“มายาพิศวาส”…บ้านฟ้าคำหยาด ป่าทุ่งธารทอง ความลับและคำสาปที่รอวันเปิดเผย

“มายาพิศวาส”…บ้านฟ้าคำหยาด ป่าทุ่งธารทอง ความลับและคำสาปที่รอวันเปิดเผย

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)… เอา (มาเล่า) เรื่องราวของ นิยายน่าอ่าน จากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

……………………………………………

 

“น่าประหลาดมหัศจรรย์สุดพรรณนา

ร่างแข็งทื่อด้วยความตกใจของผู้ชายแปลกหน้าหายไปอย่างน่าพิศวง

สิ่งซึ่งมาแทนที่ ณ จุดที่เขาเคยยืนอยู่นั้น

คือก้อนหินสีเทานวลขาวขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง !”

 

“แค่เพียงเธอมองให้ลึก มองให้ซึ้งถึงในดวงตา…”

“มองตาฉัน ให้ลึกลงไปข้างใน… ใจ”

ก่อนที่จะไปทำความรู้จักว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนถึงกลายเป็นหิน (ตามคำในโควต) เราก็ฮัมเพลงเพราะๆ 2 เพลงขึ้นมาก่อน ซึ่งเพลงทั้ง 2 เพลงนั้นพูดถึงการ ‘มองตา’ เพลงแรก มีท่วงทำนองที่อ่อนหวาน บีบคั้น เศร้าสร้อย คือเพลงจากละครเรื่อง มายาพิศวาส ที่ออกอากาศในปี 2550 และเพลงที่สอง ท่วงทำนองอันร้อนแรง ปุกเร้า ระทึกขวัญ จากละครเรื่อง เนตรนาคิน ที่กำลังออกอากาศในปัจจุบันทางช่อง One31 นั่นเอง (อย่าสลับกับ นิลนาคินทร์ นิยายของคุณอลินาที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้นะเออ)

ใช่แล้ว… ละครทั้งสองเรื่อง มีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายลึกลับเรื่อง มายาพิศวาส ผลงานจากปลายปากกาของราชินีนวนิยายลึกลึบผู้ล่วงลับอย่าง ‘จินตวีร์ วิวัธน์’ นั่นเอง โดยเฉพาะละครปี 2550 ต้องขอบอกว่าเป็นละครในความทรงจำของเราอีกเรื่องเลยทีเดียว ภาพของ แป้ง อรจิรา กลายร่างเป็นปีศาจงูประกอบกับเพลงประกอบอันไพเราะยังคงเป็นภาพจำที่ชัดเจนสำหรับเราตลอดมา (แต่นี่ก็ไม่ใช่เวอร์ชันแรกนะ เพราะนิยายเรื่องนี้ถูกสร้างเป็นละครครั้งแรกในชื่อ สาปอสูร ออกอากาศปี 2527 โน่นแน่ะ)

ตามประสาคนชอบละครก็พลอยอยากอ่านฉบับนิยาย ซึ่งพอได้อ่าน ‘มายาพิศวาส’ ก็พบความมหัศจรรย์ของนิยายเรื่องนี้ ความมหัศจรรย์ที่ว่าก็คือแม้ ‘จินตวีร์ วิวัธน์’ จะประพันธ์นวนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2524 แต่เมื่อนำมาอ่าน ณ ตอนนี้ (ปี 2561) ความตื่นเต้นเร้าใจ ความลุ้นระลึกไปกับนานาเหตุการณ์สุดประหลาดในเรื่องกลับไม่ได้ลดลงเลย ทั้งสนุก ทั้งตื่นเต้นจนเราอยากแนะนำทั้งแฟนละครและคนชอบจินตนิยายแนวลึกลับเหนือจริง ให้ได้ลิ้มลองงานเขียนเรื่องนี้ (เนื้อหาฉบับนิยายค่อนข้างแตกต่างจากละครทั้งสองเวอร์ชันหลังอย่างสิ้นเชิง และถึงแม้การได้ชมละครจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอ่านนิยายเรื่องนี้ แต่วันนี้เราจะพูดคุยเกี่ยวกับ ‘มายาพิศวาส’ ฉบับนิยาย ความหนา 685 หน้า อาจทำให้ถอดใจ แต่พอได้เริ่มอ่านละก็… กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็วางไม่ลงแล้ว!)

เรื่องราวของ ‘มายาพิศวาส’ เกิดขึ้นที่คฤหาสน์ลึกลับกลางป่าเขานามว่าบ้านฟ้าคำหยาด ‘กรพินธุ์ กุฎาภรณ์’ เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาตามหาน้องชายผู้หายตัวไปอย่างลึกลับ การเข้ามาเป็นสมาชิกบ้านฟ้าคำหยาดในฐานะครูของหลานสาวเจ้าของบ้าน นอกจากจะทำให้เธอได้พบกับชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์อย่าง ‘นายแพทย์อิศรา มหเวช’ แล้ว กรพินธุ์ยังได้พบกับเรื่องราวสุดประหลาด ที่ทั้งตื่นเต้นและน่ากลัวในคราวเดียวกัน เรื่องราวที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล…

มายาพิศวาส

อาจจะดูกว้างเกินไปหากบอกว่า ‘มายาพิศวาส’ คือจินตนิยายลึกลับ แต่หากให้ลงรายละเอียดว่ามันลึกลับแบบไหนกันก็ยากที่จะอธิบายได้สั้นๆ เพราะ ‘จินตวีร์ วิวัธน์’ หยิบนั่นหยิบนี่มาเป็นวัตถุดิบผสมผสานลงในนิยายเรื่องนี้ได้อย่างตัว หากเปรียบเป็นอาหาร นี่ก็คืออาหารแปลกใหม่น่าสนใจด้วยการจัดแต่งจาน รูปลักษณ์ภายนอก และรสชาติ!

หากต้องการอ่านนวนิยายลึกลับแนวโกธิกที่ตัวละครเองต้องมาอยู่ในคฤหาสน์ลึกลับ จากนั้นจึงตามมาด้วยเรื่องราวประหลาดอันไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเกิดจากคนหรือผี คุณก็จะพบได้ใน ‘มายาพิศวาส’

หากต้องการอ่านนวนิยายลึกลับที่นำตำนานปกรณัมกรีกมาเล่าในฉบับไทยๆ ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ และรู้สึกว่านี่คือเรื่องใกล้ตัวเรา คุณก็จะพบได้ใน ‘มายาพิศวาส’

และหากต้องการอ่านนวนิยายลึกลับที่ไม่ได้มีแค่ผี ปีศาจ หรือการฆาตกรรม หากแต่ยังมีเรื่องราวความรักและมีชายหนุ่มผู้ทั้งทรงเสน่ห์ น่าค้นหา ลึกลับและน่ากลัวในคราวเดียวกัน แน่นอนว่าคุณก็จะพบได้ใน ‘มายาพิศวาส’ เรื่องนี้เช่นกัน

สิ่งสำคัญของนวนิยายลึกลับคือการสร้างฉาก สร้างตัวละครประหลาด และสร้างบรรยากาศในท้องเรื่องให้ดู ‘ลึกลับ’ และทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ร่วมตาม กลัว ระแวง และผวาไปกับสิ่งที่ตัวละครกำลังเผชิญ ซึ่งฝีไม้ลายมือการพรรณนาของ ‘จินตวีร์ วิวัธน์’ เอาอยู่ตั้งแต่บทแรก

“ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มนั้นน่าประหลาดพอๆ กับร่างสตรีเจ้าของบ้าน เพราะเขาพลันนิ่งขรึมอยู่ในท่าเดิมเหมือนกลายเป็นหินไปโดยฉับพลันทันด่วน นัยน์ตาเบิกกว้างพองโปนแทบหลุดออกมานอกเบ้า ปากอ้ากว้างโดยปราศจากสุ้มเสียง ใบหน้าเกร็งเขม็งกลายเป็นสีเขียวคล้ำไปทั้งหน้าอย่างน่าพรั่นพรึง

มันเป็นใบหน้าคนที่ได้รับความตกใจกลัวอย่างสุดขีด! กลัวจนช็อกขยับเขยื้อนอิริยาบถไม่ได้เลยแม้แต่น้อย…” (หน้า 14-15)

ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสัมผัสได้ถึงจินตนาการล้ำเลิศและความแพรวพราวในวรรณศิลป์ของผู้เขียน มันน่ามหัศจรรย์ที่ ‘จินตวีร์ วิวัธน์’ สามารถสร้างเสียงดนตรีที่ทั้งอ่อนหวาน นุ่มนวล พาเคลิบเคลิ้มและ… น่ากลัวได้!

“เป็นสุ้มเสียงประหลาดที่แปลกหูที่สุด ซึ่งเด็กสาวชาวชนบทไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลย ทำให้อารมณ์ที่พลิ้วไหวด้วยความพรั่นพรึงพลันสงบลง เกิดอาการอื่นมาแทน คือความเคลิบเคลิ้มเลื่อนลอย หลงใหลไปกับท่วงทำนองเสียงนั้นอย่างไม่น่าเป็นไปได้!

มันเป็นเสียงดนตรีชนิดหนึ่ง หวานวิเวกนุ่มนวลไพเราะหนักหนา… ไพเราะจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีมนุษย์ปุถุชนคนใดสามารถทำเสียงเช่นนี้ขึ้นได้ ด้วยเครื่องมือที่สร้างขึ้นบนพื้นโลกนี้ ความไพเราะของมันแทรกซึมเข้าครอบงำจิตใจเด็กสาวอย่างไม่มีทางต่อต้าน หล่อนบอกตัวเองว่า เสียงนั้นชวนใฝ่หาและติดตามยิ่งนัก” (หน้า 58)

ด้าน setting ของเรื่อง อย่างบ้านฟ้าคำหยาด (ที่แม้จะเรียกว่าบ้าน แต่แท้จริงแล้วใหญ่โตโอ่อ่า แฝงด้วยความลึกลับ มันคือคฤหาสน์ดีๆ นี่เอง) ป่าทุ่งธารทอง สองที่นี่คือสถานที่สำคัญ คือสถานที่ที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด สถานที่ที่ซุกซ่อนความลับและคำสาปร้ายแห่งตระกูลมหเวชเอาไว้ ตัวอักษรที่สร้างจากจินตนาการของ ‘จินตวีร์ วิวัธน์’ สามารถนำพาเราก้าวไปสู่บ้านฟ้าคำหยาด สู่ป่าทุ่งธารทองพร้อมกันกับ กรพินธุ์ กุฎาพันธ์ ได้

มีปริศนามากมายใน ‘มายาพิศวาส’ ที่เชื้อเชิญและท้าทายทั้งกรพันธุ์และคนอ่านอย่างเราให้เข้าไปหาความจริง ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้คนมากมายในละแวกนี้หายตัวไปอย่างลึกลับ (น้องชายของกรพินธุ์ด้วยเช่นกัน) ปริศนาหญิงสาวลึกลับผู้มีงูอยู่บนหัว พฤติกรรมสุดประหลาดและน่าสงสัยของพี่ชายและน้องสาว อีกทั้งแม่บ้านแห่งตระกูลมหเวช! ขนาดคนอ่านอย่างเรายังอยากรู้ แล้วนับประสาอะไรกับ ‘กรพินธุ์’ นางเอกของเรื่อง ผู้เข้ามาเยือนบ้านฟ้าคำหยาด ตามสไตล์นิยายลึกลับโกธิก เรามองว่าตัวละครแบบกรพินธุ์ (คนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ลึกลับแบบนี้) เป็นเสมือนตัวแทนของคนอ่าน กรพินธุ์กำลังนำพาเราเข้าไปตามหาความจริง ความลับที่คนที่นี่ปิดบัง อำพรางมันมาตลอด ความกระหายใคร่รู้ของเธอก็พอๆ กับความสงสัยของคนอ่านอย่างเรานี่แหละ… จริงไหมล่ะ!

ตัวละครใน ‘มายาพิศวาส’ ต่างที่ทำหน้าของตนเองได้ดีสมกับความเป็นนิยายลึกลับ ทั้งฟากฝั่งตามหาความจริงอย่างกรพินธุ์ และฟากสองพี่น้องแห่งตระกูลมหเวชที่ต่างมี ‘ความลับ’ ซุกซ่อนอยู่

‘นายแพทย์อิศรา มหเวช’ หนุ่มใหญ่ผู้ทรงเสน่ห์ นายแพทย์ผู้เป็นพ่อพระของผู้คนในละแวกนี้ นายแพทย์ผู้หลงรักและสะดุดตาดวงหน้าของกรพินธุ์ตั้งแต่แรกพบ ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นรักแท้ในที่สุด ผู้เขียนสร้างตัวละครตัวนี้ขึ้นมาให้เรารู้สึกว่าเป็นหนุ่มใหญ่ที่มีความอปป้ามากๆ ไม่แปลกใจเลยที่กรพินธุ์จะเผลอใจให้กับเขา ในความลับที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวหมออิศรา ก็ทำให้กรพินธุ์รู้สึกพิศวงเหลือเกิน บางครั้งผู้ชายคนนี้ก็น่ากลัวอย่างน่าประหลาด วันดีคืนดีลุกขึ้นมาแต่งกายเป็นชายชาวกรีกแล้วบรรเลงพิณ อีกทั้งเขาและคนในตระกูลก็ดูจะเกี่ยวข้องกับปีศาจงู เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้คนที่นี่!

ด้วยความที่บิดาของนายแพทย์อิศรากับอรชุมานั้นเป็นชาวกรีก ‘มายาพิศวาส’ จึงแฝงด้วยความเชื่อ เรื่องเล่าตำนานนางกอร์กอนที่สืบทอดต่อกันมา ปีศาจงูที่ออกมาสร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนจึงมีโอกาสที่จะเป็น ‘อรชุมา มหเวช’ น้องสาวผู้อ่อนแอ บอบบาง และขี้โรค ทว่าในกลางคืนกลับกลายเป็นคนละคน อรชุมายามราตรีคือผู้หญิงที่แสนเกรี้ยวกราด เจ้าอารมณ์ บ้างก็บอกว่าเธอคือปีศาจงู บ้างก็บอกว่าเธอเป็นโรคสองบุคลิก สำหรับเราแล้ว เราสงสารผู้หญิงคนนี้บ้างในบางครั้ง ด้วยเหตุการณ์ สถานการณ์ในเรื่องหลายต่อหลายครั้งมันทำให้เรารู้สึกว่าไม่แปลกเลยที่อรชุมาจะเป็นคนเก็บกด ไม่แปลกเลยที่เธอจะแสดงอาการอึดอัดอยากจะพูดแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ออกมา มันช่างบีบคั้นหัวใจอรชุมาเหลือเกิน ความน่าตื่นเต้นอีกประการของนิยายเรื่องนี้จึงเป็นการตามหาความจริงว่าแท้จริงแล้วอรชุมาคือปีศาจงูใช่หรือไม่ ซึ่งไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ ชะตากรรมของผู้หญิงคนนี้ก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ความลับ คำสาป เรื่องวุ่นวายทั้งหมด ถ้าจะโทษว่าเป็นความผิดใคร ก็คงต้องโทษผู้คนในตระกูลมหเวชที่พากันซุกซ่อนความจริงนี้ไว้ โดยเฉพาะประมุขอย่างนายแพทย์อิศรา ต่อให้จะวางมาดพระเอกหนุ่มใหญ่เจ้าเสน่ห์ หรือเป็นพ่อพระผู้มีใจเมตตาต่อชาวบ้าน แต่ความรักที่มีต่อคนในครอบครัวของเขา รักจนไม่สามารถบอกความจริงให้ใครรู้ได้ รักจนต้องปิดบัง และไม่อาจแก้ไขหรือทำลายคำสาป ทำลายความชั่วร้ายเหล่านี้ได้ ความรักที่มาพร้อมกับความกลัวเช่นนี้ไม่ได้แค่ทำลายตัวตนของเขา ทำลายน้องสาว ทำลายคนรักเขาเท่านั้น หากแต่มันยังทำลายอีกหลายชีวิตที่ไม่เกี่ยวข้องอีกด้วย…

ปีศาจงูที่ทำให้คนกลายเป็นหินผ่านการจ้องมองนัยน์ตา… นี่คือตำนานนางกอร์กอน งู สัญลักษณ์แห่งคำสาป ความชั่วร้าย ความลับ ความมืดดำ ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ ในยามที่ใครต่อใครจ้องตาปีศาจงูหรือหญิงสาวผู้ต้องคำสาปคนนั้น ดวงใจเธอคงกำลังบอกเรากระมังว่าฉันไม่ได้อยากทำอย่างนี้ ไม่มีใครอยากต้องคำสาปอันอำมหิตเช่นนี้ หรือสาสะใจที่ได้ทำให้แกกลายเป็นหิน ไม่ว่าจะความรู้สึกอะไร ผู้คนที่ได้มองตาปีศาจงูปริศนานั้นคงไม่สามารถถ่ายทอดหรือบอกให้ใครรู้ได้ เพราะคนเหล่านั้นได้กลายเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเป็นหินจึงพูดไม่ได้ จึงไร้ความรู้สึก แต่ก็ไม่รู้ว่าระหว่างคนที่กลายเป็นหิน กับคนที่ยังเป็นคนอยู่อย่างนายแพทย์อิศรา ซึ่งไม่ต่างอะไรจากหินที่ไร้ความรู้สึก หินที่พูดไม่ได้ ไม่อาจบอกความจริงให้ใครรู้ได้… แบบไหนหนอที่น่าสงสาร น่าเวทนากว่ากัน

‘มายาพิศวาส’ จึงเป็นจินตนิยายเรื่องเยี่ยมอีกเรื่องที่อ่านเอาความสนุกเพลิดเพลิน ความตื่นเต้น ลุ้นระทึก คุณก็จะได้รับอรรถรสเหล่านี้อย่างครบถ้วน ถ้าจะอ่านแบบครุ่นคิด นำนางกอร์กอน งู หิน หรือตัวละครมาตีความ ก็สามารถตีความได้หลายรูปแบบเช่นกัน โดยเฉพาะชื่อเรื่อง! ชื่อเรื่องที่ชวนให้ขบคิดมากว่ามีสารหรือความหมายอะไรซุกซ่อนอยู่ สำหรับเรา ‘มายาพิศวาส’ คือความรัก ความหลงใหลในสิ่งที่เป็นมายา เฉกเช่นนายแพทย์อิศราที่ยังหลงใหลรูปปั้นของหญิงสาวคนรัก ครั้นเมื่อแรกพบกรพินธุ์ ก็สนใจเพียงเพราะผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนอดีตคนรักนามวิไลกัญญา กว่าความพิศวาสที่เป็นมายาเช่นนี้จะกลายเป็นรักแท้ก็เกือบจะสายเกินไป หรือแม้กระทั่งอรชุมา ที่หลงรักจักรจากรูปลักษณ์ภายนอก จากมายาของเขาที่แรกเริ่มเขาเพียงแสร้งหว่านเสน่ห์ใส่เธอ รวมทั้งแม่ปีศาจงู ก็หลงรักในความหล่อเหลาของจักรเช่นกัน

หลายตัวละครในเรื่องต่างตกเป็นทาสของความรักที่เป็นมายา แน่นอนว่ามันนำมาซึ่งความหลงผิด ‘จินตวีร์ วิวัธน์’ จึงเขียน ‘มายาพิศวาส’ เพื่อตั้งใจบอกกับเรากระมัง ว่าถึงแม้จะเกิดเป็นคนที่ต้องคำสาปชั่วร้าย เป็นคนที่ล่วงรู้แต่จำเป็นต้องปิดบังความชั่วร้าย… ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่คนเราเกิดมาย่อมต้องการความรักเข้ามาเติมเต็มในชีวิต การโหยหาความรักความพิศวาสอย่างแรงกล้า บางครั้งจึงมองไม่ออกว่าอะไรคือ ‘มายา’ อะไรคือ ‘ของจริง’

 

ม า ย า พิ ศ ว า ส

เขียนโดย : จินตวีร์ วิวัธน์

สำนักพิมพ์ : กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง

จำนวนหน้า : 685 หน้า

ราคาเล่มละ : 490 บาท

 

Don`t copy text!