสาวร่างเล็กเจ้าของบทนางเอกเอ่ยเสียงอ่อย

ไม่ต้องไปสนใจหรอกครับ ยัยทอมนั่นเขาคงแค่จะแหย่น้องชมพูเล่น พี่โดนอยู่ทุกวันจนเริ่มจะชินแล้วพระรองหนุ่มเอ่ยให้ดาราสาวสบายใจ

แต่น้องนีรนี่ร้ายจังเลยนะคะ นึกว่าจะไม่กินเส้นกับน้องภีมเท่านั้น นี่กับน้องชมพูก็ไม่เว้นชายใจหญิงเอ่ยสำทับ ในขณะที่ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองร่างเล็กคอยพยักพเยิดแสดงการเห็นด้วย

ไม่หรอกครับพี่เดี่ยว ผมว่ายัยนั่นไม่ได้คิดอะไรหรอก แค่เป็นคนปากร้ายก็เท่านั้น

ภีมเอ่ยออกมาเพราะเขารู้ดีว่า การที่นีรนาทพูดแบบนั้น ไม่ได้เกิดจากความอิจฉาริษยาเลยแม้แต่นิด

แหม… น้องภีมนี่โลกสวยจังเลยนะคะ โดนด่าอยู่ทุกวัน เป็นพี่ก็คงไม่สามารถคิดได้แบบนั้นหรอกชายใจหญิงร่างใหญ่ทิ้งท้ายไว้ขณะที่หันไปสนใจกับเสื้อผ้าของนักแสดงคนอื่นต่อ

 

เสียงผู้ช่วยผู้กำกับตะโกนเรียกนักแสดงที่จะต้องเข้าฉาก ซึ่งประกอบด้วยพระเอก นางเอก และนักแสดงรองทั้งสองคน

ภีมเดินนำหน้าไปกับพราวชมพูพลางชวนนางเอกสาวคุยสัพเพเหระ ที่ตามหลังไปอย่างห่างๆ คือนีรนาท ในขณะที่สิสิระซึ่งเดินทางมาถึงกองถ่ายช้ากว่าใครเพื่อนนั้น เดินตามไปทันทีที่แต่งหน้าทำผมเสร็จ

ได้ข่าวว่าทะเลาะกับพี่ภีมอีกแล้วเหรอเจ๊นักแสดงหนุ่มรุ่นน้องเอ่ยทันทีที่เดินตามอดีตนางแบบสาวทัน

เจ๊กับพี่ภีมนี่ชักจะยังไงๆ แล้วนะฮะ เห็นทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้า… แบบนี้จะเข้าตำราละครพ่อแง่แม่งอน หลงป่าแล้วไปค้างในบ้านร้างคืนฝนพรำ จากนั้นก็ไปได้กันตอนจบหรือเปล่าฮะนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่เอ่ยแซวดาราสาวรุ่นพี่

หากใครได้ยินเข้าคงคิดว่าสิสิระกำลังกระตุกหนวดแม่เสือสาวโดยไม่กลัวถูกขย้ำ หากที่เขากล้าพูดแบบนั้นก็เพราะชายหนุ่มกับนีรนาทรู้จักกันเป็นอย่างดี…

อันที่จริงนีรนาทเองนี่ล่ะ ที่เป็นคนชักนำเขาเข้าสู่วงการและทำให้เขาได้มาเป็นนักแสดงอย่างทุกวันนี้  

นีรนาทเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของพ่อชายหนุ่ม ในค่ำวันหนึ่งที่ครอบครัวทั้งสองมีโอกาสพบปะและรับประทานอาหารด้วยกัน นีรนาทเอ่ยขึ้นมาเสียงดังกลางโต๊ะอาหาร

หมอกนี่หล่อมากเลยนะ รูปร่างก็ดี พี่ว่าหล่อพอที่จะเป็นดาราได้เลย ดีไม่ดีจะหล่อกว่าพระรองหน้าเห่ยบางคนด้วยซ้ำ

จากนั้นหล่อนนี่ล่ะที่เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการส่งรูปถ่ายและประวัติของสิสิระให้กับผู้จัดรายหนึ่ง ก่อนที่ผู้จัดรายนั้นจะเรียกให้เขาไปเทสต์หน้ากล้อง… และมอบบทพระรองในละครเย็นเรื่องหนึ่งให้กับเขา

ละครเรื่องนั้นมีผู้ชมคอยติดตามมากมาย และพากันพูดถึงดาราหนุ่มหน้าใสคนใหม่ของวงการกันอย่างหนาหู และทันทีที่ละครเย็นเรื่องแรกเรื่องนั้นฉายจบลงด้วยเรตติ้งที่สูงชนะช่องคู่แข่งอย่างถล่มทลาย สิสิระก็ได้รับข้อเสนอจากผู้จัดละครอีกค่าย ให้เขารับบทพระเอกในละครหลังข่าวเรื่องถัดไปทันที

น่าเสียดายที่ละครเรื่องที่สองแต่เป็นเรื่องแรกที่เขาได้รับบทพระเอกนั้น กลับถูกถอดออกจากผังกลางอากาศ ด้วยเหตุผลว่าเนื้อหานั้นเป็นพิษเป็นภัยต่อบ้านเมือง เพราะตัวละครของสิสิระนั้นเป็นเจ้ารัชทายาทที่กลับมากู้บัลลังก์ของตนเองจากประธานาธิบดีที่โค่นล้มระบอบการปกครองแบบกษัตริย์ไปเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งเจ้ารัชทายาทยังทรงพระเยาว์

แต่โอกาสที่สามของชายหนุ่มก็ยังมี แล้วโอกาสที่ว่าก็มาถึงในวันนี้

“นี่แน่ะ โทษฐานพูดจาไม่เข้าหูนีรนาทพูดพลางส่งฝ่ามือไปตบศีรษะนักแสดงหนุ่มรุ่นน้องอย่าสนิทสนม จนสิสิระแทบหัวคะมำ

แหม แทงใจดำล่ะสินักแสดงหนุ่มรุ่นน้องยังกล้าแซวต่อ พร้อมกับยกมือขึ้นมากันฝ่ามือพิฆาตของดาราสาวรุ่นพี่ที่ตีมาครั้งที่สอง ได้อย่างทันท่วงที

ทั้งสองหนุ่มสาวพูดคุยกันอย่างสนิทสนมต่อไปจนกระทั่งถึงยังจุดที่จะทำการแสดง หากไม่ทันรู้ตัวแม้แต่น้อยว่าอิริยาบถสบายๆ และสนิทสนมกันนั้น ถูกจับจ้องโดยสายตาสองคู่ ของคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าซึ่งหันกลับมาบ่อยๆ

เมื่อนักแสดงทั้งสี่เดินมาจนถึงจุดที่ผู้กำกับนั่งอยู่ เขาก็ให้นักแสดงทั้งหมดซักซ้อมบทเพื่อให้คุ้นเคยกับฉาก และให้กำหนดจุดสำหรับยืนของแต่ละคน

ใบเตย… นางเอกที่รับบทโดยพราวชมพูนั้นจะต้องมายืนร้องไห้ยังปลายสะพานไม้ ซึ่งทอดตัวเข้าไปสู่บึงน้ำที่อยู่กลางสวนสาธารณะ โดยที่พระเอกซึ่งผ่านมาพอดีจะต้องเข้าไปปลอบโยน

จากนั้นเพื่อนนางเอกก็มาเห็นเข้า แล้วก็เข้าใจผิดคิดว่าพระเอกจะมาลวนลามข่มเหงเพื่อนของตน ต่อปากต่อคำกันไปมาจนเกิดมีปากเสียง หากเถียงกันอยู่ได้ไม่นาน พระรองซึ่งเป็นเพื่อนของพระเอกก็รีบเข้ามาห้าม และกลายเป็นว่าเขาจะต้องทะเลาะกับเพื่อนของนางเอกแทน จากนั้นพระเอกและนางเอกก็พากันหลบหนีไปที่อื่น แค่นี้ก็เป็นอันจบการถ่ายทำฉากง่ายๆ ฉากนี้

ง่ายๆ แค่นี้ เอาเทกเดียวเลยนะน้องๆผู้กำกับหนุ่มเซอร์ตะโกนผ่านเครื่องขยายเสียงเพื่อพูดกับนักแสดงทั้งสี่

ถ้าจะเทกก็เพราะคนคนเดียวนั่นแหละภีมเอ่ยขึ้นมาลอยๆ โดยที่นีรนาทนั้นได้ยินเต็มสองรูหู

หากหล่อนไม่อยากต่อปากต่อคำหรือโต้แย้งอะไร ด้วยเพราะกลัวว่าผู้กำกับหนุ่มจะเห็นและเกิดอาการวีนเหวี่ยงอย่างการถ่ายทำเมื่อครั้งที่แล้ว และจะพาลให้วันนี้ต้องเลิกกองช้ากว่าปกติ จึงได้แต่เพียงเหยียดปาก และส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายไปยังเขา

สิ้นเสียงผู้ช่วยผู้กำกับที่สั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อม และส่งสัญญาณให้ตากล้องเริ่มถ่ายทำ สิสิระและพราวชมพูก็เริ่มแสดงฉากของตน

พราวชมพูร้องไห้น้ำตาเป็นสายได้ราวกับกับกดปุ่มสั่ง หล่อนแสดงในบทของใบเตย หญิงสาวผู้อาภัพเพราะถูกแม่บังเกิดเกล้าบังคับให้แต่งงานกับเสี่ยหนุ่ม ที่ยื่นข้อเสนอมาให้หล่อนยอมตกเป็นเมียของเขาเพื่อแลกกับหนี้สินก้อนโตของครอบครัว

หญิงสาวมายืนน้ำตาร่วงรินอยู่ตามลำพังไม่นาน พระเอกหนุ่มซึ่งเดินผ่านมาก็รีบปรี่เข้าไปปลอบใจ

หลังจากที่สิสิระพูดบทของตัวเองเพื่อปลอบใจนางเอกได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน… ก็ถึงคราวของนีรนาทจะต้องวิ่งเข้ามาทุบหลังชายหนุ่ม เพื่อให้ออกห่างจากนางเอกซึ่งเป็นเพื่อนของตน เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขากำลังพยายามจะแต๊ะอั๋งหญิงสาว

นี่แน่ะๆ แกถอยออกไปนะ อย่ามายุ่งกับเพื่อนของฉัน

นีรนาทในบทของเพื่อนนางเอก เล่นได้สมจริงโดยทุบหลังของสิสิระเสียงดังอั๊ก กังวานไปทั่วทั้งคุ้งน้ำ จนชายหนุ่มรู้สึกจุกจนเสียแทบจะลืมบท หากโชคยังดีที่ภีมซึ่งแสดงในบทของเพื่อนพระเอกเข้ามาช่วยคว้าข้อมือของเพื่อนนางเอกสาวมือหนักไว้ได้ทัน

ตามบทแล้วภีมซึ่งรับบทพระรองและนีรนาทซึ่งรับบทนางรอง จะต้องต่อปากต่อคำกันจนลืมตัวและไม่ทันมองเห็นว่าพระเอกและนางเอกกำลังแอบเดินหนีจากไป

หากเมื่อเป็นคู่กัดอย่างภีมและนีรนาทที่ต้องเข้าฉากแสดงด้วยกัน เรื่องง่ายๆ แบบนั้นคงไม่เกิดขึ้น เมื่ออยู่ๆ พระรองหนุ่มของเรื่องเกิดอุตริคิดเล่นนอกบท ด้วยการพูดประโยคที่ไม่มีอยู่ในบทละคร

หยุดนะยัยทอม ที่ทุบเพื่อนฉันอย่างเอาเป็นเอาตายนี่เพราะเป็นห่วงเพื่อน หรือว่าหวงเพราะอารมณ์หญิงรักหญิงกันแน่ครับภีมแกล้งพูดนอกบท แต่ยังคงแสดงไปตามเนื้อหาของเรื่อง

ทอมบ้านแกนะสิไอ้ตี๋ แล้วที่วิ่งมาอย่างกับกระเทยสาวแตก ก็เพราะจะรีบมาดูใจผู้ชายของแกเหมือนกันใช่ไหมล่ะนีรนาทตัดสินใจเล่นนอกบทบ้าง เพื่อหวังจะเอาคืน

ข้างฝ่ายผู้กำกับเห็นว่าการแสดงของนักแสดงทั้งสี่นั้นยังไม่หลุดออกจากเนื้อหา เพียงแค่ตัวรองทั้งสองพูดจาแปลกไปนิด หากก็ปล่อยให้ทั้งสี่คนแสดงกันต่อไป

จากนั้นสิสิระและพราวชมพูจะต้องอาศัยทีเผลอ จูงมือพากันเดินออกจากฉากเพื่อหลบหนีจากไป

หากเรื่องราวไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเสียก่อน เมื่อภีมและนีรนาทเริ่มลงไม้ลงมือทุบตีกัน จนหญิงสาวพลั้งมือผลักชายหนุ่มเซถลาหงายหลัง อันที่จริงแรงผลักนั้นก็ไม่ได้แรงอะไรมากมาย หากภีมรู้สึกว่าตัวเองเสียหลักเพราะใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นออกแรงดึงตัวเขาด้วยมากกว่า…

และใครอีกคนที่ว่านั้นก็คือพราวชมพู…

ผู้ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ต้องติดร่างแห เสียหลักและพลอยตกน้ำไปกับเขาด้วยนั่นเอง

Don`t copy text!