‘ดอกหญ้าในขวดแก้ว The Private Blend’ …หอมตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรัก

‘ดอกหญ้าในขวดแก้ว The Private Blend’ …หอมตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรัก

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)… เอา (มาเล่า) เรื่องราวของนิยายน่าอ่านจากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

……………………………………………

 

ความพิเศษของตัวอักษรในนวนิยายคือการนำพาผู้อ่านให้ไปสัมผัสกับโลกใบใหม่ หรือสัมผัสได้กับเรื่องราวที่ขับเคลื่อนไปตามครรลองหรือจังหวะที่ผู้เล่าเรื่องลิขิตไว้

ไพรัชนิยายที่ดีคือการทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าตนเองได้ไปเที่ยวกับตัวละครจริงๆ อยู่ในสถานที่ที่ตัวละครพบเห็นและรู้สึกได้เช่นเดียวกับตัวละครเหล่านั้น

นิยายบางเรื่องมีตัวอักษรที่เปี่ยมด้วยพลัง ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพความสวยหล่อ ความสง่า หรือแม้กระทั่งความซอมซ่อของตัวละคร… สุดที่ผู้เขียนจะพรรณนา

แต่สำหรับนวนิยายที่เรานำมาพูดถึงในวันนี้ มีความพิเศษที่ค่อนข้างต่างจากนิยายเรื่องอื่นที่เราเคยอ่านมา เพราะ ดอกหญ้าในขวดแก้ว หรือที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Private Blend งานเขียนของ ‘มาภา’ ได้นำพาเราเข้าไปสู่โลกใบใหม่ โลกที่มากด้วย ‘กลิ่น’ หอมต่างๆ นานา ซึ่งแต่ละกลิ่นก็แทนความรู้สึกและความหมายที่ต่างกันไป

ดอกหญ้าในขวดแก้ว

หากให้เราสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ความรู้สึกที่เราได้จากการอ่านนิยายเรื่องนี้ ตั้งแต่บทแรกจนบทสุดท้าย… เรารู้สึกว่า ดอกหญ้าในขวดแก้ว ช่างหอมตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรัก…

ดอกหญ้าในขวดแก้ว The Private Blend เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ฝ่ายชายคือหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เจ้าของแบรนด์น้ำหอมชื่อดัง ด้วยโรคที่เป็นมาแต่กำเนิดทำให้เขากลายเป็นคนผิดปกติกว่าคนทั่วไป และท่ามกลางความขัดแย้งกับญาติฝ่ายแม่ที่เมืองไทย เขายังมีความทรงจำดีๆ อยู่ที่นี่ ซึ่งก็คือเธอ ผู้เป็นรักแรก รักเดียวที่อยู่ในใจเขาเสมอมา ไม่ต่างอะไรจากความรู้สึกที่เธอมีต่อเขา และการดั้นด้นมาหาเขาที่อังกฤษ ก็ทำให้สองหัวใจได้บรรจบกันอีกครั้ง กลิ่นหอมแห่งความรักที่เป็นนิรันดร์จึงบังเกิด

เสน่ห์ของนวนิยายเรื่องนี้คือการเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสำนวนภาษาที่ละมุน ถ้อยความที่ร้อยเรียงได้อย่างสละสลวยและเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เราจะได้ซึมซับและสัมผัสกลิ่นหอม เข้าใจความหมายของกลิ่นนั้น จากตัวอักษรอันงดงามที่มาภาเป็นผู้ถ่ายทอด

‘นาน… นานมากเหลือเกินจริงๆ

ริมฝีปากสีส้มอิฐแย้มยิ้มอ่อนหวาน รอบตัวเธอเคลื่อนไหวช้าลงทีละน้อย ดูซีดจากและห่างไกลออกไปทุกที ปรากฏสวนดอกไม้ขึ้นในหัวใจ หอมละมุน หวานฉ่ำ แสนอบอุ่น’ (หน้า 36)

บทสนทนาใน ดอกหญ้าในขวดแก้ว มีมากพอกับบทบรรยายชนิดครึ่งต่อครึ่ง บทสนทนาจึงเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินเรื่อง ด้วยคำพูดของตัวละคร จึงทำให้เรารู้จักเขาเหล่านั้นได้ดี รู้ว่าเขาคิดอย่างไร รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร ด้วยบทสนทนาของตัวละคร ทำให้เรารับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีต แต่เรื่องราวมากมายเหล่านั้นถูกเล่าให้สั้น กระชับ ภายใน 368 หน้า โดยที่ไม่ทำให้รู้สึกรวบรัดหรือเร็วเกินไป

“แปลกมาก ตั้งแต่พี่เล็กป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน แกก็ไม่ได้กลิ่นอะไรอีกเลย หรือไม่ก็จะได้กลิ่นเพี้ยนๆ แต่วันนี้กลับได้กลิ่นหอมของเพ็ญ มันคงไปเชื่อมโยงกับยายรินเข้าพอดี”

“คุณริน… เกี่ยวอะไรคะ” เพ็ญภพประหลาดใจ

“ก็ดอกซ่อนกลิ่นน่ะ เป็นดอกไม้ที่ยายรินชอบตัดไปปักแจกันห้องทำงานพี่เล็ก ตั้งแต่ยายรินออกจากบ้าน พี่เล็กก็สั่งรื้อแปลงซ่อนกลิ่นที่เคยปลูกไว้ทั้งหมดออก ไม่เหลือเลย ดอกไม้มันไม่ได้ผิดอะไรด้วย ย่าเลยเก็บมาเพาะต่อ ก็ไอ้ที่ปลูกไว้ที่บ้านเรานั่นแหละ”

“ย่าเอียด…” เพ็ญภพอึกอัก “บอกย่าเล็กเรื่องคุณรินแล้วเหรอคะ”

ย่าเอียดส่ายหน้า “ยังเลย แต่ถึงจะบอก พี่เล็กก็ไม่รับรู้อะไรแล้วละ” (หน้า 50)

ผู้เขียนใช้บทสนทนาในการดำเนินเรื่อง ทำให้เรื่องที่ควรจะยาวกว่านี้กลับสั้นลง แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือความอินกับเรื่องราวทั้งหมด

กิมมิกของเรื่องนี้คือการตั้งชื่อตอนแต่ละตอนที่กลิ่น เป็นกลิ่นของน้ำหอมที่มีอยู่จริง ซึ่งมันต้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาตอนนั้นๆ ผู้เขียนทำได้ดี ดีจนเรารู้สึกทึ่งและชื่นชมในคราวเดียวกัน ทึ่งที่กลิ่นแต่ละกลิ่นมันแทนอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร มันแทนโทนเรื่องในตอนนั้นได้ดีอย่างไม่คาดคิด ชื่นชมที่ผู้เขียนใส่ใจรายละเอียด มันไม่ใช่เรื่องง่าย และมันไม่ใช่เรื่องที่ใช้เวลาสั้นๆ กับการที่คนคนหนึ่งจะศึกษาและซึมซับความหอมของน้ำหอมที่มีอยู่อย่างหลากหลายบนโลกใบนี้… มันต้องใช้ทั้งใจรักพร้อมทั้งความพยายามอย่างแรงกล้า

‘เพ็ญภพก้าวเข้าห้องด้วยท่วงท่ามั่นใจ พยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ เธอได้กลิ่นหอมนวลของดอกไม้เมืองร้อนอบอวลอยู่ในห้อง มันให้ความรู้สึกอบอุ่น ตัดขาดจากอากาศหนาวยะเยือกชื้นแฉะภายนอก ถ้าจำไม่ผิด นี่คงเป็นกลิ่นดอกลั่นทมผสมกับมะลิที่เหมือนจะช่วยลดทอนความหอมเศร้าของลั่นทมลงได้มาก…’ (หน้า 87)

ดอกหญ้าในขวดแก้ว ดำเนินเรื่องแบบธรรมดา ไม่หวือหวา ไม่ดราม่าบีบคั้นหัวใจ ไม่มีชิงรักหักสวาท ไม่มีปมสืบสวนสอบสวนให้ต้องหาคำตอบ ความรักของพระนางออกจะหวานล้ำละมุน แต่คนอย่างเรานี่ไม่ยักจะชอบเสพความหวานของพระนางนัก ก็ยังรู้สึกรักนิยายเรื่องนี้

เพราะอะไรน่ะหรือ… ไม่ใช่แค่สำนวนภาษา การเล่าเรื่อง บทสนทนา หรือกลิ่นเท่านั้น แต่ยังมีอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือตัวละคร

หลากหลายตัวละครใน ดอกหญ้าในขวดแก้ว คือผู้คนที่มองโลกในแง่ดี คิดบวกและมีวุฒิภาวะ คิดบวกคือการคิดสร้างสรรค์ หรือคิดในสิ่งที่ไม่เป็นการทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนทำให้เรารู้สึกว่าท่ามกลางปัญหามากมายที่รุมเร้า แต่คนเราสามารถคิดบวก และไม่นำปัญหาเหล่านั้นมาทำร้ายตัวเองได้ มันเป็นการคิดบวกที่เป็นไปไม่ได้ ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเพ้อฝันเกินจริงที่ใครหลายคนในยุคนี้มักพูดว่า ‘โลกสวยในทุ่งลาเวนเดอร์’

‘อิสระ เจมส์ สเปนเซอร์’ หรือ ‘พี่โอม’ ของน้องเพ็ญ คือพระเอกเรื่องนี้ …ความไม่ปกติของเราคือการป่วยเป็นโรคดิสเล็กเซีย… ความบกพร่องทางการเรียนรู้ ซึ่งจะมีปัญหาด้านการอ่านและการเขียน ไม่สามารถเรียนรู้กับนักเรียนทั่วไปได้  

‘…ถ้าได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมจะนำไปสู่ความบกพร่องทางอารมณ์ เพราะเด็กจะรู้สึกมีปมด้อย เก็บตัว ขาดความมั่นใจ และอาจต่อต้านการเข้าสังคมทุกรูปแบบ’ (หน้า 19)

คุณอาจจะคิดว่า ดอกหญ้าในขวดแก้ว จะดำเนินเรื่องผ่านความรันทดของพระเอก การเกิดมาโดยต่างจากเด็กทั่วไป ทำให้เขาต้องดิ้นรนต่อสู้ ก้าวข้ามผ่านการดูถูก การเหยียดหยามของผู้คน ต้องต่อสู้กับหลายสิ่งหลายอย่างกว่าจะประสบความสำเร็จ…

แต่เปล่าเลย… ผู้เขียนเล่าเรื่องใน ดอกหญ้าในขวดแก้ว ด้วยพลังด้านบวก มันคือ Positive Thinking ที่ทรงพลังและทำให้เรารักผู้ชายคนนี้ อาการที่คุณหมอกล่าวที่เรายกในข้างต้น มันคือผลกระทบในแง่ลบของคนเป็นดิสเล็กเซีย แต่มันมีคำว่า ‘ถ้า’ อยู่ในคำกล่าวนั้น ซึ่งเมื่อพี่โอมได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม ชีวิตเขาจึงมีความสุขมากกว่าคนธรรมดาที่โตมาแบบบิดๆ เบี้ยวๆ เสียอีก

ผู้เขียนทำให้เรามองข้ามผ่านความไม่ปกติของอิสระ ความเพียรพยายามของเขา ความสำเร็จของเขา ความคิดของเขา คำพูดคำจาที่เฉียบคม การมั่นคงในความรู้สึกตัวเอง หรือความเกรียนและเอาแต่ใจบางคราว มันทำให้เราพูดไม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าผู้ชายคนนี้ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’

‘เพ็ญภพ รณรต’ หรือ ‘น้องเพ็ญ’ ของพี่โอม เธอคือรักแรกและรักเดียวของอิสระ เราเต็มอิ่มกับความรักความผูกพันของสองคนนี้ จากทุกฉากทุกตอนที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะซีนที่เราชอบมาก คือซีนที่ผู้เขียนมาเราย้อนความหลังในวันที่พี่โอมกับน้องเพ็ญเจอกันครั้งแรก และนั่นก็บังเกิดเป็นความรักความผูกพันที่มีให้กันแต่วัยเยาว์ ครั้นเมื่อต้องจากกันจนโต แต่ความรู้สึกที่ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างมีให้กันก็ยังมั่นคงไม่แปรผัน

เพียงแค่ซีนนั้นก็ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมพี่โอมยังอยู่ในใจ ยังเป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องเพ็ญเสมอมา

เพียงแค่ซีนนั้นก็ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมน้องเพ็ญถึงได้เป็นอีกหนึ่งพลังด้านบวกในชีวิตของพี่โอม เป็นอีกหนึ่งกำลังใจอันยิ่งใหญ่ ที่ทำให้พี่โอมเป็น อิสระ เจมส์ สเปนเซอร์ ดังเช่นทุกวันนี้

‘ดอกหญ้าในขวดแก้ว’ คือนิยายรักที่ทำให้เรารู้สึกรักทั้งพระเอกนางเอก โดยเฉพาะเพ็ญภพ เธอคือผู้หญิงเข้มแข็ง ภายนอกที่ดูอ่อนหวาน นุ่มนวล แต่เมื่อเป็นเรื่องหัวใจ เมื่อเป็นเรื่องคนสำคัญของชีวิตเธอ เพ็ญภพก็ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและไม่ลังเล ผู้หญิงคนนี้มั่นคง ชัดเจนในรักของเธอมาก และความรักที่เธอได้จากอิสระ ก็คือรักที่ควรค่าแก่หัวใจของ เพ็ญภพ รณรต คนนี้แล้ว

ไม่ใช่แค่เพ็ญภพเท่านั้นที่เป็นหญิงสาวผู้เข้มแข็ง ยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งจาก ดอกหญ้าในขวดแก้ว  ที่เราประทับใจมาก นั่นคือ ‘คุณรสริน’ แม่ของอิสระ ผู้เลี้ยงดูลูกชายคนเดียวด้วยความรักและความเข้าใจ คุณรสรินคือผู้หญิงที่มากด้วยพลังแห่งความรัก มากด้วยพลังความความเป็นแม่ พลังรักอันบริสุทธิ์และเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของเธอ ได้หล่อหลอมพี่โอมให้เป็น อิสระ เจมส์ สเปนเซอร์ ผู้ทำอะไรด้วยใจรักและความเพียร จึงนำมาซึ่งความสำเร็จในชีวิต แม้ว่าจะมีบทบาทในเรื่องราวทั้งหมดไม่มาก แต่สำหรับบทบาทในชีวิตของพี่โอม… คุณรสรินคืออีกหนึ่งคนสำคัญที่สุด

‘เธอรู้สึกว่าคุณรสรินเป็นผู้หญิงมหัศจรรย์ ทั้งสวย ฉลาด ใจเย็น และอดทน เวลาที่พี่โอมอ่านไม่ออก คุณรสรินไม่เคยตำหนิพี่โอมสักครั้ง เธอจะยิ้มให้กำลังใจ แล้วพูดว่า… ไม่เป็นไรลูก เอาใหม่นะ’ (หน้า 58)

สัมผัสเรื่องราวที่หอมตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรักได้ใน ดอกหญ้าในขวดแก้ว The Private Blend

สัมผัสเรื่องราวชีวิตของ อิสระ เจมส์ สเปนเซอร์… ผู้ทำให้เราเข้าใจความหมายอันถ่องแท้ของคำว่า ‘บางทีความจริงก็สวยงามได้ยิ่งกว่าความฝัน’

เมื่อเราทำทุกวันให้ดี หา Passion ของตัวเองให้เจอ และทำมันให้เป็นจริงด้วยใจรักและความพยายามแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเพ้อฝันถึงสิ่งที่ไม่เป็นจริงเลยสักนิด เพราะความจริงที่สวยงามมันก็อยู่ตรงหน้าเรานั่นเอง…

 

ด อ ก ห ญ้ า ใ น ข ว ด แ ก้ ว    T h e    P r I v a t e    B l e n d

เขียนโดย : มาภา

สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ

จำนวนหน้า : 368 หน้า

ราคาเล่มละ : 250 บาท

Don`t copy text!