นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 14 : หน้าใสๆ ใครๆ ก็… (รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 14 : หน้าใสๆ ใครๆ ก็… (รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

ภายในบ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านชานเมือง มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมสไตล์คอนเทมโพรารีที่สวยงามและเต็มไปด้วยความเงียบสงบ โดยที่บ้านแต่ละหลังอยู่ห่างจากกำแพงซึ่งกั้นระหว่างกันพอสมควร ด้วยเพราะมีอาณาบริเวณรอบบ้านกว้างขวาง ตัวบ้านสองชั้นสร้างจากปูนและทาด้วยสีน้ำตาลอ่อนสลับขาว ส่วนภายในนั้นก็ตกแต่งอย่างหรูหราวิจิตรด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลด์อินสีขาวแซมทอง ที่บ่งบอกรสนิยมอันวิไลของผู้อยู่อาศัย

เสียงกรีดร้องยินดี และเสียงหัวเราะชอบอกชอบใจของสตรีวัยกลางคนในบ้านหลังนั้นดังลั่น แม้ตัวบ้านแต่ละหลังจะอยู่ห่างกันในระยะที่ค่อนข้างไกล แต่ถึงกระนั้น เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ติดกันก็อดไม่ได้ที่จะต้องเปิดผ้าม่าน แล้วสอดส่ายสายตาไปยังบ้านซึ่งเป็นต้นตอของเสียงกรีดร้องนั้น ก่อนจะพบว่าหญิงร่างใหญ่ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าของบ้าน กำลังหัวเราะเสียงดังจนพุงกระเพื่อม

…หากเพื่อนบ้านคนนั้นไม่อาจได้ยินว่าคุณแม่ดาราจอมเจ้ากี้เจ้าการคนนั้นกำลังดีอกดีใจอะไรนักหนา

เก่งมาค่ะลูกขา แบบนี้สิสมกับเป็นลูกแม่หม่อมหลวงวาวยุวดีเอ่ยชมลูกสาว ในขณะที่ทั้งสองนั่งดูข่าวบันเทิงในโทรทัศน์

พราวชมพูซึ่งอยู่ในชุดกางเกงรัดรูปสีขาวขาสั้นจู๋ สวมเสื้อกล้ามสีฟ้าอ่อนแน่นเปรี๊ยะแนบลำตัว กำลังนั่งดื่มน้ำหวานและรับประทานผลไม้ที่จัดอยู่ในจานใบสวย ยกรีโมตขึ้นมากดปุ่มปิดโทรทัศน์ ก่อนเอ่ยตอบแม่ของหล่อนที่ยังคงแต่งหน้าหนาจัดแม้ว่าจะอยู่บ้านนานแล้ว

ระดับนางเอกอย่างหนูแล้ว แค่นี้จิ๊บจ้อยค่ะคุณแม่ เสียอย่างเดียว…นางเอกสาวหยุดพูดพลางคว้าโทรศัพท์มือถือมาเปิดให้กล้องถ่ายรูปทำงานทางด้านหน้า แล้วคว้าขึ้นมาถ่ายภาพใบหน้าของตัวเอง

…เสียดายที่นักข่าวมาสัมภาษณ์ตอนหนูไม่สวยน่ะสิคะหญิงสาวพูดต่อพลางใช้แอพลิเคชันตกแต่งภาพให้ใบหน้าตัวเองนั้นดูขาวใสกว่าปกติอีกสักนิดหน่อย

แต่ก็สมบทบาทดีนะคะลูกขา เปียกปอนไปทั้งตัว จะได้ดูน่าสงสาร… ดูเป็นนางเอกผู้บอบบางที่ถูกนางร้ายกระทำผู้เป็นแม่เอ่ยพลางนั่งหัวเราะชอบใจแค่นี้นังนีรนาทนั่นก็ถูกคนด่าทั้งบ้านทั้งเมือง โทษฐานที่กลั่นแกล้งดาราหนุ่มรูปหล่อ และนางเอกสาวผู้บอบบางอย่างหนูให้ต้องตกน้ำ

สมน้ำหน้ามัน ไม่สวยแล้วยังปากดี ทำเป็นแซวคนนั้นคนนี้ น่าหมั่นไส้… ดีนะที่คุณแม่วางแผนเรียกนักข่าวมา ไม่งั้นหนูได้ตกน้ำฟรีแน่ๆ

หญิงสาวหัวเราะคิกคักพลางหยิบแอบเปิ้ลชิ้นหนึ่งเข้าปาก ก่อนจะนำรูปถ่ายใบหน้าของตัวเองที่ตกแต่งเสร็จแล้ว ขึ้นโพสต์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก พร้อมติดแฮชแทก #หน้าใสๆใครๆก็รังแก เพื่อให้แฟนๆ ละครที่คอยติดตามข่าว ได้ชื่นชมความงามและเข้ามาแสดงความคิดเห็นในรูปของเธอ

ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังนั่งสนทนากันเพื่อยินดีกับความสำเร็จในการสร้างกระแสให้ตนเอง อีกทั้งยังสามารถโจมดีดาราสาวที่พราวชมพูรู้สึกหมั่นไส้ สตรีสูงวัยอีกคนหนึ่งที่เพิ่งจอดรถหน้าบ้านก็เดินเข้ามา

อ้าวคุณพี่ กลับมาแล้วเหรอคะหม่อมหลวงวาวยุวดีเอ่ยทักผู้มาใหม่

ข้างนอกรถติดมากเลย พี่ว่าจะต้องหาคนขับรถใหม่จริงๆ จังๆ เสียที ขับรถเองแล้วเวียนหัว หรือว่าฉันแก่แล้วก็ไม่รู้สตรีสูงวัยผู้ซึ่งเพิ่งก้าวเข้ามาในบ้านบ่นกระปอดกระแปดในทันที

อุ้ย ก่งแก่อะไรกันคะ คุณป้าออกจะยังสาว บ้านเรามีแต่สาวสวยรวยเสน่ห์ โดยมีคุณป้าเป็นตัวแม่คอยนำทีมหญิงสาวที่อ่อนวัยที่สุด รีบพูดเอาอกเอาใจผู้เป็นพี่สาวของแม่ซึ่งเธอรักและเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด

หม่อมหลวงวรรณวนิดาผู้เป็นพี่สาวของหม่อมหลวงวาวยุวดี ส่งยิ้มให้หลานสาวอย่างเอ็นดู

ชีวิตพวกหล่อนก็มีกันแค่นี้…. ตัวหล่อนเองนั้นเคยมีสามี หากเขาก็ทิ้งไปมีผู้หญิงคนใหม่ที่เด็กกว่า ใสกว่า โดยที่ทั้งสองยังไม่ทันจะมีลูกด้วยกัน ต่างกันกับน้องสาว… วาวยุวดี

รายนั้นท้องไม่มีพ่อตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย… ร้อนถึงวรรณวนิดาผู้เป็นพี่สาวเพียงคนเดียวที่มีอายุห่างกันถึงเจ็ดปี ต้องคอยปกปิดผู้เป็นบิดามารดา จนกระทั่งน้องคลอดลูกออกมาและต้องเลี้ยงดูตามลำพังยังหอพักที่พี่สาวออกเงินส่งเสียให้

ครอบครัวของหล่อนต้องประสบกับเรื่องเศร้าอีกครั้ง เมื่อพ่อและแม่ได้เสียชีวิตไปโดยไม่ทันได้รู้ความจริง ว่าพวกเขามีหลานสาวที่เกิดจากลูกคนเล็กแล้วหนึ่งคน เพราะรถยนต์ที่พ่อซึ่งเป็นคนขับและมีแม่นั่งโดยสารอยู่ข้างๆ เกิดประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำแถวเขาใหญ่ ทำให้ทั้งสองเสียชีวิตทันทีในวันที่วรรณวนิดายังมีอายุไม่ถึงสามสิบปี

วรรณวนิดาที่เป็นทั้งพี่ ทั้งป้า จึงต้องรับภาระดูแลน้องและหลานสาวเพียงลำพังตั้งแต่นั้นมา โดยอาศัยเงินเดือนจากอาชีพข้าราชการครู ซึ่งรายได้นั้นก็ไม่ได้ดีพอที่จะเลี้ยงสามชีวิตให้อยู่กินได้อย่างสุขสบาย

ยังดีที่หล่อนมีความสามารถทางด้านการเขียน หล่อนจึงลองแต่งนิยายรักหวานซึ้งและตระเวนส่งต้นฉบับไปยังสำนักพิมพ์มากมาย

โชคของหล่อนยังมี… เมื่อสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งติดต่อกลับมาเพื่อแจ้งว่า ต้นฉบับของหล่อนได้รับการพิจารณาและจะได้รับการตีพิมพ์รวมเล่มกับสำนักพิมพ์แห่งนั้น  

จากนั้นหญิงสาวก็มีอาชีพเขียนนิยายเป็นอาชีพที่สอง…

รายได้ของหล่อนงอกเงยขึ้นมาทันตา เมื่อนิยายเรื่องแรกถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ชื่อเสียงของวรรณวนิดาในฐานะเจ้าของนามปากกา เบญจกัลยาณีจึงยิ่งโด่งดังขึ้นทันตาเห็น

เมื่อมีชื่อเสียง มีเงินทอง… วันหนึ่ง หญิงสาวซึ่งกำลังอยู่ในช่วงวัยกลางคน ก็ตัดสินใจลาออกจากงานข้าราชการครู แล้วมาอยู่บ้านเขียนนิยายจริงๆ จังๆ เสียเลย

ต่อมาไม่นาน วรรณวนิดาก็ได้พบรักกับชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งซึ่งมีอายุน้อยกว่าหล่อนถึงห้าปี เขามีอาชีพเป็นเพียงพนักงานในโรงพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือนิยายของเธอ หากนักเขียนสาวไม่สนใจในความแตกต่างของชนชั้นและฐานะ หล่อนรักเขาเพราะเขาเป็นคนขยันและสู้ชีวิต

เมื่อชายคนนั้นได้ก้าวเข้ามา หญิงสาวผู้โหยหาความรักมาตลอดชีวิตก็ตัดสินใจมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมี ทั้งตัว ทั้งหัวใจ ทั้งความสุขสบายที่ผู้หญิงคนหนึ่งพึงจะมอบให้ชายคนรักอย่างสุดหัวใจได้

วรรณวนิดาหลงรักเขาเสียจนหัวปักหัวปำโดยไม่เอะใจแม้สักนิด ว่าเขานั้นรู้สึกอย่างไรจริงๆ กับเธอกันแน่… เขารักหญิงผู้สูงวัยกว่าที่มีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ คนนี้จริงๆ หรือสิ่งที่เขาหวังคือทรัพย์สินอันมีค่าที่เธอบำรุงบำเรอเขาอยู่กันแน่

หากสุดท้ายแล้วความจริงก็ปรากฏ ทันทีที่เขายักยอกเงินทองและทรัพย์สมบัติของนักเขียนสาวใหญ่ไปเกือบจนหมด สูบเลือดสูบเนื้อไปจนหล่อนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว เขาก็เดินออกไปจากชีวิตของเธอได้อย่างง่ายดายโดยไม่เหลือเยื่อใย ทิ้งให้หญิงวัยกลางคนต้องทนทุกข์ทรมาน และเจ็บปวดรวดร้าวปางตายเพียงลำพัง ยังดีที่หล่อนมีน้องและหลานสาว ทั้งสามคนจึงอยู่ช่วยเหลือ ดูแลกันและกัน

 

วรรณวนิดายังยึดอาชีพนักเขียนของหล่อนเป็นที่มาของรายได้หลักเพียงแหล่งเดียวในการจุนเจือทั้งสามชีวิต ในขณะที่วาวยุวดีผู้เป็นน้องสาวซึ่งเรียนหนังสือไม่เก่งและท้องตั้งแต่วัยเรียนนั้น ทำได้แค่เพียงเปิดร้านโชว์ห่วยขายของเล็กๆ น้อยๆ ไปวันๆ

โชคชะตาไม่ได้กลั่นแกล้งทำร้ายนักเขียนสาวตลอดชีวิต เมื่อวรรณวนิดาเปลี่ยนแนวการเขียนนิยาย จากแนวรักหวานซึ้งมาเป็นแนวรักสะเทือนใจซึ่งกลั่นกรองออกมาจากส่วนลึกในหัวใจอันบอบช้ำของเธอ ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในหมู่นักอ่าน

จากนั้นนิยายเหล่านั้นก็ถูกนำไปสร้างเป็นทั้งภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ และทำให้หนังสือของเธอได้รับการตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า… ชื่อเสียงและเงินทองจึงหลั่งไหลกลับมาหาเธอและครอบครัวอีกครั้ง

จากหญิงสาวธรรมดาผู้เขียนนิยายด้วยแรงบันดาลใจและความฝัน ได้กลายมาเป็นราชินีนักเขียนนิยายรักเจ้าของบทประพันธ์มากมายที่ตราตรึงใจผู้อ่าน และผงาดอยู่ในวงการวรรณกรรมมานานนับสิบปี

ชื่อเสียงและเงินทองเท่านั้นที่ทำให้หล่อนและครอบครัวมีความสุข…หม่อมหลวงวรรณวนิดาคิด จะไม่มีใครหน้าไหนมาพรากความสุขไปจากเธอได้อีก

และเมื่อคิดได้เช่นนั้น นักเขียนสาวใหญ่ก็ได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่อย่างหนึ่งไว้ในใจ…

หากฉันยังมีลมหายใจ… เบญจกัลยาณีจะต้องเป็นที่รัก

หากฉันยังมีชีวิต… เบญจกัลยาณีจะต้องเป็นที่หนึ่งเหนือใคร  

และหากมีวันใดที่ใครหน้าไหน อาจหาญมาเขย่าบัลลังก์ราชินีนักเขียนของฉันให้สั่นคลอน… ฉันจะฟาดฟันมันผู้นั้นให้หาความสุขไม่ได้อีก ไปจนชีวิตจะหาไม่!

Don`t copy text!