นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 13 : นางร้ายที่… (รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 13 : นางร้ายที่… (รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

ทันทีที่รถสปอร์ตสีแดงสดของภีมจอดลงที่หน้าคอนโดมิเนียมหรูย่านสาทร หญิงสาวร่างระหงในชุดเสื้อยืดสีขาวรัดรูปเน้นสัดส่วน และกางเกงที่โชว์เรียวขายาวของอดีตนางแบบอย่างหล่อน ก็ก้าวลงจากรถของในทันที

นีรนาทหันไปขอบคุณเขาที่พามาส่ง ทั้งๆ ที่ชายหนุ่มเองยังมอมแมมและอยู่ในสภาพที่เปียกปอน ส่วนหล่อนก็ยังอยู่ในชุดที่ใช้ถ่ายทำละคร

ถึงแม้คอนโดมิเนียมแห่งนี้จะหรูหรา และมีแต่คนฐานะดีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเท่านั้นพักอาศัยอยู่ หากเมื่อรถสปอร์ตคันงามที่มีหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งแต่งตัวสวยเก๋ก้าวเดินลงมา ก็พาให้ใครต่อใครที่อยู่ในบริเวณนั้นพากันจับจ้องเป็นสายตาเดียว

คนส่วนใหญ่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งเรื่องของตน ยิ่งเมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวผู้ที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถคันนั้นเป็นดาราที่มีชื่อเสียงด้วยแล้ว สายตาของผู้ร่วมอาศัยใต้ชายคาเดียวกันกลับยิ่งจ้องมองมา หมายจะให้ทะลุกระจกของรถยนต์เข้าไปให้เห็นถึงใบหน้าของชายซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัย

จะใช่พระเอกหนุ่มผิวเข้มพี่ป้อ ณัฐวรรษ ที่มีลูกเมียแล้ว หรือนักร้องสุดเซอร์ที่ชื่อบูม วงเดอะสลัมป์คนนั้น ซึ่งเพิ่งตกเป็นข่าวกับเธอมาหมาดๆ หรือเปล่า

หากนีรนาทไม่สนใจคนพวกนั้น เพราะเหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับหล่อนแทบทุกวัน

เรื่องรถของคุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ เอากุญแจมา เดี๋ยวผมให้ลูกน้องของพ่อไปขับมาให้ และถ้ามาถึงเขาคงจะโทร.ให้คุณลงมารับกุญแจรถนั่นล่ะ

ภีมเอ่ยสบายๆ ราวกับเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องง่ายดาย ที่เขาสามารถจัดการได้ในพริบตา

อันที่จริง… ผมอยากจะชวนคุณไปกินข้าวด้วยนะ เพราะผมหิวมาก แต่ติดที่ว่าสารรูปแบบนี้ ขืนไปที่ไหนเป็นได้อายเขาแน่ และคุณก็ยืนกรานว่าจะกลับบ้านให้ได้ ผมเลยมาส่งคุณก่อน… เอาเป็นว่าวันหลังผมจะเปิดโอกาสให้คุณเลี้ยงข้าวตอบแทนสำหรับความดีของผมในวันนี้ก็แล้วกันนะชายหนุ่มหน้าตี๋พูดเองเออเองเสร็จสรรพ

ใครบอกว่าฉันจะเลี้ยงข้าวนายยะนีรนาทเอ่ยพลางหัวเราะคิกคัก

เอ๊า… เรื่องแบบนี้ไม่ต้องรอใครบอกหรอกคู้ณ… ผมทำดีหวังผลชาตินี้ เป็นคนดีแล้วก็ต้องได้กินฟรีสิคร้าบ ไม่รู้ล่ะ เอาเป็นว่าคุณติดเลี้ยงข้าวผมหนึ่งมื้อ เอาไว้วันไหนไม่มีสาวไปกินข้าวด้วย แล้วผมจะมาทวงสัญญา

“นายนี่มันเพี้ยนจริงๆหญิงสาวหัวเราะร่วนแล้วจึงเอ่ยถาม  ว่าแต่… ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องวิ่งหนีนักข่าวพวกนั้นด้วย

นีรนาทเพิ่งจะฉุกคิด ด้วยเพราะก่อนหน้านี้หล่อนยังตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความตื่นตระหนก และตื่นเต้น… เมื่อได้สัมผัสถึงอารมณ์ที่แปลกใหม่ระหว่างความสัมพันธ์ของหล่อนกับผู้ชายคนนี้

คุณไม่คิดว่าการที่น้องชมพูดึงผมตกน้ำในจังหวะที่คุณผลักผม กับการที่คุณป้าที่แต่งตัวอย่างกับแผงโซลาร์เซลล์นั่น วิ่งนำหน้านักข่าวมาทันทีที่ผมเพิ่งขึ้นจากน้ำ มันไม่แปลกไปหน่อยเรอะ

นายกำลังจะบอกว่า ทั้งหมดนี้เป็นแผนของน้องชมพู?หญิงสาวเพิ่งจะตั้งสติและคิดตาม

กับคุณแม่จอมจุ้นชายหนุ่มพูดต่อให้พลางยักคิ้วให้หญิงสาว

แล้วน้องเขาจะทำแบบนั้นไปทำไมอดีตนางแบบสาวยังคงมึนงงและสงสัย

อู๊ยยย คุณนี่มันแอ๊บร้าย แอ๊บแรงใช่ไหมเนี่ย แกล้งทำเป็นนางร้ายแต่ตัวจริงนั้นใสแจ๋วแบ๊วจ๋าชายหนุ่มหัวเราะ

ไอ้บ้าหญิงสาวพลันหัวเราะตามเขา

เอาไว้คุณรอดูข่าวค่ำนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน ถ้าผมคิดไม่ผิด คุณป้าโซลาร์เซลล์คงจะเปิดโต๊ะแถลงข่าวที่โรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง พร้อมกำชับให้ลูกสาวทำหน้าตาเจ็บปวดเสียเต็มประดา ประหนึ่งว่าเพิ่งไปรบแถวตะวันออกกลางมาหมาดๆ

นักแสดงหนุ่มหน้าตี๋เอ่ยอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะขอตัวกลับไปอาบน้ำและหาอะไรรับประทาน จากนั้นเขาก็รีบขับรถสปอร์ตคู่ใจออกไปโดยไว โดยทิ้งให้นีรนาทยืนทำหน้าสงสัยและครุ่นคิดอยู่เพียงลำพัง ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น หล่อนจึงหมุนตัวกลับเข้าไปยังอาคารของที่พัก แล้วกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่ตนเองพำนักอยู่

 

ตกลงไอ้ซันนี่ก็อดมีเมีย

เหมันต์เอ่ยขึ้นอย่างตลกขบขัน เมื่อทราบข่าวจากพี่ชายว่าคู่หมั้นของหลานเอ่ยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทันทีที่คิมหันต์ผู้ซึ่งเพิ่งเดินก้าวเข้ามาในบ้าน ทรุดกายลงนั่งยังโซฟาหนังสีน้ำตาลอ่อนอันแสนหนานุ่ม ข้างๆ กับเขา

โถ่ คุณพ่อไปพูดยังไงกันเนี่ยเสกวสันต์โอดครวญกับบิดา

ฉันไม่ได้พูดอะไรสักคำ หนูแพรวต่างหากที่เป็นคนพูด… แล้วถ้าจะโทษนะ โทษตัวเองเถอะไอ้ตัวก่อเรื่องผู้เป็นบิดาเอ่ยเสียงเขียว

ตกลงพี่แพรวเขาปฏิเสธจริงๆ เหรอคะคุณพ่อ แล้วแบบนี้พี่เขาจะโกรธบ้านเราจนมีผลไปถึงงานเขียนและงานหนังสือหรือเปล่าเนี่ย

วันวัสสานหรือเรนนี่ซึ่งนั่งดูละครโทรทัศน์อยู่ในชุดนักศึกษา เอ่ยปากถามบิดาถึงหญิงสาวผู้เป็นนักเขียนชื่อดังในสังกัดของสำนักพิมพ์ลำนำอักษรา

คงไม่เกี่ยวหรอกลูก หนูแพรวเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว คงแยกแยะได้… ไม่เหมือนบางคน

ประโยคหลังคิมหันต์หันไปพูดกับลูกชายผู้เป็นตัวต้นเหตุ

แล้วนี่ผมจะทำยังไงล่ะคุณพ่อตัวต้นเหตุตัดพ้อ

อาว่าเอ็งก็เริ่มจีบเขาใหม่สิวะนายซันนี่… ทำงานด้วยกัน เจอกันบ่อยๆ โอกาสออกจะเยอะแยะ จะไม่ใจอ่อนให้หนุ่มรูปหล่ออย่างเราหน่อยเชียวเรอะเหมันต์ผู้เป็นอารีบเอ่ยแทรกพลางเสนอแนะ

แหม… แต่ความหล่อมันกินไม่ได้นะอาเหม สำหรับหนูนะ ต่อให้ผู้ชายหล่อแค่ไหน แต่ถ้านิสัยไม่ดี… แบบนี้

เด็กสาวหันไปมองพี่ชายพลางทำหน้าล้อเลียน …หนูก็ไม่เอา

เดี๋ยวจะโดนเขกกะโหลก พูดดีไปเถอะ เอาไว้ตัวเองมีแฟนเมื่อไรแล้วจะรู้สึก

ผู้เป็นพี่ชายส่งเสียงขู่ทีเล่นที่จริง

โอ้ย คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ เรนนี่จะมีไม่แฟน โดยเฉพาะถ้าต้องเจอกับพวกผู้ชายกะล่อน หนูขออยู่เป็นโสดช่วยงานคุณพ่อไปจนขึ้นคานดีกว่าหญิงสาวตอบอย่างมาดมั่น

คิมหันต์ได้ยินลูกสาวพูดแบบนั้นก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ หากในไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ต้องนั่งถอนลมหายใจ เมื่อนึกถึงว่าเขาต้องผิดสัญญาที่มีต่อพิพิธผู้เป็นเพื่อนรัก ที่จะให้ลูกของพวกเขาแต่งงานกัน

จากนั้นชายสูงวัยก็ขอตัวขึ้นห้องนอน ก่อนที่จะเอ่ยทิ้งท้ายกับลูกชายคนโตของเขาด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั้งห้องนั่งเล่นแห่งนั้น

แกจะทำยังไงก็ได้นะนายซันนี่ แต่ลูกสะใภ้ของพ่อต้องมีเพียงคนเดียว และชื่อแพรรภัสเท่านั้น เข้าใจไหม

 

ณ ห้องทำงานของกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ นิวส์ ทูเดย์ ขณะที่ชายหนุ่มผู้มีผมหยักศกสีน้ำตาลนั่งจ้องมองข่าวที่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์ ชายผู้อาวุโสกว่าผู้ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการสายข่าวบันเทิง ก็เดินเข้ามาอยู่ด้านหลังเขาในทันที

ทิมจะไม่ตามข่าวนี้หน่อยเหรอ พี่ว่าน่าสนุกดีนะหัวหน้าที่ชื่อชัยชิดเอ่ยทักจนชายหนุ่มสะดุ้ง

“มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยนะพี่ชัย ตกใจหมดฑีฆายุเงยหน้าขึ้นไปมอง

แหม เดี๋ยวนี้ทำเป็นขวัญอ่อน ตั้งแต่เกือบโดนรถชนวันนั้น ก็ทำเป็นคนขี้ตกใจไปได้นะชัยชิดแซวลูกน้องหนุ่ม

โธ่ พี่ชัย พี่ไม่มาเป็นผม พี่ไม่รู้หรอก รถบ้านั่นขับมาอย่างเร็วจนเกือบจะชนผมอยู่แล้ว ดีนะที่คนขับมันหยุดรถทัน ไม่งั้นผมได้ลงไปนอนวัดความแข็งของพื้นคอนกรีต หน้าสำนักพิมพ์นั้นแน่ๆชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยังพยายามจะพูดติดตลก

แล้วแกไปทำอะไรที่นั่นล่ะ แหล่งข่าวแกมีเรื่องอะไรเด็ดๆ ที่พี่ไม่รู้หรือเปล่าหัวหน้าของเขาถาม

ก็ไม่ถึงกับเด็ด แค่ได้ข่าวว่าลูกชายคนโตของคุณคิมหันต์ เจ้าของบริษัทเพลินอักษรา เพิ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ แล้วก็มารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดคนใหม่ ทีนี้ผมก็ว่าจะเข้าไปดูลาดเลานะสินักข่าวหนุ่มให้คำตอบ

บ๊ะ เดี๋ยวนี้ลูกน้องของข้าต้องทำตัวเป็นสตอลเกอร์ ติ่งดารา คอยแอบตามคนมีชื่อเสียงกับเขาแล้วเหรอวะเนี่ยชัยชิดว่าพลางหัวเราะ

พี่ก็พูดเกินไป… ก็ติดต่อไปแล้วเขาไม่ให้สัมภาษณ์ ผมก็อยากรู้น่ะสิว่านายคนนี้มันจะหน้าตายังไง แล้วทำไมต้องทำตัวหยิ่งยโส ไม่ยอมให้ใครสัมภาษณ์ด้วยนักข่าวหนุ่มเฉลย

เออ… แล้วสรุปจะตามข่าวนี้หรือเปล่า ถ้าไม่ตามพี่ให้ไอ้เปี๊ยกไปทำนะหัวหน้าสายข่าวบันเทิงหันเหหัวข้อสนทนา โดยทำท่าบุ้ยใบ้ชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งมีข่าวที่ชายหนุ่มกำลังนั่งอ่านอยู่

โอเค… ทำก็ได้พี่ เพื่อนผมมันเล่นละครเรื่องนี้ด้วย เดี๋ยวผมไปสืบมาให้

ฑีฆายุตอบตกลงในท้ายที่สุด ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วรีบโทร.หาเพื่อนสนิท แทบจะทันทีที่ชัยชิดเดินกลับเข้าไปยังห้องทำงานส่วนตัว

เมื่อปลายสายส่งเสียงตอบรับ ชายหนุ่มก็เอ่ยทักอย่างอารมณ์ดี

ว่าไงไอ้พระเอก วันนี้มีถ่ายละครที่ไหนหรือเปล่าวะ ข้าจะได้ตามไปทำข่าวฑีฆายุเอ่ยทักทาย

ไม่มีโว้ย เมื่อวานกองละครข้าเพิ่งล่ม ผู้กำกับแกเลยอารมณ์เสีย บอกว่าจะพาเมียไปเที่ยวฮ่องกงสองสามวัน ข้าก็เลยว่างไปกับเขาด้วยเพราะเทคิวมาหมดแล้ว… เอ็งคงจะเห็นข่าวแล้วล่ะสิเพื่อนซึ่งอยู่ปลายสายตอบ

เออ งั้นเอ็งมากินข้าวกลางวันกับข้าไหมวะไอ้หมอก ข้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วยนักข่าวหนุ่มเอ่ยกับเพื่อนรักซึ่งได้รับบทเป็นพระเอกในละครเรื่อง อัสดงในลมหนาว ที่เขากำลังอยากได้ข้อมูลบางอย่างพอดี

 

สิสิระนั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบิสโทรย่านถนนวิทยุ ซึ่งเพื่อนของเขานัดเอาไว้ทางโทรศัพท์เมื่อเช้านี้ ขณะที่เขากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือเพลิน ชายหนุ่มก็พลันได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคยดังล้งเล้งขึ้นมาจากทางด้านหน้าประตูร้าน

เมื่อเขาเงยหน้า เขาก็พบว่าผู้ที่ส่งเสียงดังนั้นคือฑีฆายุเพื่อนของเขา หากทว่าชายหนุ่มไม่ได้เดินมาตามลำพัง แต่มีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่ดูแล้วน่าจะยังเป็นนักศึกษาเดินทำหน้าตาเอือมระอาไม่รู้ไม่ชี้ นำหน้าเขาเข้ามาด้วย

อะไรกันวะไอ้ทิม… เอ็งโวยวายอะไร นักแสดงหนุ่มซึ่งสวมแว่นดำอำพรางใบหน้าอยู่ เอื้อมมือไปคว้าขวาแขนของเพื่อน ทันทีที่เดินผ่านโต๊ะที่เขานั่งอยู่

อ้าว ไอ้หมอก มาถึงแล้วเหรอ ปล่อยข้าก่อน ข้าไปจะคุยกับแม่นั่นให้รู้เรื่องนักข่าวหนุ่มเอ่ยอย่างเอาเรื่อง

แม่นั่น? แม่ไหนวะ? แม่มึง แม่กู แม่ผม หรือแม่คุณ?สิสิระถามติดตลก

มึงไม่ต้องมาตลกตอนนี้นะไอ้หมอก ขอข้าไปจัดการยัยฆาตกรใจโหดก่อน ฑีฆายุเอ่ยเสียงเข้ม

สุดท้ายแล้วสิสิระก็ต้องลุกตามเพื่อนสนิทไปยังโต๊ะของหญิงสาวผู้ซึ่งเดินนำหน้าเข้ามาก่อนเพื่อนของเขา

เมื่อถึงโต๊ะนั้น สิสิระก็พบว่ามีเด็กสาวที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับกับหญิงสาวคนนั้น นั่งรวมกันอยู่เกือบสิบคน  หากไม่ทันที่สิสิระจะเอ่ยห้ามอะไร ฑีฆายุก็ตะโกนเสียงดังลั่นไปยังโต๊ะของหญิงสาวเหล่านั้น

ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนนะยัยฆาตกรชายหนุ่มชี้หน้าไปยังหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนนั้น

ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต พูดบ้าๆ ฉันไปเคยฆ่าใครที่ไหน… ถ้าจะเป็นฆาตกรจริงๆ นายนี่และจะเป็นศพแรกถ้ายังไม่หุบปากหญิงสาวเริ่มโมโห

ใจเย็นๆ ก่อนเรนนี่ ตกลงมีเรื่องอะไร แล้วผู้ชายสองคนนี้เป็นใครหญิงสาวอีกคนในกลุ่มเอ่ยถามเพื่อน

อุ้ย นี่ใช่พี่หมอกหรือเปล่าคะ ต้องใช่แน่ๆ หนูจำลักยิ้มได้ กรี๊ด…พี่หมอก สิสิระ หนูขอลายเซ็นได้ไหมคะอีกหนึ่งในกลุ่มกรีดร้องเสียงดัง ทันทีที่จำได้ว่าสิสิระคือดาราหนุ่มดาวรุ่งชื่อดัง

สุดท้ายแล้วสาวๆ เกือบทั้งหมดต่างก็พากันมารุมล้อมขอลายเซ็นและถ่ายรูปกับสิสิระ จนฑีฆายุไม่มีโอกาสได้เจรจากับหญิงสาวที่ชื่อเรนนี่คนนั้น และเมื่อแจกลายเซ็นจนเสร็จสิ้น สิสิระก็รีบลากเพื่อนสนิทซึ่งอารมณ์สงบลงนิดหน่อยกลับไปยังโต๊ะของตัวเองโดยไว พร้อมกับเริ่มต้นตั้งคำถาม

ตกลงนี่มันเรื่องอะไร แล้วเอ็งไปหาเรื่องน้องเขาทำไมวะ

ก็แม่นั่น ชายหนุ่มหันหน้าไปมองหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนั้นด้วยสายตาแข็งกร้าวเกือบจะขับรถชนข้าเมื่อวันก่อน แล้วก็รีบขับหนีโดยไม่มีการลงมาขอโทษสักคำ พอวันนี้ก็ยังมาแย่งที่จอดรถข้าอีก… ข้าจำได้แม่น รถมินิสีเหลือง มีลายธงชาติอังกฤษบนหลังคา ทะเบียนตองสี่แบบนี้ ไม่มีวันลืมแน่

เฮ้ย ขนาดนั้นเลยเหรอวะ หน้าตาเขาออกจะน่ารัก ไม่น่าใจร้ายแบบนั้นนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งเอ่ยอย่างไม่เชื่อในเรื่องที่เพื่อนเล่า

เอ็งอย่ามองคนที่หน้าอย่างเดียวสิวะนักข่าวหนุ่มพูดต่อ

เออ พูดถึงเรื่องคนหน้าสวยใจเสีย ที่ข้าเรียกเอ็งมาวันนี้ก็เพราะมีเรื่องจะถามถึงแม้จะยังหงุดหงิดเพียงไร หากฑีฆายุยังไม่ลืมวัตถุประสงค์ในการมากินข้าวกลางวันกับเพื่อนสนิทในวันนี้

ว่ามาดาราหนุ่มหยิบเฟรนช์ฟรายที่เย็นชืดงับเข้าปาก

ข้าจะถามถึงเรื่องน้องพราวชมพูกับแม่เขาหน่อย

นักข่าวหนุ่มเริ่มต้นถามถึงสิ่งที่เขาต้องการ ในขณะที่เพื่อนของเขาเงยขึ้นมาสบตา แล้วยิ้มให้อย่างคนที่รู้ทันกัน

Don`t copy text!