บทบรรณาธิการอ่านเอา กันยายน 2561 โดย วรัญญู อินทรกำแหง

บทบรรณาธิการอ่านเอา กันยายน 2561 โดย วรัญญู อินทรกำแหง

จำได้ว่าเมื่อผมเริ่มต้นทำงานนิตยสารนั้นคือช่วงเวลาที่วงการนิตยสารกำลังเบ่งบาน ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่นิตยสารหัวนอกหลายเล่มเริ่มทยอยเปิดฉบับภาษาไทยเพื่อแบ่งเค้กเม็ดเงินจากงบโฆษณาสิ่งพิมพ์ ตอนนั้นมีทั้งนิตยสารหัวไทยและหัวต่างประเทศเปิดใหม่กันเป็นว่าเล่นแทบทุกเดือน บางเดือนก็หลายฉบับ ต่อมาจึงเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูของ ‘นิตยสารแจกฟรี’ และ ‘สื่อใหม่’ นั่นคือสื่อออนไลน์เว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งสมัยนั้นหลายต่อหลายคนเคยคิดปรามาสเอาไว้ว่าสื่อออนไลน์เป็นเพียงสื่อชั้น 2-3 ใครจะไปนึกว่าในวันนี้สื่อออนไลน์จะมีอิทธิพลมากถึงขนาดนี้ ส่งผลให้สื่อเดิมที่มีอยู่นอกจากจะต้องคงช่องทางเดิมที่มีอยู่แล้ว ยังต้องเปิดช่องทางออนไลน์ของตนเอง เพื่อเป็นการปรับตัวให้ทันตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของสื่อ

 

ไม่เพียงแต่ธุรกิจสื่อ สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อหลายชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในธุรกิจสื่อ อย่างตัวผมเองจากที่เคยทำนิตยสารเดือน สำหรับจำหน่าย ก็ต้องหันไปทำนิตยสารแจกฟรี จากที่เคยทำงานรายเดือน รายปักษ์  ลูปในการทำงานก็เริ่มจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นสิ่งพิมพ์รายสัปดาห์ ราย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จนในที่สุดด้วยจังหวะที่มาถึงจึงได้เรียนรู้การทำงานคอนเทนต์รายวันกับสำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่ง ซึ่งบางคนที่ยังอยู่ในวงการสิ่งพิมพ์ก็อาจจะบอกอย่างเหน็บแนมว่าเป็นพวกคนทำสิ่งพิมพ์ที่ ‘หนีตาย’ แต่ถ้าใครที่ย้ายฝั่งมาอยู่ดิจิตอลก็จะต้องบอกว่าเรา ‘ปรับตัว’ แต่อย่างไรก็ช่างเถอะคนเราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกชีวิตตนเองได้เสมอ และสิทธิ์นั้นก็เป็นของพวกเขาเองที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรจะก้าวก่ายมาตัดสิน

 

การทำสำนักข่าวออนไลน์ซึ่งเป็นการผลิตเนื้อหารายวัน ทำให้เห็นถึงการแข่งขันที่สูง ข่าวประเด็นร้อนที่ต้องจับตามให้ทันกระแส  คอนเทนต์จำนวนมหาศาลที่ต้องผลิตขึ้นมาแข่งกันให้ทันเวลาก่อนใครเพื่อให้ได้ยอดไลค์ยอดแชร์ยอดวิวและคนเข้าเว็บมากที่สุด แม้โชคดีว่าสำนักข่าวที่ผมสังกัดอยู่นั้นจะเป็นสำนักข่าวสร้างสรรค์ที่เน้นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ก็ทำให้เห็นว่ามีผู้ผลิตเนื้อหาอีกจำนวนหนึ่งในบ้านเราที่ไม่ได้คำนึงถึงตรงนั้น หากสนใจจะได้ยอดไลค์ยอดแชร์ยอดคนเข้าชมเพื่อจะได้นำยอดนั้นไปขายโฆษณาหารายได้ต่อ โดยงัดกลยุทธ์นานามาใช้เพื่อการนั้น ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะส่งผลดีต่อสังคม และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือมียอดแชร์จำนวนไม่น้อยแถมยังมีโฆษณาเข้าเสียด้วยสิ — แต่โลกของเราก็เป็นแบบนี้ 🙁

 

โชคดีอีกอย่างที่การได้อยู่ในสำนักข่าวแห่งนั้นทำให้ผมไม่ต้องเป็นคนอีกแบบที่เราไม่อยากจะเป็น แม้จะต้องเหนื่อยสักหน่อยกับการทำงานในยุคปัจจุบันที่เรียกร้องจากคนทำงานในสายงานอย่างเรามากขึ้น แต่เพื่อคงมาตรฐานที่ดีไว้ในฐานะคนทำสื่อ ไม่ว่านั่นจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์หรือออนไลน์ แต่พวกเราที่สำนักข่าวออนไลน์แห่งนั้นก็ยินดี และนั่นจึงทำให้สำนักข่าวออนไลน์แห่งดังกล่าวได้รับการยอมรับในเวลาอันรวดเร็วจากวงกว้าง ประสบการณ์จากการทำสำนักข่าวออนไลน์ The Standard ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สอนอะไรหลายอย่างให้กับผม ซึ่งต้องขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ และเพื่อนร่วมงานทุกๆ คนของผมที่นั่น แต่ด้วยจังหวะของชีวิต ด้วยโอกาสประจวบเหมาะ และด้วยวัยที่มากขึ้น ประกอบกับเหตุผลอีกหลายอย่างของตัวเองทำให้ผมไม่นึกลังเลเลย เมื่ออยู่ๆ พี่หมอโอ๊ต-พงศกร พี่เอียด-ปิยะพร และพี่ปุ้ย- กิ่งฉัตร  มาชักชวนให้โอกาสผมเป็นผู้ร่วมก่อการสร้าง อ่านเอา ขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน

 

รู้ตัวอีกทีผมก็ได้เป็น หนึ่งใน 8 ผู้ก่อการของ อ่านเอา และรู้ตัวอีกทีก็ได้มานั่งเขียนบทบรรณาธิการ อ่านเอา ประจำเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นการย่างเข้าสู่เดือนที่ 6 ของ อ่านเอา แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาซึ่งพวกเราทำงานร่วมกัน ผมได้ทั้งเรียนรู้เกี่ยวกับโลกของนวนิยาย ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับผม ได้รับมิตรภาพและน้ำใจทั้งในหมู่ทีมงาน และนักเขียนของ อ่านเอา ซึ่งหลายคนนั้นเพิ่งเคยทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรก ได้รับความสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ จากมิตรสหายของพวกเรา ตลอดจนกำลังใจจากนักอ่าน ซึ่งหลายชีวิตนั้นผมไม่เคยได้รู้จักมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ทุกคนก็มีน้ำใจ และให้กำลังใจประคับประคองให้ ‘นกฮูก’ ที่กำลังเริ่มหัดบินอย่างเว็บ อ่านเอา ของพวกเราแข็งแรงขึ้นทีละเล็กละน้อย

 

แม้ในวันนี้นกฮูกตัวนี้อาจจะยังไม่เติบโตหรือแข็งแรงสักเท่าไหร่อย่างที่ใจเราหวังไว้ ฮูกยังอยู่ได้ตัวเองไม่ได้ ถ้ายังไม่มีผู้สนับสนุนหรือลงโฆษณา ซึ่งจะทำให้อ่านเอาแห่งนี้เป็นเว็บ ‘ฟรีคอนเทนต์’ อย่างแท้จริงตามความมุ่งหวังของพวกเราทั้ง 8 คน แต่เราก็หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วยความตั้งใจอันดีที่จะผลิตเนื้อหาดีๆ เพื่อคุณผู้อ่าน เพื่อหวังจะสร้างชุมชนแห่งการอ่านที่อบอุ่นและสร้างสรรค์ นั้นจะทำให้เราได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ที่เล็งเห็นถึงสิ่งดีๆ ที่พวกเราตั้งใจจะทำกันและให้การสนับสนุนเว็บคอนเทนต์เล็กๆ แห่งนี้ และหากเป็นไปได้ก็อยากจะขอกำลังใจจากผู้อ่านของ อ่านเอา เพียง กด Like และ Share คอนเทนต์ของเรา (ตลอดจนผู้ผลิตคอนเทนต์อื่นๆ ที่สร้างสรรค์ ให้คนอื่นๆ ได้เห็น)​ และช่วยกันแนะนำบอกต่อถึงคนที่อาจจะสนใจอ่านคอนเทนต์ดีๆ หรือต้องการจะเป็นผู้สนับสนุนของเราในอนาคต ก็จะช่วยทำให้บ้านอ่านเอาของเรา (และผู้ผลิตคอนเทนต์สร้างสรรค์อื่นๆ) แข็งแรงขึ้น และก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงขึ้นครับ

 

ด้วยความซาบซึ้งใจยิ่งครับ

วรัญญู อินทรกำแหง

ปล. สองเดือนที่ผ่านมาทีมงาน อ่านเอา ได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ อบรมเขียนนิยาย ‘อ่านก้าวแรก’, 1 Day ทริป ‘ล่องเรือ ไหว้พระกับนักเขียนคนโปรด’ และ Meeting รับประทานอาหาร ‘อ่านอิ่มกับอ่านเอา’ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก  ‘อุทยานการเรียนรู้ TK park’  ร้านเบเกอรี่ญี่ปุ่น ‘คัสตาร์ดนากามูระ’ ‘เรือด่วนเจ้าพระยา’ และ ‘โรงแรม เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก’ ตามลำดับ รวมถึงผู้อ่านของอ่านเอาที่แม้จะต้องสละสตางค์เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกันก็ตาม ซึ่งสำหรับทีมงานของ อ่านเอา นั้นรู้สึกซาบซึ้งใจมาก เพราะทำให้เราพอจะมีทุนรอนเพื่อมาต่อลมหายใจดำเนินการเว็บต่อไปได้อีกระยะ ทีมงานอ่านเอาต้องขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ครับ 🙂 ทั้งนี้เรากำลังวางแผนจัดกิจกรรมดีๆ ขึ้นอีกในอนาคต และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุน จากทุกท่านเหมือนเช่นเคยครับ 

 

Don`t copy text!