นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 12 : สัญญาแห่ง… (รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 12 : สัญญาแห่ง… (รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

ว่ากันว่าเมื่ออารมณ์ของใครสักคนกำลังครุกรุ่นฉุนเฉียว… แค่เพียงสายลมอุ่นๆ ที่แผ่วมาอย่างรวยรินก็สามารถโหมกระพือให้ไฟกองเล็กๆ กลายเป็นไฟบรรลัยกัลป์ได้ในบัดดล

บริเวณหนองน้ำกลางสวนสาธารณะแห่งนั้นช่างเงียบสงบหากทว่าร้อนระอุ ด้วยเพราะเป็นเวลาบ่ายโมง ซึ่งไม่มีผู้คนเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจมากนัก

ดังนั้น เมื่อผู้กำกับหนุ่มใหญ่ตะโกนใส่เครื่องขยายเสียงด้วยน้ำเสียงอันดุดันและเต็มไปด้วยโทสะ ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นจึงต้องพากันยกมืออุดหูเสียยกใหญ่

คัตโว้ยยยยยยยย คัตเสียงผู้กำกับ เจ้าของฉายา จอมโหดประจำกองถ่ายตะโกนลั่น

นี่อะไรกันวะ… น้องนีร ไอ้ภีม… เล่นอะไรกันอยู่ นี่มันไม่มีในบท แล้วใครอุตริให้ผลักกันจนตกน้ำผู้กำกับหนุ่มใหญ่ตะโดนด่าเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจ

เอ้า! ทีมงานก็ยืนบื้อใบ้กันอยู่ได้ จะให้นางเอกลอยเท้งเต้งอยู่ในน้ำเป็นอาหารปลาทั้งวันหรือไงวะ เข้าไปช่วยกันหน่อยสิโว้ยประโยคหลังผู้กำกับมาดเซอร์สั่งให้ทีมงานรีบวิ่งเข้าไปช่วยพราวชมพูซึ่งกำลังพยายามว่ายน้ำกลับเข้าหาฝั่ง

เป็นอันว่ากองละคร อัสดงในลมหนาว ต้องหยุดพักกองชั่วคราว โดยที่ผู้กำกับหนุ่มใหญ่เรียกให้ภีมและนีรนาทเข้ามาคุยด้วยเป็นการส่วนตัว ภายในเต็นท์สีดำที่เปิดโล่งทั้งสี่ด้าน

น้องนีรผู้กำกับเอ่ยเรียกหญิงสาวผู้มีใบหน้าเผือดสีราวคนกำลังจะเป็นลม ทันทีที่หล่อนเดินก้าวเข้ามาภายในร่มเงาของเต็นท์สีดำหลังใหญ่ ก่อนจะเหลือบไปหาผู้ที่เดินตามเข้ามา ซึ่งมีผ้าเช็ดตัวสีขาวคลุมร่างสูงใหญ่ที่เปียกโชกไปทั้งตัว

มาพร้อมหน้ากันก็ดีแล้ว… ไอ้ภีม

แหม้… ทีกะผู้หญิงเรียกน้องเรียกนุ่ง ทีผมเรียกไอ้เลยนะพี่วิท นักแสดงหนุ่มหน้าตี๋ยังไม่วายปากดีกับวิทยาธร ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้กำกับการแสดงของละครเรื่องนี้

ยังจะมาพูดจากวนประสาทอีกไอ้นี่… น้องนีร… เอ็งด้วยได้ภีม พี่ขอแล้วใช่ไหมว่าให้ช่วยทำงานอย่างมืออาชีพหนุ่มใหญ่ที่ใบหน้าแดงกล่ำด้วยความโมโห มองหน้าชายหนุ่มทีและหญิงสาวที พร้อมเอ่ยต่อ

แล้วนี่อะไร… เล่นนอกบท ทะเลาะตบตีกันเป็นเด็กๆ ถึงขั้นผลักกันตกน้ำ แล้วยังพลอยทำให้น้องชมพูเขาตกลงไปด้วย ดีนะที่น้องเขาไม่เป็นอะไร ไม่งั้นคุณหม่อมแม่ของน้องชมพูได้มาโวยข้าแน่

อ้อ ที่แท้ก็กลัวอานุภาพทำลายล้างของคุณแม่มหาภัยนักแสดงหนุ่มรู้ทัน

เออสิวะ ก็คุณแม่น้องแกเขาเหมือนใครซะที่ไหน นี่เป็นผู้กำกับมายี่สิบปียังไม่เคยเจอคุณแม่ดาราคนไหนที่วุ่นวายขนาดนี้ผู้กำกับหนุ่มใหญ่พูดถึงแม่ของดาวรุ่งสาว พร้อมกับทำหน้าทำตาราวกับเพิ่งเจอเรื่องสยองขวัญมาหมาดๆ

แต่เอาจริงๆ นะพี่วิทดาราหนุ่มหน้าตี๋พูด พลางหยุดหันไปมองนีรนาท

ยัยทอมนี่ผลักผมก็จริง แต่มันไม่ได้แรงขนาดจนคนตัวใหญ่อย่างผมจะเซจนตกน้ำได้นะพี่

แกหมายความว่ายังไงหนุ่มใหญ่ผู้อาวุโสที่สุดขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยถาม

ในขณะเดียวกัน นักแสดงสาวก็เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ที่อยู่ๆ คู่กัดซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด กำลังเอ่ยปากปกป้องเธอเป็นนัยๆ

ผมก็จะบอกว่า ที่ยัยนีรผลักผมมันก็ไม่ได้แรงเท่าไร… แต่ที่ผมตกน้ำลงไปเพราะผมถูกคนดึง แล้วคนที่ว่าก็ไม่ใช่นายหมอก เพราะนายนั่นยืนห่างออกไปเป็นเมตร… จะมีก็แต่ ชายหนุ่มหยุดพูดพลางเหลียวซ้ายแลขวา

มีก็แต่น้องชมพูนั่นล่ะที่ยืนอยู่ข้างหลังผม… ที่จะเป็นคนดึง

บ้า พูดอะไรของเอ็งหนุ่มใหญ่ผู้ที่อารมณ์ครุกรุ่นด้วยความโมโห กำลังแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง

จริงนะพี่ ผมแน่ใจว่าน้องชมพูเป็นคนดึงผมนักแสดงหนุ่มหน้าตี๋ยืนยัน

เฮ้อ กองนี้มันอะไรกัน มีแต่เรื่องบ้าๆผู้กำกับหนุ่มพูดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจยกกอง ด้วยเพราะไม่มีอารมณ์จะทำงานต่อแล้ว ไปๆ ทั้งสองคนเลย ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันได้ วันนี้ไม่ถ่งไม่ถ่ายมันแล้วโว้ย อารมณ์ไม่ดี 

ผู้กำกับใหญ่ไล่สองหนุ่มสาวให้ออกจากเต็นท์ ก่อนจะตะโกนเสียงดังลั่นใส่เครื่องขยายเสียง เพื่อสั่งทีมงานทุกคนให้รับทราบร่วมกัน

เลิกกองโว้ย

นีรนาทหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยกับเขาเบาๆ

ขอบใจนะ หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างขัดเขิน ก่อนที่หล่อนและภีมจะก้าวเดินออกจากเต็นท์ของวิทยาธรด้วยกัน

ไม่เป็นไร ผมก็แค่พูดไปตามความจริงดาราหนุ่มตอบเสียงเรียบ หากแอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจให้กับตัวเอง

แต่นายแน่ใจหรือว่าน้องชมพูเป็นคนดึงนายจนตกน้ำดาราสาวไม่วายสงสัย

เธอคิดว่าแรงทอมตัวผอมๆ ของเธอจะผลักหนุ่มกำยำล่ำสันอย่างฉันได้เชียวเรอะภีมตอบพร้อมกับยักคิ้วและส่งสายตายียวนไปให้หญิงสาว

หากเป็นปกติที่ชายหนุ่มพูดจากวนประสาทแบบนี้ หญิงสาวคงจะหาคำเจ็บแสบมายอกย้อนเขาอย่างทันท่วงที

แต่ไม่ใช่สำหรับครั้งนี้..

ชั่วขณะหนึ่งที่เขาและเธอหันหน้ามามองกันและกัน เมื่อสายตาของเธอจ้องมองไปในดวงตาของเขา… บางอย่างในความรู้สึกของนีรนาทก็แปรเปลี่ยนไป… เป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม

กำแพงที่กั้นขวางความรู้สึกต่างๆ ที่เธอมีต่อเขาดูเหมือนกำลังถูกกัดกร่อน และค่อยๆ ทลายลงทีละนิดละน้อย ราวกับประตูบานหนาหนักที่ปิดกั้นความรู้สึกซึ่งอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ… ค่อยๆ แง้มออกมา

แล้วน้องชมพูจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรหญิงสาวพยายามวกเข้าสู่การสนทนา โดยตั้งคำถามทั้งๆ ที่ยังรู้สึกหวั่นไหวในอก

โน่นไง คำตอบชายหนุ่มเอียงศีรษะไปยังฝั่งตรงข้ามของถนน

ทันทีที่หญิงสาวมองตามสายตาเขาไป หล่อนก็พบกับกองทัพนักข่าวที่พากันวิ่งกรู ผ่านหน้าสิสิระเข้ามา ที่น่าแปลกก็คือคนนำหน้านั้นเป็นหญิงวัยกลางคนร่างหนาซึ่งแต่งตัวจัด ทาปากสีแดงสด ใส่กางเกงรัดรูปสีดำจนมองเห็นขาเป็นปล้องๆ จากระยะใกล้ และใส่เสื้อตัวหลวมโพรกสีเงินเป็นเกล็ดที่ทอแสงระยิบระยับยามต้องแสงแดด

หม่อมหลวงวาวยุวดี!” นีรนาทร้องเสียงดังลั่นเมื่อเห็นหน้าหญิงสูงวัยคนนั้นได้ชัด

จะมัวอึ้งอยู่อีกนานไหมคุณภีมซึ่งตั้งสติได้ก่อน รีบคว้าข้อมือของหญิงสาวให้วิ่งหนีไปทางที่รถยนต์ของเขาจอดอยู่รีบวิ่งไปที่รถผมก่อน ที่เหลือค่อยคุยกันชายหนุ่มออกคำสั่ง

ด้วยเพราะกำลังตกใจ หรือเพราะหัวใจกำลังหวั่นไหว… นีรนาทจึงไม่ร้องโวยวายเมื่อถูกชายหนุ่มแตะเนื้อต้องตัว หากรีบวิ่งตามเขาไปด้วยแรงที่มีอย่างสุดกำลัง

ทันทีที่ถึงรถสปอร์ตคันหรูของชายหนุ่ม หล่อนรีบเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในที่ข้างคนขับโดยไว จากนั้นภีมก็กดปุ่มสตาร์ต แล้วรถยนต์สีแดงเพลิงคันนั้นก็พาสองหนุ่มสาวพุ่งทะยานออกจากสวนสาธารณะแห่งนั้นในทันที

เมื่อหญิงสาวหันไปมองทางด้านหลัง หล่อนก็เห็นเพียงแสงสีเงินแวววาวซึ่งส่องประกายระยิบระยับจากเสื้อของสตรีร่างใหญ่วัยกลางคนเป็นภาพสุดท้าย จากนั้นภีมก็เลี้ยวรถออกสู่ถนนซึ่งการจราจรค่อนข้างโล่ง แล้วเหยียบคันเร่งจนมิด มุ่งหน้าอย่างไร้จุดหมาย โดยทิ้งกองทัพนักข่าวกว่าสิบชีวิตและแม่ของดาราสาว ที่ชื่อหม่อมหลวงวาวยุวดีคนนั้นไว้เป็นภาพสุดท้ายแห่งความทรงจำอันแสนวุ่นวาย

 

ภายในห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเข้ม เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ซึ่งใช้แต่ไม้และหนังแท้ที่ถูกขัดจนเป็นเงาวับ บ่งบอกรสนิยมอันเลิศหรูของเจ้าของห้อง

ชายสูงวัยนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังที่มีพนักสูง จ้องมองรูปภาพใบหนึ่งซึ่งอยู่ในมือของตนเอง พลางใจลอยไปถึงอดีต รูปภาพใบนั้นเก่าคร่ำคร่าจนแทบจะหลุดขาดติดมือ หากผู้ที่ถืออยู่ไม่ใช้ความระมัดระวัง ทางด้านบนซ้ายของรูปมีรอยไหม้เล็กๆ อยู่ จึงทำให้ภาพซึ่งมีอายุเพียงสามสิบปีใบนั้นดูเก่ากว่าความเป็นจริง

เป็นภาพของสองชายหนุ่มและหนึ่งหญิงสาว ที่ทั้งสามคนมีอายุราวสิบแปดสิบเก้าปี และแต่งกายอยู่ในชุดนิสิตของมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง

ชายหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งในภาพมีใบหน้ารูปไข่ ผมของเขาเหยียดตรงและมีสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาที่กลมโตดุจดังอัญมณีน้ำงามนั้น ส่องประกายระยิบวิบวาวได้มากเท่าที่ภาพเก่าใบนั้นจะแสดงออกมาได้

ส่วนเด็กสาวซึ่งอยู่ยืนตรงกลางนั้นกำลังยิ้มอย่างมีความสุขจนตาทั้งสองข้างของหล่อนยิบหยี หากเมื่อเพ่งมองให้ดีก็จะพอดูออก ว่าเค้าโครงหน้าของหล่อนนั้นสวยงามได้รูป จมูกโด่งเชิดรับกับริมปากบางๆ ที่เป็นรูปกระจับ

…ทั้งสองยืนจับมือกัน…

ส่วนเด็กหนุ่มคนสุดท้ายนั้นมีใบหน้าคร้ามคม จมูกโด่งเป็นสัน และมีดวงตาที่ฉายแววซุกซน หากแววตาของเขาในชั่วขณะนั้น กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความกลัดกลุ้ม ซึ่งกำลังมองจ้องไปที่หญิงสาวคนที่ยืนอยู่กลางภาพ

คิมหันต์วางภาพนั้นลงใส่กล่องที่ทำจากไม้มะฮอกกานีสีน้ำตาลเข้มช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือปิดฝาแล้วนำมันเก็บลงสู่ลิ้นชักของโต๊ะทำงานซึ่งอยู่ข้างลำตัว ในทันทีที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นและเขาส่งเสียงอนุญาตให้คนที่ยืนอยู่หน้าห้องนั้นเข้ามา

กิ่งกานดาเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโต หล่อนวางเอกสารเหล่านั้นลงบนโต๊ะไม้ที่ปูทับด้วยกระจกหนาอีกแผ่น ก่อนที่จะสาธยายเจื้อยแจ้วว่าวันนี้คิมหันต์จะต้องประชุมกับคู่ค้ารายใหญ่คนหนึ่งในเวลาบ่ายสองโมงตรงที่ออฟฟิศของเขา และมีนัดรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านถนนสุขุมวิท กับหญิงสาวผู้ซึ่งเป็นลูกของเพื่อนสนิท… เพื่อน ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับเด็กหนุ่มคนที่มีใบหน้ารูปไข่ ซึ่งมีดวงตากลมโตสีดำราวกับนิลเม็ดงามในรูปถ่ายซึ่งเขาเพิ่งเก็บลงสู่กล่องใบนั้น

ขอบใจมากคุณกานดา แล้วช่วยตามคุณซันนี่ให้ผมด้วย” คิมหันต์เอ่ยขอบคุณเลขาฯ สาว พลางขอให้เธอช่วยตามตัวลูกชายของเขา ให้เข้ามาพบ

กิ่งกานดาเดินลับไปไม่ถึงสิบนาที ชายหนุ่มผู้มีในหน้าพิมพ์เดียวกันราวกับถอดแบบมาจากเขา ยกเว้นก็แต่ริมฝีบางบางเฉียบคู่นั้น ก็ก้าวเข้ามายังห้องทำงานสีน้ำตาลเข้มในทันที

วันนี้ฉันมีนัดกินข้าวกับหนูแพรวชายผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นช้าๆ ราวกับเรื่องที่เขาพูดไม่ได้มีความสลักสำคัญ หากผู้ฟังนั้นกลับตื่นเต้น และแสดงท่าทียินดีเมื่อได้ยินชื่อของหญิงสาวคนนั้น

ที่ไหน กี่โมงครับคุณพ่อ… ผมไปด้วยเสกวสันต์รีบพูดอย่างร้อนรน

เขาบอกอยากพบกับพ่อตามลำพัง แต่ฉันก็แน่ใจว่าไอ้ ลำพังนั่น เน้นความหมายว่าไม่ให้แกไปด้วย… เป็นพิเศษคิมหันต์เอ่ย

โถ่ชายผู้อ่อนวัยกว่าสงเสียงครางอย่างเสียดาย

เอาไว้ฉันจะไปคุยกับหนูแพรวให้เอง แต่บอกไว้เลยว่าฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นข่าวดีบิดาของเสกวสันต์กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะใช้เวลากว่าสิบนาที ไล่ให้ชายหนุ่มซึ่งเจรจาหว่านล้อมเพื่อขอไปด้วย ให้กลับไปยังของห้องทำงานของตน

 

คิมหันต์ซึ่งมาถึงก่อนยังห้องอาหารญี่ปุ่นเอ่ยทักเด็กสาวคราวลูก ทันทีที่พนักงานต้อนรับของร้านซึ่งแต่งกายในชุดกิโมโนสีน้ำเงินเข้ม นำหญิงสาวมาถึงห้องพิเศษที่เขาจองไว้

แพรรภัสในชุดเสื้อสีชมพูหวานเรียบๆ กระโปรงสีดำ และแต่งหน้าในโทนสีชมพูอ่อนๆ กล่าวทักทายผู้อาวุโสกว่า ก่อนที่จะนั่งลงยังฝั่งตรงข้ามกับเขา  

ชายสูงวัยเอ่ยให้หญิงสาวสั่งอาหารที่ต้องการ โดยที่หล่อนสั่งอาหารเพิ่มอีกเพียงสองสามอย่างตามมารยาท ด้วยเพราะเห็นว่ามีอาหารมากมายเรียงรายกันอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

ตกลงหนูแพรวจะให้คำตอบลุงแล้วใช่ไหม บิดาของเสกวสันต์เอ่ยปากถามทันทีที่ผลไม้ซึ่งถูกเสิร์ฟเป็นจานสุดท้ายถูกจัดการหมด

แพรรภัสจ้องมองหน้าชายสูงวัยผู้เป็นเพื่อนรักของพ่อ… หล่อนเห็นดวงหน้าครามคม กับแววตาซุกซนของเขาแล้วอดไม่ได้ที่จะนึกชายหนุ่มผู้นั้น

ก่อนหนูจะตอบ ลุงอยากให้หนูคิดดูดีๆคิมหันต์รีบพูดดักคอ

แพรวไม่ทราบนะคะ ว่าสัญญาระหว่างคุณพ่อกับคุณลุงนั้นมีเหตุผลและที่มาจากอะไร ไม่ใช่ว่าแพรวไม่เคารพคุณพ่อและคุณลุง…

หญิงสาวเกริ่นเริ่มต้นเพียงเท่านี้… บิดาของเสกวสันต์ก็รู้ได้ทันทีว่าคำตอบของหล่อนคืออะไร

แต่สำหรับเรื่องแต่งงาน แพรวไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก และอยากขอยกเลิกค่ะ

แพรรภัสให้ตอบด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ หากภายในทรวงอกของหล่อนกลับรู้สึกสั่นไหวราวกับมือที่มองไม่เห็นมาบีบเข้าที่ขั้วหัวใจ

แต่ลุงว่า…

ชายสูงวัยพูดได้เพียงเท่านั้นก็ต้องหยุดลง เมื่อหญิงสาวส่งเสียงที่เริ่มสั่นเครือกลับมาทันที

“แพรวตัดสินใจดีแล้วค่ะคุณลุง”

Don`t copy text!