ผู้สูงวัยไม่ควรขับรถ…จริงหรือไม่

ผู้สูงวัยไม่ควรขับรถ…จริงหรือไม่

โดย : นพ. พงศกร จินดาวัฒนะ

หนุ่มราศีสิงห์ นายแพทย์นักเขียน ผู้มีผลงานเขียนนวนิยายคุณภาพมาแล้วกว่า 50 เรื่อง และคอลัมนิสต์ บทความเชิงสุขภาพ

 

“เมื่อเราอายุมากขึ้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดหลงลืมได้

แต่หากอาการหลงลืมของเราเป็นมาก

อาจส่งผลให้ขับรถหลงทาง หรือตัดสินใจผิดพลาดได้”

 

โลกปัจจุบันนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ได้รับการออกแบบให้ขับได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น รถยนต์กลายเป็นปัจจัยสำคัญกับการดำรงชีวิตไปเสียแล้ว หลายคนอาจเคยสงสัยว่าคนเราจะขับรถไปได้ถึงอายุเท่าไร ผู้สูงวัยไม่ควรขับรถด้วยตัวเองแล้วจริงหรือไม่

ความเชื่อนี้ ไม่ถูกต้องเสมอไป

การขับรถยนต์ใช้ทักษะหลายด้านประกอบกัน นับตั้งแต่ทักษะของการมอง การทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ และการประมวลผลในสมอง

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ระบบต่างๆ ของร่างกายก็เริ่มเสื่อมถอยไปตามวัย และนั่นอาจส่งผลต่อทักษะการขับรถยนต์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนสูงวัยจะขับรถไม่ได้

ในต่างประเทศเราเคยพบผู้สูงวัยอายุ 80 ปีขับรถได้อย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่บางคนอายุแค่ 60 ปีเท่านั้นก็ไม่สามารถขับรถได้แล้ว ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละคนเป็นสำคัญ

แล้วอย่างนั้น หากท่านเป็นผู้สูงวัย ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่ายังมีความสามารถขับรถได้หรือไม่ อ่านเอามีเคล็ดลับมาแนะนำดังนี้ครับ

  1. ตรวจสายตาของท่านเป็นประจำทุกปี เพราะการมองเห็นถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เมื่อเราจะขับรถ หากท่านมีสายตาสั้นหรือยาวก็ควรสวมแว่น หากท่านมีปัญหาเรื่องต้อกระจก ต้อหิน ก็ควรพบจักษุแพทย์เพื่อรักษาให้หาย
  2. ตรวจการได้ยินเป็นประจำทุกปี เพราะการได้ยินก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญมาก เวลาขับรถบนท้องถนน ท่านจะได้ยินเสียงแตร เสียงสัญญาณต่างๆ ที่จำเป็น หากการได้ยินมีปัญหา จะทำให้การขับรถมีปัญหาตามมาได้
  3. ตรวจความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและร่างกายทุกปี เพราะการขับรถนั้นกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายจะต้องทำงานสัมพันธ์กัน หากมีกล้ามเนื้อส่วนใดมีอาการบาดเจ็บ หรือมีปฏิกิริยาที่ช้าเกินไป ก็อาจจะส่งผลให้การขับรถมีปัญหาได้
  4. ทดสอบความจำโดยแพทย์เป็นประจำทุกปี เมื่อเราอายุมากขึ้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดหลงลืมได้ แต่หากมีอาการหลงลืมมากอาจส่งผลให้ขับรถหลงทาง หรือมีการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้

หากท่านตรวจทุกอย่างและพบว่ายังมีสมรรถนะที่ดีเยี่ยม นั่นหมายความว่าท่านยังสามารถขับรถได้

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าในการขับรถ ยังมีข้อควรระวังอีกหลายประการ ได้แก่ ไม่พูดหรือใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ เพราะจะทำให้เสียสมาธิ, หากท่านรับประทานยาอะไรอยู่เป็นประจำ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ายานั้นจะไม่ทำให้ง่วงหรือมีผลทำให้การตัดสินใจช้าลง, หากมีข้อคำถามอื่นๆ และไม่แน่ใจว่าจะส่งผลต่อการขับรถของคุณหรือไม่ ลองปรึกษากับแพทย์จะเป็นการดีที่สุด

และที่สำคัญอีกหนึ่งประการคือความเร็วในการขับขี่ อย่าใช้ความเร็วเกินจากกฎหมายกำหนด หากมีข้อสงสัยประการใด ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวของท่านก่อน จะเป็นการดีที่สุดครับ

 

FYI :

  • ทุกวันนี้ประเทศญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ประชากรอายุเกิน 65 ปี มีมากถึง 1 ใน 4 และจำนวนนี้ประมาณ 5 ล้านคนยังมีใบขับขี่อยู่ จากสถิติที่พบว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น ตำรวจในญี่ปุ่นเริ่มนโยบายเชิญชวนให้ผู้ขับขี่ที่มีอายุ 75  ปีขึ้นไป คืนใบขับขี่ให้รัฐ แลกกับแรงจูงใจเล็กๆ เป็นส่วนลดราคาราเมนจากร้าน Sugakiya ซึ่งมีสาขาถึง 170 กว่าแห่ง โดยเริ่มที่จังหวัดไอจิเป็นแห่งแรก ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็ใช้วิธีสร้างแรงจูงใจแบบนี้ เช่น ให้ส่วนลดเมื่อใช้บริการโรงอาบน้ำสาธารณะ ร้านตัดผม ร้านขายยา รวมถึงลดราคาค่าโดยสารแท็กซี่ด้วย
Don`t copy text!