“ปลิวลมลวง” …เธอผู้เข้มแข็งและไม่ปล่อยตัวเองให้ถูกพัดลอยไปกับกระแสลม

“ปลิวลมลวง” …เธอผู้เข้มแข็งและไม่ปล่อยตัวเองให้ถูกพัดลอยไปกับกระแสลม

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)... เอา (มาเล่า) เรื่องราวของนิยายน่าอ่านจากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

โดย : อุ้มสม

นิสิตภาควิชาวรรณคดีแห่งทุ่งบางเขน นักอ่านและนักฝัน ผู้ปรารถนาเพียงได้ใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องมือส่งต่อความรู้สึกดีและบอกเล่าความประทับใจหลังการอ่าน

 

บั น ทึ ก ห ลั ง อ่ า น

เมื่อพูดถึง ‘สายลม’ เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงความเย็นย่ำที่ช่วยบรรเทาความร้อนระอุ สายลมที่นำมาซึ่งความสบายใจ แต่วันนี้เราอยากพาคุณไปสัมผัสกับสายลมที่เชี่ยวกราก สายลมที่รุนแรง จนกลายเป็นพายุร้ายที่พร้อมทำลายชีวิตใครต่อใคร… มีทางใดหนอที่จะมิต้องตกเป็นเหยื่อของลมแรงที่ว่านี้

ปลิวลมลวง1

ปลิวลมลวง คือผลงานล่าสุดจากปลายปากกาของปิยะพร ศักดิ์เกษม นักเขียนผู้โดดเด่นด้านการเล่าเรื่องที่เฉียบคมและเปี่ยมด้วยความงดงาม ความละเมียดละไมในวรรณศิลป์ชนิดที่ว่าพอวางแผงปุ๊บก็เป็นอันต้องหยิบมาอ่านปั๊บ ถึงแม้ว่าจะต้องรอเรื่องใหม่ของผู้เขียนอีกนานก็ตามที

สิ่งที่ได้รับทุกครั้งหลังจากการอ่านงานเขียนของปิยะพร ศักดิ์เกษม นอกจากความสนุกสนานในเรื่องราว ก็ยังได้ข้อคิด คติเตือนใจที่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต อ่านจบแล้วได้ความรู้สึกเหมือนกับมีผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากคอยชี้นำพาเราไปในทางที่ถูกที่ควร ในขณะเดียวกันก็ยังทำหน้าที่ของการเป็น ‘นิยายรัก’ การให้ความสุขกับผู้อ่านได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หลายชีวิตใน ปลิวลมลวง ล้วนต้องเผชิญกับปัญหาหรือเคราะห์กรรมที่ต่างกัน ซึ่งปัญหาของแต่ละที่แตกต่างกันนี้ยากที่จะตัดสินได้ว่าใครทุกข์กว่าใคร ใครแบกรับภาระที่ ‘หนักหน่วง’ ที่สุด  นี่คือสารสำคัญประการแรกที่ผู้เล่าเรื่องต้องการสื่อ ด้วยการเล่าเรื่องแบบผู้รู้แจ้ง เข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของทุกตัวละครสำคัญ ให้คนอ่านมองเห็นภาพการดำเนินชีวิต การเติบโต เข้าใจในความคิดของทุกตัวละครได้อย่างชัดเจน  

การตัดสินโดยใช้ความรู้สึกส่วนตัวว่าตนเองแบกรับปัญหาที่มากกว่าคนอื่น ประสบเคราะห์กรรมที่ร้ายแรงกว่าคนอื่น นอกจากจะไม่ใช่สิ่งที่ชอบธรรม ไม่ใช่หนทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ความคิดเช่นนี้ร้ายแรงถึงขั้นทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นลมร้ายที่ทำลายชีวิตผู้อื่น เพียงเพื่อความสะใจ เพียงเพื่อบรรเทาความริษยาในใจตน แต่ถ้าสุดแล้วลมร้ายนั้นก็กลับมาทำร้ายชีวิตตัวเองอีกครั้ง

ผู้เล่าเรื่องใช้ ‘ลม’ เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเรื่อง ลมร้าย พายุร้าย เปรียบได้ดั่งปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตคนเรา อีกทั้งสื่อถึงความประสงค์ร้ายของใครสักคนที่มุ่งจะทำร้ายชีวิตผู้อื่น  กลายเป็นกระแสลมที่เชี่ยวกราก และลมที่ร้ายแรงที่สุดย่อมเป็นลมลวงจากคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจ

‘ธารา’ หรือน้องน้ำ นางเอกของเรื่อง เธอเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี แต่ความคิดของเธอทำให้เธอดูแก่กว่าวัยไปมากโข นั่นเป็นเพราะการเติบโตมากับแม่ผู้เหลวแหลก ทำให้เธอต้องคอยเก็บกวาดชำระเรื่องราวที่เกิดจากการกระทำของแม่ ธาราบอกกับตัวเองว่าจะไม่มีทางใช้ชีวิตตามใจตัวเองแบบแม่เด็ดขาด การได้มาอยู่กับคุณตาผู้เข้มงวด มีกฎเกณฑ์การใช้ชีวิต ทำให้ธารากลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง เราประทับใจความเป็นผู้ใหญ่ของเธอ ความไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ความมีเหตุผล ไม่ด่วนตัดสินใจอะไรโดยพลการ คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับพระเอกของเรื่องพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ  

แต่ในขณะเดียวกัน แม้จะเป็นผู้ใหญ่มากเท่าไร แม้จะต้องแบกรับภาระในการดูแลครอบครัว ดูแลธุรกิจแทนคุณตาผู้ล่วงลับ แต่ธาราก็ยังมีความ ‘แข็งนอกอ่อนใน’ เธอยังต้องการใครสักคนเข้ามาในชีวิต  ใครสักคนที่เธอไว้เนื้อเชื่อใจ พร้อมจะรับฟังเธอ ช่วยเธอแก้ปัญหาต่างๆ ไปด้วยกัน แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวของธาราที่ไม่เปิดใจรับใครง่ายๆ ทำให้เธอไม่ได้มีเพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจมากเท่าไรนักในชีวิต

‘กงทอง เชิญอิสราชัย’ หรือนายก้อง คือคนที่เหมาะสมและคู่ควรกับธาราอย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องฐานะ เรื่องเงินทอง แต่ผู้ชายคนนี้มีในสิ่งที่ธาราปรารถนา เขาคือคู่ชีวิตของเธอ คือ ‘โถ’ ที่ประกอบคู่กับ ‘ฝา’ อย่างงดงาม กงทองเป็นผู้ชายที่ใจเย็น เป็นที่รักของเด็กและคนชรา ความเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ของเขามาคู่กับความเฉลียวฉลาด การอ่านคนขาด เหมือนกับที่เขาอ่านธาราขาด อ่านคนรอบกายที่ประสงค์ร้ายกับธาราขาด

ท่ามกลางความวุ่นวายของพายุในเรื่องก็ยังอบอวลและเย็นใจด้วยสายลมแห่งความรักของกงทองกับธารา เป็นความรักที่ซึมลึก ความรักที่เริ่มต้นจากความเข้าใจและพัฒนากลายเป็นรักแท้ในที่สุด อาจดูไม่หวือหวา ไม่ทะเลาะกับแบบเด็กๆ ไม่ต้องงอนง้อกันพร่ำเพรื่อ (นายก้องง้อน้องน้ำแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! เป็นการง้อด้วยความมีวุฒิภาวะ) ประทับใจตอนที่ทั้งคู่ไปเที่ยวชมไร่องุ่น นาทีนั้นคือลืมปัญหาต่างๆ รอบตัวไปก่อน ขอเพียงแค่มีกันและกัน แต่ก็พร้อมกลับสู่โลกของความเป็นจริง กงทองพร้อมเป็นกำลังใจ อยู่เคียงข้างและกำจัดทุกปัญหาที่เข้ามาในชีวิตธารา… ความรักแบบผู้ใหญ่ มันช่าง ‘ดีต่อใจ’ แบบนี้นี่เอง

บอกเลยว่าเรื่องนี้มีตัวละครสำคัญเยอะมาก เรื่องราวของตัวละครแวดล้อมพระนางมีพลังที่ทำให้ ปลิวลมลวง ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างเข้มข้นและชวนติดตาม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บทบาทหรือความน่าสนใจของพระนางถูกลดทอนลง เสน่ห์ของกงทองมากพอที่จะทำให้คนอ่านหลงรักผู้ชายคนนี้

แต่ใช่ว่าการเปิดใจรับใครเข้าในในชีวิตง่ายๆ การสกรีนคนของธาราเข้ามาในชีวิตจะทำให้เธอได้แต่คนดีๆ เข้ามา เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ และหลงคิดว่าเราต่างมีอะไรที่ ‘เหมือนกัน’ ทำให้เธอเผลอตัวเผลอใจไปรับลมร้ายเข้ามาในชีวิต พายุร้าย ลมลวงที่เกือบจะทำลายคนที่เธอรักจนพินาศไป

‘ปวันวาต’ หรือปาล์ม เป็นนางร้ายที่น่ารังเกียจมาก! เชื่อว่าใครอ่านต้องรู้สึกคันไม้คันมืออย่างจะหยุดความร้ายความลวงของเธอคนนี้แน่นอน ปวันวาตคือลมร้ายที่ก่อตัวจากความริษยา ความขาดที่ต้องการได้รับอะไรสักอย่างเข้ามาเติมเต็ม และสิ่งที่จะเติมเต็มให้เธอได้คือความวุ่นวาย ความหายนะจากคนรอบข้าง อันจะทำให้เธอสะใจ และรู้สึกว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าคนพวกนั้น  

ถึงแม้ว่าจะมีชะตาชีวิตที่พลิกผัน แต่บอกตามตรงว่าเราสงสารตัวละครตัวนี้ไม่ลง ไม่มีความรู้สึกเห็นใจเธอเลยสักนิด ปวันวาตเป็นคนที่ใช้ความสวย ความช่างเอาอกเอาใจ และการพูดจาอ่อนหวานของตนทำลายผู้อื่นได้อย่างเลือดเย็น พาให้หลายชีวิตต้อง ‘ปลิว’ ไปกับ ‘ลมลวง’ ของเธอ

ยังมีตัวละครสำคัญในเรื่องนี้อีกมาก เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่ความรักของพระนางเท่านั้น แต่ชะตากรรม เรื่องราวชีวิตของตัวละครเหล่านี้ ยิ่งทำให้ ‘ปลิวลมลวง’ สมบูรณ์มากขึ้น ตัวละครส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ ‘ปัญหาของคนแก่’ ‘คนแก่ทะเลาะกัน’ ท้ายสุดแล้ว ‘คนแก่ก็มาช่วยคลี่คลายปัญหา’ ล้วนสัมผัสได้จากเรื่องนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสูงวัยอย่าง ‘คุณเรืองไร’ ที่อยู่ในความปกครองของสามี ลูก และหลานตั้งแต่สาวจนแก่ มรณกรรมของสามี ทำให้คุณเรืองไรเหมือนกลับไปสู่วัยสาวอีกครั้ง ทว่ามันกลายเป็นคนแก่ที่หลงทาง เป็นคนแก่ที่เหงาและอ้างวาง ต้องการใครสักคนเข้ามาในชีวิต เป็นสมันที่ลวงตัวเองให้กลายเป็นราชสีห์ เราติดตามชีวิตของคุณเรืองไรด้วยความสงสารและเห็นใจเธอ

ไม่ใช่เพียงแค่คุณเรืองไรเท่านั้น ยังมีตัวละครวัยผู้ใหญ่ที่น่าสนใจอีกคนในเรื่องคือ ‘ปานรวี’ สตรีผู้ ‘ฉลาด’  แต่ไม่ ‘เฉลียว’ ใบปริญญาบัตรที่การันตีความขยัน ความเก่ง และทักษะความเป็นเลิศทางวิชาการของเธอ ไม่ได้ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากกระแสลมร้ายจากผู้ไม่หวังดีต่อเธอได้เลย ปานรวีคือคนอ่อนแอที่ตกเป็นทาสของความรัก ความลุ่มหลง และความไม่รู้  

สำหรับแฟนคลับของปิยะพร ศักดิ์เกษม คงรู้กันดีว่ากงทอง พระเอกของเรื่อง คืออีกหนึ่งหนุ่มจากตระกูล ‘เชิญอิสราชัย’ แน่นอนว่า ‘คุณกมลาสน์’ หรือคุณป้าใหญ่ ยังคงเป็นตัวละครสำคัญที่มีบทบาทในการคลี่คลายเรื่องนี้ให้จบลงอย่างสวยงาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนนิยายเรื่อง ใต้เงาตะวัน เราคิดว่าไม่ควรพลาดเรื่องนี้ เพราะครอบครัวคุณเกรียงมีบทบาทอย่างยิ่ง ทั้งคุณเกรียง, วิลาวัณย์ และกลิกา หรือยายก๋า มากันเป็นคาราวานทั้งครอบครัว โดยเฉพาะสองแม่ลูกอย่างวิลาวัณย์กับยายก๋า เรียกได้ว่าเป็นตัวป่วนของเรื่องนี้เลย แต่ด้วยความที่เราสงสารคนแก่อย่างคุณเรืองไร เลยรู้สึกว่าซีนงานเลี้ยงค่อนข้างเล่นแรงไปหน่อย เราชอบความสุขุม ความลุ่มลึกของวิลาวัณย์ใน ใต้เงาตะวัน มากกว่า (แต่ช่วงก่อนและขณะที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นอันนี้ชอบนะ ขำด้วย เป็นการแก้เผ็ดและสอนคุณเรืองไรไปในตัว)  

อ่านจบแล้วอยากอ่านเรื่องของ ‘เกาทัณฑ์’ หรือนายเก้า ต่อทันที อยากรู้ว่านางเอกของซูเปอร์สตาร์หนุ่มคนนี้จะเป็นแบบไหน รู้สึกอยากให้มีแผนผัง Family Tree ครอบครัวเชิญอิสราชัย เหมือนอย่างที่ใน เพลงพระพรหม มี เพราะใน ปลิวลมลวง กล่าวอ้างถึงตัวละครในตระกูลนี้เยอะพอสมควร นักอ่านที่เพิ่งอ่านเล่มนี้เป็นเรื่องแรกอาจมึนงงหรือสับสนได้ (แต่เนื้อหาแต่ละเรื่องต่างก็จบในเล่ม เป็นเอกเทศในตัวอยู่แล้ว)

สำนวนภาษาของผู้เขียนเรียกได้ว่างดงามและสละสลวย มีการเปรียบเทียบ การอุปมา ที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน เห็นภาพว่ากระแสลมร้ายในเรื่องนั้นรุนแรง ร้ายกาจ และน่าหวาดผวาเพียงใด อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้เขียน ลีลาการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป แบบที่ ‘เนิบนาบแต่หนักแน่น’ (เป็นคำที่นักอ่านคนหนึ่งที่เป็นแฟนคลับคุณปิยะพรเหมือนกับเรา ได้ให้นิยามไว้ ซึ่งเราชอบมากและเห็นด้วยอย่างยิ่ง) นี่แหละคือ ‘ปิยะพร ศักดิ์เกษม’

ถามว่าดราม่าหนักหน่วงมากไหม? อ่านแล้วเครียดจิตตกไหม? ส่วนตัวคิดว่าไม่ ท่ามกลางสาระสำคัญ แนวคิดที่ต้องการสื่อ ผู้เล่าเรื่องเล่าเรื่องได้สนุก ผ่อนคลาย ท่ามกลางความตึงเครียด ปัญหาต่างๆ นานา ถูกบรรเทาด้วยความน่ารักของคู่พระนาง… ท่ามกลางกระแสลมลวง ยังคงมีสายลมแห่งรักที่พัดพาความจริงใจ ความอ่อนโยน ความบริสุทธิ์มาให้เรารู้สึกเย็นกายสบายใจ

ท้ายสุดแล้วจะลมร้ายใดๆ จะลมลวงที่พัดพาชีวิตคนให้ปลิวไปตามกระแสลมมากแค่ไหน ก็ล้วนเกิดจากใจของคนผู้นั้น ลมลวงจะไม่เกิดขึ้นเลยหากคนเราไม่หลอกตัวเอง บอกตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่น่ะดีแล้ว เหมาะสมแล้ว เมื่อเริ่มหลอกตัวเองแล้ว สายลมนั้นก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไปทำร้ายผู้คน

ความเข้มแข็งเท่านั้นที่จะทำให้คนเราอยู่รอดและปลอดภัยจากแรงลมลวง เข้มแข็ง หนักแน่น และรู้จักโอนเอนไปตามแรงพายุ แต่ไม่ปล่อยตัวเองให้ล่องลอย ให้ถูกพัดไปกับกระแสลมร้าย เพียงเท่านั้น ชีวิตนี้ก็จะพานพบแต่ความสุข…

เช่นเดียวกับธาราใน ปลิวลมลวง

 

ป ลิ ว ล ม ล ว ง

นวนิยายโดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม

สำนักพิมพ์   อรุณ

พิมพ์ครั้งที่ 1 : มีนาคม 2561

จำนวนหน้า : 523 หน้า

ราคาเล่มละ : 395 บาท

อุ้มสม

24042561

 

Don`t copy text!