‘ร้ายเดียงสา’ …ขอบคุณสำหรับการมีชีวิตอยู่

‘ร้ายเดียงสา’ …ขอบคุณสำหรับการมีชีวิตอยู่

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)… เอา (มาเล่า) เรื่องราวของ นิยายน่าอ่าน จากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

……………………………………………

 

“เคยมีคนบอกว่า Nobody is perfect…

เรารู้ว่าโลกเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบ

อย่างน้อยก็ต้องมีข้อเสียบางข้อที่เป็นเหมือนจุดสีดำบนกระดาษขาว

แต่ถึงแม้ว่าโลกใบนี้จะไม่มีใครสมบูรณ์แบบจริง

คนเราก็ยังคงพยายามทำตัวเองให้ใกล้เคียงกับคำนี้เรื่อยๆ อยู่ดี”

 

คุณเคยรู้สึกไหมว่าตัวเรามันช่างไม่เพอร์เฟ็กต์ ไม่สมบูรณ์แบบเอาเสียเลย

แล้วคุณเคยพยายามทำตัวเองให้สมบูรณ์แบบไหม ทำทุกอย่างให้ดูเพอร์เฟ็กต์ เพียบพร้อม แม้ว่าหนทางที่จะได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะเป็น ‘การโกหก’ ก็ตามที

คุณเคยคิดไหมว่าคนเราจะโกหก จะสร้างภาพไปเพื่ออะไร… เพื่อให้ได้เป็นไอดอล เพื่อให้ได้เป็นต้นแบบ เพื่อให้ดูน่าอิจฉาในสายตาคนอื่นๆ หรือแท้จริงแล้วเขาต้องการแค่การมีตัวตนในสายตาคนอื่น… เท่านั้นเอง

ดังเช่น ‘ภวินท์’ กับเรื่องราวของเขาใน ‘ร้ายเดียงสา’

‘Nobody is perfect’ เป็นอีกวลีฮิตที่คนเราเคยได้ยินผ่านหูกันมา และเรื่องของความสมบูรณ์แบบ-ความไม่สมบูรณ์แบบนี่แหละ ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมดในนิยายเรื่อง ร้ายเดียงสา ที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราถึงเริ่มต้นบทสนทนากับผู้อ่านด้วยการถามคำถามมากมาย และหยิบยกเรื่องความสมบูรณ์แบบกับการสร้างภาพมาเป็นประเด็นสำคัญ นั่นเป็นเพราะชั่วขณะที่เราได้อ่านนิยายเรื่องนี้ หรือแม้กระทั่งอ่านจนจบ ชั่วขณะที่เราเรียนรู้ชีวิตของวินท์ กลับมีประเด็นมากมาย มีคำถามหลายข้อที่ชวนให้เราได้ฉุกคิด ชวนให้เราตั้งคำถามกับตัวเอง หรือแม้กระทั่งการตั้งคำถามกับคนรอบตัวคุณ กับสังคมที่คุณอยู่

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า ‘JittiRain’ ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในวงการนิยายรัก Yaoi หรือนิยายวาย หรือนิยายรักของผู้ชายสองคน ด้วยปัจจุบันเรื่องรักสไตล์ ‘หนุ่มน้อยรักกัน’ เป็นที่นิยมอย่างยิ่งทั้งในแวดวงวรรณกรรมและแวดวงภาพยนตร์-ละคร ใช่แล้ว ร้ายเดียงสา ก็จัดอยู่ในกลุ่มเรื่องรักประเภทนี้เช่นกัน แต่สำหรับนักอ่านที่ไม่เคยงานนิยายวายมาก่อน เราอยากให้คุณเปิดใจ หากไม่ต้องการอ่านหนังสือเล่มนี้ ขอเพียงแค่อ่านบทความบทนี้ของเราจนจบก็ได้ บางทีมันอาจทำให้คุณอยากอ่านเรื่องนี้ขึ้นมา

เพราะ ร้ายเดียงสา บอกเล่าความรักของผู้ชายสองคนที่ก็เป็นเหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่มีความรัก และความรักก็ดลให้ทั้งคู่ทำผิดพลาดอย่างสาหัส นิยายเรื่องนี้ปราศจากบทรักอันร้อนแรง แต่เต็มไปด้วยปมปัญหา ความเครียด ความหนักหน่วงที่ทำเอาคนอ่านอย่างเราสาหัสไม่แพ้ตัวละครหลักทั้งสอง แต่นี่ก็คือชีวิตของคนจริงๆ นี่คือโลกของเราจริงๆ

แอบกระซิบว่าถึงแม้จุดเริ่มต้น ขณะเดินทาง ระหว่างทางของเรื่อง อารมณ์ของมันอาจจะหนักหน่วง บีบคั้นหัวใจคนอ่านมากแค่ไหน แต่ปลายทางของภาคกับวินท์เปี่ยมไปด้วยแสงสว่าง เรื่องราวจะจบลงด้วยความสุข คุณจะได้รอยยิ้มและร่วมแสดงความยินดีกับความสุขของทั้งคู่ หลังจากที่ฝ่าฟันมรสุมแห่งความทุกข์มากทั้งเรื่อง

ใครที่ไม่เคยอ่านนิยายวายมาก่อน แต่หลงใหลเรื่องรักสไตล์ดราม่าหนักหน่วง เราภูมิใจนำเสนอเรื่องนี้อย่างยิ่ง… และอยากให้คุณมองว่านี่เป็นเพียงเรื่องรักของคนธรรมดาสองคนก็เท่านั้น

ร้ายเดียงสา นิยายเรื่องนี้จะทำให้คุณเห็นคุณค่าของการมีชีวิต และหันมามองคนรอบตัวคุณด้วยความเข้าอกเข้าใจมากขึ้น ซึ่งหากความเข้าใจนั้นมีอยู่ในตัวทุกคนจริงๆ เพียงแค่เข้าใจ ไม่จำเป็นต้องเห็นใจหรือสงสารก็ได้ เพียงเท่านี้… โลกของเราก็คงน่าอยู่ขึ้นเป็นทวี

ศีลข้อ 4 หรือการโกหกดูจะเป็นความผิดที่มนุษย์เรากระทำได้อย่างง่ายดายที่สุด เพียงแค่อ้าปาก ปล่อยลมปากอันหลอกลวงออกมา เพียงเท่านี้ก็สำเร็จแล้ว แต่เมื่อโกหกครั้งแรก มันก็ย่อมมีครั้งที่สอง มีครั้งต่อมาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด และสัจธรรมที่ว่า ‘ความลับไม่มีในโลก’ นั้นเป็นจริงเสมอ ดังเช่นเรื่องราวของ ‘ภวินท์’ ชายหนุ่มผู้ไม่มีอะไรสักอย่าง ไม่มีแม้กระทั่งพ่อแม่ ไม่ได้ร่ำรวยมาจากไหน แต่เพราะความขาด ทำให้ชายหนุ่มปรารถนาจะได้รับสิ่งเหล่านั้น ปรารถนาการยอมรับจากสังคมที่มองคนเพียงเปลือกนอก โหยหาการมีตัวตน จึงทำให้เขาหลอกคนอื่น แต่งเติมประวัติตัวเองเสียสวยหรู หลอกแม้กระทั่งคนรักหนุ่มอย่าง ‘ทวิภาค’ จนกระทั่งความลับของภวินท์เปิดเผย ความรักของเขากับภาคสูญสลายไม่มีชิ้นดีในชั่วพริบตา และวินท์ก็ได้ล่วงรู้ความจริงว่าภาคเองก็หลอกเขามาตลอด คนที่ภาครักไม่ใช่วินท์ แต่เป็น ‘เนม’ เพื่อนสนิทของวินท์ สำหรับทวิภาคแล้ว ภวินท์เป็นแค่ตัวแทนของเนม

‘ร้ายเดียงสา’ คือเรื่องราวของ ‘ภวินท์’ หรือ ‘วินท์’ ภวินท์ ซึ่งหมายถึงผู้เป็นเจ้าของทุกอย่าง JittiRain ใช้วินท์เป็นผู้เล่าเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นภาพชัดเจนว่าวินท์พบกับเรื่องราวร้ายๆ อะไรบ้าง อะไรคือสิ่งที่วินท์กำลังเผชิญ และอะไรที่ทำให้เขาปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ ดูเหมือนวินท์จะต้องการไปเสียทุกอย่างบนโลกนี้ แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือเขาต้องการคนที่รัก เขาปรารถนาการได้รับการยอมรับและการมีตัวตนในสังคม… สังคมที่ช่างโหดร้ายกับวินท์เหลือเกิน

ในความเป็นนิยายรักดราม่า JiitiRain สะท้อนสังคมอย่างแสบสัน สังคมที่วินท์อยู่ ผู้คนเกลียดการโกหก ไม่ชอบการหลอกลวง ทว่าก็ยังมองคนจากภายนอก เลือกคบคนที่หน้าตาและฐานะ ‘เนม’ ถึงกับตัดขาดความเป็นเพื่อนกับวินท์ เมื่อรู้ว่าวินท์สร้างภาพหลอกลวงมาตลอด ทว่าการที่พี่ชายผู้เป็นคนดังสร้างภาพหลอกลวงคนอื่นกลับกลายเป็นเรื่องปรกติสำหรับเนม เพียงเพราะพี่ชายไม่ได้หลอกเนม เรื่องโกหกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับเนม

‘ร้ายเดียงสา’ แผลงมาจากคำว่า ‘ไร้เดียงสา’ ซึ่งหมายถึงความไม่รู้ความ ไม่รู้ผิดรู้ชอบ เพราะฉะนั้น ความ ‘ร้ายเดียงสา’ ของวินท์จึงตรงข้ามกับ ‘ไร้เดียงสา’ การโกหกของเขา เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ แม้ว่าผู้เขียนจะใช้วินท์เป็นผู้เล่าเรื่อง แต่นั่นก็ไม่ใช่การเข้าข้างวินท์ หรือบอกว่าวินท์ทำถูก วินท์ทำผิดอย่างมหันต์ การโกหกเรื่องราวใหญ่โตชนิดที่ว่าไม่มีมูลความจริง คงยากที่คนรักจะยังรักเขา คงยากที่เพื่อนจะเป็นเพื่อนกันดังเดิม แต่ว่าวินท์ได้นำพาเราเข้าสู่โลกของเขา โลกอันโหดร้าย โลกที่จะทำให้เราเข้าใจและรู้จักเขามากขึ้น

“เพราะครั้งหนึ่งเราเคยเป็นเจ้าของ เราถึงรู้สึก…” ถ้าเพียงแต่สิ่งที่วินท์ปรารถนานั้นไม่ใช่สิ่งที่วินท์ได้รับมาแต่แรก ความปรารถนาของเขาคงจะไม่รุนแรงและก่อเกิดเป็นพลังให้เขาทำได้ทุกอย่างถึงเพียงนี้ จากเด็กกำพร้าไม่มีพ่อไม่มีแม่ ที่ตายายนำไปอุปการะ เราสัมผัสได้ถึงความรักที่ยายมีให้วินท์ เราสัมผัสได้ว่าช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของวินท์ ท่ามกลางห้วงแห่งความทุกข์นานัปการ เรารักชั่วขณะนี้มาก เกิดรอยยิ้มตามวินท์ทุกครั้งที่วินท์นึกถึงยาย จนกระทั่งตายายเสียชีวิต วินท์มีพ่อแม่คนใหม่ ครั้นเมื่อพ่อแม่มีลูกแท้ๆ ขึ้นมา วินท์ก็กลายเป็นเหมือนหมาหัวเน่า จากลูกก็กลายเป็นสถานะคนรับใช้ วินท์หนีมาจากที่นั่น หนีมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตในมหาวิทยาลัย วินท์สามารถทำให้คนเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากให้เชื่อได้ จนเขาได้ภาคมาเป็นคนรัก แต่เมื่อความจริงเปิดเผย… ภาคก็ไปจากวินท์ สำหรับวินท์มันยากมากที่จะกลับมาอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง วินาทีที่ชีวิตวินท์มีภาค วินท์ก็รู้สึกได้ทันทีว่าเขาขาดภาคไม่ได้อีกแล้ว

JittiRain พาเราไปสัมผัสความอ่อนแอของผู้ชายคนนี้ วินท์ทั้งอ่อนแอ เปราะบาง แตกหักง่าย เรื่องราวที่เขาเผชิญมาตั้งแต่เล็กจนโต มันยากที่จะพยุงตัวเองต่อไปได้ ยิ่งพอคิดจะปรับตัวแต่ก็มีอุปสรรคมากมายตามมา คนเราในปัจจุบันถูกทำร้ายได้ง่ายๆ ด้วยการบูลลี่ วินท์ผิดที่วินท์โกหก วินท์ผิดที่วินท์พยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง แต่นั่นใช่เหตุผลที่ผู้คนรอบข้าง ผู้คนในคณะ ใช้มาทำร้ายวินท์อย่างเลือดเย็นหรือ ทุกบททุกตอนต่างเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่พาเราหดหู่ สงสารผู้ชายคนนี้ มันยากเหลือเกินที่วินท์จะก้าวข้ามผ่านเรื่องร้ายๆ ก้าวผ่านความผิดพลาดในอดีตแล้วมาใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดี มันยากเหลือเกินที่วินท์จะมีความสุขในโลกนี้ ความอ่อนแอของวินท์ สิ่งที่วินท์ได้รับมันช่างหดหู่ ดิ่งลง หนักหน่วงจนพาให้เรารู้สึกว่า… โลกนี้โหดร้ายเกินไป โหดร้ายเกินว่าที่วินท์จะมีชีวิตอยู่

พอพูดถึงพาร์ตวินท์ ตัวละครที่เราชอบมากเป็นพิเศษ และเชื่อว่าหากใครได้อ่านก็น่าจะชอบเหมือนกับเรา เขาคนนั้นคือ ‘พี่เตอร์’ พี่เตอร์เป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดในโลกของวินท์ คอยให้ความช่วยเหลือดูแลวินท์เป็นอย่างดีเท่าที่จะทำได้ มันจะดีกว่านี้ มันจะอินกว่านี้ถ้าผู้เขียนบอกเล่าชัดเจนว่าทำไมพี่เตอร์ถึงเป็นคนเดียวที่ดีกับวินท์ ท่ามกลางคนทั้งคณะที่รังเกียจวินท์ อะไรที่ทำให้พี่ปีห้าอย่างพี่เตอร์ รักและหวังดี อยากให้วินท์มีความสุขได้ถึงเพียงนี้ ถ้าผู้เขียนถ่ายทอดประเด็นนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น เราว่านิยายเรื่องนี้จะสมบูรณ์มาก

‘ทวิภาค’ หมายถึง สองส่วน ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีสองร่าง หรือแบ่งภาคได้แต่อย่างใด JittiRain ใช้ภาคเป็นผู้เล่าเรื่องสลับกับวินท์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสองส่วนสำหรับภาค มันคือหัวใจ มันคือความโลเลของเขา ภาคเป็นตัวละครที่จะทำให้เราเข้าใจคนรักโกหกเป็นตุเป็นตะได้ถึงขนาดนี้ เป็นใครใครก็โกรธ (แต่แกก็โกหกเค้าว่ารัก แกเห็นวินท์เป็นตัวแทนของเนม) สำหรับภาคแล้ว “ในเมื่อมันไม่มีอะไรเป็นจริงตั้งแต่แรก เพราะงั้นเรื่องที่เราคบกันก็อย่าให้มันเป็นความจริงเลย” ภาคทำให้เราเข้าใจได้ว่าทำไมความรู้สึกที่เขามีต่อวินท์ จากแค่รู้สึกดีถึงได้กลายเป็นรู้สึกเกลียดได้ แต่ความโลเลของเขา ความคิดที่ว่าฉันจะสามารถจัดการได้ทุกอย่าง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่ฉันต้องการ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราอดที่จะหมั่นไส้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นคำถามที่บรรณาธิการถามในหน้าคำนำ ว่า “เราจะเจ็บปวดเป็นเพื่อนใครมากกว่ากัน” สำหรับเรา เรายังเลือกเจ็บปวดเป็นเพื่อนวินท์มากกว่า เพราะวินท์ต้องต่อสู้ทั้งกับหัวใจตัวเอง ต่อสู้ทั้งกับความอ่อนแอ ต่อสู้ทั้งกับความโหดร้ายของคนรอบข้าง

แต่เมื่อมองในมุมภาคแล้ว ผู้ชายคนนี้ก็น่าสงสาร เพราะสิ่งเดียวที่ภาคกำลังต่อสู้ มันดูเป็นสิ่งที่คนเรายากจะเอามันได้ สิ่งนั้นคือ ‘ความโลเลของตัวเอง’ นั่นเอง ความเจ็บปวดของภาคที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดตามเขามากที่สุด มีสองเหตุการณ์ เหตุการณ์แรกคือ การเป็นคนที่เห็นภาพวินท์ดำดิ่ง ดำดิ่ง และดำดิ่งกับความทุกข์ความทรมานไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นความคิดที่ว่า “ตอนนี้เราเข้าใจแล้ว บางทีความตายก็ทรมานน้อยกว่าการมีชีวิตอยู่จริงๆ” อีกเหตุการณ์หนึ่งคือการรอคอยการกลับมาของวินท์ในช่วงสุดท้าย ที่ภาคเองก็ไม่รู้ว่าต้องรอคอยนานสักเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม บ่นภาคไปเสียเยอะ เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นพ่อยกน้องวินท์ไปโดยไม่รู้ตัวแล้ว อยากดูแลน้องวินท์ อยากให้น้องวินท์หายจากความทุกข์ ได้พบกับความสุขเสียที ต้องยอมรับว่าภาคเป็นคนมีเสน่ห์มาก เสน่ห์ที่ไม่ใช่แค่หน้าตาหรือรูปลักษณ์ภายนอก การใช้แฟลชแบ็กบอกเล่าอดีตระหว่างภาคกับวินท์ที่เต็มไปด้วยความสุข การเล่าเรื่องเวลาภาคอยู่กับเพื่อน ความตรงไปตรงมา ความรักเพื่อน ความแคร์ความรู้สึกของทุกคนที่ตัวเองรัก ทั้งหมดเหล่านี้คือองค์ประกอบที่หล่อหลอมเป็นเสน่ห์ของผู้ชายที่ชื่อทวิภาค อันเป็นเหตุให้คนที่ไม่มีใครอย่างวินท์หลงรัก ปักใจรักเขาได้อย่างสุดหัวใจ รักได้อย่างยากที่จะเลิกรัก

สำหรับความเจ็บปวดของวินท์ มันยากที่จะบรรเทา การเยียวยา การรักษาจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีแพทย์มาช่วย เราเชื่อว่าหากใครได้อ่าน อย่างน้อยย่อมเดาออกว่าอาการของวินท์ไม่ใช่แค่ความทุกข์ธรรมดา แต่มันคือความทุกข์ทรมานของ ‘คนป่วย’ และเชื่อว่าบางคนอาจเดาถูกเลยทีเดียวว่าวินท์ป่วยเป็นโรคอะไร นิยายเรื่องนี้ถ่ายทอดข้อมูลของโรคดังกล่าว อาการ และกระบวนการรักษาผ่านตัวละครวินท์ได้อย่างดี แต่ไม่ใช่แค่แพทย์หรอกที่จะบรรเทาความเจ็บปวดของวินท์ได้ สังคมและผู้คนรอบข้างต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า ยังที่บอกไว้ข้างต้น จุดมุ่งหมายของ JittiRain ในการเขียน ร้ายเดียงสา ไม่ใช่การปกป้องหรือหาข้ออ้างให้คนทำผิด แต่เป็นการมองคนทำผิดด้วยความเข้าใจ มองให้ลึกถึงสิ่งที่เขาเป็นว่าอะไรทำให้เขาทำแบบนี้ อะไรทำให้เขากลายเป็นคนแบบนี้ และตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ ตราบใดที่เขาสำนึกผิด ตราบใดที่เขายังอยากแก้ไข อยากทำชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น สิ่งที่มีค่าที่สุด สิ่งที่คนทำผิดเหล่านั้นปรารถนาจะรับที่สุดก็คือ ‘โอกาส’ ดังที่นิยายเรื่องนี้กำลังบอกกับเราว่า “การให้อภัยและมอบโอกาสเป็นจุดจบของความเจ็บปวด”  หรืออย่างน้อยหากไม่ถึงกับเป็นจุดจบ เราก็ยังเชื่อว่าสองสิ่งนี้จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้… สักนิดก็ยังดี

เราประทับใจแก่นเรื่องของนิยายเรื่องนี้มาก แก่นเรื่องที่ว่าด้วย ‘คุณค่าของการมีชีวิต’ การใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง หวังว่าสักวันจะพบกับความสุข แต่ความสุขนั้นไม่ได้ได้มาอย่างง่ายดาย หากหวังจะพบความสุข ก็ต้องพาตนเองไปให้พ้นจากหุบเหวแห่งความทุกข์ให้ได้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะคนที่เจอเรื่องร้ายๆ มามากอย่างวินท์ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ใช้ความเข้าใจ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้กำลังใจ ทั้งกำลังใจจากตัวเองและกำลังใจจากคนที่รัก

ร้ายเดียงสา คือนิยายที่เหมาะสมแก่การอ่านรวดเดียว เพราะกว่าเราจะตามติดชีวิตวินท์จนพบกับความสุข จนรู้สึกว่าวินท์มีความสุขอยู่บนโลกนี้ได้ ระยะทางที่ผ่านมามันช่างยาวนานและมากด้วยอุปสรรค หากอ่านไม่จบ ก็คงจมดิ่งกับความทุกข์นั้นและมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายทาง มาเถอะ มาติดตามชีวิตของวินท์อย่างใกล้ชิด มาสัมผัสกับความรู้สึกเศร้า หดหู่ บีบคั้น และบรรเทาด้วยความสุข ความเข้าใจ เราดีใจและอิ่มใจมากกับประโยคของวินท์ที่ว่า “ครับ ผมรู้แล้วว่าความสุขหน้าตาเป็นยังไง”

ต่อให้เรื่องราวใน ‘ร้ายเดียงสา’ จะมืดมน หรือหนักหน่วงมากแค่ไหน แต่เมื่ออ่านจนจบแล้วเรายังมีเห็นแสงสว่าง เห็นพลังบวก เห็นแง่งามของนิยายเรื่องนี้ เห็นในสิ่งที่ผู้เขียนตั้งใจสร้างมันขึ้นมา เห็นและเกิดความรู้สึก “ขอบคุณสำหรับการมีชีวิตอยู่” ขอบคุณทั้งตัววินท์ ขอบคุณทั้งตัวเรา…

 

ร้ า ย เ ดี ย ง ส า

เขียนโดย : JittiRain

สำนักพิมพ์ : overgraY

จำนวนหน้า : 486 หน้า

ราคาเล่มละ : 389 บาท

 

Don`t copy text!