สิ่งแรกคือจินตนาการ

สิ่งแรกคือจินตนาการ

โดย : ปิยะพร ศักดิ์เกษม

คุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นนักเขียนนวนิยายคือการเป็นคนมีจินตนาการ หากใครที่เกิดมาพร้อมกับคุณสมบัตินี้อยู่แล้วก็ถือว่าเป็นทุน แต่หากใครที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความเป็นคนช่างจินตนาการก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถสร้างสรรค์งานได้ เพราะเราสามารถฝึกตัวเองให้กลายเป็นคนช่างจินตนาการได้ไม่ยาก

จินตนาการหมายถึงการสร้างภาพขึ้นในใจ

การสร้างภาพขึ้นในใจนี้เราสามารถฝึกฝนได้โดยต้องเริ่มจากการอ่านก่อนอย่างอื่น เพราะการอ่านคือพี้นฐานที่สำคัญ คือจุดเริ่มต้น คือแบบฝึกหัดแรกของการเป็นนักเขียน ดังนั้น การอ่านจึงสำคัญยิ่ง หากเราสนใจจะเขียนเรื่องแบบไหนก็ฝึกฝนจากการอ่านเรื่องราวแบบนั้นเป็นส่วนมาก เช่น หากอยากเป็นนักเขียนเรื่องสั้นก็ให้หาเรื่องสั้นอ่านให้มาก หากอยากเขียนนวนิยาย ก็ให้อ่านนวนิยายให้มาก แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ทิ้งการอ่านในแนวอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เพราะการอ่านหนังสือทุกประเภทจะแปลงมาเป็น ‘ทุน’ ให้เราได้ใช้งานในการเขียนได้ในที่สุดและโดยที่เราไม่รู้ตัว

วิธีการสร้างจินตนาการจากการอ่านคือบทที่ ๑ ของการฝึกสร้างจินตนาการ และคือจุดเริ่มต้นของการเขียนเรื่องแต่ง วิธีนี้ทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่เราหยิบหนังสือ หยิบเรื่องที่เราชอบและสนใจขึ้นมาอ่าน ค่อยๆ ใช้ใจจดจ่อ ใช้สมาธิทั้งหมดที่มีละลายตัวอักษรที่เรียงรายอยู่ในหน้ากระดาษให้กลายเป็นภาพเรื่องราว ภาพเหตุการณ์ ให้มันเกิดขึ้นมาในใจของเรา เมื่อเราปิดหนังสือลง อ่านเรื่องจบแล้ว ความทรงจำถึงตัวอักษรที่เรียงรายต้องไม่มีเหลืออยู่ เหลืออยู่แต่เพียงภาพเหตุการณ์ของเรื่องที่เราเพิ่งอ่านจบ เห็นมันได้อย่างชัดเจน เรียบเรียงได้เป็นเรื่องเป็นราว ราวกับมันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเรานั่นแหละ คือการที่เราบรรลุขั้นตอนแรกของการสร้างจินตนาการแล้ว

ขั้นตอนต่อไปก็คือการใช้จินตนาการสร้างเรื่อง ขั้นตอนนี้สร้างได้ด้วยการไม่หยุดคิด แม้ว่าการเห็น การดู การอ่านที่เราได้สัมผัสจะจบลงไปแล้ว แต่เราต้องฝึกใจ ฝึกความคิดของเราไม่ให้จบลงแค่ที่การเห็นการดูหรือการอ่านนั้นๆ เราต้องคิดสร้างเรื่องต่อไปให้ยืดยาวและเป็นเรื่องเป็นราว สมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราดูการชกมวยในโทรทัศน์ เราไม่ควรหยุดแค่ที่ใครแพ้ใครชนะ แต่ควรคิดสร้างจินตนาการย้อนกลับไปว่าก่อนที่เขาจะมาชกมวยครั้งนี้ชีวิตเขามีความเป็นมาอย่างไร อะไรที่ผลักดันให้เขามา ทำไมคนคนหนึ่งจึงยอมเดินทางออกจากบ้านเพื่อมา ‘เจ็บตัว’ และเมื่อคิดย้อนหลังไปแล้วก็ต้องคิดสร้างจินตนาการไปข้างหน้า คิดต่อว่าหากเขาชนะจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขา และถ้าเขาแพ้ล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น…หากเราคิดได้ทะลุทั้งย้อนหลังและมุ่งไปข้างหน้า การได้เห็นรายการต่อยมวยในโทรทัศน์ ก็จะทำให้เราสามารถสร้างเรื่องสั้นหรือแม้กระทั่งนวนิยายได้ทั้งเรื่องทีเดียว

นี่คือความสำคัญของจินตนาการในการสร้างงานเขียน อย่าหยุดคิด อย่าหยุดสร้างจินตนาการ เราสามารถฝึกและทำได้กับทุกสิ่งในชีวิต จากรายการบันเทิงในโทรทัศน์ ข่าว หนังสือที่อ่าน และแม้แต่ชีวิตของผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัวเรา

ยกตัวอย่างเมื่อดิฉันเขียนเรื่อง ทรายสีเพลิง ซึ่งถูกใจทั้งนักอ่านและกรรมการจนได้รับพระราชทานรางวัลด้านนวนิยายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ทั้งยังประสบความสำเร็จเมื่อเป็นละครโทรทัศน์ เรื่องนี้ก็มีกำเนิดมาจากการสร้างจินตนาการต่อยอดออกไปจากชีวิตจริงของเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งมีต้นทุนชีวิตไม่ต่างจาก ‘ทราย’ ผู้เป็นตัวเอกฝ่ายหญิงในเรื่องนี้ แต่ชีวิตของเพื่อนราบเรียบเพราะเขาเป็นคนอ่อนหวาน ยอมรับทุกอย่างในชิวิตอย่างเห็นเป็นแค่เรื่องธรรมดา เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องเป็นเรื่องการจินตนาการต่อของนักเขียนล้วนๆ ที่จะสร้างตัวตนและชีวิตจิตใจของผู้หญิงสวยเลิศ มีความสามารถและสติปัญญาสูงเด่น หากก็มีปมด้อยที่ไม่เคยมีสิ่งใดทดแทนได้ และมีความแค้นที่ไม่เคยลบเลือน แล้วจากเรื่องเรียบ ๆ ของคนใกล้ตัว ‘จินตนาการ’ ก็พาไปสู่หญิงสาวผู้ซึ่งตัวตนของเธอเรื่องราวของเธอ คือนวนิยายเล่มโตที่มีความยาวมากกว่าสองแสนคำ

เมื่อฝึกฝนการสร้างจินตนาการได้สำเร็จแล้ว จินตนาการนั้นจะพาไปสู่โครงเรื่องทั้งเรื่อง และยังจะช่วยให้การสร้างตัวละครชัดเจนสมจริงขึ้นด้วย ยิ่งเราใช้จินตนาการถึงเรื่องราวและตัวละครลึกซึ้งเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้เรื่องราวที่เข้มข้นสมจริงและตัวละครที่มีเลือดมีเนื้อมากยิ่งขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสร้างตัวละคร เราอย่าจำกัดใช้จินตนาการสร้างตัวละครเพียงแค่ผู้ชายผู้หญิง อายุเท่าไหร่ ชื่ออะไร แต่ต้องจินตนาการให้เห็นชัดทุกอณู เห็นรูปร่างเห็นใบหน้าท่าทาง ได้ยินเสียงพูด คุ้นชินกับบุคลิกและเห็นให้ถึงความเป็นมาและหัวใจของตัวละครทุกตัว รู้ให้ชัดว่าเขามีพื้นเพมาจากไหน ลูกใครหลานใคร โคตรเหง้าเครือญาติเป็นอย่างไร มีน้ำมีเนื้อในกายแบบใด รักสิ่งไหน เกลียดอะไร มาตรฐานทางศีลธรรมอยู่ในจุดไหน ฯลฯ

‘จินตนาการ’ มองเผินๆ เหมือนกับเป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไร้ตัวตน หากที่แท้แล้วมันคือพื้นฐานแรกของการสร้างโครงเรื่องและตัวละคร ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่นักเขียนเรื่องแต่งควรฝึกฝนและให้ความสำคัญเป็นสิ่งแรก

Don`t copy text!