เมื่อรักส่องสว่างภาย “ใต้เงาตะวัน”

เมื่อรักส่องสว่างภาย “ใต้เงาตะวัน”

โดย : อุ้มสม

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)… เอา (มาเล่า) เรื่องราวของ นิยายน่าอ่าน จากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

……………………………………………

 

“…ปารีณาเรียนรู้และค้นพบทางออกของเธอ…

นั่นคือการเดินทางผ่านและยอมรับทุกแง่ทุกมุมของโลก

ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างหรือความมืดอย่างกล้าหาญร่าเริง…”

 

“กรณ์ เชิญอิสราชัย กับ รีน่า-ปารีณา เป็นแฟนกัน !!!”

ข่าวที่ซุบซิบกันทั่วทั้งออฟฟิศเชิญอิสราชัยทำให้เราอยู่ไม่สุข  ถึงขั้นนัดแนะเจ้าตัวทั้งสองมาสอบถามเรื่องนี้เสียเลย เพราะถ้าไม่ได้ยินจากปากทั้งคู่ เราก็ไม่เชื่อ และไม่มีวันเชื่อแน่นอนว่าคนที่นิสัย ความคิดต่างกันเบอร์นี้จะมาคบกันได้!

‘กรณ์ เชิญอิสราชัย’ ผู้ชายที่พร้อมแหกทุกขนบกฎเกณฑ์บนโลกใบนี้ ดื้อรั้นเป็นที่หนึ่ง บอกให้ไปทางซ้ายก็จะไปทางขวา บอกให้เป็นข้างหน้าก็จะไปข้างหลัง… แต่รู้อะไรไหม ในบรรดาเรื่องเล่าของ ‘ปิยะพร ศักดิ์เกษม’ น่ะ… ผู้ชายคนนี้เป็นอีกคนที่มีนักอ่านรักมากเป็นลำดับต้นๆ เลยนะ

ส่วน ‘ปารีณา’ รายนี้ก็ทั้งสวย ทั้งดูดี ใช้ชีวิตอย่างมีแบบแผน บนพื้นฐานแห่งความดีงาม ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูกมาตลอด ผู้ชายอย่างกรณ์จึงไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย… หรือถ้าอยู่ในสายตาก็คงเป็นสายตาแห่งความปวดหัว น่าเบื่อหน่าย น่าระอาใจ

ทำไมหนุ่มสาวคู่นี้ถึงมารักกันได้

และทำไม กรณ์ เชิญอิสราชัย ถึงครองใจสาวๆ หลายคนมานาน

วันนี้เราบุกมาหาทั้งคู่ถึงออฟฟิศของตระกูลเชิญอิสราชัย… ตระกูลที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย และเรื่องราวเหล่านี้ก็ถูกบันทึกอยู่ในนิยายเรื่อง ‘ใต้เงาตะวัน’ ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม

แต่ขอบอกก่อนนะ ว่าเรื่องราวที่เราจะเล่าต่อไปนี้น่ะ… ถ้าเป็นความน่ารักของคุณกรณ์ล่ะก็ บอกต่อได้เลย พาเพื่อนสนิทมิตรสหายมาหลงรักผู้ชายคนนี้ด้วยกันได้ แต่เรื่องบางเรื่อง… ที่เป็นความลับของคนในตระกูลนี้ เรื่องนี้ในอนาคตหากนำมาเล่าต่ออาจเข้าข่าย ‘โครงกระดูกในตู้’ ก็อย่าแพร่งพรายไปเลย ให้เกียรติพวกเขาหน่อยละกัน!

 

ระหว่างที่นั่งรถไปยังแผนกบัญชีและการเงินในเครือเชิญอิสราชัย เรามีความสุขกับการชื่นชมรอบๆ ตัว ท้องฟ้ายามพร่างพรายไปด้วยแสงตะวันเป็นภาพที่งดงามมาก ดวงตะวันให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่น ส่องสว่าง และกระจ่างแจ้งยังไม่มีอะไรให้น่าเคลือบแคลง!

รู้ตัวอีกทีก็อยากคว้าสมาร์ตโฟนคู่ใจขึ้นมาถ่ายภาพเสียหน่อย แต่ก็สายเกินไปแล้ว… ตะวันเริ่มตกดิน ลาลับขอบฟ้า อยากจะบันทึกภาพที่สวยงามเช่นก่อนหน้าก็ทำไม่ได้แล้ว

เมื่อมาถึงก็พลางบ่นเรื่องนี้กับกรณ์… เขาหัวเราะขบขันเราอยู่ในที พร้อมบอกกับเราว่าประจวบเหมาะเหลือเกิน ก็เรื่องที่เขาจะเล่าให้เราฟังน่ะ… เกี่ยวข้องกับความส่องสว่างของดวงตะวันอยู่บอกพอดี

ตะวันส่องสว่างได้ฉันใด… แต่ก็สามารถตกดิน ลาลับ หรือมาจุดดับ มีเงามืดภายใต้แสงตะวันได้ฉันนั้น

เช่นเดียวกับมนุษย์เรา ต่อให้เป็น ‘คนดี’ แค่ไหน ภายใต้คำว่ามนุษย์ อย่างไรก็ตาม ย่อมต่อมีข้อเสียปรากฏ… ต่อให้ใครอื่นไม่เห็น แต่คนผู้นั้นย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ!

การยอมรับเงามืดของแสงตะวัน ยอมรับด้านหนึ่ง… ด้านลบที่มีในตัวมนุษย์ทุกคน ทั้งตัวเราเองและคนรอบข้าง… นี่ต่างหากคือหนทางที่นำมาซึ่งความสุข

และหนุ่มสาวคู่นี้ก็ทำให้ผมรู้ว่า… ภาย ใต้เงาตะวัน… ความรักยังโชนแสงและส่องสว่างได้เสมอ!

 

ปิยะพร ศักดิ์เกษม ได้นำเรื่องราวความรักของกรณ์กับปารีณามาเรียบเรียงเป็นนวนิยายที่รุ่มรวยด้วยวรรณศิลป์อันงดงาม กว่าเจ็ดร้อยหน้าเริ่มต้นด้วยมรณกรรมของ ‘ฉาย’ ผู้เป็นบิดาของปารีณา บิดาผู้ทำงานให้เชิญอิสราชัยอย่างซื่อสัตย์มากว่าสามสิบปี ทว่ากลับจบชีวิตลงด้วยข้อสันนิษฐานว่าฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด, ความผิดที่เกิดจากการโกง!

ไม่เชื่อ! หญิงสาว… ลูกสาวผู้ศรัทธาความดีงามของพ่อมาทั้งชีวิตอย่างปารีณา เสมือนว่าโลกของเธอพังภินท์ไปในชั่วพริบตา เธอไม่มีทางเชื่อเรื่องนี้ และที่ปวดร้าวที่สุดคือเจ้านายทั้งสองของพ่อ ผู้สนิทสนมกับพ่อยิ่งนัก คนหนึ่งรักเธอเหมือนลูก คนหนึ่งก็อาจจะพัฒนาความสำคัญเป็นมากกว่าพี่น้องในไม่ช้านี้…ทั้งคู่ควรจะไม่เชื่อ แต่กลับเชื่ออย่างสนิทใจว่าพ่อโกง!

การเดินทางข้ามทวีปเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคนเป็นพ่อจึงอุบัติ… มันคือการเดินทางที่ทำให้ปารีณาได้ค้นพบความจริง ความจริงที่จะทำให้เธอมองโลกใบนี้ได้อย่างรอบด้านและเข้าใจมากขึ้น ขณะเดียวกันความรักที่ซ่อนปะทุอยู่ในใจเธอและเพื่อนร่วมทางอย่างกรณ์มานาน… ก็พลันสว่างและกระจ่างขึ้นมา

เป็นเจ็ดร้อยหน้าที่ว่าตามตรง… ไม่ได้เล่าเรื่องอย่างรวบรัด รวดเร็ว ตามประสาเรื่องเล่าสไตล์สืบสวนหรือตามหาความจริงโดยทั่วไป ทว่าเป็นความเนิบช้าที่เต็มอิ่ม เห็นถึงพัฒนาการความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างคู่หนุ่มสาวที่ต่างกันสุดขั้วอย่างชัดเจน ส่วนความตายของฉาย… ปิยะพร ศักดิ์เกษม ก็พยายามบอกใบ้มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง!

กรณ์เล่าให้ผมฟังว่าเขาก็ไม่ใช่ลูกรักของพ่อ… แต่จะบอกว่าไม่ใช่ลูกที่พ่อรักก็ไม่ถูกต้องนัก คงต้องบอกว่าเขาเป็นลูกที่ไม่เคยทำอะไรถูกใจพ่อนักหรอก! จงใจแหกกฎ ขัดแย้งไปเสียทุกเรื่อง ทั้งกับพ่อและกับปารีณา

รายหลังน่ะ… จงใจก่อกวนให้เธอปั่นป่วนเล่นๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก็เจ้าตัวเป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้หัวใจ หุ่นยนต์ที่ถูกป้อนคำสั่งให้เป็นคนดี ทำตัวดีอยู่ตลอดมา จนบ่อยครั้งที่หญิงสาวไม่เคยพอใจกับการแหกกฎของเขา

แต่ทั้งเรา ทั้ง ‘กลิกา’ หรือยายก๋า ลูกผู้น้องของกรณ์ ก็ดูออกแหละ… ว่าความดื้อรั้นที่แสดงออกมาเนี่ย ก็ทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนที่รักทั้งนั้น… ทั้งจาก ‘เกียรติ’ ผู้เป็นพ่อ และจากหญิงสาวอย่างปารีณา!

ด้านปารีณาก็ยอมรับตามตรง… ว่าแต่ก่อนมุมมองที่เธอมีต่อโลกใบนี้ช่างคับแคบเหลือเกิน เธอรู้ว่าโลกนี้มีทั้งความมืดและแสงสว่าง ทว่าเธอเชื่อว่าทั้งสองสิ่งนั้นเป็นขั้วตรงข้ามกันและไม่มีทางบรรจบกันได้ ดังนั้น คนคนหนึ่งซึ่งเป็นคนดี เป็นแสงสว่างแห่งชีวิตเธอมาตลอด คนคนนั้นไม่มีทางที่จะมีด้านมืดซ่อนเร้นอยู่

เหตุการณ์ที่ประสบพบเจอใน ใต้เงาตะวัน จึงทำให้เธอเริ่มเข้าใจความจริงของโลกใบนี้ และมองโลกตามความเป็นจริง… มากกว่าในอุดมคติที่เธอยึดถือมาตลอด

จุดเปลี่ยนแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก… กรณ์นั่นแหละ เพราะมรณกรรมของพ่อแท้ๆ จึงทำให้หญิงสาวได้เห็นอีกมุมหนึ่งของผู้ชายคนนี้ มุมที่รักและศรัทธาในตัวพ่อเช่นเดียวกับเธอ มุมที่สามารถปกป้อง สามารถพาเธอไปค้นหาความจริง… มุมที่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้แก่เธอได้

ทว่าคนอย่างกรณ์ก็ยังไม่ทิ้งเหลี่ยมคม เขายังคงเจ้าเล่ห์ ห่ามห้าว และยียวนกวนอารมณ์เธออยู่บ่อยครั้ง! ระหว่างที่เธอเล่าเรื่องกรณ์ เราก็ถามปารีณาตรงๆ… รวมๆ แล้วก็คือกรณ์มีเสน่ห์ใช้มั้ยล่ะ! เธอนิ่งไปชั่วครู่ พลางเปลี่ยนเรื่องและไม่ตอบผม กรณ์ที่คะยั้นคะยอให้เธอตอบก็ไม่เป็นผล

เรากับกรณ์มองตากันอย่างเข้าใจ… แบบนี้น่ะเขาเรียกว่าเขิน!

ผู้หญิงคนเดียวในที่แห่งหนึ่งจึงเปลี่ยนเรื่อง… เธอบอกเราว่าเมื่อหวนกลับไปมองเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองก็มีสองด้านเช่นกัน ใครกันจะคิดว่าหญิงสาวมาดนิ่ง เฉลียวฉลาด ใช้สมองและสติมากกว่าอารมณ์และความรู้สึก… จะกลายเป็นผู้หญิงดื้อรั้น ใช้หัวใจนำทาง และพร้อมไฟว้ พร้อมบวกผู้คนที่เชื่อว่าพ่อเธอเป็นคนโกง!

หลายสิ่งอย่างที่ปารีณาพบเจอจึงบอกกับเธอให้ยอมรับความจริง ยอมรับทั้งจุดดับภายใต้เงาตะวัน ยอมรับข้อเสียของคนทุกคน ไม่เว้นกระทั่งคนที่ได้เชื่อว่าเป็นคนดี มากไปกว่านั้น ปารีณาก็ยังได้ค้นพบว่า สุดท้ายแล้วมุมมองที่มีต่อโลกใบนี้ เมื่อมีคนที่รักเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ มันจึงไม่อาจใช้เพียงตรรกะ หรือเหตุผลเท่านั้นที่จะตัดสินได้… เพราะมนุษย์ให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมาพร้อมกับเซลล์สมอง สิ่งสำคัญไม่แพ้สมองจึงเป็นหัวใจ!

แม้พ่อจะมีความลับที่ปิดปังอยู่ภายใต้แสงสว่างมานานแสนนาน แต่พ่อก็คือพ่อของเธอ พ่อที่รักเธอจริง พ่อที่ให้สิ่งดีๆ ให้ความรัก ให้แสงศรัทธากับเธอ เป็นพลังใจให้เธอมาทั้งชีวิต… สิ่งนั้นก็ยังเป็นจริงอยู่ ใจรักที่พ่อฉายมีให้เธอ ใจรักที่เธอมีให้พ่อฉาย… ก็มีพลังมากพอที่จะทำให้เธอไม่เกลียดเมื่อรู้ความลับของพ่อ

เช่นเดียวกับคนคนหนึ่ง… คนซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายทั้งหมด หากเราใช้หัวใจของคนนอกมองไปยังคนผู้นั้น…แน่นอนว่ามีแต่ความรังเกียจ ความสมเพชเวทนาในความขี้ขลาดของเขา มันตามมาด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมกรณ์หรือคนในเชิญอิสราชัยต้องปกป้องคนผู้นี้ และนี่จะไม่น่าเข้าใจที่สุดคือปารีณา… ทำไมสุดท้ายเธอจึงตัดสินใจให้เป็นเช่นนั้น! ทั้งที่ตั้งแต่ต้นเธอพยายามทวงคืนความบริสุทธิ์ของพ่อมาตลอด

เพราะสุดท้ายเธอใช้หัวใจนำทาง… หัวใจที่ตระหนักและมองใครคนนั้นเป็นคนในครอบครัวมาตลอด  หัวใจที่ตระหนักรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้เป็นพ่อ เมื่อรักใครคนนั้นเช่นพี่เช่นลูก ไม่มีทางเสียหรอกที่เราจะอยากเอาคืนคนในครอบครัวอย่างรุนแรง สาสม และสาแก่ใจ เพราะสุดท้าย มาจนถึงบัดนี้ ใครคนนั้นก็ยังรับกรรมที่ตัวเองก่อไว้ แม้มิใช่ผลกรรมทางกฎหมาย ทว่าเราก็เชื่อเหลือเกิน… ว่ามันทรมานหัวใจไม่แพ้กัน!

กระทั่งเรื่องราวในครอบครัวของกลิกา แม้ตามหลักโครงเรื่องนวนิยาย กลิกาและพ่อแม่ของเธอจะเป็นเพียง ‘พล็อตรอง’ ทว่าเป็นพล็อตรองที่มีพลัง มีชีวิตชีวา และคอยส่งเสริมให้แก่นสารใน ใต้เงาตะวัน ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะเมื่อมองด้วยเหตุผล เมื่อยอมรับความจริงแล้ว… กลิกาก็ตระหนักรู้ดีว่าพ่อของเธอมีข้อเสียมากกว่าข้อดี แต่การที่ ‘วิลาวัณย์’ แม่ของกลิกาสมรสกับพ่อมากกว่าสิบหกปี มันก็ไม่ได้มีแค่ความอดทน… แต่มันยังมีความรักอยู่ด้วยนี่สิ ดังนั้น เมื่อยังมีความรักให้กัน ต่อให้เจอผู้ชายที่ดีแสนดีกว่าพ่อสักแค่ไหน แต่ชายคนนั้นก็ไม่มีทางเข้ามาแทนที่ในฐานะพ่อของเธอได้แน่นอน! (จะว่าไปเราก็อยากทำความรู้จัก ลงลึกไปที่ตัวละครวิลาวัณย์เหมือนกันนะ… แม่ของกลิกาผู้นี้ทั้งสวย ทั้งฉลาด และแยบคายเกินกว่าใครจะคิด)

ใต้เงาตะวัน จึงกลับเปล่งแสงแก่ดวงตาและดวงใจของปารีณา ทำให้เธอยอมรับความจริง ยอมรับทั้งแง่งามและด้านมืดของพ่อ… ของคนทุกคนบนโลกใบนี้! ทำให้เธอรู้จักใช้หัวใจในการเดินทางชีวิตควบคู่กับใช้สมองอย่างเป็นเหตุเป็นผล

แต่การยอมรับทั้งสองด้านของคนอื่น ก็ไม่เท่ากับการยอมรับด้านมืดของตัวเอง… ชั่วขณะหนึ่ง เรารู้สึกสงสัยใครคนหนึ่งเหลือเกิน ก็คนที่เป็นต้นเหตุนั่นแหละ! เพราะไม่อาจยอมรับจุดดับใต้เงาตะวันของตนเองได้ เพราะไม่อาจยอมรับข้อเสียที่มีอยู่ภายใต้ ‘ภาพลักษณ์’ คนดีของตนได้ ความขี้ขลาดและความเห็นแก่ตัวนั้นจึงดลบันดาลให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ! ใครคนนั้นทั้งเห็นแก่ตัวและไม่คู่ควรแก่การได้รับความรักความจริงใจจากใครอื่น เราอดที่จะวิพากษ์เขาไม่ได้ แต่ครั้นได้สติก็รีบขอโทษขอโพยกรณ์เป็นการใหญ่ ถึงกรณ์จะเข้าใจความรู้สึกของผม… แต่คงไม่ใครอยากฟังคนอื่นวิพากษ์ด้านลบของคนในครอบครัวตนเองหรอก

คุยเรื่องเครียดๆ ไปมากแล้ว เข้าใจแล้วว่ามุมมองที่มีแต่โลกใบนี้ของปารีณาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และอะไรจึงดลให้เปลี่ยน เรามามองเรื่องความรักบ้างดีกว่า ก็ ใต้เงาตะวัน น่ะเป็นนิยายรักนะ!

คำถามที่ชวนคิด ชวนตั้งข้อสงสัยไว้ตั้งแต่ต้นคืออะไรทำให้ กรณ์ เชิญอิสราชัย ครองใจนักอ่าน และเป็นผู้ชายในฝันของสาวๆ หลายคน… รวมทั้งครองใจปารีณาด้วย

เราตั้งข้อสงสัยและมองไปที่มุมมองการใช้ชีวิต การแก้ปัญหาของผู้คนเหล่านี้ ทั้งกรณ์ ปารีณา และผู้คนแวดล้อมคนทั้งสองอย่างเกียรติและกานต์

ปารีณา… การโตมากับพ่อ กับลุงเกียรติ และกับพี่กานต์ หล่อหลอมให้เธอเป็นคนดี ดำเนินชีวิตตามครรลอง ใช้สติ ใช้เหตุผล รู้จักระงับอารมณ์ เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ดูดีและสมบูรณ์แบบไปทุกอณู

เกียรติ… บทบาทของเขาเป็นทั้งพ่อของลูก เป็นทั้งเจ้านายของลูกน้อง ทั้งสองบทบาทนี้สิ่งที่เกียรติมีเหมือนกันคือความเด็ดขาด ตัดสินปัญหาทุกอย่างด้วยเหตุผล ไม่มีความรักหรือหัวใจเข้ามาเป็นตัวช่วย มันก็ดีนะ เขาน่าจะเป็นผู้นำในอุดมคติของใครหลายคน กระทั่งกรณ์ที่ได้ชื่อว่าลูก หรือฉายที่เป็นทั้งลูกน้องเป็นทั้งเพื่อน เป็นคนสำคัญของชีวิตทำผิดขึ้นมา… เกียรติก็ลงโทษตามตรงและไม่เอาความรู้สึก ความสัมพันธ์เข้าไปจับ… ทั้งต่อหน้าและลับหลัง!

กานต์… เมื่อพ่อเป็นเช่นนั้น เขาจึงต้องรักษาภาพลักษณ์คนดีไว้ตลอดไป เพราะไม่ต้องการให้พ่อผิดหวัง มากไปกว่านั้นคือความต้องการมีที่ยื่น ดูอย่างกรณ์ ซึ่งเป็นลูกอีกคนสิ พอทำผิดพ่อก็ลงโทษและไม่เคยปลอบโยน ดูอย่างลุงฉายสิ… พ่อยังเชื่อว่าลุงโกงและไม่คิดแก้มลทินให้ผู้ตายเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ ตัวกานต์ก็ต้องคงภาพลักษณ์คนดีให้สูง สง่า และไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความมืด!

กรณ์… คือตัวละครหนึ่งเดียวที่ใช้หัวใจนำทางชีวิต… ลองเมื่อเป็นคนที่เขารักแล้ว โดยไม่ต้องใคร่ครวญ โดยไม่ต้องมองว่าถูกหรือผิด ไม่ต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือขาดทุน ไม่ต้องห่วงว่าตัวเองจะเสียภาพลักษณ์หรือเปล่า (เพราะไม่มีให้เสียอยู่แล้ว) ผู้ชายคนนี้พร้อมกระโจนลงไปช่วยเหลือ พาตัวเองเข้าไปช่วยคนที่รักในทุกสถานการณ์

กระทั่งปารีณา… บางเรื่องเขาไม่จำเป็นต้องเข้าไปเอี่ยว แต่พ่อเจ้าประคุณก็อย่างอุตส่าห์เข้าไปใกล้หญิงสาวจนได้ รักแหละดูออก… ทำไมคนอ่านจะไม่รู้

กรณ์แหกทุกกฎเกณฑ์บนโลกนี้มามาก… แต่กฎของหัวใจรัก การอยู่เคียงข้างคนที่รักทั้งโมงยามแห่งความสุขและทุกข์ การเป็นกำลังใจให้คนที่รักในทุกคราว นี่คือคติที่เขาไม่เคยฝ่าฝืน ยิ่งเมื่อรู้ตัวว่าเขามีสิทธิ์ที่จะรักปารีณา ผู้ชายคนนี้ก็ไม่มีอะไรต้องลังเลแล้ว!

หัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ใจที่พร้อมฝ่าฟันทุกปัญหาทุกอุปสรรคไปพร้อมกับคนที่รัก… ด้วยหัวใจอันยิ่งใหญ่นี้เองที่ทำให้ผู้ชายห่ามห้าวคนนี้เป็นที่รักของคนทุกคน

ยิ่งไปกว่านั้นคือความแตกต่างที่กลายเป็นเสน่ห์อย่างเหลือล้น… ใต้เงาตะวัน ดำเนินเรื่องเพียงแค่ช่วงเวลาประมาณ 1-2 เดือน นับตั้งแต่ปารีณาเสาะหาความจริงเรื่องพ่อ การเดินทางที่ทำให้เธอรู้ใจตัวเอง ขณะเดียวกัน ปิยะพร ศักดิ์เกษม ก็แทรกเหตุการณ์ในอดีตของทั้งคู่เข้ามาประกอบ ทำให้คนนอกอย่างเรามองเห็นว่าจริงๆ แล้วทั้งคู่ก็รู้สึกดีให้กันมานานมากแล้ว

“เบื้องหลังความไม่ลงรอย คือแรงดึงดูดอย่างรุนแรง” …นี่ละคือนิยามความรักของหนุ่มสาวคู่นี้

 

หลังจากพูดคุยกับหนุ่มสาวคู่นี้จนจบ เราก็ร่ำลาและแยกย้ายจากพวกเขา ชั่วขณะที่หันหลัง เดินไปสักระยะ ทว่าเราสัมผัสได้… กรณ์แอบจุมพิตที่พวงแก้มของปารีณาอีกแน่นอน! เราอมยิ้มไปกับความน่ารักน่าหยิกของกรณ์ ความงดงามในความรักระหว่างเขากับปารีณา

เพราะ ใต้เงาตะวัน จึงทั้งทำให้ปารีณาได้ค้นพบความจริงของโลกใบนี้ ครั้นชั่วขณะหนึ่งที่เธอยังยอมรับความจริงนี้ไม่ได้ เธอก็ยังค้นพบอีกเช่นกันว่าต่อให้เงามืดจะทาบทาดวงตะวันสักเพียงใด… ความรักย่อมยังคงส่องสว่าง ภายใต้เงาตะวัน

 

Don`t copy text!