นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 21 : น้ำองุ่นสื่อ… (รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 21 : น้ำองุ่นสื่อ… (รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

เขียนนิยายรวยช้า นักเขียนนิยายรักชื่อย่อ พ. หวังตกถังข้าวสารเพราะรวยเร็วกว่า  เสียงของนีรนาทแผดลั่นขณะที่กำลังอ่านกระทู้ในเว็บนิยายชื่อดังจากสมาร์ตโฟนของตน ก่อนจะหันมาทางแพรรภัสแล้วพูดอย่างมีอารมณ์ ขณะที่ทั้งสองนั่งดื่มกาแฟอยู่ในสวนสวยสไตล์อังกฤษของร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านแถวถนนเกษตร-นวมินทร์

พาดหัวข่าวแบบนี้ได้ด้วยเหรอยะ? ดาราสาวพูดอย่างเดือดดาล

เบาๆ สินีร เห็นไหมคนอื่นเขามองกันใหญ่แล้วคนที่ควรจะเดือดร้อนกลับยังไม่แสดงท่าทางทุกข์ร้อนเท่า

เขามองก็เพราะฉันสวย อยากมองก็มองกันไปสิ แล้วนี่หล่อนจะนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้หรือไงยะ อีพวกเกรียนคีย์บอร์ดมันเล่นงานแกอีกแล้ว

แล้วนีรจะให้เราทำยังไงล่ะแพรรภัส ตอบไปอย่างนั้น เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร

แค่ลำพังถูกต่อว่าเรื่องงานเขียนตามเว็บบอร์ดนิยายนั้นหญิงสาวยังพอรับได้ แต่ถ้าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีในเรื่องที่เป็นชีวิตส่วนตัวหญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจเป็นยิ่งนัก

ช่วงนี้กระทู้เสียๆ หายๆ ที่พูดถึงแพรราตรีในเว็บออนไลน์ต่างๆ เริ่มจะถี่และมีมากขึ้น แรกเริ่มเลยก็ติเรื่องผลงานเขียน คราวนี้เริ่มลามปามมาถึงเรื่องชู้สาว หญิงสาวไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ และทำเรื่องเหล่านี้ทำไม หากเสียงของนีรนาทที่ดังลั่นขึ้นก็ทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์

ก่อนอื่นแกต้องออกมาจากทุ่งลาเวนเดอร์เสียก่อนนะแม่ลูกกวางน้อย ดาราสาวพูดขณะที่หยิบคุกกี้ชิ้นเล็กๆ เข้าปาก

กวางน้อยอะไร?

เออ แกไม่ต้องรู้หรอกดาราสาวไม่ใส่ใจจะอธิบาย หากรีบกล่าวต่อ เอาเป็นว่าเรามาหากันเถอะว่าใครที่มันเป็นคนทำ แต่เอาจริงๆ นะ ฉันว่าจะมีใคร้นีรนาททำเสียงสูง ก็นอกจากแม่นักเขียนคนนั้น ศัตรูคนสำคัญของแก

เราไม่เคยมองใครเป็นศัตรูหรือคู่แข่งนะนีร ทุกวันนี้เราทำงานแข่งกับตัวเอง จะแข่งกับคนอื่นไปทำไมนักเขียนสาวพยายามบอกเพื่อน
ย่ะ แกไม่คิดว่าเขาเป็นศัตรู แต่เขาคิดกับแกแบบนั้นนีรนาททำตาขวางใส่เพื่อนก่อนจะยกแก้วมอคคาร้อนขึ้นดื่มจนหมดหยดสุดท้าย

ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี ขนาดต่อหน้า นางยังเหน็บ ยังด่าแกบ่อยออกขนาดนั้น แล้วลับหลังมันจะขนาดไหน เออ แล้วที่สำนักพิมพ์จะพาไปเที่ยวทะเลเนี่ย ยัยป้านั่นไปด้วยหรือเปล่า ดาราสาวถามอย่างใช้ความคิด

ก็ไปนะนักเขียนสาวตอบ

แล้วคุณซันล่ะ ไปด้วยไหม

ก็คงไปด้วยเหมือนกัน เขาเป็นคนต้นคิดกิจรรมนี้นี่ผู้ถูกถามตอบด้วยท่าทางที่ไม่เห็นว่าสำคัญ
อืมมมนีรนาททำท่าใช้ความคิด งั้นหล่อนก็ใช้โอกาสนี้ปรับความเข้าใจกับเขาเสียสิ ดูท่าทางแล้วคุณซันคนนั้นก็โอเคดี รูปร่างหน้าตาก็ดี หล่อกว่าเพื่อนตี๋ของเขาเสียอีก ไหนๆ ไอ้พวกเกรียนมันก็ด่าแกเรื่องเขา งั้นก็ทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาเลยสิ ให้พวกมันอิจฉาอกแตกตายไปเลย
บ้าแพรรภัสทำสีหน้าอย่างที่อธิบายความรู้สึกไม่ถูก

เมื่อพูดถึงเสกวสันต์ แพรรภัสก็รู้สึกหวั่นไหวอยู่ในหัวใจ

จริงอย่างที่เพื่อนรักบอก…

ผู้ชายคนนั้นดูดีจนเรียกได้ว่า ดีเกินไปด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าคมสัน ดวงตาซุกซนขี้เล่น รวมถึงปากที่บางได้รูปที่เธอหักห้ามใจไม่มองไม่ได้ทุกที ไหนจะบุคลิกท่าทางที่มีเสน่ห์ และความเอาการเอางานนั่นอีกที่น่าพึงใจ แต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะเอ่ยออกไปว่า

ปรับความเข้าใจอะไร เราไม่มีอะไรต้องปรับความเข้าใจกับเขานี่

ย่ะ แม่คนปากแข็ง หล่อนจะหลอกใครก็หลอกไปนะ แต่จะมาหลอกนักสืบสาวอย่างฉันไม่ได้ดาราสาวเริ่มแสดงท่าทางเป็นนักสืบ ด้วยการสะบัดผมอันยาวสลวยของเธอ แล้วยกมือข้างขวาขึ้นมา ทำท่าเหมือนถือปืน

จากนั้นทั้งสองก็คุยกันต่อตามประสาหญิงสาว นีรนาทนั้นคุยเก่งจนเรียกได้ว่าพูดอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า นักแสดงสาวมีเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่าราวกับไม่ได้พบเจอกันมานาน จบเรื่องนั้น ต่อเรื่องนี้ จนอีกฝ่ายแทบไม่มีโอกาสได้พูด

ส่วนแพรรภัสนั้นทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี หญิงสาวฟังเพื่อนพูดโดยไม่ขัด ด้วยเพราะในใจกลับยังคิดถึงกระทู้โจมตีในเว็บไซต์นิยายออนไลน์และผู้ชายที่ชื่อเสกวสันต์ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

 

เช้าวันนี้อากาศดีราวกับเป็นใจ เหล่านักเขียนรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต่างมาพร้อมหน้ากับยังจุดนัดหมาย

เดิมที เสกวสันต์คิดว่าจะให้ต่างคนต่างไป แต่มาคิดดูอีกที เอารถบัสปรับอากาศขนาดใหญ่ที่จุคนได้มากๆ ไปจะดีกว่า เพื่อที่เหล่านักเขียนและกองบรรณาธิการที่ร่วมเดินทางไปครั้งนี้ จะได้นั่งพูดคุยกัน สร้างความสนิทสนมกันได้อีกช่วงหนึ่ง

ผู้ร่วมเดินทางที่เป็นนักเขียน มารวมตัวกันเกือบครบ ขาดแค่เพียงหม่อมหลวงวรรณวนิดาที่ยังไม่มีวี่แววจะมา ส่วนทีมงานอันประกอบไปด้วยกรรณา ชลนารี บรวัตร กิ่งกานดา ใกล้รุ่ง วันวัสสาน และเสกวสันต์ รวมถึงพิจิตรา ผู้ช่วยส่วนตัวของเขา และกองบรรณาธิการอีก ๔-๕ คน จะร่วมเดินไปทางไปรถบัสคันนี้ด้วย

เสียงพูดคุยของนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนสมาชิกที่มาสมทบ แน่นอนว่าสิริฉัตร จิตรตรี และ อารยา สามนักเขียนสาวใหญ่แต่หัวใจยังเป็นวัยรุ่นกลุ่มนั้น จะต้องเป็นหัวโจกที่คอยชวนทุกคนคุยกันอย่างสนุกสนาน

สำหรับสิริฉัตร แม้บ้านของเธอจะอยู่ที่จังหวัดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นทางผ่านอยู่แล้ว หากแต่สำหรับวันนี้ นักเขียนสาวใหญ่ขอมาขึ้นรถที่กรุงเทพฯ ด้วย เพราะเมื่อวานเธอเข้ามาเยี่ยมญาติและนอนค้างที่กรุงเทพฯ อยู่แล้วแถมยังพูดติดตลกกับทุกคนว่า ขืนไม่มานั่งรถด้วยตั้งแต่แรก ก็โดนเม้าท์แย่สิคะ

แพรรภัสซึ่งถูกชักชวนให้มานั่งรวมกลุ่มก็พลอยสนุกไปกับรุ่นพี่ทั้งสามคนด้วย เพราะคนทั้งสามนั้นคุยเก่ง หาเรื่องมาพูดคุยได้เรื่อยๆ จนหญิงสาวไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่นิด

นี่ถ้าแม่นั่นไม่มาก็คงจะดีอารยาพูดขึ้นด้วยเสียงค่อยๆ ที่พอให้ได้ยินกันแค่ ๔ คน

ใช่… แช่งให้ท้องเสียจู๊ดๆ มาไม่ได้เลยดีกว่าสิริฉัตรผู้ซึ่งชื่นชอบในเรื่องไสยศาสตร์และเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ทำท่าพนมมือไหว้ท่วมหัว

หากทั้งสี่สาวคุยกันได้ไม่ทันไร ชายหนุ่มเจ้าของความคิดในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ก็สั่งคนขับปิดประตูรถ และประกาศบอกให้ชาวคณะรู้ว่ากำลังจะออกเดินทาง

ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าลายทางสลับขาว และกางเกงขาสั้นแค่เข่าสีขาวสะอาดตา บอกให้น้องสาวซึ่งนั่งอยู่ติดกันส่งไมโครโฟนให้ เมื่อรับมาแล้ว เจ้าตัวขยับไมโครโฟนที่ถืออยู่ในมืออีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะประกาศด้วยเสียงนุ่มทุ้มตามแบบฉบับ

สวัสดีครับ พี่ๆ น้องๆ นักเขียนและทีมงานทุกคน เดี๋ยวเราออกเดินทางกันเลยนะครับ จะได้ไปถึงหัวหินก่อนเที่ยงชายหนุ่มหยุดพูดนิดหนึ่งก่อนที่จะกล่าวต่อ ส่วนคุณวรรณเธอโทร.มาแจ้งพี่กรรณาแล้วว่าจะเอารถไปเอง เพราะเธออาจจะมีธุระที่ต้องกลับก่อน จะได้สะดวกๆ

สิ้นเสียงประกาศของชายหนุ่ม สามนักเขียนสาวใหญ่ก็ส่งเสียง ว้าออกมาแทบจะพร้อมเพรียงกัน ด้วยความผิดหวัง เพราะคิดว่าทริปท่องเที่ยวครั้งนี้จะไม่มีคนที่ขวางหูขวางตาอย่างหม่อมหลวงวรรณวนิดาร่วมไปด้วย

แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนเห็นแม่นั่นทำหน้าเหมือนมีขี้หมาติดอยู่ใต้จมูกไปตลอดทางนะคะคุณน้อง มองโลกในแง่ดีไว้ค่ะ สิริฉัตรเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาพอให้ได้ยินกันแค่ไม่กี่คน

แพรรภัสนั้นไม่ได้ทำท่าว่าสนใจสิ่งที่ชายหนุ่มประกาศ เอาแต่นั่งมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง หากภายในใจของหญิงสาวนั้นกำลังนั่งคิดถึงคำพูดของเพื่อนสนิท

หล่อนจะหลอกใครก็หลอกไปนะ แต่จะมาหลอกนักสืบสาวอย่างฉันไม่ได้แพรรภัสเผลออมยิ้มทันทีที่นึกถึงหน้าของนีรนาทที่พูดขณะทำท่าเป็นยอดสาวนักสืบ

จริงของเพื่อน… เพราะถึงแม้เธอจะทำท่าไม่สนใจผู้ชายที่ยืนถือไมโครโฟนอยู่ทางด้านหน้าของรถ หากหูยังฟังทุกถ้อยคำที่เขาเอื้อยเอ่ย ดวงตายังจับจ้องไปที่ร่างของเขา แม้จะไม่ได้มองตรงๆ หากได้มองเงาของเขาที่สะท้อนอยู่ในกระจกรถก็ยังดี

รสบัสเดินทางมาแวะปั๊มน้ำมันแถวจังหวัดเพชรบุรีครั้งหนึ่งเพื่อให้ชาวคณะลงไปเข้าห้องน้ำ ซื้อขนม หรือเปลี่ยนอิริยาบถ

แพรรภัสเลือกเข้าไปเดินในร้านสะดวกซื้อ

แม้ว่าบนรถบัสจะมีน้ำและขนมขบเคี้ยวมากมาย ที่ทางทีมงานของบริษัทเพลินอักษราเตรียมไว้ให้ หากแต่หญิงสาวยังอยากลงมาเดินยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปยังร้านสะดวกซื้อ

ขณะที่กำลังเดินเลือกสินค้าอยู่ เสียงนุ่มทุ้มของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นข้างๆ กายหล่อนคุณแพรวลองดื่มชาองุ่นเคียวโฮนี่หรือยังครับ

เมื่อแพรรหัสหันหน้าไปมอง ก็พบกับเจ้าของแววตาซุกซนขี้เล่น คนที่เธอพยายามแอบมองมาตลอดทางที่นั่งอยู่บนรถ หากหญิงสาวแสร้งทำเป็นไม่ไม่สนใจ ไม่ตอบคำถามใด และเลี่ยงเดินไปทางอื่น

หากชายหนุ่มยังไม่ละความพยายาม แล้วขนมนี่ล่ะครับ เคยหรือยัง กรอบอร่อยมากเลยนะครับ  มีรสเผ็ดๆ นิดหน่อย แต่คนไม่กินเผ็ดอย่างผมพอกินได้เสกวสันต์หยิบขนมมันฝรั่งอบขึ้นมาถุงหนึ่งพร้อมกับบรรยายสรรพคุณ

เห็นชายหนุ่มพยายามชวนคุยด้วยขนาดนั้น หญิงสาวจึงเริ่มคิดถ้าหากตัวเองยังทำเป็นไม่สนใจเขา จะกลายเป็นว่าเธอนั้นเป็นคนไร้มารยาทเกินไปสินะ ดังนั้น แพรรภัสจึงหันไปตอบเขาสั้นๆ ไม่ล่ะค่ะ… ขอบคุณ

เสกวสันต์ยังพยายามชวนหล่อนคุยต่อ และเลือกใช้โอกาสนี้พูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในหัวใจ

ตั้งแต่กลับมา… เจ้าของปากบางได้รูปละเอาไว้ เพราะแน่ใจว่าหญิงสาวรู้ดีว่าเขากำลังพูดถึงอะไรคุณแพรวคุยกับผมไม่กี่คำเองนะครับ ผมรู้ว่าผมผิดที่ปากเสียพูดถึงคุณเสียๆ หายๆ

ชายหนุ่มหยุดพูดแล้วรอดูปฏิกิริยาโต้ตอบจากคนตรงหน้า

หากเมื่อหญิงสาวเอาแต่เงียบ แต่ไม่ได้เดินหนี เขาจึงใช้จังหวะนั้น พูดในสิ่งที่ค้างคามาตลอด  อย่างที่ผมเคยบอกนั่นล่ะครับ ข้อเสียของผมคือเป็นคนปากไว พูดไม่ค่อยคิด แต่ผมอยากให้คุณแพรวยกโทษให้ผม ผมจะได้สบายใจ

ยกโทษเพื่อให้คุณสบายใจ?นักเขียนสาวถามย้ำในขณะที่ยืนตรงชั้นวางขนมเคี้ยว หากไม่ได้ส่งสายตาไปมอง

เพื่อให้เราทั้งสองคนสบายใจ และกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ต่างหากครับชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าปกติ

ความเงียบเคลื่อนกายเข้ามาปกคลุมคนทั้งสองอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่แพรรภัสจะตัดสินใจตอบ

ถ้าอย่างนั้นแพรวก็ยกโทษให้ค่ะ

ขอบคุณมากครับคุณแพรวเสกวสันต์ไม่อาจปกปิดความดีใจ

ถ้าอย่างนั้น… นี่ครับ… ชายหนุ่มหยิบซองขนาดเล็กสีชมพูที่มีลวดลายเป็นแมวฮัลโหล คิตตี้ขึ้นมาจากกระเป๋าตรงหน้าอกเสื้อโปโลของเขา

หญิงสาวยอมหันไปตามเสียง เหลือบไปเห็นสิ่งที่อยู่ในมือเขา ก็เลิกคิ้วแล้วทำหน้าประหลาดใจ

ประหลาดใจที่เห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะส่งอะไรให้สักอย่าง… มันคืออะไรกันนะ?

ประหลาดใจที่เห็นซองฮัลโหล คิตตี้ สีชมพู… จะหน่อมแน้มไปไหมพ่อคุณ

แต่ที่ประหลาดใจที่สุด…

บนข้อมือของเขายังมีนาฬิกาซึ่งทำจากผ้าพื้นเมืองของชาวเขา ซึ่งตีเวลา ๙.๓๐ น. เรือนนั้น ที่เธอซื้อให้เขาที่หลวงพระบาง… เขายังเก็บมันเอาไว้และใส่ติดตัวอยู่ ทำไมจึงไม่เคยสังเกตเห็นเลยนะ

ถึงแม้จะรู้สึกประหลาดใจในหลายๆ อย่าง หากหญิงสาวเลือกแค่จะเอ่ยถามสั้นๆ อะไรคะ

ผมขอใช้หนี้คุณแพรวอย่างเป็นทางการไงครับ ชายหนุ่มให้ความกระจ่างผมหาโอกาสคืนเงินที่คุณให้ยืมเอาไว้ในวันนั้นที่หลวงพระบางยังไงล่ะครับ จำได้หรือเปล่า

อ๋อ แพรวลืมไปแล้วน่ะค่ะแพรรภัสลืมไปแล้วจริงๆ คุณเสกวสันต์นี่ความจำดีจังเลยนะคะหญิงสาวเอ่ยต่อ

ซันครับ เรียกผมว่าซันเหมือนเดิมจะได้ไหมชาวหนุ่มเว้าวอนขณะส่งซองสีชมพูให้เธอ

หญิงสาวเลือกที่จะไม่ตอบ หากยื่นมือออกมารับ แล้วบอกกับเขาว่า ชาวคณะทำท่าจะว่าขึ้นรถไปกันหมดแล้ว เพราะเธอเห็นหลังของวันวัสสานที่เพิ่งเดินออกไปจากร้านสะดวกซื้อเมื่อสักพักนี้เอง ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะรอ

ว่าแต่น้ำองุ่นเคียวโฮอะไรของคุณเนี่ย มันอร่อยจริงๆ ใช่ไหมแพรรภัสหันมาพูดทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะเดินจากไป

ชายหนุ่มยิ้มกว้างรับ พยักหน้าจนหัวสั่นหัวคลอนแทนคำตอบ จากนั้นจึงเดินไปเปิดตู้ทำความเย็นด้วยความรู้สึกเหมือนเพิ่งได้ยกก้อนหินก้อนใหญ่ออกไปจากอก

Don`t copy text!