“ลิงพาดกลอน” …โศกนาฏกรรมแห่งอยุติธรรมและนกทะเลทุกตัวที่รอวันรอดถึงฝั่ง

“ลิงพาดกลอน” …โศกนาฏกรรมแห่งอยุติธรรมและนกทะเลทุกตัวที่รอวันรอดถึงฝั่ง

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)… เอา (มาเล่า) เรื่องราวของนิยายน่าอ่านจากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

……………………………………………

 

“ถ้าคุณตกระกำลำบากถึงขีดสุด

เหลือทางรอดอยู่ทางเดียว

แต่กลับมีคนใช้ทางนั้นหักหลังแล้วตักตวงผลประโยชน์ซ้ำอีก

คุณจะตอบโต้อย่างไร”

ปราปต์ตั้งคำถามนี้ไว้ที่ปกหลังของ ลิงพาดกลอน ผลงานล่าสุดของเขาที่เราหยิบมาพูดถึงในวันนี้ ราวกับว่าปราปต์กำลังชี้ทางให้กับผู้อ่านว่าในเรื่องนี้เขาจะพูดถึงประเด็นอะไร

หากคุณเคยประทับใจกับเรื่องราวสืบสวนสอบสวนผสมผสานกับโคลงกลอน จนกลายเป็นเงื่อนงำฆาตกรรมที่มาพร้อมวรรณศิลป์ใน กาหลมหรทึก เราขอแนะนำ ลิงพาดกลอน เรื่องราวที่เป็นเสมือนตอนต่อจาก กาหลมหรทึก ไม่สิ จะเรียกว่าตอนต่อไม่ได้ ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นของ ลิงพาดกลอน เกิดจากตัวละครสองตัวที่ผู้เขียนและผู้อ่านตรึงใจใน กาหลมหรทึก

ตัวละครที่เราว่าคือสองหนุ่มเพื่อนรักอย่าง แชน กับ กบี่ที่ขโมยซีนตั้งแต่ฉบับนิยาย ยิ่งพอ กาหลมหรทึก เป็นละครในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สองตัวละครคู่นี้ก็เป็นที่กล่าวขานไปทั่วจนเกิดแฮชแท็ก #แชนกบี่ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิด ลิงพาดกลอน ขึ้นมา ด้วยเหตุนี้ ลิงพาดกลอน จึงไม่ใช่ภาคต่อของ กาหลมหรทึก แต่เป็นการนำบุคลิกหรือกิมมิกเล็กๆ ในกาหลมหรทึกที่คนอ่านคุ้นเคย มาสร้างเป็นเรื่องราวใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม

ลิงพาดกลอน_อุ้มสม

หากเคยอ่าน กาหลมหรทึก มาแล้ว คุณก็จะได้พบกับสองหนุ่มที่คุ้นเคย แต่ถ้าคุณเพิ่งอ่านงานของปราปต์เป็นครั้งแรก เราขอต้อนรับคุณเข้าสู่โลกแห่งคดีฆาตกรรมที่ตีแผ่ถึงแก่นแท้และต้นตอของปัญหาที่เราๆ ในสังคมกำลังเผชิญ

ลิงพาดกลอน เปิดเรื่องด้วยการตายของ มโหตร หรือ ไอ้โคร่ง อันทำให้หมวดหนุ่มอย่าง ไตรตรึงษ์ต้องกลับมายังบ้านเก่าที่ภาคใต้เพื่อสืบหาสาเหตุการตายของเพื่อนรักและตัวฆาตกรโหด เพราะไอ้โคร่งไม่ใช่ศพแรก หลายต่อหลายศพถูกฆ่าวันเว้นวันอย่างโหดเหี้ยมทารุณ ทั้งการใช้ขวานผ่าอก ทุบกะโหลกแตกแล้วเอาถ่านร้อนยัดสมอง ฯลฯ ซึ่งวิธีการเหล่านี้คือการลงโทษที่ถูกตราไว้ในกฎหมายตราสามดวง คดีนี้จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา เมื่อความจริงปรากฏ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจึงอยู่ในความทรงจำของหมวดไตรตรึงษ์อย่างไม่รู้ลืม…

ปราปต์ก็ยังคงเป็นปราปต์ เขาเล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจ สลับเหตุการณ์ไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบันผ่านมุมมองของไตรตรึงษ์เป็นหลัก แต่ก็ดำเนินเรื่องได้อย่างไหลลื่น เข้าใจได้ง่าย ไม่มึนงง (อาจเป็นเพราะเราเตรียมใจดมยาดมไว้ตั้งแต่ต้นว่าผู้เขียนต้องเล่นท่ายาก! แต่ไม่เลย เราอ่าน ลิงพาดกลอน ได้อย่างสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ) และความน่าสนใจอีกอย่างในนิยายเรื่องนี้ ก็คือวิธีการฆ่าแต่ละวิธีของฆาตกร ที่เชื่อมโยงกับพระไอยการกระบดศึก 21 ประการในกฎหมายตราสามดวง อีกทั้งยังตัวเลขปริศนาที่ฆาตกรทิ้งท้ายไว้ในแต่ละศพ

ลิงพาดกลอน ดำเนินเรื่องได้อย่างตื่นเต้น บางจังหวะที่ตึงเครียดหรือหนักหน่วง ก็ถูกบรรเทาด้วยความน่ารักของสองหนุ่ม ต่อให้ไอ้โคร่งจะเป็นศพแล้ว แต่ความน่ารัก ความกวนอารมณ์ของมันก็ยังปรากฏอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำของเพื่อนรักอย่างหมวดไตรตรึงษ์ นิยายเรื่องนี้จึง อ่านเอาได้หลากหลายอรรถรส อ่านเอาความตื่นเต้น ลุ้นระทึกในปมฆาตกรรม อ่านเอาความจริงในสังคมปัจจุบันที่ถูกสะท้อนผ่านในเรื่อง อ่านเอาความน่ารักของสองหนุ่มที่จะตีความว่าเป็นเพื่อนกัน หรือมากกว่าเพื่อน… ก็ย่อมได้

ไอ้โคร่ง กับ ไตรตรึงษ์เป็นทั้งเพื่อนรักทั้งอริกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ ต่อให้จะทะเลาะกันบ่อยแค่ไหน ต่อล้อต่อเถียงกันบ่อยแค่ไหน แต่ข่าวการตายของไอ้โคร่งก็สะเทือนจิตใจไตรตรึงษ์อย่างยิ่งยวด ปราปต์บอกเล่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ผ่านความทรงจำของไตรตรึงษ์ว่าทำไมเด็กผู้ชายธรรมดา มาดเซอร์คนหนึ่งถึงได้เป็นเพื่อนกับเด็กหนุ่มผู้เป็นคุณหนูของบ้านได้ ต่อให้ต่างกันแค่ไหน แต่ความต่างนั้นก็ไม่ใช่กำแพงที่มาขวางกั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง

ความตรงไปตรงมา ความเก่งกาจ ความกล้าหาญ ความขี้เล่น ความกวนอารมณ์แต่แฝงด้วยความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ของไอ้โคร่ง สิ่งเหล่านี้แม้จะสร้างความหมั่นไส้ระคนริษยาแก่ไตรตรึงษ์สักแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไอ้โคร่ง หรือ มโหตร คือคนที่มีอิมแพ็กกับชีวิตและการตัดสินใจของ ไตรตรึงษ์ อยู่หลายครั้งหลายครา ตั้งแต่ยังเด็กจนกระทั่งเลือกประกอบอาชีพ เลือกเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง โคร่งคือผู้เปิดโลกทัศน์ให้คุณหนูอย่างไตรตรึงษ์ได้มองโลกอย่างกว้างไกลมากขึ้น ยิ่งกว่านั้นไอ้โคร่งคือคนเดียวในโลกที่ทำให้ไตรตรึงษ์รู้สึกปลอดภัย มันคือที่พึ่งของเขา จนกระทั่งวันนี้เซฟโซนของเขาถูกฆาตกรโหดฆาตกรรม ไตรตรึงษ์จึงต้องหาความจริงให้ได้

ท่ามกลางความโหดเหี้ยม ความน่ากลัวของฆาตกรที่กระทำต่อเหยื่อ ยังมีแสงสว่างจากความรัก ความผูกพันของโคร่งกับไตรตรึงษ์ อาจตีความว่าสองหนุ่มคือเพื่อนที่รักกันมากก็ย่อมได้ แต่สำหรับเราแล้ว… แม้ปราปต์จะไม่ได้บอกตรงๆ แต่เราเชื่อว่าชายหนุ่มสองคนนี้รักกัน มันคือความรักที่มากกว่าเพื่อน มันคือความรักของผู้ชายสองคน มันคือรักที่ชีวิตนี้โคร่งกับไตรคงไม่ได้มีไว้มอบให้ใครอื่น

ลิงพาดกลอน คือเรื่องราวลิงกับเสือที่ผสมผสานกันด้วยความรัก ความผูกพัน และเรื่องราวฆาตกรรม ความสลับซับซ้อนที่ถูกเล่าผ่านคนคู่นี้ โคร่งผู้เปรียบเสมือนเสือร้าย สายลับลายพราง ไตรตรึงษ์คือลิงจอมซน จอมดื้อ ไม่ฟังใคร… เชื่อเราเถอะว่าไม่ว่าคุณจะเป็นหญิงหรือชาย คุณก็จะอมยิ้ม หัวเราะและซาบซึ้งไปกับความรักของสองหนุ่มคู่นี้

ยุติธรรมวิกฤต เลขปริศนา ศพหฤโหด ความโดดเด่นของปมฆาตกรรมใน ลิงพาดกลอน คือการเล่นท่ายากของฆาตกร ลงทุนสังหารเหยื่อด้วยวิธีประหลาดและทรมานทุกวันเว้นวัน แต่สิ่งที่ทำให้เราประทับใจนิยายเรื่องนี้มาก คือมูลเหตุของการสังหารเหยื่อ แรงจูงใจของฆาตกร ต้นเหตุที่สะท้อนถึงภาพเหตุการณ์ในปัจจุบันของบ้านเมืองเรา ชนิดที่ว่าอ่านจบแล้วต้องย้อนกลับมามองตัวเอง มองสังคมที่อาศัยอยู่ทุกวันนี้ว่ามันเลวร้าย หรือเอาเปรียบใครเหมือนสังคมในนิยายเรื่องนี้หรือไม่

ปราปต์ตั้งคำถามกับคนอ่านเรื่องความยุติธรรม อะไรคือความยุติธรรม ความอยุติธรรมที่คนกลุ่มหนึ่งได้รับ ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างไร้ซึ่งความเป็นธรรม เสมือนว่าพวกเขาไม่ใช่คน สภาพสังคมที่ปรากฏใน ลิงพาดกลอน คือสังคมที่แบ่งแยกชนชั้น สังคมแห่งความอยุติธรรม สังคมอันโหดร้ายที่ทำให้คนคนหนึ่งต้องลุกขึ้นมาสู้ คนดีๆ คนหนึ่งต้องลุกขึ้นมากลายเป็นคนร้าย สังคมแบบนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ทั้งยังทำให้คนอ่านอย่างเราฉุกคิดว่าแท้จริงแล้วโลกของเรา สังคมที่เราอยู่ตอนนี้มันก็คือโลกใบเดียว คือสังคมเดียวกับใน ลิงพาดกลอน นั่นแหละ สังคมที่ถูกความอยุติธรรมครอบงำจนกลายเป็นปกติ จนเกิดวาทกรรมที่ว่า ความยุติธรรมไม่มีในโลก

ผู้เขียนใช้ นก เป็นสัญลักษณ์แทนกลุ่มคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบ นกทะเลที่บินมาแต่ไกล โบยบินมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยเรือประมงเพียงลำเดียวที่แล่นผ่านมาคือที่ที่มันเลือกเป็นที่พักพิง แต่สุดท้ายชาวประมงบนเรือนั่นกลับฆ่ามันและจับมันกินเป็นอาหาร ทางเลือกสุดท้ายของนกทะเลกลับถูกคนหักหลังแล้วตักตวงผลประโยชน์ อนิจจา… น่าสงสารเหล่านกทะเลผู้พยายามโบยบินให้ถึงชายฝั่ง โบยบินตามหาความยุติธรรม ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้รับ… ไม่รู้เลย

บ่อยครั้งจนค่อนไปทางทุกครั้ง นกทะเลเหล่านั้นคือกลุ่มคนผู้ไม่มีทางสู้ ในขณะที่ชาวประมงผู้ออกเรือมาคือผู้ที่มากด้วยพละกำลัง มากด้วยอำนาจ จนสามารถใช้กำลังและอำนาจนั้นเอาเปรียบ ข่มเหง และรังแกเหล่านกทะเลได้ เช่นเดียวกันกับผู้คน ผู้อ่อนแรงกว่ามักตกเป็นเบี้ยล่างผู้ที่มีอำนาจกว่า ปราปต์จึงสร้าง ชาวรากษะ ขึ้นมาเพื่อเป็นเสมือนนกทะเลเหล่านั้น กลุ่มแรงงานต่างด้าวผู้ไม่มีที่ยืนในสังคม ถูกกดขี่ข่มเหง เอารัดเอาเปรียบ ทั้งที่พวกเขาก็เป็นคนเหมือนกัน แต่เพราะการแบ่งชนชั้น การแบ่งแยกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงทำให้ชาวรากษะดูไม่ใช่คน หากแต่กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีใครต้องการ

แม้กระทั่งการตั้งชื่อตัวละคร ผู้เขียนก็ยังทำให้เราตีความในแง่ของการแบ่งชนชั้นได้ รากษะ ที่เขียนคล้ายกับคำว่า รากษสซึ่งแปลว่ายักษ์ ยักษ์ในวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ คือสัญลักษณ์ของกลุ่มคนที่ต้อยต่ำ ชนที่ไม่ได้รับการยอมรับ ชาวรากษะใน ลิงพาดกลอน จึงมีทั้ง นนทกา อันมาจากนนทก ผู้ถูกกดขี่ข่มเหงทำร้ายจนต้องทำตัวเองให้เก่งกล้า มีค่า และอยู่เหนือใคร หรือ เบญกา อันคล้ายกับชื่อเบญกาย รากษะผู้ลอยมากับสายน้ำ ในขณะที่ชื่อของ ไตรตรึงษ์ ชายหนุ่มผู้เกิดในชนชั้นผู้ร่ำรวย มั่งมีด้วยเกียรติยศและทรัพย์ศฤงคารนั้นคือสรวงสวรรค์

“…ทว่าร่างของเขาก็ยังสะอาดกว่าสองคนข้างหลัง คนที่เขาแทบไม่เคยเห็นใจ กับอีกคนที่เขาคิดว่าตัวเองห่างไกลและยังคบแทบไม่เคยเห็นหน้า มันคงจะสะอาดต่อไปเช่นนี้ ถ้าเพียงแต่บุคคลเหนือห่วงโซ่อย่างเขาคืบคลานถึงทางออก แต่นั่นละ ไม่ว่าจะเดินหน้าไกลเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยังพบว่าตัวเองอยู่ในห้องเดิม

ในพื้นที่เดียวกัน

ในโลกใบเดียวกัน…” (หน้า 357)

ลิงพาดกลอน ปิดคดีคลายความจริงได้อย่างบีบคั้นหัวใจ ข้อความที่เรายกมา โดยเฉพาะสองประโยคสุดท้ายที่ทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจเหลือเกิน ในพื้นที่เดียวกัน ในโลกใบเดียวกัน ยังมีผู้คนอีกมากที่ไม่ได้มีโอกาสมากเหมือนรับ ไม่ได้รับในสิ่งที่เราได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งนั้นคือความยุติธรรมและความเท่าเทียม

ถ้าคุณเป็นนกทะเลเหล่านั้น คุณจะทำอย่างไร

ถ้าคุณถูกเอารัดเอาเปรียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมองหาความยุติธรรมไม่เห็น คุณจะทำอย่างไร?

นี่คือสิ่งที่ปราปต์ตั้งคำถามกับเรา และชวนให้เราค้นหาคำตอบใน ลิงพาดกลอน เป็นการตั้งคำถามที่เป็นกลาง ไม่เฉลย ไม่ชี้นำ หากแต่ทิ้งท้ายให้คนอ่านได้ฉุกคิด ได้แสดงความคิดเห็น ได้ตอบคำถามกับตัวเอง

ปราปต์ถ่ายทอดแก่นเรื่องของ ลิงพาดกลอน ได้อย่างชัดเจน ถี่ถ้วน งดงามและทรงพลัง แก่นเรื่องที่ว่าด้วยความยุติธรรม ไม่ว่าจะเกิดเป็นใคร จะรวยหรือจน สูงหรือต่ำ แต่ความยุติธรรมคือของขวัญอันล้ำค่าที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับอย่างเท่าเทียมกัน

เพียงแต่มนุษย์บางกลุ่มผู้ไร้โอกาสกลับถูกช่วงชิงความยุติธรรมไป ผู้คนที่รอวันได้รับความยุติธรรม ก็มิต่างอะไรกับนกทะเลที่รอวันรอดถึงฝั่ง

เพียงแต่ผู้คนเหล่านี้ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจอย่างไม่มีวันจบสิ้น โศกนาฏกรรมแห่งความอยุติธรรมอาจทำให้พวกเขากระทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ความอยุติธรรมอาจเป็นดุจเชื้อร้ายที่ทำให้คนดีกลายเป็นคนชั่ว เป็นเชื้อร้ายที่แพร่พันธุ์ความเลวต่อไปเรื่อยๆ

ถ้าเพียงแต่มนุษย์เราผู้เกิดมาสมบูรณ์ มีโอกาสมากกว่าผู้อื่น ได้รับสิ่งดีๆ มากกว่าผู้อื่น จะไม่ต้องการไขว่คว้าอะไรมากกว่านี้ หรือเกิดความรู้สึกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ที่อยู่บนโลกใบเดียวกันกับเรามากกว่านี้ เรื่องเลวร้ายใน ลิงพาดกลอน หรือเรื่องเลวร้ายในสังคมที่เราอาจเผชิญ อาจรับรู้กันอยู่ อันเกิดจากความอยุติธรรม… ก็คงไม่บังเกิด

 

ลิ ง พ า ด ก ล อ น

เขียนโดย : ปราปต์

สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์

จำนวนหน้า : 379 หน้า

ราคาเล่มละ : 345 บาท

Don`t copy text!