นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 20 : เวิร์กช็อปกระชับ… (รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 20 : เวิร์กช็อปกระชับ… (รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

“อะไรนะ แกจะทำเวิร์กช็อปพานักเขียนไปเที่ยวทะเลกันเนี่ยนะ นายซันนี่” คิมหันต์ถามลูกชายอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ ทันทีที่เขาเสนอแผนการดังกล่าวให้ฟัง ในห้องทำงานส่วนตัวเมื่อค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา

เวลานั้นเป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม ในห้องทำงานสีน้ำตาลเข้มนั้นเหลือเพียงเจ้าของห้อง และเสกวสันต์ผู้เป็นลูกชายซึ่งเดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เพราะเห็นว่าเป็นเวลาเลิกงานแล้ว

ใช่ครับคุณพ่อ ผมเพิ่งคุยกับอาเหม คิดว่าการพานักเขียนไปเที่ยวด้วยกัน น่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ดี แต่ให้เรียกว่าเป็นเวิร์กช็อปมันจะได้ดูเป็นทางการและดูมีประโยชน์หน่อย ไม่อย่างนั้นนักเขียนบางท่านที่อาวุโสกว่าคนอื่นอาจจะไม่อยากไป ชายหนุ่มพยามยามอธิบาย

ก็นั่นล่ะที่ฉันสงสัย นักเขียนบริษัทเราแต่ละคนไม่ใช่เด็กๆ ที่เด็กสุดก็รุ่นหนูแพรว ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเด็กแล้ว และเกือบทุกคนก็มีประสบการณ์ในการเขียนกันมาตั้งนาน ฉันไม่คิดว่าการเวิร์กช็อปอะไรของแกนี่จะช่วยหรือเป็นประโยชน์อะไรให้กับพวกเขาได้น่ะสิ

แหม ก็อย่างที่บอกยังไงล่ะครับคุณพ่อ การเวิร์กช็อปนั้นเป็นเพียงเหตุผลที่เรายกขึ้นมาอ้าง สมัยนี้ใครๆ เขาก็จัดเวิร์กช็อปกันนะครับ อย่างสำนักพิมพ์ดาวระยิบที่พิมพ์นิยายวัยรุ่น เขาก็จัดเวิร์กช็อปให้นักเขียนบ่อยๆ ผมว่าคนเราไม่ควรหยุดเรียนรู้ ถึงจะเก่งอยู่แล้ว แต่ถ้าเราย่ำอยู่กับที่ สักวันหนึ่งคนอื่นก็จะเดินแซงเราได้ และผมเชื่อว่าถ้าใช้สิ่งนี้เป็นเหตุผลในการชักจูงเหล่านักเขียนของเราแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนจะต้องอยากไปร่วมกิจกรรมกับเราในครั้งนี้ด้วยแน่ๆ อีกอย่าง ถ้าเกิดเป็นข่าวประชาสัมพันธ์ขึ้นมา ชื่อเสียงของเราจะได้ดีขึ้นไปเองในฐานะที่เป็นสำนักพิมพ์ที่มีหัวคิดทันสมัย ไม่ย่ำอยู่กับที่ และเอาใจใส่นักเขียนในสังกัดไงครับพ่อ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดคนใหม่พยายามหว่านล้อม

คิมหันต์ได้ฟังดังนั้นก็หยุดพูดพลางใช้ความคิด ก่อนที่จะตอบตกลงแล้วให้ลูกชายไปเขียนแผนมาทั้งหมดมาให้ดูก่อน ก่อนที่จะประกาศให้นักเขียนในสังกัดได้ทราบ

เสกวสันต์เอ่ยขอตัวจากบิดาทันทีที่คุยธุระจบ เพราะชายหนุ่มมีนัดรับประทานอาหารกับภีมและเพื่อนคนอื่นๆ ที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยม ที่ร้านอาหารอิตาเลียนในซอยสุขุมวิท ๕๓

การสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูงนั้นนำพามาซึ่งความรู้สึกที่เป็นสุข ชายหนุ่มไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกมาเจอเพื่อนคนอื่นๆ บ่อยนัก ไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาหรือแม้กระทั่งหลังจากกลับมา คงมีแต่เพียงเพื่อนสนิทที่ชื่อภีมเท่านั้น ที่เสกวสันต์ได้เจอบ่อยกว่าเพื่อนคนอื่น

ตกลงแกจะจัดเวิร์กช็อปพานักเขียนไปทำกิจกรรมที่หัวหินปลายเดือนนี้จริงๆ เหรอวะ ถ้าใช่ก็ดีเลย ข้าตะหงิดๆ ว่าจะมีถ่ายละครที่หัวหินในช่วงเดียวกัน เผื่อไปแล้วจะได้เจอกันนักแสดงหนุ่มหน้าตี๋พูดด้วยน้ำเสียงดีใจ ทันทีที่รู้ว่าอาจจะได้ไปเจอเพื่อนที่หัวหินด้วย

อะไรวะไอ้นี่ ข้าไปทำงาน เอ็งก็ไปทำงาน ทำท่าดีใจซะอย่างกับได้ไปเที่ยว ฮ่าฮ่าฮ่าเสกวสันต์หัวเราะให้กับการวางแผนของเพื่อน

แหม นี่มึงสองคนจะไปนัดเดตไกลถึงหัวหินเลยเหรอวะ อยู่ในกรุงเทพฯ ยังหนุงหนิงๆ กันไม่พออีกหรือไงวะเพื่อนอีกคนแซว ติดตลก

มึงก็พูดเกินไป ข้ากับไอ้ซันนี่ไม่ได้ไปเที่ยวทะเลด้วยกันนานแล้วนะ มันไปเรียนเมืองนอกมาตั้งนาน กลับมาข้ายังไม่ได้ชื่นใจมันสักนิด มามะเมียจ๋า มาให้ผัวชื่นใจหน่อยพูดจบภีมก็หันเข้าไปสวมกอดเสกวสันต์แล้วทำท่าจะจูบเพื่อนสนิทด้วยความรักใคร่

ไอ้ห่า ไปไกลๆ กูเลย ทำบ้าอะไรเนี่ย ขนงี้ลุกตั้งแต่หน้าแข้งไปจนถึงต้นคอ เสกวสันต์ที่กางนิ้วทั้งห้าในมือขวาแล้วพยายามดันหน้าของภีมให้ออกห่างด้วยท่าทางขยะแขยงอย่างไม่จริงจังนัก

เพื่อนๆ ในกลุ่มทั้งหมดเห็นเข้าก็พากันหัวเราะลั่นร้านอาหาร จนกระทั่งมีการปรากฏตัวของหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง เสียงหัวเราะทั้งหมดก็เงียบลงกลายเป็นเสียงกลืนน้ำลายของชายหนุ่มเกือบทั้งโต๊ะแทน

แหม บังเอิญจังเลยนะคะ พี่ภีมหญิงสาวบรรจงส่งเสียงอย่างอ่อนหวานพลางสบสายตาหนุ่มๆ ทีละคน ก่อนจะมาจบลงที่นักแสดงหนุ่มหน้าตี๋ ชมพูไม่ยักรู้ว่าพี่ภีมก็ชอบมาร้านนี้

นี่ชมพูก็มาบ่อยๆ ค่ะ วันนี้ก็นัดเพื่อนๆ มาทานข้าว พี่ภีมมานานหรือยังคะหญิงสาวส่งเสียงคุยเจื้อยแจ้วด้วยความเชื่อมั่น โดยไม่สนใจว่าหนุ่มๆ ทั้งโต๊ะนั้นกำลังหันมามองที่เธอเป็นสายตาเดียว

อ้าว น้องชมพูนักแสดงหนุ่มทำได้แค่เพียงส่งเสียงทัก

ก็ชมพูน่ะสิคะ หรือพี่ภีมคิดว่าเป็นคนอื่นกันล่ะนางเอกสาวแกล้งทำเสียงหัวเราะคิกคัก ก่อนจะหักมาทักทายหนุ่มๆ คนอื่นในโต๊ะ

สวัสดีค่ะหนุ่มๆ ชมพูเป็นเพื่อนนักแสดงของพี่ภีมน่ะค่ะ ยินดีที่ได้พบทุกคนนะคะหญิงสาวแนะนำตัวอย่างน่ารัก พลางส่งยิ้มให้ผู้ชายทุกคนก่อนจะหยุดสายตาลงที่เสกวสันต์ แล้วหล่อนก็ส่งยิ้มหวานอย่างน่ารักน่าเอ็นดูจนตาหยี

เสกวสันต์ส่งยิ้มกลับให้พราวชมพูตามมารยาท ก่อนจะทำท่าทางเก้อเขินเมื่อรู้ตัวว่าหญิงสาวนั้นยังไม่หยุดส่งยิ้มให้กับเขา ร้อนถึงภีมต้องรีบเข้ามาช่วย

น้องชมพูมาทานข้าวกับเพื่อนๆ เหรอครับ แล้วมีโต๊ะหรือยัง ภีมเอ่ยถาม

อ่อ มีแล้วค่ะ เพื่อนนั่งอยู่ตรงโน้นพราวชมพูทำเสียงน่ารักก่อนจะชี้ไปที่อีกมุมหนึ่งของร้าน

แต่ชมพูเพิ่งมา กำลังจะเดินไปที่โต๊ะ เหลือบมาเห็นพี่ภีมเข้าซะก่อน เลยเดินเข้ามาทักน่ะค่ะหญิงสาวเอ่ยตอบเสียงใส

งั้นชมพูขอตัวไปหาเพื่อนๆ ก่อน เอาไว้พบกันในกอง แล้วก็สวัสดีๆ พี่ๆ ทุกคนเลยนะคะพูดจบหญิงสาวก็ขอตัวเดินจากไป ทิ้งให้หนุ่มๆ เกือบทั้งโต๊ะนั่งน้ำลายยืดจนแทบจะย้อยถึงพื้น ยกเว้นแต่ภีมและเสกวสันต์เท่านั้นที่ไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ

โหย ไอ้ตี๋ ข้าอิจฉาเอ็งว่ะ ได้ทำงานกับคนสวยๆ อย่างน้องชมพูทุกวัน ถ้าเป็นข้านะ จะขอแสดงแบบไม่เอาเงินเลยสักบาท แค่ขอได้เข้าฉากกับน้องชมพูคนสวยก็พอแล้วเพื่อนคนหนึ่งพูดราวกับคนเพ้อ

ไอ้บ้าภีมหัวเราะใส่เพื่อน ก่อนจะหันไปมองเสกวสันต์ที่ทำท่าทางครุ่นคิด

เป็นไรวะ นั่งไม่พูดไม่จา หรือว่าตกหลุมรักน้องชมพูเหมือนไอ้พวกนี้ภีมแซว

ตกหลุมบ้านเอ็งสิ ข้าแค่ตะหงิดๆ รู้สึกคุ้นๆ หน้าน้องคนนี้

แหม ก็ต้องคุ้นสิวะ น้องเขาเป็นถึงนางเอกดังภีมให้ความกระจ่าง

ไม่ใช่แบบนั้นโว้ย ข้าไม่รู้จักหรอกดารงดารา ถ้าจะมีก็รู้จักแค่ตัวประกอบต๊อกต๋อยอย่างเอ็ง แต่นี่ข้าคุ้นหน้าน้องเขาจริงๆ นะ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก

ข้างฝ่ายภีมที่ได้ยินเพื่อนพูดจาดูแคลนว่าเขาเป็นดาราตัวประกอบ ก็แกล้งโวยวายไม่พอใจ จนทำให้ทุกคนเลิกสนใจพราวชมพู หรือเรื่องที่เสกวสันต์บอก รวมถึงตัวเสกวสันต์เองที่ก็เลิกใส่ใจเช่นกัน

 

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ ห้องประชุมชั้น ๔ ของบริษัทเพลินอักษรา ก็มีโอกาสได้ต้อนรับนักเขียนมากหน้าหลายตาอีกหน

การประชุมที่สำนักพิมพ์เชิญนักเขียนมาร่วมประชุมนั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะเสกวสันต์เป็นคนโทร.ไปหาทุกคนด้วยตัวเอง และกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าอยากชวนไปเที่ยวโดยที่บริษัทจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

พอได้ยินว่า ฟรีมีหรือใครจะปฏิเสธ ดังนั้น แผนการไปทำเวิร์กช็อปของชายหนุ่มก็เริ่มต้นได้เป็นอย่างดี

เกือบทุกคนให้การตอบรับว่าจะร่วมเดินทางไปด้วย ไม่เว้นแม้แต่แพรรภัส ซึ่งชายหนุ่มกังวลว่าจะไม่ยอมไปถ้าหากตนเป็นคนโทร.ไปหาด้วยตนเอง จึงให้กรรณาโทร.ไปหว่านล้อมเพื่อมาร่วมประชุมก่อน

รวมถึงหม่อมหลวงวรรณวนิดา ผู้ซึ่งแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าไม่อยากเสวนาและยุ่งเกี่ยวกับนักเขียนคนอื่น ก็ตอบตกลงร่วมเดินทางไปด้วยเช่นกัน

ชายหนุ่มดีใจว่าแผนงานของตนน่าจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนด้วยกัน และระหว่างนักเขียนกับทีมงานได้เป็นอย่างดี… หรืออย่างน้อย… มันอาจจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและแพรรภัสให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้  

Don`t copy text!