นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 19 : นิยาย… (รัก) ลูกกวาด

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 19 : นิยาย… (รัก) ลูกกวาด

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

เป็นเวลาบ่ายคล้อยที่สายลมร้อนยังคงพัดมาอย่างเอี่อยอ่อน พื้นคอนกรีตบนถนนทางหลวงสายที่ทอดยาวจากกรุงเทพฯ ไปยังชลบุรี สะท้อนแผ่ความร้อนออกมา จนชายหนุ่มต้องร้องหาเครื่องดื่มเย็นๆ จากทีมงานทันทีที่ผู้กำกับสั่งคัต

พี่ลูกนก พี่เด็ดเดี่ยว ขอน้ำให้ผมกินหน่อยครับ อ้อ… แล้วก็เอามาเผื่อคุณนีรด้วยนะครับพี่

ได้ค่าน้องภีมฝ่ายคอสตูมร่างใหญ่ส่งเสียงตอบรับด้วยน้ำเสียงอย่างร่าเริง หากทำหน้าหงิกทันทีที่เดินจากมา ด้วยไม่พอใจที่ดาราหนุ่มใช้ให้หล่อนไปหาน้ำมาให้กิน

นี่มันเห็นฉันเป็นเด็กยกหรือแม่บ้านกองถ่ายหรือไงยะ ใช้ไม่ดูตาม้าตาเรือ แถมใช้ให้ตัวเองไม่พอ ยังจะให้เอาน้ำไปเผื่อยัยทอมนางรองนั่นกินด้วย เดี๋ยวแม่ก็เอายาถ่ายใส่ให้กินทั้งคู่หรอก เด็ดเดี่ยวบ่นกระปอดกระแปดกับลูกนกเพื่อนสาวช่างแต่งหน้า แต่ก็ยอมพากันเดินไปหาแก้วน้ำเพื่อมาบริการเหล่านักแสดงทั้งหลายอยู่ดี

วันนี้ร้อนจริงๆ นะคุณ เดี๋ยวเรารีบถ่ายฉากนี้ให้จบๆ แล้วขอเขาเข้าไปนั่งหลบร้อนในรถโอบีกันดีกว่า อย่ามาเล่นนอกบทให้เสียเวลาล่ะ ภีมหันไปแหย่อดีตนางแบบ

หากทว่านีรนาทตอบกลับเพียงคำว่า ย่ะ

เหลืออีกตั้งสองฉาก แดดก็แรงสุดๆ นี่ไม่รู้ว่าผิวเสียไปถึงไหนแล้ว คุณไม่กลัวบ้างหรือไง หรือโปะครีมกันแดดมาหมดหลอดกันฮึภีมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกล้องถ่ายรูปแล้วส่องกล้องเข้าหาหน้าของตน เพื่อเช็กว่าผิวหน้ายังอยู่ในสภาพดีหรือเปล่า

ก็ทาตามปกตินั่นล่ะย่ะ อากาศเมืองไทยมันก็ร้อนแบบนี้ล่ะ ยิ่งบ่นมากก็ยิ่งร้อน ฉันว่านายหุบปากแล้วนั่งเงียบๆ บ้าง ก็น่าจะหายร้อนเองแหละ ยิ่งบ่นคนอื่นก็ยิ่งร้อนไปด้วยนีรนาทตอบพร้อมกับหัวเราะไปด้วย

เหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ของนักแสดงทั้งสองคนเปลี่ยนไป

นีรนาทดูจะไม่เกรี้ยวกราดใส่ภีมทุกทีที่เข้าใกล้ แต่ก็ไม่ได้อ่อนหวานจนชายหนุ่มรู้สึกเลี่ยน แม้เขาพยายามหยอกล้อด้วยถ้อยคำยียวนกวนประสาท หากนีรนาทก็โต้ตอบกลับเบาๆ ให้แค่เพียงรู้สึกว่าหล่อนไม่ยอมแพ้

ไม่ยอมแพ้ แต่หญิงสาวก็ไม่เคยพยายามเอาชนะเขาอีกเลย เป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้ภีมรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เข้ากองถ่ายละคร อัสดงในลมหนาว นับตั้งแต่วันนั้นมา

นอกจากภีมแล้ว นีรนาทก็ดูเหมือนจะเพลาๆ ปากและความร้ายกาจกับทุกคนลง หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น หญิงสาวเหมือนกลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อมาถึงกองถ่ายในวันถัดมา นีรนาทเริ่มต้นด้วยการยกมือขอโทษทุกคนในกองถ่าย รวมถึงการให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเป็นความผิดของตนเองทั้งหมด ที่อินกับบทมากเกินไปจนแสดงเกินบท เป็นเหตุให้เพื่อนนักแสดงสองคนต้องตกน้ำ

ไม่เพียงแต่ยอมรับผิดและขอโทษทีมงาน นักแสดงสาวถึงชวนวิทยาธรซึ่งเป็นผู้กำกับให้เดินไปด้วยกัน เพื่อเข้าไปหาหม่อมหลวงวาวยุวดีและพราวชมพูถึงมุมที่ทั้งสองคนนั่ง แล้วก็ยกมือไหว้คุณแม่ดารารวมถึงขอโทษนางเอกสาวด้วยตนเอง

เมื่อคู่กรณีลงทุนมาขอโทษ คุณแม่ดาราและนักแสดงสาวจึงจำเป็นต้องทำท่าเป็นไม่ถือสาหาความ ด้วยเพราะวิทยาธรยืนอยู่ตรงนั้นด้วย

อู๊ย ไม่เป็นไรเลยลูก มันเป็นอุบัติเหตุ จริงไหมคะน้องชมพูหม่อมหลวงวาวยุวดีผู้แสดงท่าเป็นผู้ใหญ่ใจดี ลุกขึ้นมายืน แล้วยื่นมือของตนไปจับมือของนีรนาทซึ่งยังพนมเอาไว้อยู่กลางอก ก่อนจะหันไปทางลูกสาว

อ๋อๆ ใช่ค่ะ ชมพูไม่ได้เจ็บ ไม่ได้เป็นอะไรเลยค่ะพี่นีร เรื่องเล็กน้อยมากค่ะนักแสดงสาวแสดงต่อให้สมบทบาท

 

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างลงเอยด้วยดี วิทยาธรจึงเอ่ยปากชวนนีรนาทให้เดินกลับ ด้วยเพราะใกล้ถึงเวลาที่จะถ่ายทำละครต่อ

เมื่อทั้งสองคนเดินจากไป สองแม่ลูกก็หันมามองหน้ากันโดยไม่ต้องนัดหมาย ส่งสายตาเคียดแค้นให้กันและกัน ด้วยเพราะผิดหวังว่าสถานการณ์ที่อุตส่าห์สร้างขึ้น เพื่อวางแผนกำจัดนีรนาทให้ออกไปจากละครนั้น ไม่ได้ผลอย่างที่พวกตนตั้งใจไว้ ตอนแรกนึกว่านังนางแบบจะโวยวายแล้วแก้ตัวเหมือนทุกครั้ง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ทั้งวิทยาธรและคุณหนูดีต้องไม่พอใจมากแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะบานปลาย ถึงกับปลดมันออกไปจากกอง แล้วหานักแสดงคนอื่นมารับบทเพื่อนนางเอกแทน

คิดแล้วก็หงุดหงิด แต่เมื่อกำจัดนีรนาทไม่ได้ สองคนแม่ลูกก็จะพยายามหาทางสร้างความปั่นป่วนให้มันและเพื่อนของมันไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน

แล้วแผนการร้ายใหม่ๆ ของสองแม่ลูกก็ยังคงดำเนินไป เพื่อรอหาจังหวะที่เหมาะสมที่จะลงมือ  

วันนี้ก็เช่นกัน ทันทีที่หนูดี ผู้จัดละครสาวก้าวลงจากรถ แล้วเดินทักทายทีมงานและเหล่านักแสดง … นางเอกสาวของเรื่องก็ปรี่เข้ามาประกบ ทำเป็นชวนคุยนั่นคุยนี้ ก่อนจะวกกลับมาพูดเรื่องเดิมๆ เหมือนอย่างที่เคยพูดมาก่อนหน้านี้แล้วหลายครั้ง

จริงๆ ชมพูว่าพี่หนูดีไม่น่าเอานิยายลูกกวาดพวกนี้มาทำละครเลยนะคะ สงสารคนเขียนบทคงต้องทำงานหนักแย่ หนูเคยอ่านบทประพันธ์ที่เป็นตัวนิยายแล้วก็ได้แต่นั่งส่ายหัว นี่ถ้าเอาบทกุ๊กกิ๊กพ่อแง่แม่งอนออก แล้วจับมาเขย่าใหม่ใส่ชื่อนิยายใหม่ลงไป มันก็กลายเป็นเรื่องอื่นได้เลย ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่าง น่าจะเอานิยายของเบญจกัลญยานี มาทำมากกว่า มีตั้งหลายเรื่องที่สนุกและก็เป็นหนังสือขายดี ทำละครรับรองดังเปรี้ยงปร้าง พราวชมพูพยายามพูดให้เห็นว่าบทประพันธ์ของแพรราตรีนั้นดีสู้ของเบญจกัลยาณีไม่ได้ ไหนๆ ก็ทำอะไรนังนีรนาทไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็เล่นงานยังแพรรภัสเพื่อนของมันแทนก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ได้ทำเพื่อคุณป้าทางอ้อมด้วย

ข้างฝ่ายหนูดีได้แต่ยิ้มรับ ไม่โต้ตอบและไม่ออกความเห็น

นึกว่าผู้จัดสาวไม่รู้หรือว่าพราวชมพูนั้นเป็นหลานสาวนักเขียนเจ้าของนามปากกาอุโฆษคนนั้น

หนูดียอมรับว่านิยายของนักเขียนชื่อดังคนนั้นสนุก แต่ของแพรราตรีก็ดีไม่แพ้กัน และก็ไม่ได้แย่อย่างที่ดาราสาวพูด เผลอๆ จะดีกว่าในมุมมองของผู้จัดอย่างหล่อนด้วย พล็อตเรื่องนั้นสมเหตุสมผล ตัวละครของแพรราตรีนั้นก็คิดอย่างคนสมัยใหม่ที่มีเหตุมีผล ถึงจะเป็นนิยายรักหวานซึ้ง แต่นางเอกก็ไม่ใช่หญิงสาวเจ้าน้ำตาที่ปล่อยให้ใครข่มเหงรังแกแล้วเอาแต่ร้องไห้ นี่ไม่รวมถึงการที่แพรรภัสเจ้าของบทประพันธ์ ที่ไม่เคยเข้ามายุ่งวุ่นวายกับการถ่ายทำละครเลยแม้แต่นิด

แม้หนูดีจะขอเปลี่ยนแปลงบทหลายต่อหลายหน นักเขียนสาวเจ้าของบทประพันธ์ก็ยังตอบรับด้วยความยินดี

แพรวเข้าใจว่ามันเป็นคนละบริบทกันค่ะ คุณหนูดีจะเปลี่ยนตรงไหนก็เปลี่ยนเลยค่ะ แพรวไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วอยากให้คำนึงถึงแกนหลักก็พอค่ะ ที่เหลือแพรวเข้าใจว่ามันจำเป็นต้องเปลี่ยนกันบ้างนักเขียนสาวมักจะบอกกับหล่อนอย่างนี้เสมอ

แต่ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่อยากเปลี่ยน ถ้าทำได้ หนูดีอยากเปลี่ยนนางเอกของเรื่อง คนที่มัวแต่บ่นและอารมณ์เสีย โทษว่าบทประพันธ์ที่กำลังเล่นอยู่นั้นไม่ดีมากกว่า

ผู้จัดสาวเองก็อึดอัดกับการมาของนางเอกคนนี้ นี่ถ้าทางช่องไม่ระบุตัวว่าให้พราวชมพูมาเล่น หล่อนก็คงจะไปแคสติ้งเอาคนอื่นที่เหมาะสมมากกว่ามาเล่นแทน  

ยิ่งทำงานร่วมกัน ผู้จัดสาวก็ยิ่งเห็นว่านางเอกของเรื่องไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด ตัวนักแสดงว่าน่าเบื่อแล้ว ตัวคุณแม่ดาราที่ชอบมาเจ้ากี้เจ้าการในกองถ่าย และแฟนคลับที่ไม่ค่อยมีมารยาทของดาราสาวอีกกลุ่มใหญ่นั่นยิ่งน่าเบื่อ

ความอดทนของคนมีขีดจำกัด มารยาทมีเอาไว้ใช้สำหรับคนที่มีมารยาทเท่านั้น ถ้าวันไหนคนพวกนี้ล้ำเส้น หนูดีแน่ใจว่าตนเองต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเข้าสักวัน

หนูดีคิดในใจ หากไม่ได้พูดอะไรออกมา ในขณะที่ส่งยิ้มอ่อนๆ ให้นางเอกสาวซึ่งหมดเรื่องจะเสวนา แล้วขอตัวเดินกลับไปรวมกลุ่มกับคุณแม่จอมจุ้นและเหล่าบรรดาแฟนคลับที่มาคอยพะเน้าพะนอเอาใจอยู่อีกมุมหนึ่ง

หนูดีเฝ้ามองดูการทำงานของกองถ่ายละครแล้วก็นึกถามตัวเองในใจ “นี่ฉันตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหมที่สร้างละครเรื่องนี้ ทำไมมันมีแต่เรื่องวุ่นวายมากมายอย่างนี้นะ

Don`t copy text!