นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 25 : ยัยฆาตกรและไอ้โรคจิตที่น่า… (รัก)

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ บทที่ 25 : ยัยฆาตกรและไอ้โรคจิตที่น่า… (รัก)

โดย : กานต์

นิยาย (รัก) ไม่มีตอนจบ โดย กานต์ เรื่องราววุ่นๆ ในแวดวงนักเขียนผ่านตัวละครสำคัญอย่างแพรรภัส นักเขียนสาวที่ชีวิตจริงไม่ได้สดใสเช่นนิยายที่เขียน เธอต้องหนักแน่นและมุ่งมั่นแค่ไหน เพื่อให้นิยายรักเรื่องล่าสุดจบลงอย่างสวยงาม ช่วยนักเขียนสาวลุ้นกันกับ นิยายออนไลน์ ที่น่าติดตามอีกเรื่อง ซึ่ง อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

………………………………………….​​

 

“คัตตตตตตต!”

ทันทีที่เสียงอันทุ้มแต่ห่างไกลจากคำว่านุ่มนวลของวิทยาธรดังกึกก้องขึ้นผ่านเครื่องขยายเสียง ทีมงานและนักแสดงทุกคนในกองถ่ายละคร อัสดงในลมหนาว ก็พร้อมใจกันส่งเสียงแสดงความยินดี

เย้ ถ่ายฉากนี้เสร็จสักที หิวข้าวจะแย่ภีมซึ่งเพิ่งเข้าฉากเสร็จหันไปพูดกับเพื่อนนักแสดงที่เข้าฉากด้วยกัน

ไปกินอะไรกันดีคะพี่ภีม พี่หมอก ชมพูหิวจะแย่แล้วพราวชมพู นางเอกสาว ชักชวนสองหนุ่ม โดยลืมที่จะชวนนีรนาทซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างอย่างตั้งใจ

พี่มีนัดกับเพื่อนแล้วพระรองหนุ่มรีบบอก น้องชมพูไปกับนายหมอกก็แล้วกัน

เอ้ย ผมก็มีนัดกับเพื่อนแล้วพี่สิสิระรีบปฏิเสธละล่ำละลัก เพื่อนผมคนที่เป็นนักข่าว มันขอตามมาเก็บภาพกองเราพรุ่งนี้ด้วย พี่วิทอนุญาตแล้ว เนี่ย มันเพิ่งมาถึงหัวหิน โทร.หาผมเป็นสิบสายแล้ว ผมไปก่อนนะ

พระเอกหนุ่มหน้ามนรีบเดินจากไป ขณะที่นักแสดงทั้งสามคนที่เหลือ ต่างเดินไปหาพี่ลูกนกและทีมแต่งหน้า เพื่อให้ลบเครื่องสำอางออกบางส่วน และทยอยถอดเสื้อผ้าคืนให้พี่เด็ดเดี่ยว จากนั้นก็เก็บข้าวของของตน

ภึมซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เดินมาถึงลานจอดรถที่ซึ่งรถสปอร์ตสีแดงสดของเขาจอดอยู่

อันที่จริง ชายหนุ่มจะเดินทางมากับรถตู้ของกองถ่ายก็ได้ เนื่องจากกองถ่ายได้เตรียมรถไว้ให้สำหรับนักแสดงอยู่แล้ว หากชายหนุ่มคิดว่าเอารถมาเองน่าจะสะดวกกว่า เพราะเมื่อถ่ายละครเสร็จ เขาจะได้ขับรถไปหาเพื่อนสนิทซึ่งมาทำงานอยู่ที่หัวหินในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน

ในขณะที่ชายหนุ่มกดรีโมตกุญแจเพื่อเปิดรถ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นนีรนาทเดินหิ้วกระเป๋าใบมหึมา ออกมาทางเดียวกับที่เขาเพิ่งเดินมาเมื่อสักครู่

อ้าว จะขนข้าวขนของย้ายสำมะโนครัวไปไหนล่ะนั่นหนุ่มหน้าตี๋เอ่ยแซวในทันควัน

ไอ้บ้านีรนาทตอบโต้อย่างไม่จริงจังนัก พร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ ฉันก็ขนเสื้อผ้าที่ฉันเอามาเอง กลับไปโรงแรมด้วยสิยะ คนสวยๆ อย่างฉัน ต้องใส่เสื้อผ้าของพี่ภูมิใจเท่านั้นหญิงสาวพูดถึงดีไซเนอร์ชื่อดังคนหนึ่งของเมืองไทย

โอเคครับ สวยก็สวย แล้วนี่จะกลับโรงแรมกับรถตู้ หรือจะไปไหนต่อหรือเปล่า ไปหาอะไรกินกันไหม ผมนัดเพื่อนเอาไว้ ไอ้ซันนี่คนนั้นน่ะ คนที่เป็นคู่หมั้นเพื่อนคุณไง

เออ จริง คุณเสกวสันต์กับยัยแพรวมาสัมมนาที่หัวหินเหมือนกันนี่ ฉันลืมไปเลย

ตกลงจะไปไหม เร็วๆ ผมหิว

เดี๋ยวสิยะ ให้ฉันโทร.ชวนเพื่อนก่อน ถ้ายัยแพรวมันไม่ไป ฉันก็ไม่ไป เรื่องอะไรจะให้ไปนั่งอยู่กับผู้ชายหน้าตาไม่น่าไว้ใจอย่างนายสองคนนีรนาทพูดติดตลกก่อนจะกดโทรศัพท์มือถือหาเพื่อนสนิทของตน

ความสัมพันธ์ของหญิงสาวและชายหนุ่มรุดหน้าไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ นับจากเหตุการณ์ในวันนั้น หากนีรนาทเองไม่แน่ใจว่าภีมรู้สึกกับหล่อนอย่างไร พอๆ กับที่หญิงสาวไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับเขาเหมือนกัน

ทันทีที่เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายผ้าแคนวาสสีน้ำตาลอ่อนของแพรรภัสดังขึ้น หญิงสาวผู้ซึ่งเพิ่งกลับถึงห้องพัก จึงรีบกดรับโทรศัพท์ พอคุยกับเพื่อนแค่ไม่กี่ประโยคเธอก็รีบเอ่ยปฏิเสธทันที

โอ๊ย ไม่เอาหรอก เรากินเสร็จเมื่อกี้นี้เอง เพิ่งกลับถึงห้อง อยากพัก อีกอย่าง เราไม่อยากไปเจอกับจุดจุดจุดด้วยหญิงสาวบอกเหตุผล หากแต่ละชื่อผู้ชายคนนั้นไว้ เพราะน้องสาวของเขานั่งกดโทรศัพท์ทำตาแป๋วอยู่ไม่ห่าง

มาเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะแก ฉันหิวข้าว ไม่อยากไปกินกับพวกที่กอง วันนี้เทกไปเป็นสิบ โดนผู้กำกับด่ามาชุดใหญ่ ขืนไปนั่งกินข้าวไปแล้วมองหน้าพี่วิทไปด้วย ฉันคงกินอะไรไม่ลง นักแสดงสาวพยายามหว่านล้อมเพื่อน

ขณะที่สองสาวกำลังคุยกันอยู่นั้น โทรศัพท์ของวันวัสสานก็ดังขึ้นด้วยเช่นกัน เด็กสาวกดรับโทรศัพท์ซึ่งอยู่ในมือ แล้วได้แต่พูด อือ อือ อือจากนั้นก็วางสาย หันมาทางแพรรภัส ยกสองมือขึ้นต่อกันเป็นรูปตัวที ทำท่าเป็นขอเวลานอก

ว่าไงคะน้องเรนนี่แพรรภัสซึ่งบอกเพื่อนสาวให้รอสายสักครู่ หันมาพูดกับวันวัสสาน

เรนนี่ว่า คนที่กำลังชวนพี่แพรวออกไปกินข้าว กับคนที่โทร.หาเรนนี่เมื่อตะกี้ น่าจะมีจุดหมายเดียวกันนะคะเด็กสาวพูดพร้อมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

สุดท้ายแล้ว แพรรภัสผู้ซึ่งทนต่อการหว่านล้อมของทั้งเพื่อนและวันวัสสานไม่ไหว จึงยอมลุกจากเตียง ไปสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่ในห้องน้ำพักหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกมาคว้ากระเป๋าสะพาย ในขณะที่สาวน้อยร่วมห้องเอ่ยเสียงใส

ไปกันเลยไหมคะพี่แพรว พี่ซันนี่รออยู่ที่รถแล้วค่ะ

 

ร้านที่เสกวสันต์ขับรถพาแพรรภัสและวันวัสสานมานั้น เป็นร้านอาหารกึ่งผับ ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียล ลอฟต์ มีทั้งส่วนที่เป็นห้องแอร์และส่วนที่เปิดโล่ง มีการแสดงดนตรีสดในคืนวันศุกร์และเสาร์ โดยตอนนี้มีคิวการแสดงของนักร้องหนุ่มท้องถิ่น ผู้ซึ่งกำลังขับกล่อมแขกผู้มานั่งดื่มกิน ด้วยเสียงอันนุ่มทุ้มและกีตาร์โปร่งหนึ่งตัว

ชายหนุ่มจอดรถ ดับเครื่องสนิทแล้วเอ่ยชวนสองสาวให้ลงไปด้วยกัน

เดี๋ยวเรนนี่ขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ อยู่โรงแรมเมื่อกี้ดันไม่ปวด ออกมาข้างนอกละได้เรื่องเลยวันวัสสานรีบบอกพี่ชายและหญิงสาวทันทีที่ปิดประตูรถ

เออ จะไปก็รีบไป ถ้าหาโต๊ะไม่เจอก็โทร.มานะ ร้านมันใหญ่ เสียงดังแบบนี้เดี๋ยวหากันไม่เจอพี่ชายผู้ซึ่งเป็นห่วงและหวงน้องสาวจนออกนอกหน้า ส่งเสียงกำชับ

เจ้าค่ะ เสด็จพ่อเด็กสาวทำท่าเหมือนจับชายกระโปรงทั้งๆ ที่ตัวเองใส่กางเกงยีนส์ขาสั้น จากนั้นก็ย่อตัวลงเลียนแบบนักบัลเลต์ พร้อมกับรีบวิ่งจากไปตามป้ายที่บอกทางไปห้องน้ำ

แพรรภัสอดไม่ได้ที่จะหัวเราะให้กับความน่ารักของสองพี่น้อง จนชายหนุ่มซึ่งเดินอยู่ข้างๆ ต้องรีบเอ่ยแก้ตัวเป็นพัลวัน

คุณแพรวอย่าถือสาน้องผมเลยนะครับ มันบ๊องๆ บวมๆ แบบนี้ล่ะ คุณพ่อบอกว่าตอนยัยเรนนี่เกิด หมอทำตก หัวฟาดกะละมัง โตมาเลยเพี้ยนแบบนี้ชายหนุ่มพยายามปล่อยมุกตลก

แล้วก็ได้ผล หญิงสาวหัวเราะก๊ากออกมาอย่างลืมตัว โอ๊ย เรื่องจริงเหรอคะคุณซัน

ฮ่า ฮ่า ผมล้อเล่นครับ แต่เรื่องที่ยัยเรนนี่บ๊องๆ นี่เป็นเรื่องจริงชายหนุ่มเฉลย จากนั้นเสกวสันต์จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ แล้วกดโทร.หาภีมซึ่งมาถึงก่อนหน้าแล้ว เพื่อสอบถามเบอร์โต๊ะ ก่อนที่จะแจ้งบริกรให้นำทางไป

ทันทีที่หนุ่มและสาวทั้งสองเดินไปถึงจุดหมาย ก็พบภีมและนีรนาทนั่งยิ้มร่าคอยท่าอยู่ที่นั่น

นีรนาทรีบลุกขึ้นมากอดแพรรภัส ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้าไปถึงโต๊ะ โอ๊ย ยัยแพรว ฉันคิดถึงแกจังเลย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน

นานอะไร อาทิตย์แล้วก็เพิ่งเจอนักเขียนสาวหัวเราะ

เออ อาทิตย์นึงนั่นล่ะ นานนีรนาทตอบขณะที่จูงมือเพื่อนให้ไปนั่งยังเก้าอี้ข้างๆ ตน

สวัสดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับคุณนักเขียนนักแสดงหนุ่มเอ่ยทักแพรรภัสทันทีที่หญิงสาวลงนั่งบนเก้าอี้

เรียกซะเป็นทางการเลย เรียกแพรวก็ได้ค่ะคนที่เป็นนักเขียนพูดพร้อมกับส่งยิ้ม

โอเคครับ คุณแพรวก็คุณแพรว

จากนั้นภีมก็เอื้อมมือไปโอบไหล่เสกวสันต์ ผู้ซึ่งนั่งยิ้มอยู่ข้างๆ ตน

งั้นผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการอีกทีนะ นี่ไอ้ซันนี่ เรียกซันก็ได้ ส่วนยัยนี่ก็นีรนาทนักแสดงหนุ่มแนะนำเพื่อนของเขากับนีรนาท

เรียกนีรสั้นๆ ก็ได้ค่ะคุณซันนีรนาทเอ่ยเสียงหวานเกินความจำเป็นอย่างจงใจ เพื่อเรียกเสียงหัวเราะ

ทั้งสี่คนคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยเท้าความถึงเหตุการณ์ที่พบกันยังร้านอาหารฝรั่งเศสวันนั้น รวมถึงที่นักข่าวแอบถ่ายภาพของภีมและแพรรภัสที่ลานจอดรถ ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ขณะที่บริกรซึ่งนำอาหารที่ภีมได้สั่งไว้มาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ และพยายามลอบมองภีมกับนีรนาทบ่อยๆ เนื่องจากทั้งสองเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง

เสกวสันต์ยื่นเมนูเครื่องดื่มให้แพรรภัส พร้อมกับบอกหญิงสาวให้สั่งเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์มาก็ได้ เพราะคงรับประทานอะไรไม่ไหวแล้ว หญิงสาวรับเมนูไปพลิกดู หากยังไม่ทันตัดสินใจว่าจะสั่งเครื่องดื่มอะไร ก็ได้ยินเสียงผู้ชายและผู้หญิงเดินเถียงกันมาแต่ไกล จนลูกค้าในร้านพากันจ้องมองไปในทิศทางเดียว

ไปไกลๆ เลยนะไอ้บ้า ไอ้โรคจิต มาตามฉันทำไม

ใครโรคจิตกันห้ะ ยัยฆาตกรหนุ่มผู้ซึ่งถูกเรียกว่าโรคจิตสวนกลับทันควัน

เสกวสันต์ซึ่งได้เห็นน้องสาวทำหน้าบูดและกำลังโต้เถียงกับชายหนุ่มผมหยักศก หน้าตาคล้ายลูกครึ่งฝรั่งคนหนึ่งบนทางเดินระหว่างที่จะมายังโต๊ะของพวกเขา รีบรุดไปหาเด็กสาวอย่างรวดเร็ว

มีอะไรกันยัยเรนนี่ แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใครชายหนุ่มถามเสียงเข้ม พร้อมกับจ้องหน้าผู้ชายที่เดินเถียงมากับน้องสาวของเขาอย่างหมายจะเอาเรื่อง

ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ซันนี่ แค่คนโรคจิต เด็กสาวหันไปบอกพร้อมกับจูงมือพี่ชายให้ไปยังโต๊ะ หากพี่ชายพยายามทำท่าแข็งขืน เหมือนจะเข้าไปหาความกระจ่างจากผู้ชายผมหยักศกคนนั้นให้ได้ น้องสาวต้องออกแรงดึงมากขึ้นอีกนิด พี่ชายจึงยอมเดินไปนั่งลงแต่โดยดี

ชายหนุ่มโรคจิตของวันวัสสานเดินตามมาจนถึงโต๊ะ จนเด็กสาวต้องลุกขึ้นยืนอีกครั้ง พร้อมส่งเสียงต่อว่าดังลั่น

แล้วนายจะตามมาทำไมอีก!

ชายหนุ่มรีบตอบ

ไม่ได้ตาม! โต๊ะผมไปทางนี้

จากนั้นก็เดินเลยโต๊ะของวันวัสสานไปยังที่นั่งของตนซึ่งอยู่ห่างออกไปอีก ๔-๕ โต๊ะ

เด็กสาวหน้าม้านด้วยความอาย เพราะตัวเองเข้าใจเขาผิด หากเมื่อตั้งสติได้หล่อนจึงนั่งลง และคนเป็นพี่ชายจึงรีบฉวยจังหวะสอบสวนน้องสาวเสียงเข้ม

ตกลงใครกันน่ะเรนนี่ ทำไมถึงทะเลาะกันเสียงดัง

วันวัสสานทำหน้าเบื่อหน่าย หากก็ให้ความกระจ่างแก่พี่ชาย โดยบอกว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นนักข่าวสายบันเทิงของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่รู้เพราะว่าเคยเจอที่งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการนิยาย หลากรักใต้ฟ้าอาเซียนของเสกวสันต์ ที่บริษัทเพลินอักษรานั่นแหละ

และบอกอีกว่า เพิ่งเดินชนกันหน้าห้องน้ำด้วยความบังเอิญ ก็เลยมีปากเสียงกันนิดหน่อย จากนั้นจึงได้เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่หล่อนเคยขับรถเกือบชนเขาที่หน้าบริษัทเพลินอักษรา และมีเรื่องทะเลาะกันเพื่อแย่งที่จอดรถที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น จบลงด้วยการที่หล่อนเรียกเขาว่า ไอ้โรคจิตส่วนเขาก็เรียกหล่อนว่า ยัยฆาตกร ก่อนที่เพื่อนของผู้ชายคนนั้นจะลากตัวเขากลับไปที่โต๊ะ

พี่ชายซึ่งตอนแรกทำท่าทางดุดันขึงขังเพราะห่วงน้องสาวมาก หัวเราะก๊ากออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก เพราะหยุดหัวเราะไม่ได้

ฮ่า ฮ่า ที่แท้แกก็ไปก่อเรื่องกับเขาไว้นี่เอง นี่เขานั่งโต๊ะไหนเนี่ย ฉันจะไปขอโทษเขา ที่เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นฝ่ายทำแกก่อนเสกวสันต์ยังไม่ยอมหยุดหัวเราะ ทำท่าเป็นลุกขึ้นยืนมองหาผู้ชายคนนั้น

ใจเย็นๆ นะคะน้องเรนนี่แพรรภัสพยายามปลอบเด็กสาวผู้ซึ่งเริ่มจะโกรธพี่ชายตัวเองมากกว่าคู่กรณีคนเมื่อสักครู่นี้แล้ว

เด็กสาวทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่พี่ชาย จากนั้นหันมายิ้มให้แพรรภัส

แต่เมื่อกวาดตามองไปเห็นภีมและนีรนาทซึ่งนั่งอยู่ด้วย วันวัสสานก็รีบยกมือไหว้คนทั้งสอง พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงกระจ่างใสราวกับเป็นคนละคน

สวัสดีค่ะพี่ภีมหล่อนเว้นวรรคนิดหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ

สวัสดีค่ะพี่นีรนาท หนูชอบพี่ม้ากมากกกกก

วันวัสสานผู้ซึ่งอารมณ์ดีขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน คุยกับนีรนาทอย่างออกรส หล่อนบอกกับอดีตนางแบบสาวว่าเธอนั้นเป็นไอดอลในดวงใจของหล่อนเชียวล่ะ ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาที่ทั้งเท่และเก๋ หรืออุปนิสัยที่เป็นคนตรงๆ และพร้อมลุยทุกสถานการณ์ จนภีมซึ่งนั่งฟังอยู่ รีบเอ่ยแทรกขึ้นอย่างสนิทสนม ด้วยเพราะเห็นน้องสาวของเพื่อนมาตั้งแต่เด็กๆ

พี่ก็ว่าแล้วว่ายัยเรนนี่มันม้าดีดกะโหลกเหมือนใคร ตัวอย่างดีๆ มีเยอะแยะ ดันมาเอายัยนีรเป็นไอดอล

ไอ้บ้า ไอ้ตี๋ หุบปากไปเลยนะนีรนาทแกล้งฮึดฮัด ชี้หน้าต่อว่าชายหนุ่ม จากนั้นก็หันไปหาวันวัสสานซึ่งกำลังหัวเราะ แล้วยกมือขึ้นทำท่าขอไฮไฟฟ์ ส่งเสียงบอกเด็กสาว กีฟ มี ไฟฟ์!

คนทั้งห้านั่งคุยกันอย่างสนุกสนานไปสักพัก จนกระทั่งชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ

นีรนาทเป็นคนแรกที่มองเห็น ตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่น

อ้าว หมอก มาได้ไง

เป็นสิสิระนั่นเองที่มายืนโชว์ลักยิ้ม ทำหน้าหล่ออยู่ข้างโต๊ะ

พระเอกหนุ่มยกมือไหว้ภีมและนีรนาท รวมไปถึงเสกวสันต์และแพรรภัสซึ่งนั่งอยู่ด้วย เพราะแน่ใจว่าทั้งสองอาวุโสกว่า ส่วนวันวัสสานนั้น ชายหนุ่มพยักหน้าให้เล็กน้อย หากส่งยิ้มชนิดที่ไม่มีสาวคนไหนจะยับยั้งตัวเองไม่ให้ใจสั่นไหวได้ไปให้หล่อน

ผมมานั่งกินข้าวกับเพื่อนครับ นั่งอยู่ทางนู้นสิสิระชี้ไปทางทิศที่คู่กรณีของวันวัสสานนั่งอยู่

เพื่อนผมมันกลับจากห้องน้ำ บอกว่าเจอคู่กรณีเก่า เล่าไปเล่ามา ผมเลยนึกขึ้นมาได้ว่าเธอ… อ้อ ผมหมายถึงคุณน่ะครับนักแสดงหนุ่มชี้ไปทางหญิงสาวซึ่งอ่อนอาวุโสสุดในโต๊ะ และโปรยเสน่ห์อีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ เลยนึกได้ว่าคุณคือคนที่เคยเจอกันในร้านอาหาร แล้วแย่งที่จอดรถกับมัน และเท้าความไปเท้าความมาเลยรู้ว่าเป็นลูกสาวเจ้าของสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์นิยายเรื่อง อัสดงในลมหนาว ของ แพรราตรีที่เรากำลังมาถ่ายทำละครกัน จากนั้นผมก็คิดต่อ…

ภีมซึ่งเห็นสิสิระทำท่าจะร่ายยาว ลากเก้าอี้จากโต๊ะข้างๆ ซึ่งไม่มีคนนั่งมาให้ชายหนุ่มพร้อมกับทำเสียงประชดประชันอย่างไม่จริงจังนัก ท่าทางจะยาว นั่งก่อนไหมไอ้หมอก

ขอบคุณครับพี่… ผมต่อเลยนะนักแสดงหนุ่มซึ่งยังไม่รู้ตัวว่าโดนภีมอำ พยายามเล่าต่อ จากนั้นผมก็คิดต่อว่าต้องเป็นน้องสาวของเพื่อนพี่ภีมที่เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ ดังนั้น พี่ภีมอาจจะนั่งอยู่แถวนี้ แล้วก็จริงๆ ด้วย แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือ ทำไมเจ๊มาอยู่ที่นี่กับเขาด้วยละเนี่ยสิสิระหันไปหานีรนาทพร้อมกับแสดงความสนิทสนม

เออ ยาวจริงๆ งั้นข้าต่อให้อีกนิดนะ… ที่แกคิดน่ะถูกไอ้พระเอก ข้าเพิ่มให้อีกหน่อยว่าไอ้ที่นั่งหล่อๆ อยู่นี่ คือพี่ซันนี่ เพื่อนข้า คนที่เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ และเป็นพี่สาวของยัยเรนนี่คนนี้ คู่กรณีของเพื่อนเอ็ง

จากนั้นภีมจึงชี้ไปทางแพรรภัสและแต่น แตน แต๊น คนที่แกไม่รู้ แต่พูดถึงเขาต้อยๆ คือคุณแพรว แพรรภัส หรือคุณ แพรราตรีเจ้าของนิยายที่แกถ่ายละครอยู่นี่ไง ไอ้เซ่อ ภีมเอื้อมมือไปตีหัวนักแสดงหนุ่มรุ่นน้องอย่างไม่จริงจังนัก จนทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่ในโต๊ะพากันหัวเราะ

อ้าว จริงเหรอครับ งั้นพี่แพรวก็คือคนที่เป็นเพื่อนเจ๊นีรล่ะสิ ได้ยินเจ๊พูดถึงมาหลายหน แต่ไม่เคยเห็นหน้าสักทีนักแสดงหนุ่มชวนคุยต่อ ขณะที่แพรรภัสพยักหน้ายิ้มรับ

นี่นายหมอก มานั่งคุยนานขนาดนี้ รวมโต๊ะเลยดีไหม ไปเรียกเพื่อนมานั่งด้วยเลยไหมล่ะนีรนาทแกล้งแซวลูกชายเพื่อนสนิทของพ่อ ผู้ซึ่งหล่อนเป็นคนผลักดันให้มาเป็นดาราด้วยตัวหล่อนเอง

ก็ดีนะครับเจ๊สิสิระทำพาซื่อ รีบลุกไปจากโต๊ะก่อนที่ใครจะเรียกไว้ทัน เพื่อเดินไปเรียกเพื่อนของตัวเองให้มานั่งด้วยกันที่โต๊ะใหญ่โต๊ะนี้

ทันทีที่มาถึงโต๊ะ พระเอกหนุ่มเดินไปลากเก้าอี้มาอีกตัวแล้วปักหลักลงนั่ง โดยฉุดให้เพื่อนที่เดินมาด้วยกันนั่งลงด้วย นี่เพื่อนผม ไอ้ทิมมันเป็นนักข่าวครับ… อ้าวนั่งบื้ออยู่ทำไม สวัสดีพี่ๆ เขาสิมึง

ฑีฆายุซึ่งยิ้มหน้าเจื่อนๆ อย่างเขินๆ ยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าทั้งสี่ ก่อนที่จะหันไปทำหน้ายักษ์ใส่วันวัสสาน จนหญิงสาวอดรนทนไม่ได้ แลบลิ้นตอบกลับพร้อมกับทำปากขมุบขมิบแบบไม่มีเสียง แต่อ่านปากได้ว่า ไอ้ฆาตกร

ชายหนุ่มผู้มาใหม่แนะนำตัวกับทุกคนว่าตนเองเป็นนักข่าวสายบันเทิงของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เขารู้จักภีมและนีรนาทอยู่แล้วเพราะทั้งสองเป็นดารา ส่วนเสกวสันต์เขาก็รู้จักแล้วเช่นกัน เพราะเคยไปร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจ็กต์นิยายมาก่อน แต่เสกวสันต์คงจำเขาไม่ได้ จากนั้นก็ส่งยิ้มให้แพรรภัส เพราะรู้ว่าเธอเป็นนักเขียนชื่อดัง และคนสุดท้ายคือคู่กรณีตัวแสบ ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรด้วย ได้แต่แกล้งทำตาถลึงและเบะปากใส่ เวลาที่คนอื่นมองไม่เห็นก็เท่านั้น

คนทั้งเจ็ดพูดคุยกันต่ออย่างสนุกสนานและสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว แม้จะพบกันเป็นครั้งแรก ยกเว้นแต่วันวัสสานและฑีฆายุซึ่งไม่ได้พูดอะไรกันเลย

ภีมที่ดื่มเบียร์ไปหลายแก้ว เริ่มมีอาการมึนและกรึ่มได้ที่ จึงพูดมากกว่าเดิมซึ่งปกติก็เป็นคนพูดมากอยู่แล้ว

ชายหนุ่มซักสิสิระในสิ่งที่ค้างคาใจมาสักพักตั้งแต่ละครเรื่อง อัสดงในลมหนาว เริ่มเปิดกล้อง จนได้ความว่านักแสดงหนุ่มรุ่นน้องกับนีรนาทนั้นสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะพ่อของทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน

แหม คาดคั้นกันขนาดนี้ มันชักจะยังไงๆ อยู่นาท่านผู้ชมสิสิระหยอกกลับ

ภีมไม่ตอบ ได้แต่อมยิ้ม ส่วนนีรนาทลอบถอนหายใจเบาๆ ราวกับกำลังลุ้นคำตอบ

แพรรภัสซึ่งนั่งฟังอยู่นาน เป็นฝ่ายชวนพระเอกหนุ่มคุยบ้าง

น้องหมอกคะ พี่มีเรื่องสงสัยเรื่องหนึ่ง คือชื่อสิสิระของน้องหมอกมีความหมายว่าอะไรคะ พี่ได้ยินแล้วคิดว่าเพราะดี จะขอยืมเอามาตั้งเป็นชื่อพระเอกในนิยายบ้างน่ะค่ะ

ชายหนุ่มหันหน้าที่มีลักยิ้มมาทางนักเขียนสาวแล้วเอ่ยตอบ

พ่อผมบอกว่า สิระ แปลว่า ยอด หรือสิ่งที่อยู่สูงสุด พอเติมคำว่า สิ เบิ้ลเข้าไปอีกคำ จึงทำให้ผมเป็นยอดสูงสุดของที่สุด อะไรทำนองนั้นล่ะครับ เห็นไหม โตมาได้เป็นพระเอกดังเลยนักแสดงหนุ่มพูดแล้วหัวเราะอย่างไม่จริงจังนัก

หญิงสาวซึ่งอายุน้อยที่สุดในโต๊ะฟังแล้วก็หัวเราะตาม จ้องมองชายหนุ่มเจ้าของลักยิ้มสวยด้วยสายตาปลาบปลื้ม โดยไม่รู้ว่าถูกพี่ชายตัวเองมองค้อนตาเขียวปัด และถูกชายหนุ่มผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนมองด้วยสายตาหมั่นไส้เสียเต็มประดา

ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งเจ็ดคนใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารกึ่งผับนั้นอีกไม่นาน ก่อนที่เสกวสันต์จะเป็นคนชวนทุกคนกลับ เพราะภีมทำท่าจะเมาแล้ว และทุกคนในที่นั้นมีงานต้องทำในเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งแพรรภัสและวันวัสสานยกมือเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะง่วงนอนเต็มที

เสกวสันต์ขอให้นีรนาทช่วยขับรถของภีมและพาเพื่อนของเขากลับ เนื่องจากท่าทางเมาจนไม่น่าจะขับรถไหว ส่วนสิสิระกับฑีฆายุนั้นเอารถมาคนละคัน แต่คนทั้งสี่นั้นพักโรงแรมเดียวกัน เสกวสันต์จึงขอให้ชายหนุ่มทั้งสองขับรถตามนีรนาทไป เพื่อช่วยหญิงสาวพยุงเพื่อนของเขาเข้าห้องพักด้วย เพราะเกรงว่าถ้าปล่อยให้นีรนาทหิ้วปีกภีมเข้าห้องตามลำพัง หล่อนจะตกเป็นข่าวเสียหายโดยไม่จำเป็นอีก ก่อนจะหันไปแซวเพื่อนใหม่ ไม่เอาไปเขียนใช่ไหมน้องทิม

ฑีฆายุหัวเราะร่า ก่อนจะตอบว่า แหม ผมก็มีจรรยาบรรณอยู่นิดหน่อยนะครับพี่ ในขณะที่วันวัสวานได้แต่กลอกตาไปมา ทำหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อ แล้วรีบเดินไปเปิดประตูรถ ขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมที่จะหันไปกล่าวคำอำลากับสิสิระ

แพรรภัสซึ่งในขณะนี้เริ่มรู้สึกดีกับเสกวสันต์แล้ว ยิ่งรู้สึกประทับใจในตัวเขามากขึ้น

เพราะไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ขันที่ชายหนุ่มมีอย่างเต็มเปี่ยม หรือรวมไปถึงการที่เขามีความเป็นสุภาพบุรุษ คิดถึงคนนั้นคนนี้อยู่ตลอด

เมื่อกลับถึงที่พัก แยกย้ายกับเสกวสันต์ที่ทำสีหน้าอาลัยอาวรณ์ หญิงสาวทั้งสองจึงรีบเข้าห้องพักของตน

หล่อนได้สิทธิ์ในการอาบน้ำก่อน เพราะวันวัสสานซึ่งทำท่าคะยั้นคะยออย่างผิดสังเกต เอาแต่บอกว่า พี่แพรวไปอาบก่อนเลย เดี๋ยวหนูนอนเล่นมือถือรอได้

เมื่อหล่อนอาบน้ำเสร็จ ก็พบว่าเด็กสาวนอนหลับไปแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำ

แพรรภัสอมยิ้มให้กับความแก่นและความน่ารักของเด็กสาว พลางนึกไปถึงใบหน้าของผู้เป็นพี่ชายซึ่งมีเค้าโครงไม่ต่างกัน พลันหยุดคิด

คืนนี้คงจะเป็นคืนแรกที่หล่อนสามารถนอนคิดถึงผู้ชายคนที่ได้พบที่หลวงพระบาง… อย่างมีความสุขอีกครั้งหนึ่ง

Don`t copy text!