“ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว”…ความสุขของคุณคืออะไร

“ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว”…ความสุขของคุณคืออะไร

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)… เอา (มาเล่า) เรื่องราวของ นิยายน่าอ่าน จากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

……………………………………………

“…ความสุขนั้น ~ ไม่เดินมาหาเราหรอก ~

เพราะฉะนั้น ~ เราต้องเดินไปหาเอง ~…”

“…เหมียว ~ เหมียว ~…”

 

ท่ามกลางความวุ่นวายในยุคปัจจุบัน ทั้งวุ่นวายจากการทำงาน วุ่นวายจากการเรียน หรือแม้กระทั่งวุ่นวายกับการไถหน้าจอสมาร์ตโฟน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความวุ่นวายเหล่านี้ได้ดึงดูดเวลาผู้คนไปมาก (แม้กระทั่งตัวเราเอง) จนทำให้เราอาจไม่มีเวลามากพอที่จะหยิบหนังสือนิยายเล่มหนาปึกขึ้นมาอ่าน ต่อให้มันจะน่าสนุกแค่ไหนก็ตามที และในขณะเดียวกันความวุ่นวายเหล่านั้นอาจทำให้คุณหลงลืมไปก็เป็นได้ว่าแท้ที่จริงแล้ว “ความสุขของคุณคืออะไร?”

การได้อ่านนิยายเล่มบางๆ สักเล่ม เพียงแค่ 242 หน้า ใช้เวลากับมันไม่กี่ชั่วโมง แต่เจ้านิยายเล่มบางเล่มนั้นกลับให้ความสุขและความอิ่มเอมใจกับเราหลังอ่านจนจบ บางทีนอกจากจะมีความสุขกับการอ่านนิยายเล่มนี้แล้ว คุณอาจจะค้นหาคำตอบของตัวเองไปพร้อมกับตัวละครว่า ‘ความสุขของคุณคืออะไร?’ ก็เป็นได้ และนิยายที่เราพูดถึงก็คือวรรณกรรมแปลของประเทศญี่ปุ่นอย่าง ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว นั่นเอง

เมื่อปลายปีที่แล้ว (ปี 2560) วรรณกรรมจากปลายปากกาของ ‘ซูมิโนะ โยรุ’ ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ และได้มาฉายในประเทศไทย เรื่องราวอันเรียบง่ายแต่อิ่มเอมใจและส่งพลังมาถึงผู้อ่านอย่าง ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น มีหลายเสียงต่างพากันพูดถึงด้วยความชื่นชม จนกระทั่งมาถึง ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว ที่เราหยิบมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เราเชื่อว่าหาก ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ก็คงได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กับเรื่องแรก

ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว เป็นเรื่องราวของ ‘นาโนกะ’ เด็กหญิงวัยประถมที่ไม่มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนเลยสักคน ปัญหาความไม่ลงรอยทำให้เธอไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับคนพวกนั้น (และเจ้าเด็กพวกนั้นก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับนาโนกะเช่นกัน) แต่ในโลกนอกห้องเรียน นาโนกะกลับมีเพื่อนสนิทที่เธอสะดวกใจที่จะคบหาและพูดคุยด้วยถึง สามคน สามวัย ตั้งแต่ ‘คุณมินามิ’ เด็กนักเรียนมัธยมปลายผู้มีรอยแผลที่ข้อมือ ‘คุณดอก’ พี่สาวคนสวยที่ทำงานขายฤดูกาล (ค้าบริการทางเพศ) และ ‘คุณยาย’ ผู้เป็นเอกอุด้านการทำขนม และนอกจากสามคนนี้ นาโนกะก็ยังสนิทสนมกับยัยแมวเหมียวตัวแสบหางสั้นกุดอีกด้วย

ชีวิตของนาโนกะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่ออาจารย์ได้มอบการบ้านให้เธอทำรายงานเรื่อง ‘ความสุขคืออะไร’ และคู่ของเธอคือเด็กผู้ชายที่เงียบขรึม พูดน้อย และดูมีอะไรในใจอย่าง ‘คิริวคุง’ เรื่องวุ่นวายขึ้นเมื่อพาร์ตเนอร์ของนาโนกะดันไม่ยอมมาโรงเรียน นาโนกะจึงต้องหาคำตอบให้ได้ว่าทำไมคิริวคุงถึงไม่มาโรงเรียน เป็นการหาคำตอบพร้อมกับช่วยเหลือเด็กชายผู้นั้นพร้อมทั้งต้องหาคำตอบให้กับตัวเอง ว่าแท้จริงแล้วความสุขของเธอคืออะไรกันแน่? ซึ่งแน่นอนว่าภารกิจนี้นาโนกะไม่ได้ลุยเดี่ยว แต่เธอยังมีกำลังใจและคำปรึกษาที่ดีจากเพื่อนต่างวัยทั้งสาม!

ท่วงทำนองการเล่าเรื่องของ ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว เต็มไปด้วยความราบเรียบ เรื่องราวถูกเล่าผ่านสายตาและมุมมองของนาโนกะ กับชีวิตในแต่ละวันของเด็กคนนี้ ความราบเรียบของมันทำให้คนอ่านไม่สามารถเดาได้ว่าเนื้อเรื่องจะไปในทิศทางใด ไม่สามารถเดาได้ว่าจุดพีคของเรื่องจะเป็นอย่างไร หรือเมื่อไหร่จะถึงจุดพีก แต่ในความธรรมดานั้นกลับเต็มไปด้วยความน่าติดตาม รู้ตัวอีกทีเราก็อ่านนิยายธรรมดาๆ เรื่องนี้จบไปแล้ว ทั้งยังจบลงด้วยน้ำตา จบลงด้วยความอิ่มเอมใจ สารที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อได้สะท้อนมาถึงใจเรา ทำให้เราได้คิด ได้ตกตะกอนออกมาพร้อมกับนาโนกะในช่วงท้ายเรื่อง

อาจดูเป็นวรรณกรรมสไตล์ Young Adult ที่เหมาะกับเด็กหรือเยาวชนผู้กำลังมีความฝัน หรือผู้กำลังจะผลิบาน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว จะพาคุณออกเดินตางตามหาความหมายของคำว่า ‘ความสุข’ ไปพร้อมกับนาโนกะ แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ก้าวสู่วันวัยแห่งการทำงาน สำหรับวัยกลางคนหรือวัยเกษียณที่เดินทางสู่ช่วงครึ่งหลังของชีวิต เรื่องราวของนาโนกะ และสามสหายของเธอจะนำพาให้คุณได้ตอบคำถามกับตัวเองว่าทุกวันนี้ ‘คุณยังมีความสุขอยู่หรือเปล่า?’

ตั้งแต่ต้นจนจบ ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว อุดมไปด้วยมวลสารแห่งความสุข บทเพลงที่เกี่ยวกับความสุขอันเป็นบทเพลงประจำตัวของนาโนกะจะดังขึ้นเป็นระยะๆ บทเพลงที่ว่า “ความสุขนั้น ~ ไม่เดินมาหาเราหรอก ~ เพราะฉะนั้น ~ เราต้องเดินไปหาเอง~”  ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเจ้าเหมียวคู่ใจของเธอ“~ เหมียว ~ เหมียว” ดังขึ้นคล้ายกำลังจะบอกกับเราว่านาโนกะกำลังออกเดินทางตามหาความหมายที่แท้จริงของคำว่าความสุขอยู่

ซื้อหนังสือที่ www.naiin.com ไม่ว่าเล่มใดก็ตาม

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

และเมื่อพูดถึงความสุข ความสุขจะเกิดขึ้นในห้วงแห่งความรู้สึกของเราไม่ได้เลย หากเราไร้ซึ่งชีวิต ผู้เขียนกำลังบอกกับเราว่าความสุขอยู่รอบตัวเรา ในชีวิตนี้ ทุกทุกสรรพที่อยู่ข้างกาย อยู่ในชีวิตของเราสามารถตีความหรือคิดในแง่งาม มองมันให้เป็นความสุขได้ทั้งสิ้น ดังเช่นนาโนกะ ที่มองเห็นทุกอย่างรอบตัวเพื่อนของเธอ เป็นชีวิต เป็นความสุขไปเสียหมด

“ชีวิตคนเราก็เหมือนพุดดิ้งสินะ… ทั้งๆ ที่มีแค่ส่วนหวานเท่านั้นที่อร่อย แต่ก็มีคนที่ซาบซึ้งกับส่วนที่ขมอยู่ด้วย” (หน้า 11)

“ความสุขเนี่ย อาจจะเป็นการที่ได้โปะไอศกรีมที่ชอบลงบนคุกกี้ก็ได้นะ” (หน้า 25)

“ความสุขของคุณคืออะไร” ตลอดระยะเวลาที่นาโนกะกำลังตามหาคำตอบของคำถามนี้ ในขณะเดียวกันเธอก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเริ่มอ่านเรื่องนี้ คุณอาจจะลองตั้งคำถามกับตัวเอง ลองคิดดูก็ได้ว่าความสุขของคุณคืออะไร อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณยิ้มได้ อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขมากพอที่จะตื่นนอนขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น อะไรที่ทำให้คุณรู้สึกว่าโลกใบนี้ยังน่าอยู่และงดงาม แต่ถ้าหากยังตอบไม่ได้ละก็ ลองหาคำตอบไปพร้อมกับนาโนกะก็ไม่เสียหายอะไร

‘นาโนกะ’ คนแรกกับนาโนกะในตอนจบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เปลี่ยนไปเพราะเธอเติบโต ทั้งยังเป็นการเติบโตด้วยความเข้าใจ เข้าใจตัวเธอเอง เข้าใจคนรอบข้างเธอ ชีวิตของเด็กประถมคนนี้ชวนให้เราสะท้อนมาที่ตัวเอง มองมาถึงชีวิตและตัวตนของเรา นาโนกะมีบางอย่างที่คล้ายกับเรา ทำให้เราอินกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ แต่ก็เรายังเชื่อนะว่าหากใครได้อ่านเรื่องนี้ แม้จะไม่เจอเรื่องราวเช่นเดียวกับที่นาโนกะเจอ แม้จะไม่มีนิสัยหรืออะไรบางอย่างคล้ายคลึงกับนาโนกะ แต่หากคุณเคยเป็นเด็ก เคยอ่อนวัย เคยไม่รู้เดียงสา คุณจะอ่านนิยายเรื่องนี้ด้วยความรักและความเข้าใจ และในที่สุดก็ไม่ยากเลยที่สารจาก ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว จะงดงาม ทรงพลัง และจับใจคุณ ดังเช่นที่เราสัมผัสและรู้สึกกับมันมาแล้ว

นาโนกะคือเด็กหญิงที่เรียนเก่ง เฉลียวฉลาด และมั่นใจในตัวเอง สังคมในห้องเรียนของเธอก็เหมือนกับห้องเรียนของเด็กประถมทั่วโลก ที่มีการทะเลาะกัน มีการไม่ลงรอย มีการกลั่นแกล้งกัน และบ่อยครั้งที่คนคนหนึ่งจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งห้อง ไม่ใช่ว่าคนคนนั้นนิสัยไม่ดีจนทุกคนเกลียด ในความเป็นเด็กเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่ชอบ เพื่อให้ตัวเองไม่เป็นที่แตกต่างหรือเป็นแกะดำ เด็กพวกนั้นก็พร้อมจะทำตามส่วนใหญ่ พร้อมที่จะไม่ชอบหน้านาโนกะ แม้ว่าจะไม่ได้เกิดจากความรู้สึกส่วนลึกในใจตนเองก็ตาม บางทีปัญหานี้ ช่วงเวลาแบบนี้อาจไม่เกิดขึ้นแค่กับสังคมของเด็กประถม แม้กระทั่งโตขึ้นจนถึงวัยทำงาน การรุมไม่ชอบคนคนเดียวก็ยังพบเห็นได้อยู่

เพียงแต่นาโนกะไม่ใช่คนอ่อนแอ ไม่ชอบคนยอมใคร และก็ไม่ใช่คนที่ง้อใคร โดยเฉพาะกับคนที่เธอมองเห็นว่าด้อยกว่า ความมั่นใจในตัวเองของเธอหล่อหลอมก็นาโนกะเกิดความรู้สึกว่าเธอไม่จำเป็นต้องมีคนพวกนี้เป็นเพื่อนก็ได้ แม้กระทั่งกับครอบครัว พ่อแม่ของนาโนกะ ก็มีเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เห็นว่าเด็กหญิงนาโนกะใช้อารมณ์ตนเองตัดสิน ความผิดหวังทำให้เธอระบายอารมณ์ใส่แม่ของเธอ จนเธอได้รู้จักกับ ‘คิริวคุง’ เพื่อนร่วมห้องที่ไม่ได้มีท่าทีไม่ชอบเธอเหมือนคนอื่น แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันมากกว่าคนเรียนในชั้นเรียนเดียวกัน และคิริวคุงก็คือพาร์ตเนอร์ที่ต้องทำรายงานร่วมกับเธอ

การตามหาความหมายของความสุขมาพร้อมกับการหาทางช่วยเหลือคิริวคุง คิริวคุงผู้ไม่มาโรงเรียน เด็กชายคนนี้มีปัญหาอะไร นาโนกะยังใช้ความรู้สึกส่วนตัว ใช้ความมั่นใจในตนเองของเธอเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือคิริวคุง แต่วิธีเช่นนี้จะช่วยเหลือคิริวคุงได้จริงหรือ การกระทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการพบเห็น การพูดในสิ่งที่เขาไม่ต้องการได้ยินน่ะนะ! ‘คุณมินามิ’ ‘คุณดอก’ และ ‘คุณยาย’ เพื่อนสนิทต่างวัยของนาโนกะจึงมาเพื่อให้คำปรึกษาเธอในช่วงเวลาที่ต่างกัน

เรื่องราวของตัวละครรองทั้งสามก็น่าสนใจไม่แพ้กับนาโนกะ ปัญหากับผู้หญิงสามคนนี้ทำให้นาโนกะได้หันมามองตัวเอง ทำให้เธอค่อยๆ เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ความสุข’ มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นความกระจ่างแจ้งพร้อมกับการได้รู้ว่าความสุขนั้นเกิดจากตัวเราเอง เกิดจากการลองมองสิ่งรอบตัว และมากกว่านั้น ความสุขที่แท้จริงจะต้องไม่ใช่การเอาความรู้สึกของตัวเองไปคิดหรือตัดสินแทนคนรอบข้าง บางครั้งความสุขก็เกิดจากการเข้าใจผู้คนที่อยู่รอบตัวเราได้เช่นกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่า ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว จะมุ่งตามหาความหมายของคำว่าความสุข เพราะกับนำพาผู้อ่านลองมองตัวเองว่าความสุขของคุณคืออะไร แต่แก่นเรื่องก็ไม่ได้ปฏิเสธความทุกข์ ตรงกันข้ามกัน นาโนกะและทุกตัวละครในเรื่องกำลังสื่อสารกับเราเพื่อบอกให้เราโอบกอดทุกความทุกข์ที่เข้ามาในชีวิต โอบกอดไว้ด้วยความสง่างาม เข้มแข็ง ทรงพลัง ก่อนที่จะปล่อยผ่าน ปล่อยผ่านเพื่อก้าวต่อไปให้ได้ คงเหมือนกับอาหารมื้อกลางวันของเด็กประถมที่แม้จะมีเมนูที่ไม่ถูกปาก แต่เด็กเหล่านั้นก็ต้องฝืนกินและใช้ชีวิตต่อไปเพื่อมีความสุขกับการกินอาหารที่ถูกปากเรา

ฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว เคยไหม คุณเคยฝันถึงเรื่องเดิมๆ เหตุการณ์เดิมๆ หรือเปล่า อะไรหนอดลให้เราฝันเรื่องแบบนั้นอีกแล้วไม่รู้กี่รอบ แต่สำหรับวรรณกรรมเยาวชนที่อ่านได้ทุกเพศทุกวัยเรื่องนี้ การได้หวนกลับมาอ่านอีกครั้งก็เหมือนกับการฝันกับเรื่องราวเดิมๆ และความฝันนั้นเกิดขึ้นเพื่อสื่อสาร เกิดขึ้นเพื่อตั้งคำถามกับเรา คราวนี้ไม่ได้ถามหาความหมายของความสุขแล้ว หากแต่ในช่วงหนึ่งของชีวิตเราต่อจากนี้อาจตอบคำถามนี้ได้ยากกว่าคำถามข้อแรกเสียอีก กับคำถามที่ว่า “ในทุกวันนี้เรายังใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขหรือเปล่า?” .  

 

ฝั น ถึ ง เ รื่ อ ง นั้ น อี ก แ ล้ ว

เขียนโดย : ซูมิโนะ โยรุ

ผู้แปล : ธวัลยา

สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์

จำนวนหน้า : 242 หน้า

ราคาเล่มละ : 195 บาท

***

สั่งซื้อ Remember Wrinks

เซรั่มบำรุงผิวที่เป็นมาสก์ได้ในหนึ่งเดียว

ทุกยอดการสั่งซื้อจะมีส่วนแบ่งกลับมาเพื่อสนับสนุนเว็บไซต์อ่านเอา

ชุมชนแห่งการอ่านของพวกเรา : )

 

Don`t copy text!