“ฆาตตะวัน ดับจันทรา” …เมื่อคนที่ไม่เหลือใครกับคนที่ไร้ค่ามารักกัน

“ฆาตตะวัน ดับจันทรา” …เมื่อคนที่ไม่เหลือใครกับคนที่ไร้ค่ามารักกัน

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)... เอา (มาเล่า) เรื่องราวของนิยายน่าอ่านจากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

โดย : อุ้มสม

นิสิตภาควิชาวรรณคดีแห่งทุ่งบางเขน นักอ่านและนักฝัน ผู้ปรารถนาเพียงได้ใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องมือส่งต่อความรู้สึกดีและบอกเล่าความประทับใจหลังการอ่าน

 

หากพูดถึงนักเขียนนิยายรักในแวดวงวรรณกรรมปัจจุบัน ชื่อของ ‘ปราณธร’ ก็คงเป็นนามปากกาที่นักอ่านนิยายรักหลายท่านนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ด้วยผลงานที่หลากหลายของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักโรแมนติก-คอเมดี้ (หัสนิยาย) อย่างเรื่อง มาเฟียตุ๊กตาหมี จากนั้นงานเขียนของปราณธรก็ค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเรื่องของทรชนคนล่าที่หลงรักคนดี ผู้รักษา และจบลงอย่างโศกนาฏกรรมใน Zombie Prince รักลวงใจ และที่กำลังเป็นละครรอออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 คือเรื่องรักและการต่อสู้ของลูกผู้ชาย ที่มีฉากหลังเป็นเยาวราชในยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ในเรื่อง ชาติเสือ พันธุ์มังกร แต่สำหรับ ฆาตตะวัน ดับจันทรา นี่คือเรื่องราวแอ็กชันที่ผสมผสานกับความรักได้อย่างลงตัว ชนิดที่ว่าผู้หญิงอ่านก็ได้ ผู้ชายอ่านก็ดี

ฆาตตะวัน ดับจันทรา

ฆาตตะวัน ดับจันทรา เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ฝ่ายชายคือ ‘ภูผา’ ชายหนุ่มที่ประสบความล้มเหลวหลายครั้งหลายคราในชีวิต ทั้งเป้าหมายที่ไม่เป็นไปตามต้องการ ไม่สามารถดูแลมารดาได้ และบิดาก็ไม่ได้ยอมรับเขาเป็นลูก ส่วนฝ่ายหญิงคือ ‘ข้ามฟ้า’ หญิงสาวที่มีชะตาชีวิตอันโลดโผนโจนทะยานตั้งแต่อายุสิบหก การสูญเสียบิดามารดาและน้องชายน้องสาวจากการฆาตกรรมหมู่ ทำให้เธออยู่ตัวคนเดียว และต้องดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ซึ่งนี่คือความรักของคนสองคนที่ต่างมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปในชีวิต บางสิ่งบางอย่างที่กลายเป็นรอยร้าว เป็นบาดแผลที่ใหญ่โตและเรื้อรัง คนหนึ่งก็โดดเดี่ยวเดียวดาย อีกคนหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า

579 หน้า 41 บท ใน ฆาตตะวัน ดับจันทรา ล้วนร้อยเรียงเป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียวกัน เปิดเรื่องด้วยการพบเจอของตัวละครเอกฝ่ายชายฝ่ายหญิงที่ไม่ได้สวยงามหรือน่าอภิรมย์นัก กลับกลายเป็นความรักนี่ฝ่ายหนึ่งอยากเคียงข้าง แต่ฝ่ายหนึ่งกลับต้องการผลักไส ครึ่งเรื่องหลังคือเหตุการณ์ในสี่ปีต่อมา ทั้งภูผาและข้ามฟ้าต่างเติบโตขึ้น แม้เวลาจะผ่านไป ชีวิตของใครคนหนึ่งดูเปลี่ยนไป ที่เห็นได้ชัดเจนคือภูผาได้รับสิ่งที่ขาดหายเข้ามาเติมเต็มในชีวิต สิ่งหรือกลุ่มคนที่เขาเรียกว่า ‘ครอบครัว’ ในขณะที่ข้ามฟ้าที่แม้จะเริ่มโตเป็นสาว จากสิบหกสู่ยี่สิบ เธอก็ยังคงความเข้มแข็งที่มาพร้อมกับความใจกล้าบ้าบิ่น และ… ยังคงอยู่อย่างเดียวดายดังเดิม

สิ่งที่เป็นเสน่ห์อันโดดเด่นอย่างยิ่งในนวนิยายเรื่องนี้คือการสร้างตัวละคร โดยเฉพาะตัวละครหลักของเรื่องอย่างภูผากับข้ามฟ้า ผู้เล่าเรื่องมีพรสวรรค์ราวกับนางฟ้าที่ร่ายเวทมนตร์สะกดให้คนอ่านได้ดื่มด่ำ สัมผัส และซึมซับความสัมพันธ์อันบริสุทธิ์ของคนสองคนท่ามกลางความเลวร้าย ท่ามกลางหยดเลือดของหลายชีวิตที่สูญสิ้นไปเพราะคนเลว

‘ภูผา’ เขาคือตัวละครเอกฝ่ายชาย การเปิดตัวเขาในฐานะ ‘พระเอก’ เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้จักเขา เรียกได้ว่าแหวกแนวและผิดจากขนบนิยายรักทั่วไป เรารู้จักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่บทแรก เขาถูกมิจฉาชีพทำร้ายเพื่อปล้นชิงทรัพย์ของเขาโดยที่เขาไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ เกือบเจียนตาย เกือบจะไม่รอดหากไม่ได้ใครคนหนึ่งมาช่วยชีวิเขาไว้… และใครคนนั้นคือ ‘ข้ามฟ้า’ ตัวละครเอกฝ่ายหญิงหรือ ‘นางเอก’ ของเรื่อง

เมื่อพิจารณาชื่อของตัวละครอื่นๆ ใน ฆาตตะวัน ดับจันทรา เช่น ข้ามฟ้า ท้ารบ แสงอัคคี ชื่อของ ‘ภูผา’ ดูจะธรรมดา ไม่ได้แปลกหรือโก้เก๋อะไร ทั้งที่เขาคือพระเอกของเรื่อง ทว่าเพียงแค่ชื่อก็แทนตัวตนของผู้ชายคนนี้ในสายตาคนรอบข้าง หรือสายตาเขาที่มองตัวเองได้เป็นอย่างไร ภูผาคือคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรโดดเด่น พร้อมจะกลืนหายไปท่ามกลางคนหมู่มาก

ภูผาโตมากับแม่ ชีวิตเขาไม่ได้มีพ่อมาดูแลและให้ความรักเหมือนครอบครัวทั่วไป แม้ว่าเขาจะมีความพยายามในการทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้แม่ภาคภูมิใจ เพื่อให้ตนเองสามารถปกป้องและดูแลแม่ได้มากเพียงใด แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ และยิ่งเมื่อสูญเสียแม่ไป มากกว่าความรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว มันคือความรู้สึกว่าตนเอง ‘ไร้ค่า’ ความรู้สึกนั้นค่อยๆ หายไป ต่อเมื่อเขาได้รับบางสิ่งบางอย่างเข้ามาเติมเต็ม และบางสิ่งบางอย่างที่ว่าก็คือผู้หญิงที่ชื่อข้ามฟ้า

การเปิดตัว ‘ข้ามฟ้า’ ให้คนอ่านได้รู้จัก ก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับเรื่องรักในประเทศไทยเช่นกัน เด็กสาววัยสิบหกปีที่หาเงินด้วยการช่วงชิงจากมิจฉาชีพอีกทีหนึ่ง เด็กสาววัยสิบหกปีที่สามารถเอาชนะชายฉกรรจ์สามคนที่เข้ามาทำร้ายภูผาได้ ความกล้าหาญ และแววตาอันเรืองรองของข้ามฟ้า แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ หากแต่มันยังสถิตอยู่ในรอยจำของภูผา… และยากที่จะลืมเลือน แววตาของ ‘นักสู้’ ที่เป็นดุจกำลังใจอันมหาศาล กำลังใจที่จะทำให้ภูผาดำรงชีวิตต่อไปบนโลกนี้ได้

หากภูผาคือคนที่ไร้ค่า ข้ามฟ้าก็คือคนที่ ‘ไม่เหลือใคร’ …ไม่เหลือใครจริง ๆ เพราะฆาตกรใจโหดที่สังหารหมู่ครอบครัวเธอ มันไม่ได้ต้องการแค่นั้น มันต้องการชีวิตของข้ามฟ้าด้วย และมากกว่าชีวิตของข้ามฟ้า คือชีวิตของคนที่เธอเข้าไปข้องเกี่ยว ญาติสนิทมิตรสหายที่ให้การช่วยเหลือเธอ ล้วนต้องสังเวยชีวิตให้กับความโหดเหี้ยมทารุณของคนใจบาป นี่คือสิ่งที่ทำให้ข้ามฟ้าบอกกับตัวเอง… เธออยู่โดยไม่เหลือใคร อยู่โดยไม่มีใครในชีวิตเป็นอันดีที่สุดแล้ว พวกเขาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องตายเพราะเธอ

และหากแววตาของข้ามฟ้ามีพลังต่อภูผามาก สิ่งที่ข้ามฟ้ามองเห็นและสัมผัสได้จากตัวผู้ชายคนนี้ ก็มีพลังต่อจิตใจเธอมากเช่นกัน ข้ามฟ้าไม่ได้มองว่าภูผาคือคนธรรมดาที่ไม่มีค่าอะไร หากแต่เธอสัมผัสได้ว่าผู้ชายคนนี้คือ ‘คนดี’ แม้เขามีประสบการณ์การฝึกซ้อมกีฬายิงปืน แต่นั่นก็เป็นเพียงการแข่งขัน สำหรับภูผา ปืนไม่ได้มีไว้ฆ่าใคร เขาฆ่าใครไม่ได้ นี่ยิ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำเตือนใจข้ามฟ้า… เธอจะไม่ฆ่าใคร เธอจะไม่ทำให้พี่ภูต้องผิดหวัง และ… เธอรักผู้ชายคนนี้

ความรักของภูผาคือการอยู่เคียงข้างกันและกัน การไม่ปล่อยให้คนที่รักอยู่ห่างไกล แต่สำหรับข้ามฟ้า หากเธอรักใครสักคน เธอจะไม่ยอมดึงเขามาใช้ชีวิตกับเธอ เพราะข้ามฟ้ารู้ดีว่าชีวิตของเขาคนนั้นจะไม่มีคำว่า ‘ปลอดภัย’ อีกต่อไป ความรักของภูผาก็เหมือนกับโลชั่นที่เขาซื้อให้เธอ โลชั่นอันหอมหวน ดีต่อใจมากเพียงไร ก็ส่งกลิ่นกำจายให้คนที่ทำร้ายเธอสืบสาว ตามหาเธอจนเจอมากเท่านั้น

คนหนึ่งอยากอยู่ด้วยก็เพราะรัก อีกคนหนึ่งต้องการผลักไส… ก็เพราะรัก นี่คือความน่าติดตามอย่างหนึ่งในนวนิยายเรื่องนี้

อีกประเด็นที่ทำให้เรื่องราวใน ฆาตตะวัน ดับจันทรา ทวีความเข้มข้นดึงดูดให้กระหายใคร่รู้ ต้องอ่านจนจบ ก็คือปมฆาตกรรมภายในครอบครัวของข้ามฟ้า พ่อแม่เธอเป็นใคร คนร้ายที่ต้องการฆ่าเธอและครอบครัวของเธอเป็นใคร เกี่ยวพันกันอย่างไร ความจริงคลี่คลายอย่างน่าสลดหดหู่ สงสารในชะตาชีวิตของข้ามฟ้า กับเรื่องราวโศกนาฏกรรมที่โหดเหี้ยม รุนแรงและน่ากลัวเกินกว่าที่คนคนหนึ่งจะรับไว้

ความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในชื่อเรื่อง ฆาตตะวัน ดับจันทรา อาจสื่อได้ทั้งความรักที่ภูผามีต่อข้ามฟ้า เป็นรักที่ไม่สนใจภยันตรายใดๆ ที่อยู่รอบตัว เป็นรักที่ต่อให้จะเกิดเรื่องร้ายเพียงใด ต่อให้มันร้ายแรงถึงขั้นตะวันและจันทราสูญสิ้น เขาก็ไม่สนใจ ขอเพียง ‘ท้องฟ้า’ ยังคงอยู่… ขอเพียงแค่ชีวิตเขามีข้ามฟ้า

อีกนัยหนึ่ง ฆาตตะวัน ดับจันทรา ย่อมสื่อถึงภัยร้าย ความน่ากลัว ความโหดเหี้ยมอำมหิตของมนุษย์ ที่ร้ายแรงชนิดว่าทำลายทุกสิ่ง รุนแรงถึงขั้น ‘ฆาตตะวัน’ เกินต้านทานถึงขั้น ‘ดับจันทรา’ ซึ่งความรุนแรงสามประการที่เมื่อรวมกันแล้วมีโทษมหันต์ถึงเพียงนี้ ก็คือปืน อำนาจ และการเติบโตอย่างผิดเพี้ยนของเด็กคนหนึ่ง

‘ปืน’ ไม่ใช่แค่กีฬา ไม่ใช่การศิลปะการป้องกันตัว แต่ปืนคืออาวุธร้ายที่ใช้เข่นฆ่าผู้คนได้อย่างเลือดเย็น ยิ่งปืนจำนวนมากมาอยู่รวมกันก็ยิ่งน่ากลัว และทวีความน่ากลัวขึ้นไปอีก เมื่อปืนเหล่านี้คืออาวุธเถื่อน ปืนเหล่านี้ถูกใช้โดยมนุษย์ผู้ไร้ศีลธรรม คนโฉดผู้มีอำนาจล้นฟ้า

‘อำนาจ’ สิ่งที่ใครหลายคนปรารถนา ต้องการ เพื่อความเป็นใหญ่ หากอำนาจตกเป็นของคนเลว ผลร้ายย่อมตามมาอย่างรุนแรง ดังเช่น ‘นายอัคนี’ ผู้เป็นใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิ วัยวุฒิ และเป็นที่นับหน้าที่ตาแก่ประชาชนทั่วไป ทว่าคนโฉดที่ขึ้นมามีอำนาจอย่างนายอัคนีนี่เองที่นำมาซึ่งหายนภัยแก่ชีวิตของใครหลายคน

และที่ร้ายแรงมากที่สุด มากจนอาจถึงขั้น ‘ฆาตตะวัน ดับจันทรา’ ก็คงไม่พ้น ‘การเติบโตอย่างผิดเพี้ยนของเด็กคนหนึ่ง’ เพราะเด็กคือผ้าขาว ต่อเมื่อถูกผู้ใหญ่ใจร้ายแต่งแต้มเติมสีอันมืดหม่นหมองมัวเข้าไป ในไม่ช้าผ้าขาวก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ และยากที่จะชำระ ยากที่จะแก้ไขได้ในที่สุด ผู้เล่าเรื่องชี้ให้เห็นว่านี่คือปัญหาสังคมที่ไม่ควรมองข้าม มันคือปัญหาที่เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ หากแต่ค่อยๆ ทวีความรุนแรงและเรื้อรังขึ้นไปเรื่อยๆ

คนเป็นพ่อแม่ หากรักตัวเองมากกว่าลูก หากเห็นลูกเป็นเพียงเครื่องมือ เป็นเพียงตุ๊กตาหรือหุ่นเชิดที่ตนเองจะชักนำไปในทิศทางใดก็ได้ จะทิ้งขว้างไปเมื่อไรก็ได้ ไม่ใช่แค่ว่าพ่อแม่จะไม่ได้รับรักแท้จากคนเป็นลูก แต่พวกเขายังสร้างบาดแผล สร้างปมในใจจนอาจทำให้ลูกต้องขาดความรัก และโหยหาความรักจากข้างนอกเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไป… โชคดีที่ภูผากับสิบหมื่นพบเจอคนที่ดีในชีวิต พ่อของเขาและเธอจึงไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้สักเท่าไร แต่เด็กคนอื่นๆ ก็ไม่ได้โชคดีแบบนี้เสมอไป

เด็กที่ถูกทำลายความเป็นเด็กจนขาดสะบั้นลง โลกอันสดใส โลกสีขาวที่เด็กพึงมองเห็นจะไม่มีอีกต่อไป ความโหดร้ายที่ผู้ใหญ่หยิบยื่น การข่มขู่ บังคับให้เด็กน้อยคนหนึ่งต้องขายบริการทางเพศตั้งแต่อายุยังน้อย นี่ละคืออาวุธร้ายที่ประหัตประหาร ที่พรากความเป็นเด็กไป แววตาแห่งความเป็นเด็กไม่เหลือ ดวงใจอันพิสุทธิ์ถูกทำลาย หากแต่สิ่งที่ทดแทนคือความกร้านโลก…

“…หนูไม่ให้ตำรวจช่วย นังมิ้มกับนังอ้อยแล้วก็พวกไอ้บอยต้องเป็นเหมือนหนู หนูไม่ยอมให้ตำรวจช่วยพวกมันหรอก พวกมันต้องเจ็บเหมือนหนู!” (หน้า 50)

เด็กที่ไม่ได้รับความรักจากคนเป็นพ่อแม่ แต่สิ่งที่ได้แทนความรักคือความรุนแรง ความโหดเหี้ยมทั้งการทารุณทางร่างกาย การทารุณทางจิตใจ และการทารุณทางเพศ ประการหลัง ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย หากขึ้นชื่อว่าเป็นการทารุณทางเพศ ก็ย่อมเป็นสิ่งที่โสมมเกินว่าที่เด็กคนหนึ่งจะได้รับ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเชื้อเพลิงที่สุมอยู่ในใจพวกเขา ทำให้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขในการทำร้ายผู้อื่น มีความสุขในการตามล่า ตามฆ่าผู้อื่น เป็นความบันเทิงเริงรื่นที่เกิดจากการขาดความรัก กลายเป็นความบันเทิงที่ได้โดยการทำให้ผู้อื่นโศกเศร้าหรือถึงตาย เด็กที่เติบโตมาเช่นนี้ เป็นดัง แสงอัคคี ในเรื่องนี้ ที่ทั้งน่าสงสารและน่ากลัวในคราวเดียวกัน

เมื่อความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของข้ามฟ้าปรากฏ เธอพบว่าตัวเธอก็เป็นเด็กอีกคนที่โตมาอย่างผิดเพี้ยน โตมากับความหลอกลวง ทว่าข้ามฟ้าโชคดีที่เธอได้มาเจอแสงสว่างในชีวิตนั่นคือภูผา แสงสว่างที่ย้ำเตือนให้เธอคิดดีทำดี แต่ความโชคดีก็มาพร้อมกับความโชคร้าย ข้ามฟ้ากลับถูกคนโฉดพยายามแปดเปื้อนสาดสีอันดำทะมึนใส่ตัวเธอ พยายามทำให้สองมือของเธอต้องเปื้อนเลือด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นขึ้นมาจริงๆ ข้ามฟ้าก็คงรู้สึกผิดต่อภูผาอย่างยิ่งยวด

จุดไคลแมกซ์ของเรื่องคงหนีไม่พ้นการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของภูผา ตัดสินใจกระทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อช่วยเหลือข้ามฟ้าให้พ้นจากเงื้อมมือคนชั่วผู้นั้น การตัดสินใจที่เป็นนัยพลิกผันของเรื่อง ภูผาผู้เป็นคนดีตัดสินใจทำสิ่งนี้ เพียงเพื่อช่วยผู้หญิงที่เขารัก ช่วยให้ข้ามฟ้ากลับมาพบกับแสงสว่างดังเดิม… ภูผายินดีที่จะทำ

ความลุ้นระทึกระคนซาบซึ้งในความรักของภูผากับข้ามฟ้า

ความลุ้นระทึกระคนคาดไม่ถึงในปมฆาตกรรมในครอบครัวของหญิงสาว

ความลุ้นระทึกระคนหดหู่ใจในปัญหาสังคมที่เกิด

สัมผัสความลุ้นระทึกเหล่านี้ได้ใน ฆาตตะวัน ดับจันทรา

 

ฆ า ต ต ะ วั น   ดั บ จั น ท ร า

เขียนโดย : ปราณธร

สำนักพิมพ์ : คำต่อคำ

จำนวนหน้า : 580 หน้า

ราคาชุดละ : 380 บาท

 

Don`t copy text!