นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 18 : สายสืบที่… (รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 18 : สายสืบที่… (รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

บรรยากาศในร้านอาหารที่ตกแต่งได้สวยงามราวไปนั่งรับประทานอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เสกวสันต์เจริญอาหารมากกว่าทุกมื้อ  ชายหนุ่มรู้สึกอิ่มท้อง แต่ที่อิ่มมากกว่านั้นก็คือความอิ่มอกอิ่มใจ

ส่วนหนึ่งเพราะได้นั่งรับประทานอาหารเป็นครั้งที่สองกับแพรรภัส ถึงแม้จะไม่ได้นั่งด้วยกันตามลำพังแบบครั้งแรกก็ตาม อย่างน้อยอะไรๆ ก็คงจะดีขึ้น เขาหวังไว้อย่างนั้น

และอีกส่วนหนึ่ง ชายหนุ่มก็ได้ช่วยปกป้องหญิงสาวจากคำเหน็บแนมที่นักเขียนผู้ใหญ่คนนั้น คอยพยายามพูดหาเรื่องแพรรภัสตลอดเวลา

จะจงเกลียดจงชังอะไรขนาดนั้น ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดคนใหม่ของบริษัทเพลินอักษรานึกสงสัย แพรรภัสจะไปทำอะไรให้หม่อมหลวงวรรณวนิดาไม่พอใจ ถ้าไม่ใช่การที่หญิงสาวเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจนเรียกได้ว่าอาจจะแซงหน้านักเขียนรุ่นพี่ไปแล้ว

ความอิจฉาริษยาที่มันน่ากลัวจริงๆ ขนาดคนที่ยืนอยู่บนจุดที่สูงกว่าใครๆ ก็ยังมัวเมาหลงใหลอยู่กับความริษยาในใจตน เขาแน่ใจว่าสักวัน ความอิจฉาริษยานี้จะเป็นภัยมาสู่ตัวหม่อมหลวงนักเขียนเอง แต่ใครทำอะไรไว้ ก็หนีไม่พ้นผลจากการกระทำของตัวเอง

นอกเหนือจากชายหนุ่มแล้ว ก็คงมีแต่ชลนารีที่เจริญอาหาร ถึงหญิงสาวจะรู้ว่าหม่อมหลวงนักเขียนพยายามหาเรื่องนักเขียนรุ่นน้อง แต่หล่อนก็ไม่มีอำนาจไปทำอะไรได้ ได้แต่ส่งสายตาปริบๆ ให้กำลังใจ แล้วก็กินต่อไปเท่านั้น

ส่วนคนที่เหลือ แพรรภัสและกรรณาก็ดูจะเงียบขรึมผิดปกติ คนแรกนั้นคงปกปิดความไม่พอใจเอาไว้ ส่วนคนที่สองนั้นอาจจะเงียบเพราะไม่รู้จะโต้เถียงนักเขียนใหญ่ไปทำไม ปล่อยให้ลูกชายเจ้าของบริษัทเป็นคนจัดการดีกว่า

 

สำหรับหม่อมหลวงวรรณวนิดานั้นดูจะหงุดหงิดใจอย่างไม่สามารถเก็บงำความรู้สึกได้เลย เพราะไม่ว่าหล่อนจะพูดจาเหน็บแนมนักเขียนรุ่นน้องด้วยเรื่องใด ชายหนุ่มผู้ร่วมโต๊ะเพียงคนเดียวก็สามารถหาข้อโต้แย้งที่แลดูสุภาพ แต่ขัดใจหล่อนได้เสมอ ซึ่งนั่นทำให้หล่อนไม่พอใจเอามากๆ

การรับประทานอาหารจบลงในเวลาไม่นาน นักเขียนสาวใหญ่ขอตัวกลับทันทีเมื่อของหวานมาเสิร์ฟโดยที่บางคนยังรับประทานไม่เสร็จด้วยซ้ำ โดยให้เหตุผลว่าหล่อนจะต้องรีบไปทำธุระต่อ ไม่ว่าคุณชลนารีจะเอ่ยปากให้รอกลับบริษัทพร้อมกัน เมื่อขามาก็มาด้วยกัน จะให้หม่อมหลวงวรรณวนิดานั่งแท็กซี่กลับไปเอารถได้อย่างไร หากความพยายามของบรรณาธิการสาวใหญ่นั้นไร้ผล เมื่อนักเขียนสาวใหญ่ไม่สามารถอดทนอยู่ต่อไปได้อีกแม้สักวินาทีเดียว

เดี๋ยวดิฉันไปทำธุระก่อนแล้วค่อยกลับไปเอารถก็ได้ค่ะ ว่าแล้วก็ผุดลุกออกไปโดยไม่ฟังคำคัดค้านของใคร

 

อีกสามชั่วโมงถัดมา ทันทีที่แท็กซี่มาจอดหน้าอาคารสี่ชั้นของสำนักพิมพ์เพลินอักษรา หม่อมหลวงสาวใหญ่ก็เดินกระแทกกระทั้นไปที่รถแล้วขับออกไปด้วยอาการฉุนเฉียว

สาวใหญ่กรีดร้องสลับกับส่งเสียงคำรามอย่างเข่นเขี้ยวเมื่ออยู่เพียงลำพังในรถ… ความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้จิตใจอันร้อนรุ่มของเธอสงบลงได้เลยแม้แต่นิด

ดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน หญิงสูงวัยจึงมีอาการเกรี้ยวกราดผิดปกติ ร้อนถึงน้องและหลานสาวต้องรีบเข้ามาปลอบกันยกใหญ่ หมายจะเอาใจให้อารมณ์ดีขึ้น

ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณพี่ ไปหงุดหงิดอะไรมาคะเนี่ยหม่อมหลวงวาวยุวดีผู้เป็นน้องสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ในขณะที่หลานสาวก็ทำท่าสนใจใคร่รู้ หากแต่หล่อนกำลังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของตัวเองอยู่ จึงยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

จะอะไรซะอีกล่ะ ก็รำคาญไอ้พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม หลานชายนายเหมันต์ของเธอนั่นล่ะนักเขียนใหญ่กระแทกเสียงด้วยความโมโห

ว้าย คุณพี่พูดอะไรแบบนี้

ผู้เป็นน้องสาวทำท่าตกใจก่อนหันไปทางลูกสาวของตน ที่จ้องมองตาแป๋วราวกับต้องการคำตอบว่า ผู้ชายที่ชื่อเหมันต์มีความเกี่ยวข้องอะไรกับแม่ของตน

แล้วคุณพี่ไปทำอีท่าไหน ถึงให้เด็กนั่นมันมาทำให้กวนใจได้ล่ะคะ วาวยุวดียังคงถามต่อ

ก็วันนี้มีสายโทร.มาบอกว่านังนักเขียนนั่นเข้าไปประชุมที่บริษัท ฉันก็เลยขับรถตามเข้าไป ทำเป็นบังเอิญว่าผ่านมาแถวนั้น สายสืบของฉันบอกว่าพวกมันกำลังร่วมมือกันทำทุกวิถีทางให้นิยายของนังนั่นดีกว่าของฉันแน่ๆ พอฉันเข้าไปถึงก็เจอว่าพวกมันกำลังนั่งประชุมอะไรกันอยู่จริงๆ แค่นั้นล่ะ ก็ทำเป็นปิดการประชุมแล้วเปลี่ยนประเด็นทำเป็นชวนไปกินข้าวกลางวันวรรณวนิดาเล่าเป็นฉากๆ

อาหารก็อร่อยอยู่หรอก ฉันก็สนุกปากที่ได้เหน็บนังนั่นไปเรื่อยๆ เหมือนทุกครั้ง แต่ไอ้เสกวสันต์ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนมันกล้ามาประฝีปากกับฉัน ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรออกไป มันก็คอยแต่ทักท้วง ยิ่งฉันเหน็บนังทารกวรรณกรรมนั่นมากเท่าไร มันยิ่งตอกฉันกลับหนักขึ้นมากเท่านั้น หม่อมหลวงวรรณวนิดาเล่าด้วยน้ำเสียงที่เหลืออด

นี่ฉันว่าระหว่างสองคนนี้ ต้องมีนอกมีในอะไรกันแน่ๆ ดูๆ เหมือนไอ้คนผู้ชายมันทำท่าเหมือนจะมีใจให้นังนั่นยังไงไม่รู้ นี่ถ้าขืนมันชอบพอกันจริงๆ อีกหน่อยนังเด็กนั่นได้ขึ้นมานั่งชูคอเป็นลูกสะใภ้เจ้าของสำนักพิมพ์ ฉันไม่โดนเขี่ยกระเด็นออกมาอย่างนั้นหรือ นักเขียนสาวใหญ่พูดพลางใช้ความคิด

เดี๋ยวชมพูจะช่วยจัดการมันให้เองค่ะคุณป้าดาราสาวที่นั่งสำรวจความนิยมผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ อยู่ พูดออกมาในที่สุด

หนูจะทำอะไรล่ะลูกผู้เป็นป้าถามด้วยความสงสัย

ตอนนี้หนูยังคิดไม่ออก แต่ไม่ว่าใครหน้าไหนที่มาทำให้คุณป้าของชมพูไม่พอใจ หนูจะเขี่ยให้มันหลุดออกนอกวงโคจรของพวกเราไปเลย คุณป้าคอยดูสิคะ

ให้มันได้อย่างนี้สิคะลูกขาหม่อมหลวงผู้เป็นแม่ชมเชยลูกสาวของตัวเองอย่างออกนอกหน้า

ขอบใจพวกเธอมาก แต่ทำอะไรก็ใช้สมองกันด้วยนะ ไอ้แบบที่คอยไปไล่ด่าพวกมันตามเว็บไซต์ กับปล่อยข่าวเรื่องเพื่อนดาราของมันก็ระวังๆ หน่อย อย่าให้ใครสาวมาถึงมือเราได้ เดี๋ยวจะพากันซวยไปหมดผู้อาวุโสสุดในบ้านเอ่ยเตือนให้ระวัง หากไม่ได้ปรามในสิ่งที่หลานสาวบอกว่าจะทำ

ระดับหนูไม่มีหลุดหรอกค่ะ แต่หนูว่าคุณป้าคอยระวังพวกแฟนคลับไว้บ้างน่าจะดีกว่า บางคนมันก็ดูไม่ค่อยน่าไว้ใจนะคะ นอกจากชื่นชมจริงๆ หนูว่าบางคนมันก็อาจจะมาหวังผลประโยชน์ อยากให้คุณป้าผลักดันเข้าวงการอะไรแบบนั้น ยังไงก็ต้องระวังไว้บ้าง

ย่ะ แม่คนเก่ง ฉันจะระวังตัวไว้ผู้เป็นป้าส่งเสียงบอกในขณะที่จะเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตนที่อยู่บนชั้นสอง

ทันทีที่หม่อมหลวงวรรณวนิดาเดินเข้าไปถึงยังห้องนอนที่ตกแต่งเอาไว้อย่างเลิศหรูของตน สาวใหญ่วัยห้าสิบกว่าๆ ก็บรรจงถอดเครื่องประดับจำพวกสร้อยและแหวนที่ประโคมใส่แบบลวกๆ ตอนที่ออกจากบ้านไปเมื่อได้รับโทรศัพท์จากสายสืบของหล่อนที่ทำงานอยู่ในบริษัทเพลินอักษรา

คนที่เป็นสายสืบให้เธอนั้นคอยช่วยเหลือและส่งข่าวเสมอ เวลาที่บริษัทนั้นมีข่าวหรือเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น แลกกับการที่ได้เป็นคนสนิท ได้รับสิทธิ์ติดสอยห้อยตาม หรือได้ร่วมงานมีตติ้งเฉพาะกิจ ที่จัดขึ้นเฉพาะแฟนคลับนักอ่านคนพิเศษเท่านั้น

วันนี้ก็เช่นกัน เมื่อตอนสายๆ ขณะที่นักเขียนสาวใหญ่เพิ่งจะอาบน้ำสระผมเสร็จ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น พอเห็นชื่อว่าใครโทร.มาเท่านั้น หม่อมหลวงวรรณวนิดาก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะคิดว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ

หม่อมหลวงสาวใหญ่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับ บรรจงปั้นเสียงให้ดูเป็นมิตรและมีไมตรีแก่คู่สนทนามากที่สุดสวัสดีค่ะน้องใกล้รุ่ง

สวัสดีค่ะคุณวรรณ สะดวกคุยไหมคะใกล้รุ่งส่งเสียงที่หวานไม่แพ้กันกลับมา

แหม คุยได้สิคะ น้องรุ่งโทร.มาทั้งที ถึงจะยุ่งอยู่พี่ก็อยากคุยด้วยค่ะ ยังเสียดายที่เมื่อวานตอนพบกันพี่ไม่ทันจะได้มีเวลาคุยด้วย เพราะมัวแต่คุยกับนักเขียนคนอื่นๆ และสื่อมวลชนน่ะค่ะ เสร็จแล้วก็ต้องรีบกลับเพราะน้องๆ นักอ่านเขาชวนไปทานอาหารต่อ จริงๆ อยากจะชวนน้องรุ่งไปด้วย แต่เห็นว่ากำลังวุ่นวายกับการส่งแขกอยู่ พี่เลยไม่รบกวนน่ะค่ะนักเขียนชื่อดังเอื้อนเอ่ยยืดยาว เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าหล่อนไม่ให้ความสนใจ

ขอบพระคุณคุณวรรณมากเลยค่ะ เสียดายที่รุ่งไม่มีโอกาสไปทานข้าวและมีตติ้งด้วยเมื่อวานนี้นะคะ พูดถึงมีตติ้ง คุณวรรณทราบหรือเปล่าค่ะ ว่าวันนี้ บ.ก. ใหญ่และพี่นารี รวมถึงคุณเสกวสันต์และคุณแพรรภัสเขามีประชุมกันประชาสัมพันธ์สาวของบริษัทเพลินอักษราโยนหินถามทาง ทั้งๆ ที่รู้ว่าถ้าคาบเอาเรื่องนี้มาบอก หม่อมหลวงนักเขียนคนนี้ต้องไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่

ทันทีที่หม่อมหลวงวรรณวนิดารู้ว่ามีการประชุมระหว่างแพรรภัสกับบรรณาธิการของบริษัท นักเขียนสาวใหญ่ก็รู้ในทันทีว่ารอช้าไม่ได้ จึงรีบขอตัววางสาย และแต่งตัวออกจากบ้านไปทั้งๆ ที่ศีรษะยังแต่งไม่เข้าทรงดีด้วยซ้ำ

เมื่อไปถึงยังบริษัทที่ตั้งอยู่ตรงถนนเอกมัย สายสืบซึ่งนั่งเป็นประชาสัมพันธ์อยู่ก็รีบจัดแจงพาเธอเดินขึ้นไปจนถึงห้องประชุม ไม่ต้องให้เสียเวลาเดินหาแม้นาทีเดียว

เมื่อเข้าไปถึง การประชุมก็ดูเหมือนจะเสร็จสิ้นลงอย่างปัจจุบันทันด่วน แล้วกลายเป็นชวนกันออกไปรับประทานอาหารแทน

อันที่จริงสาวใหญ่ไม่ได้อยากจะร่วมรับประทานอาหารกับคนเหล่านั้นหรอก หล่อนยังคงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานและวันนี้ที่ทำให้หงุดหงิดไม่หาย

นังกรรณา บรรณาธิการใหญ่ที่นั่งเชิดคอชูหางตัวเองนั่นก็ไม่ได้สบอารมณ์หล่อนสักเท่าไร หลายครั้งหลายหนที่นังบรรณาธิการใหญ่คนนั้นชอบทำเป็นเก่ง วิจารณ์งานของเธอตรงๆ ทั้งๆ ที่บรวัตรซึ่งเป็นบรรณาธิการที่ทำงานอย่างใกล้ชิด ยังไม่กล้าทำด้วยซ้ำ

ส่วนนังกระจอกชลนารีนี่ก็ไม่ได้อยู่ในสายตา แต่ติดว่าที่นังนั่นเป็นบรรณาธิการที่ดูแลงานให้กับนังแพรรภัส ดังนั้นก็ถือว่าต้องเป็นศัตรูของหล่อนด้วย

ยิ่งนังแพรรภัสนี่ไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากจะเสวนาด้วย

และคนที่ไม่คิดว่าจะกล้าต่อกรกับหล่อนแบบซึ่งๆ หน้า ก็คือชายหนุ่มผู้ซึ่งเพิ่งจะมารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเมื่อไม่นานมานี้  

เฮอะ… กะอีกแค่ลูกชายเจ้าของ มาทำเป็นอวดเก่งนักเขียนสาวใหญ่สบถออกมาเสียงดัง

จากนั้นหม่อมหลวงวรรณวนิดาก็เตรียมตัวจะอาบน้ำ หากนึกขึ้นมาได้ว่าความสัมพันธ์ของนังแพรรภัสกับลูกชายเจ้าของสำนักพิมพ์นี่มันดูเหมือนจะมีนอกมีในอยู่ ว่าแล้วก็ยกหูโทรศัพท์โทร.หาแฟนคลับหมายเลขหนึ่ง ผู้ซึ่งหล่อนแน่ใจว่าเขาจะยอมทำในสิ่งที่ตนต้องการเสมอ

น้องกิตหรือเปล่าลูก นี่พี่วรรณเองนะคะหม่อมหลวงวรรณวนิดากรอกเสียงอ่อนหวานลงไปทันทีที่ปลายสายกดปุ่มรับ

อุ๊ย คุณวรรณน่ะเอง ดีใจจังค่ะ มีอะไรให้คิตตี้รับใช้คะกิตติ หรือกิต ผู้ซึ่งพยายามจะให้คนอื่นเรียกตนว่าคิตตี้ ส่งเสียงดีใจมาตามสาย เพราะไม่คิดว่านักเขียนใหญ่ซึ่งตนชื่นชอบจะโทร.มาหา

คือไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่คิดถึง เพราะเมื่อวานที่มีงานแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจ็กต์งานเขียนใหม่และได้ไปทานข้าวกับน้องๆ ต่อ พี่ไม่เห็นน้องกิตเลยถามกับคนอื่นว่าน้องกิตไปไหน คิดว่าไม่สบายหรือเปล่าถึงไม่ได้มาพบกัน…นักเขียนสาวใหญ่หยุดพักนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยต่อ หรือไม่ก็เพราะน้องกิตไม่สนใจพี่แล้ว

หม่อมหลวงวรรณวนิดาแสร้งทำเป็นน้อยอกน้อยใจ เพื่อหวังจะสร้างเรื่องให้สาวกของเธอเห็นใจ

อู้ยยย คุณวรรณอย่าคิดอย่างนั้นสิคะ พอดีคิตตี้ติดงานน่ะค่ะ นี่ขอลางานไปแล้วนะคะ กะว่าจะไปร่วมงานด้วยเต็มที่ แต่เจ้านายไม่ยอม บอกว่าเดือนนี้ลาเยอะแล้ว ถ้าลาอีกวันจะให้ลาออกกลับไปพักยาวอยู่กับบ้านเลย คิตตี้ก็เลยไม่กล้า เสียดายสุดๆ เลยค่ะ ว่าแต่งานเมื่อวานดีไหมคะ นักข่าวไปกันเยอะหรือเปล่า คิตตี้ยังไม่ได้ติดตามข่าวเลยค่ะกิตติถามถึงงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นเมื่อวาน

ก็โอเคค่ะ พอใช้ได้ แต่พี่ก็กังวลนิดหน่อยนะคะ กลัวคนจะไม่ติดตามผลงาน เพราะช่วงนี้ทั้งนักข่าวทั้งนักอ่าน มัวแต่ไปสนใจผลงานของนักเขียนคนอื่นหมด โดยเฉพาะผลงานของนักเขียนคนนั้น สงสัยจะรู้ว่ากำลังกุ๊กกิ๊กอยู่กับลูกชายเจ้าของสำนักพิมพ์ เลยไม่ค่อยมีใครสนใจทำข่าวของพี่เท่าไร แถมเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครตั้งกระทู้ถึงพี่ในจอแก้วดอตคอม หรือ หนอนหนังสือดอตคอมเลยค่ะ ดูเงียบๆ ยังไงก็ไม่รู้นักเขียนสาวใหญ่ผู้ซึ่งเป็นคนทันสมัยและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยมาเสมอ ทำทีเป็นบ่นน้อยใจ เพราะหวังในสิ่งที่แฟนคลับคนนี้จะทำให้อย่างทุกครั้ง

แล้วก็เป็นอย่างที่หล่อนคิด ทันทีที่กิตติได้ฟัง แฟนคลับแบบเดนตายถวายหัวของหล่อนก็หูผึ่งกางออกเป็นจานดาวเทียม ยิ่งได้ฟังเรื่องของแพรรภัสกับเสกวสันต์ที่หล่อนบรรจงสร้างเติมเสริมแต่งเข้าไปแล้วด้วย  กิตติก็ตกปากรับคำว่าวันนี้จะมีกระทู้ที่พูดถึงนิยายใหม่ของเบญจกัลยาณี และเรื่องคาวๆ ของแพรราตรี ขึ้นสู่เว็บไซต์ต่างๆ และสังคมออนไลน์ทุกช่องทางแน่ๆ

นักเขียนสาวใหญ่วางหูโทรศัพท์ไปด้วยหัวใจพองโต ดีใจที่มีคนสามารถให้หล่อนใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระแสให้ตัวเอง ไปพร้อมๆ กับทำลายแพรรภัสได้

ถึงจะมั่นใจว่าตัวเองมีฝีมือกว่าเพราะอยู่ในวงการมานาน แต่ถ้าจะมีทางใดให้แน่ใจว่าไม่มีใครอาจหาญก้าวขึ้นมายืนเทียบเคียงรัศมีของตนเองได้ หม่อมหลวงวรรณวนิดาก็จะหาทางสกัดกั้นหนทางนั้นอย่างที่สุด เพื่อความมั่นคงในหน้าที่การงาน และความสุขในใจของเธอเอง โดยไม่สนใจว่าใครที่ไหนจะเดือดร้อนจากความต้องการของตน

Don`t copy text!