“เกมอาชา”…เกมที่ต้องเอาชนะด้วยแรงกายและแรงใจ

“เกมอาชา”…เกมที่ต้องเอาชนะด้วยแรงกายและแรงใจ

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)… เอา (มาเล่า) เรื่องราวของ นิยายน่าอ่าน จากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

……………………………………………

 

“…เกมที่แซมเล่นมันหนักและเหนื่อยมาก ดูแล้วมันคงไม่มีวันจบสิ้นด้วย

ผมอยากคอยสนับสนุนแซม คอยส่งอาวุธให้

คอยฮีลเวลาแซมบาดเจ็บ คอยส่งเสบียงตอนแซมหิว…”

 

ในปัจจุบัน แวดวงวรรณกรรมมีนิยายไทยมากมายให้นักอ่านได้เลือกสรร บางครั้งก็เลือกแทบไม่ถูกว่าจะหยิบเล่มไหนมาอ่านดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิยายรัก ซึ่งนี่ละคือความยากของนักเขียน ยากที่จะทำอย่างไรให้นิยายรักของตนมีเสน่ห์ดึงดูดและเป็นที่น่าสนใจมากพอให้นักอ่านหยิบติดไม้ติดมือกลับมาอ่าน สำหรับความน่าสนใจของ เกมอาชา ที่โดดเด่นยิ่งยวดคือการบอกเล่าเรื่องราวของคอกม้าและการเลี้ยงม้าได้อย่างเจาะลึก เล่าอย่างผู้รู้จริง และไม่ยากที่ผู้อ่านจะจินตนาการภาพตาม

เกมอาชา เป็นนวนิยายปิดท้ายในเซตคอกม้าของ ‘ภัสรสา’ ซึ่งสามเรื่องก่อนหน้านี้คือ เกมกาเหว่า เกมกุญชร และ รักสลักเงา แล้วถ้าหากว่าเริ่มอ่านที่ เกมอาชา ที่เป็นเล่มสุดท้ายเลยจะได้มั้ย? ‘ภัสรสา’ เลือกนำเสนอนวนิยายเรื่องนี้เปิดตัวเธอในเว็บไซต์อ่านเอา เพราะฉะนั้น คำตอบคืออ่าน เกมอาชา ก่อนได้อย่างแน่นอน ซึ่งหากสนุก ติดใจการเล่าเรื่องของผู้เขียน หลงรักบรรดาตัวละครในเรื่องทั้งคนและม้า ก็ไม่สายเกินไปที่จะไปตามเก็บอีกสามเล่มที่เหลือ

เกมอาชา เป็นเรื่องราวความรักของสัตวแพทย์สาวนามว่า ‘สุมิตรา’ หรือหมอแซม คุณหมอที่ทั้งชีวิตอุทิศให้ม้า แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยกับผู้คนจึงนำพาเธอมาในจุดที่ควรพักงาน แต่ก็ดันไม่ได้พักเพราะผู้ชายที่เป็นทั้งลูกชายผู้ใหญ่ที่นับถือ ผู้ชายที่เป็นทั้งโจทก์ของเธออย่าง ‘หิรัณย์’ หรือคุณหนูหิน ดันหางานให้เธอทำอีกเสียนี่ ซ้ำร้ายงานนี้ยังไม่ใช่งานที่ทำกันง่ายๆ แต่ในขณะเดียวกันด้วยงานนี้ที่หมอแซมตัดสินใจรับกลับทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มเรื่องเยอะคนนั้นมากขึ้น ได้เข้าไปพัวพันกับทั้งผีคนและผีม้า! พร้อมกับได้รับรู้เรื่องราวอดีตชาติว่าแท้จริงนั้นหัวใจสองดวงนี้ผูกพันกันมาเนิ่นนานแล้ว…

ปกหลังและความหนาของเรื่องนี้ชวนให้เข้าใจว่าคราวนี้ ‘ภัสรสา’ จะมาแบบลึกลับ สืบสวน และดราม่าแน่นอน แต่แท้จริงแล้วโดยภาพรวม เกมอาชา คือนิยายโรแมนติกคอเมดี้ ที่เล่าเรื่องแบบสบายๆ อ่านแล้วอมยิ้มกับคู่พระนาง จุดไหนที่ควรจะลึกลับก็สร้างความรู้สึกตื่นเต้นให้เราได้ จุดไหนที่ควรจะดราม่านิยายเล่มนี้ก็ทำได้เราน้ำตาซึมได้ไม่ยาก จึงถือเป็นนิยายที่ครบรสและอ่านได้อย่างเพลิดเพลิน อยากขำ อยากยิ้ม อยากลุ้นระทึก อยากย้อนยุค อยากร้องไห้ และที่สำคัญอยากสนุก ‘ภัสรสา’ จะได้ให้คุณได้รับความรู้สึกเหล่านี้ใน เกมอาชา

ความตื่นเต้นของ เกมอาชา คือการมีเกมการแข่งขันของม้าเป็นส่วนสำคัญในเรื่อง การแข่งขันเอ็นดูแรนซ์ หรือการแข่งม้ามาราธอนที่ตื่นเต้น เร้าใจ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ซึ่งความอันตราย ยิ่งหากจัดการไม่ดีเรียกได้ว่าม้ามีโอกาสตายเลยทีเดียว แต่คำว่า เกมอาชา ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่การแข่งขันเอ็นดูแรนซ์เท่านั้น หากแต่ยังหมายรวมไปถึงเกมแห่งชีวิตของคนคนหนึ่ง คนที่ต้องอยู่กับม้า รักม้า และดูแลม้าจนเรียกได้ว่าอยู่กับม้ามากกว่าคนด้วยกันเสียอีก ผู้เขียนใช้การเล่นเกมเป็นสัญลักษณ์ของอาชีพหมอม้า อาชีพที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ยิ่งเลเวลเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ อุปสรรคก็ดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ใน เกมอาชา ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณหมอสุมิตรา หรือหมอแซม นางเอกของเรื่องนั่นเอง

‘สุมิตรา’ หญิงสาววัยสามสิบเอ็ดปี ชื่อของเธอแปลว่าเพื่อนที่แสนดี และเธอคือเพื่อนที่แสนดีของบรรดาม้าทุกคอก ทุกอาชีพต่างมีความเหนื่อยและต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจไม่แพ้กัน ซึ่ง ‘ภัสรสา’ ก็ได้เลือกหยิบอาชีพหมอม้ามาถ่ายทอด อาชีพที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนัก เพียงแค่บทแรก ผู้อ่านก็จะได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ทำงานเพื่อเงินเท่านั้น แต่งานของเธอคือการรักษาชีวิตของม้า ทว่าความยากหรือความหนักหน่วงกลับไม่ได้อยู่ที่ม้า แต่กับอยู่ที่คนต่างหาก!

ปัญหาผู้คนหัวโบราณ ที่มีชุดความคิดว่า เคยทำแบบนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เผลอๆ ทำมาก่อนหมอจะเกิดเสียอีก

ปัญหาจากคนที่ศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน ศรัทธาจนมองว่าการที่ม้าหายดีเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ของสิ่งที่ไม่เห็น มากกว่าความเก่งและความทุ่มเทของคนเป็นหมอที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งผู้เขียนก็ได้ตบประเด็นนี้อย่างเจ็บแสบในช่วงท้ายเรื่อง

ปัญหาที่บั่นทอนจิตใจคนทำงานอย่างหมอแซม จึงไม่แปลกที่เธอจะตัดสินใจหยุดตัวเองไว้ในเกมชั่วคราว หยุดเพื่อที่จะพัก และหันกลับมาหาความสุขให้กับตัวเองบ้าง เราชอบการบรรยายของผู้เขียน เวลาบรรยายถึงอารมณ์ของหมอแซม โดยเฉพาะเวลาระบายปัญหาเรื่องคน ปัญหาเรื่องงานที่ทำ คือปัญหามันบั่นทอนจิตใจ แต่ผู้เขียนเลือกที่จะเล่าให้ได้อารมณ์เหมือนผู้หญิงมาระบายความเครียดตัวเอง เป็นความเศร้าที่คละเคล้าความเกรี้ยวกราดผสมความจิกกัดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้เราอดที่จะอมยิ้มและเอ็นดูหมอแซมไม่ได้ (ถ้าบอกว่าแอบขำ เราต้องโดนหมอแซมมองแรง แล้วลากเสียงด้วยคำว่า ‘เกลียดดดดด’ แน่ๆ)

“สุมิตราพลิกตัวคว่ำหน้ากับหมอน กรีดร้องโดยใช้หมอนอุดปากเอาไว้พลางตีขาขึ้นลง ลุกขึ้นมาทุบหมอนอั้กๆ เมื่อโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อยากจะทำตัว ‘คูล’ อีกต่อไปแล้ว

บ้าเอ๊ย! เธอกับทีมเหนื่อยแทบตายรักษา ถึงเวลาม้าหายดันไปขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ท่านทั้งหลายมาแย่งเครดิตเธอไปหน้าตาเฉย แถมยังจ่ายเงินเธอช้ากว่าของแก้บนด้วย

ชีวิตเส็งเคร็ง!” (หน้า 18)

และเมื่อมีหมอแซมเป็นคนเล่นเกม บั๊กหรืออุปสรรคในเกมจึงหมายถึงผู้คนเหล่านั้นนั่นเอง ซึ่งบั๊กที่รุนแรงและก่อปัญหามากที่สุดในเรื่องนี้นี่ถึงขั้นแก้แค้นโดยไม่สนว่าม้าจะต้องมารับเคราะห์ด้วยเลย!

“…เป็นบั๊กในเกม อยู่ตรงไหนก็มีแต่ความผิดพลาด อยู่ตรงไหนก็วอดวาย ถ้าไม่มีแซม… ม้าอีกหลายตัวคงแย่” (หน้า 540)

มีคนเล่นก็แล้ว มีการอัพเลเวลก็แล้ว มีบั๊กก็แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ในเกมจะขาดไม่ได้ นั่นคือตัวช่วยหรือของวิเศษนั่นเอง! ซึ่งสำหรับของวิเศษใน เกมอาชา จะเรียกว่า ‘ของวิเศษ’ ก็คงไม่ถูกนัก ควรเรียกว่า ‘คนพิเศษ’ ของหมอแซม จึงจะเหมาะสมมากกว่า

ถ้าเพียงแต่คนพิเศษผู้นี้จะไม่ขัดแย้งกับหมอแซมตลอดเวลา ชนิดที่ว่าไม่เคยคุยกันแล้วจะไม่ทะเลาะกัน

ถ้าเพียงแต่คนพิเศษผู้นี้จะไม่ดึงหมอแซมกลับเข้าสู่ เกมอาชา อย่างรวดเร็ว ทั้งที่เธอเพิ่งออกไปพักเพียงแค่ไม่กี่ก้าว!

‘หิรัณย์’ หรือคุณหนูหิน คือคนพิเศษที่ว่า ชายหนุ่มผู้อายุน้อยกว่าหมอแซมสองปี ชายหนุ่มผู้เป็นลูกชายของผู้ใหญ่ที่หมอแซมรักและเคารพ เข้าทำนอง ‘รักพ่อแต่หมั่นไส้ลูก’! ความคิดที่อยากจะจัดการแข่งขันเอ็นดูแรนซ์ในเมืองไทยขึ้นมา จึงนำพาให้หมอแซมหยุดพักแล้วกลับมาช่วยอย่างเต็มที่อีกครั้ง

เกมอาชา

การดำเนินเรื่องก้าวไปข้างหน้า มีการแข่งม้า มีเรื่องอาถรรพณ์ลึกลับ มีผีม้า มีผีเจ้าที่เจ้าทาง มีอดีตชาติ มีเรื่องพ่อ มีเรื่องคนเลวในคอกม้า ทุกเรื่องราวขับเคลื่อนไปพร้อมกับความสัมพันธ์ของหมอแซมกับคุณหนูหินที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาไปพร้อมกับตอบคำถามหมอแซม ทำให้หญิงสาวกระจ่างขึ้นว่าทำไมเธอจึงอุทิศชีวิตให้ม้าจนไม่เคยมีผู้ชายคนใดเข้ามาในชีวิต ทำไมถึงจึงรักม้าจนไม่เคยมอบความรักนี้ให้ใครที่ไหน หรือแท้จริง เธอได้มอบให้ใครคนหนึ่งไปนานแล้ว เนิ่นนานจนตัวเธอเองก็จำไม่ได้

เราชอบความสัมพันธ์ของพระนางคู่นี้ ชอบความปากพูดว่า ‘เกลียดดด’ แต่คนอ่านกับคนรอบข้างต่างก็ดูออกว่าทั้งคู่น่ะเริ่มมีใจให้กันแล้ว ชอบความชัดเจนและความมั่นใจในรักของคุณหนูหิน และชอบที่สุดคือการพัฒนาตัวเองของผู้ชายคนนี้ หิรัณย์เป็นผู้ชายธรรมดาที่มีข้อเสีย เพียงแต่ข้อเสียของเขามันดู ‘เยอะ’ อย่างที่หมอแซมบ่นอยู่บ่อยๆ นั่นคือการเสพติดความสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เขาควบคุมบงการ เป็นไปตามที่เขาเห็นว่าเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต การกินอยู่ การเลือกรับประทานอาหาร ถามว่าเยอะขนาดไหน เราบอกได้แค่… เยอะชนิดที่ว่าในชีวิตนี้ไม่เคยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป! และที่หนักที่สุดคือเรื่องพ่อของเขา (แต่ข้อดีหลักๆ ที่ทำให้หมอแซมและสาวๆ หลายคนหลงรักผู้ชายเยอะๆ คนนี้ได้ไม่ยาก นั่นคือการที่คุณหนูหินทำอาหารเก่งอย่าบอกใครเลยล่ะ!)

ด้วยความที่หิรัณย์โตมากับพ่อเพียงสองคน ‘ลุงเฮง’ ทั้งรัก ทั้งหลง ทั้งสปอยล์ ทั้งทำทุกอย่างเพื่อลูกคนนี้ หิรัณย์จึงหวงพ่อของเขาเป็นที่สุด และไม่ต้องการให้ผู้หญิงคนไหนมาแย่งความรักของพ่อไปจากเขาทั้งสิ้น ฝ่ายลุงเฮงก็รักลูกชายคนนี้มาก รักจนการทำให้คุณหนูหินผิดหวังหรือเสียใจจะเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่พ่อคนนี้จะทำ เราจึงอยากชวนคุณมาหาคำตอบว่าผู้หญิงอย่าง ‘บุษบัณ’ ผู้หญิงที่ทำให้ลุงเฮงยอมสานสัมพันธ์ ผู้หญิงที่ทำให้คุณหนูหินยินยอมให้พ่อมีความสุขอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงแบบไหนกัน?

ท่ามกลางข้อเสียมากมาย ท่ามกลางความสมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้ของคุณหนูหิน แต่นอกจากการทำอาหารอร่อย เราเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้หมอแซมและคนอ่านหลงรักผู้ชายคนนี้ นั่นคือการรู้ข้อเสียตัวเองและการเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง จากการต่อว่าหมอแซมด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ความหวงพ่ออย่างเวอร์วัง จึงเปลี่ยนเป็นการค่อยๆ ปรับปรุงตัวเอง และการพัฒนาตัวเองที่ว่านั้นก็ไม่ได้ไร้ค่าหรือสูญเปล่าเลย เมื่อมันอยู่ในสายตาของผู้หญิงที่เขารักและให้ความสำคัญ

“ ‘เยอะ’ พอสุมิตราว่าไป ได้สบตาเขาแล้ว จากที่จะว่าใจดำไปอีกคำ ก็กลับเปลี่ยนใจ… เธอต้องคิดไว้สิว่านี่เป็นเรื่องยากสำหรับเขา เขากำลังพยายามปรับตัวเอง เธอก็ควรพยายามเข้าใจด้วย ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นเอื้อมมือไปตบบ่าเขา ‘แต่ก็รู้ว่ากำลังพยายาม สู้ๆ นะ’ ” (หน้า 361)

เกมอาชา มีเรื่องลึกลับให้คนอ่านได้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ มีผีแต่ไม่ได้น่ากลัวมากจนขวัญผวาหรืออ่านตอนกลางคืนไม่ได้ ที่แปลกใหม่คือคาราวานผีเรื่องนี้ขนมาทั้งผีคนและผีม้า มีการย้อนอดีตไปยังสมัยกรุงศรีอยุธยา มีความเชื่อเรื่องการอธิษฐานจิตและการกลับชาติมาเกิด ว่าด้วยโศกนาฏกรรมความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ความผิดพลาดที่ทั้ง ‘โผน’กับ ‘ลูกจัน’ ไม่ได้ก่อ แต่กลับทำให้รักของทั้งคู่มิอาจเป็นไปดังใจหวัง และทำให้หัวใจสองดวงต้องปวดร้าว อุปสรรคในความรักของทั้งคู่เกิดจากคนคนหนึ่ง ที่เพราะความหลงผิดทำให้ตัวละครตัวนี้ทวีความร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ ร้ายจนยากเกินจะให้อภัย แต่ด้วยความดีของโผนกับลูกจัน จึงไม่แปลกที่ผู้ชายคนหนึ่งและผู้หญิงอีกคนหนึ่งจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับทั้งคู่เหลือคณา เป็นความรู้สึกผิดที่รอการปลดปล่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

ความสนุกของพาร์ตอดีตคือการได้คาดเดาว่าใครกลับชาติมาเป็นใครในภพปัจจุบัน ปมอดีตค่อยๆ ถูกผูกรัดขึ้นผ่านการบอกเล่าของชายผู้เป็น ‘เจ้าที่เจ้าทาง’ คนอ่านอย่างเราก็กระหายใคร่รู้ไปพร้อมกับหมอแซมและคุณหนูหินด้วย เพราะการคลายปมอดีตชาติ มิใช่แค่เพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณเหล่านั้น หากแต่ยังเพื่อให้เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูหินจึงไม่เคยสนใจหญิงอื่นมากกว่าผู้หญิงคนนี้ และเหตุใดชีวิตนี้หมอแซมจึงมีแต่ม้าจนไม่เคยมีใคร

หมอแซมกับคุณหนูหินจึงเป็นคู่รักที่เข้ามาเติมเต็มในชีวิตกันและกัน เพราะหมอแซมคือหญิงสาวที่โตกว่า เป็นผู้ใหญ่ มีสติ และรู้จักคิด ส่วนคุณหนูหินก็คือเด็กน้อยที่พยายามบอกหมอแซมว่าตัวเองน่ะโตแล้ว! เด็กน้อยที่มีความจริงใจ และที่สำคัญเขาแคร์คนที่เขารักมากที่สุด ซึ่งแต่ก่อนคนคนนั้นก็มีแค่พ่อ แต่มาถึงวันนี้ เขารู้แล้วว่ายังมีผู้หญิงอีกคนที่ในชีวิตนี้เขารักและให้ความสำคัญไม่แพ้พ่อ

ประทับใจที่สุดคือซีนที่คุณหนูหินขอหมอแซมเต้นรำในยามราตรี เป็นความโรแมนติกที่ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวอะไรมากมาย แต่อบอุ่นและหวานละมุนไปถึงหัวใจ ยิ่งอ่านไปพร้อมกับฟังเพลง งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง ตามไปด้วย เราเชื่อว่าจะยิ่งอิน!

ในคืนแสงจันทร์ส่อง

ระยิบตาดวงดาราดั่งดวงตานางฟ้าจ้องมอง

เป็นพยานในยามราตรีบรรเลงขับขานเพลงรักเพื่อเรา

ฉันขอมือเธอ… เต้นรำกับฉันคืนนี้

สำหรับหมอแซม ในเมื่อเกมที่เธอเลือกจะเดินต่อ อาชีพหมอม้าที่เธอเลือกจะไม่หยุด คุณหนูหินจึงเข้ามาเป็นกำลังใจที่อยู่เคียงข้างเธอ เป็นกำลังใจที่รู้ใจเธออย่างแท้จริง รู้ว่าต่อให้อยากให้เธอหยุด อย่างไรเธอก็ไม่หยุด สิ่งเดียวที่คุณหนูหินทำได้ ก็คือการคอยอยู่ข้างๆ คอยสนับสนุนเธอให้ก้าวต่อไป คอยประคองเธอยามอ่อนล้า เกมอาชา ของหมอแซม จึงเป็นเกมที่ต้องอุทิศและต้องเอาชนะด้วยแรงกาย คือสติปัญญากับประสบการณ์ ต้องอุทิศและต้องเอาชนะด้วยแรงใจ คือความรัก ความหลงใหล ความภูมิใจในสิ่งที่ทำ และสิ่งสำคัญที่สุด คุณหนูหิน คือของวิเศษใน เกมอาชา คือคนพิเศษในชีวิตหมอแซม.

 

เ ก ม อ า ช า

เขียนโดย : ภัสรสา

สำนักพิมพ์ : ภัสรสา

จำนวนหน้า : 599 หน้า

ราคาเล่มละ : 465 บาท

 

Don`t copy text!