“ระบำดาว” : เพราะดาวบนฟ้า…บ้างร่วงหล่น บ้างเรียงราย

“ระบำดาว” : เพราะดาวบนฟ้า…บ้างร่วงหล่น บ้างเรียงราย

โดย :

อ่านเอา กับคอลัมน์ อ่าน (แล้ว)… เอา (มาเล่า) เรื่องราวของ นิยายน่าอ่าน จากนักเขียนฝีมือเยี่ยมที่ อุ้มสม อยากแนะนำให้ได้อ่านกัน แม้แต่ละเรื่องจะไม่ใช่ นิยายออนไลน์ แต่เชื่อเถอะว่า เนื้อหาของทุกเรื่องราวน่าสนใจ และสร้างความสุขทางใจให้กับทุกคนอย่างแน่นอน

……………………………………………

 

“…ดาว…ที่แท้ก็คือดิน อยู่ที่ตัวของเราเองจะเป็นผู้กำหนด

“เลือก” ที่จะเป็นดาวอันกะพริบแสงพร่างพราว เริงระบำอยู่บนขอบฟ้ากว้าง

หรือจะเป็นเพียงแค่ก้อนดินธรรมดาๆ ในอุ้งมือของใคร…”

 

คืนหนึ่ง กึ่งหลับกึ่งตื่น คล้ายจริงคล้ายฝัน ภาพที่อยู่ตรงหน้าเลือนรางหากแต่เปี่ยมด้วยความงดงาม เราพลันเหม่อมองไปบนฟากฟ้ายามรัตติกาล ชั่วขณะนั้นภาพพลันชัดเจนยิ่งขึ้น มันคือภาพของดวงดาวนับร้อยดวงที่เรียงรายอยู่บนฟากฟ้า ทว่าบางดวงก็ร่วงหล่นมาตามครรลอง

คงเป็นเพราะ ระบำดาว นวนิยายของ ‘ปิยะพร ศักดิ์เกษม’ ที่เราเพิ่งอ่านจบไปแน่ ๆ ที่พาให้รู้สึกอิน จนพาตัวเองเข้าไปในโลกแห่งความฝัน ไปสัมผัสกับหมู่ดาวมากมาย

และในค่ำคืนนี้ เราโชคดีเหลือเกินที่ได้พบกับหญิงสาวทั้งสาม ตัวแทนของดาวทั้งสามดวง ที่ต่างส่องแสงระยิบระยับแตกต่างกันไป

เธอทั้งสามคือดาวที่พร่างพรายในโลกนิยายเรื่อง ระบำดาว

ก่อนจะไปรู้จักเธอทั้งสาม เราขอเท้าความถึงนิยายเรื่องนี้เสียหน่อย ระบำดาว เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี 2534 ว่าด้วยความรักของ ‘ภาทิศ’ กับ ‘สาลิน’ คู่หนุ่มสาวที่เหมาะสมกันดี ในแง่ความเพอร์เฟ็กต์ทุกประการ รูปโฉม ความสามารถ และความทะนงตนที่ไม่มีใครน้อยกว่าใคร ทว่าความรักของทั้งสองกลับผันแปรเมื่อฝ่ายหนึ่งรักมาก ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งกลับต้องการสรรหาคนที่ดีกว่านี้มาคู่ครอง กระทั่ง ‘งามสรรพ’ หญิงสาวอีกคนเข้ามาเป็นตัวแปรในวงโคจรความสัมพันธ์นี้

แปลกแต่จริง ระบำดาว ตีพิมพ์จะครบสามสิบปีแล้ว แต่สาระสำคัญในเรื่องไม่เชย ไม่ล้าสมัยตามกาลเวลา คำถามที่ตัวละครในเรื่องตั้งคำถามที่พาให้ผู้อ่านหลายสิบปีก่อนได้ฉุกคิด บัดนี้ ก็ยังคงนำมาถาม นำมาถกกันได้อยู่

ปัจจุบันชายหญิงนั้นเท่าเทียมกันจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเพศสัมพันธ์

ผู้หญิงคนหนึ่งจะยอมเป็นเพียงแค่เพื่อนกิน เพื่อนนอน เพื่อนเที่ยวของชายคนหนึ่งได้จริงหรือ หรือถ้าเธอยอม หากวันหนึ่งเธอรู้สึกรักผู้ชายคนนั้นมาก มากจนอยากเป็นตัวจริงของเขา… แล้วเธอยังจะยอมให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้หรือ

เห็นรึยังล่ะว่าสองคำถามที่เรายกมามันไม่เชยเลยสักนิด

นี่สินะพลังแห่งโลกวรรณกรรม

สาลิน งามสรรพ และลีลา… ดวงดาราที่เริงระบำทั้งสามดวงนี้จะให้คำตอบกับเราและพวกคุณเอง

 

สาลิน

สาลินที่เราเจอในคืนนี้เป็นคนละคนกับสาลินที่เรารู้จักในโลกนิยายเลย เธอยังสวยอยู่นั่นแหละ เธอยังสง่างามอยู่ เธอยังเป็นดาวที่เจิดจรัส โดดเด่นเหนือดาวทั้งปวงที่รายล้อม แต่แววตาของเธอนี่สิ… มันบ่งบอกว่าเธอมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่มากพอแล้ว มากจนไม่จำเป็นต้องดิ้นรน ไม่จำเป็นต้องไขว่คว้า ไม่จำเป็นต้องทะยานอยากเพื่อคว้าใครสักคน หรือบางสิ่งบางอย่างที่ดีเยี่ยมกว่านี้

สาลินในวันนี้ทั้งรักและภูมิใจ ทั้งตระหนักในคุณค่าของตัวเอง… ต่อให้ไม่มีผู้ชายคนนี้อยู่ข้างๆ เราก็มั่นใจว่าเธอยังเจิดจรัสและมีความสุขกับเส้นทางที่เลือกอยู่ดี

เราแกล้งถามเธอเล่นๆ ว่าด้วยความเก่ง ความสามารถ ความสวยในแบบของเธอ เราคิดว่าเธอน่าจะสมัยใหม่มากพอที่จะมองว่าความสัมพันธ์แบบนั้น… แบบที่ภาทิศหยิบยื่นให้เธอเป็นเรื่องปกตินะ เดี๋ยวนี้ใครๆ เขาก็ทำกัน

เธอออกตัวกับเราว่าเธอคงไม่ใช่ผู้หญิงสมัยใหม่ เธออาจจะหัวโบราณที่ยังยอมรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ถ้ามันจะลดทอนคุณค่าของเธอ อย่างที่ใครหลายคนคงไม่คิดว่าคนอย่างอาจารย์สาลินจะตกต่ำได้ถึงเพียงนั้น… แล้วทำไมเธอต้องยอมรับ ยอมปรับตัวเข้าหาความสมัยใหม่นั่นด้วย

สาลินยืนหยัด ชัดเจนในเส้นทางที่เธอเลือกเหลือเกิน…

สาลินคนก่อนเป็นอย่างไร… ก็เป็นสาลินที่ทั้งอ่อนหวานและมั่นใจในตัวเองอยู่ในคนคนเดียวกัน ฐานะปานกลางไม่ได้ลดทอนความสมบูรณ์แบบของเธอเลย ด้วยความสวย ด้วยสติปัญญาของเธอ ทำให้สาลินเชื่อว่าเธอ ‘เลือกได้’ เลือกสิ่งที่ดีที่สุด ชายที่ดีที่สุดเพื่อคู่ควรกับเธอ และชายคนนั้นที่เธอเลือกก็คือ ‘ภาทิศ’

สมบูรณ์แบบเหมือนกัน

แต่ก็ทะนงในตนเองเช่นเดียวกัน!

ภาพสาลินคนก่อนหวนคืนในทรงจำของเรา สาลินใน ระบำดาว ที่มีอารมณ์แห่งความเป็นหญิง อารมณ์รักอย่างสุดซึ้ง เมื่อปักใจรักใครสักคนแล้ว เธอย่อมทุ่มเทให้เขาหมดทั้งหัวใจ… ทั้งหัวใจที่เธอมี! ที่จำเป็นต้องเจ้าอารมณ์ ก็เพราะรักมากไงล่ะ!

ทว่าภาทิศดันคิดไม่เหมือนเธอนี่สิ… ผู้ชายคนนั้นเก่ง ฉลาด มากความสามารถ ใช้สติปัญญากับทุกเรื่อง ใช้สมองแม้กระทั่งเรื่องความรัก ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ภาทิศก็ไม่มีทางที่จะหยุดเฟ้นหา หยุดคัดสรรหญิงสาวที่คู่ควรกับตน และเมื่อวันหนึ่ง… เขารู้สึกว่าสาลินมิได้คู่ควรกับเขาเหมือนแต่ก่อน ทว่ามันคือวันที่ผู้หญิงคนนี้รักเขาแล้วทั้งหัวใจ

คนที่เจ็บปวดกับเรื่องนี้จะเป็นใครมิได้… หากมิใช่สาลิน

ปิยะพร ศักดิ์เกษม ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของสาลินได้อย่างลึกซึ้ง บางคนอาจสงสาร บางคนอาจเห็นใจ บางคนอาจรัก หรือบางคนอาจจะหมั่นไส้เธอก็ยังมี!

แต่วันหนึ่ง วันที่สาลินตระหนักรู้ในคุณค่าของตน รู้ว่าการจมปลักกับผู้ชายคนนี้ย่อมไม่ต่างอะไรจากดาวตกที่ร่วงโรยแล้วกลายเป็นก้อนดินในอุ้งมือเขา วันนั้นเธอจึงคิดได้และพาตัวเองล่องลอยกลับไปบนนภา กลับไปเริงระบำอย่างสง่าดังเดิม

แหวนเพชรที่ภาทิศมอบให้เธอ แม้มากด้วยมูลค่า แต่กลับไร้ค่าเมื่อมิอาจบอกให้ใครรู้ได้… ภาพที่สาลินทำลายแหวนนั้นอย่างไม่เห็นค่าของมัน (เพราะไม่มีให้เห็น) จะเป็นภาพที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคนตราบนานเท่านาน

การได้อ่าน ระบำดาว อีกครั้งในปี 2563 ได้ทำความเข้าใจและรู้จักกับสาลินอย่างลึกซึ้งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทำให้เรามีมุมมองการอ่านในหลายมุมมอง

มุมหนึ่ง อาจมองในแง่ความเป็นชาย ความเป็นหญิง หากฝ่ายหญิงปล่อยตัวปล่อยกายให้กับฝ่ายชายเช่นนี้ ก็คงหม่นหมองและไม่อาจภูมิใจในศักดิ์ศรีตนเองได้อีกต่อไป… ก็จริง

อีกมุมหนึ่ง เมื่อตัดเรื่องเพศชายหญิงออกไป… ต่อให้ภาทิศเป็นหญิง ต่อให้สาลินเป็นชาย แต่หากฝ่ายหนึ่งรักมากกว่า ทุ่มเทจนหมดหัวใจ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งยังไม่หยุดแค่นี้ ยังใฝ่คนที่ดีต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด… อย่างไรก็ตาม ฝ่ายแรกย่อมเจ็บปวดหัวใจยิ่งกว่าอยู่ดี

 

งามสรรพ

เราแยกย้ายกับสาลินเพื่อจะไปพบกับดาวดวงที่สอง… ‘งามสรรพ ศรีกัญจน์’ คือชื่อและนามสกุลของเธอ ชื่อเสียงเรียงนามที่เรียบง่าย ตรงตัว ทว่านั่นแหละคือตัวตนของเธอคนนี้

หากดาวที่งดงามส่องแสงประกายต่างกันฉันใด ดาวอย่างงามสรรพก็งดงามได้โดยไม่ต้องเหมือนสาลิน เธอคือดาวน้อยที่ส่องแสงพิสุทธิ์ เป็นลำแสงเล็กๆ ที่เรียบง่าย ทว่าได้มองทีไรก็สบายตาพาสบายใจ

พูดถึงงามสรรพจะพูดถึงพ่อของเธอคงไม่ได้ ‘สันติ’ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ทว่าถ่ายทอดอุดมการณ์ทุกอย่างไว้ที่ลูกสาวคนเดียวคนนี้ ทั้งคุณธรรม คุณงามความดีอันเป็นที่ประจักษ์ และสิ่งสำคัญคือความเป็นชายที่เข้มแข็ง ปกป้องคนที่พ่อรักได้อย่างไม่มีเงื่อนไข

สันติกลายเป็นผู้ชายในอุดมคติของงามสรรพ… เธอวาดหวังว่าชีวิตนี้จะได้พานพบกับผู้ชายอย่างพ่อ และผู้ชายคนนั้นก็คือภาทิศ

ภาทิศมี ‘คุณสมบัติที่ดีพร้อม’ จนทำให้งามสรรพเชื่อว่าเขาสามารถปกป้องเธอได้เช่นเดียวกันกับพ่อ ทว่าเรื่อง ‘คุณธรรม’ ล่ะ? ผู้ชายคนนี้มีความดีควรค่าแก่การเทียบกับพ่อของเธอหรือเปล่า?

‘นำโชค’ น้าชายของงามสรรพผู้ภายนอกเหมือนปีเตอร์แพนที่ไม่รู้จักโต เหมือนเด็กหนุ่มผู้ขวางโลกและไม่เปิดรับสิ่งใหม่ใดๆ ทว่าผู้ชายคนนี้กลับมองการณ์ไกล อ่านคนขาด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งามสรรพได้รู้จักภาทิศอย่างแท้จริง

เรื่องราวของความรักของงามสรรพดำเนินไปพร้อมกับชะตาของผืนแผ่นดินของเธอ ด้วยโลกที่หมุนอย่างรวดเร็ว กระแสสังคมที่เปลี่ยนไปจากเดิม มารดาของภาทิศจึงต้องการที่ดินนับร้อยไร่ของงามสรรพไปสร้างสรรค์เป็นสนามกอล์ฟ

พาให้เรานึกถึงคำว่า ‘มาตุภูมิ—แผ่นดินแม่’ เมื่อ ระบำดาว มุ่งถ่ายทอดพลัง และคุณค่าความเป็นหญิง แผ่นดินเกิดจึงโยงใยกับความเป็นหญิงของงามสรรพอย่างแยกจากกันไม่ได้ เมื่อทั้งแผ่นดินเกิดและงามสรรพต่างมีความเหมือนกันคือที่ยืนหยัดอย่างสง่างามได้ทุกวันนี้ ล้วนเกิดจากการหล่อหลอมของสันติทั้งสิ้น!

หากแปรเปลี่ยนสวนไร่ให้กลายเป็นสนามกอล์ฟ

ก็เหมือนกับการที่งามสรรพยอมตกลงปลงใจให้กับภาทิศ… ต่อจากนั้นชีวิตของเธอก็จะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จะมิใช่ชีวิตอันเรียบง่ายหากเปล่งแสงพิสุทธิ์อีกต่อไป!

บทสรุปของแผ่นดินเกิดของงามสรรพ และบทสรุปในความรักของเจ้าตัว ล้วนสอดรับกันเป็นอย่างดี (ครั้นโยงถึงสาลินก็โยงใยได้เช่นกัน เพราะผู้เป็นพ่อของสาลินก็ยอมขายที่ทางที่สาลินกำเนิด เมื่อส่งเสริมให้ลูกสาวคนเดิมเจิดเฉิดฉายในสังคมชั้นสูง… อย่างที่ผู้คนเทิดทูนและให้ค่ากัน)

เราเชื่อว่าถ้าคุณได้รู้จักงามสรรพ คุณจะต้องรักเธอ… ผู้หญิงที่ภายนอกดูสดใส อ่อนเยาว์ ทว่ากลับมีหัวใจที่เข้มแข็ง ทะนงในความดีของตน และไม่ยอมแลกความดีงามที่บิดาหล่อหลอมมาให้กับความรัก ความอ่อนไหวที่ผิดทาง

เมื่อแรกๆ ที่ยังตัดใจไม่ได้… ทว่าก็ต้องฝืนใจตัด สำหรับงามสรรพมันก็เจ็บปวดเป็นธรรมดา

งามสรรพพูดคุยกับเราเพียงครู่ ก่อนล่ำลาแล้วเดินไปอีกทางหนึ่ง ไปกับผู้ชายมาดกวนที่ชื่อ ‘คีตา’ เออหนอ… ไม่ได้อยู่ในอุดมคติของงามสรรพ แต่ทั้งเธอและเราคงคิดเหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้สามารถปกป้องและปรับตัวเพื่อเธอได้

เราชอบเหตุการณ์ที่งามสรรพตัดผมตัวเองมาก ทั้งยอมรับ ทั้งทึ่ง ทั้งประทับใจในตัวเธอ! เมื่อเขาส่งห่วงรัดผมมาให้แทนของหมั้นหมาย… การตัดผมพร้อมส่งห่วงรัดกลับคืนไปให้ภาทิศ มากกว่าการปฏิเสธเยื่อใย มันคือการกระทำที่เต็มไปด้วยนัยยะสำคัญ งามสรรพเติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเขา ไม่จำเป็นต้องรอเขาอีกต่อไปแล้ว…

อ่าน ระบำดาว ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ภาพที่ยังอยู่ในใจเราตลอดมา

จนถึงตอนนี้ ในค่ำคืนนี้… ก็ยังเป็นภาพที่เราประทับใจไม่รู้ลืม

 

ลีลา

ดาวดวงนี้ต่างจากดาวสองดวงก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง

เธอเห็นเราทว่ากลับหลบหน้าและไม่สนใจ เช่นเดียวกับเราที่ไม่ได้เข้าไปพูดคุยกับเธอ เหมือนเช่นสาลินหรืองามสรรพ… เราเองก็ไม่อยากซ้ำเติมเธอ ไม่อยากให้เธอเจ็บปวดที่มีเราอีกคนที่รู้เรื่องนี้หรอก

ลีลาคืออดีตดาวจรัสแสงที่เปลี่ยนตัวเองให้เป็นก้อนดินในอุ้งมือของชายคนหนึ่งด้วยความเต็มใจ

เพราะความไม่รู้

เพราะความอ่อนต่อโลก

เพราะความหลงเชื่อในอุดมการณ์จอมปลอมของผู้ชายคนนั้น

ลีลายอมลดทอนคุณค่าของเธอด้วยตัวเธอเอง ยอมด้วยความเต็มใจและยินดี เธอตระหนักว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นการเสียสละเพื่อเขา… เขาที่เสียสละเพื่อส่วนรวมมามาก

เรามองเธอแล้วประสานสองมือของตนเข้าหากัน สายตามองมุ่งไปบนฟากฟ้า ภาวนาให้ลีลาคนนี้เห็นคุณค่าของตนในเร็ววัน… เพื่อที่จะเปลี่ยนจะก้อนดินให้กลับไปเป็นดวงดาราดังเดิม

แวบหนึ่งเราก็อดนึกถึงภาทิศไม่ได้… ป่านนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ

จะมีความสุขกับการเป็นผู้เลือกมากแค่ไหน

จะมีผู้หญิง… ดวงดาวสักกี่ดวงที่ยินยอมให้เขาเก็บ ยินยอมให้เขาคว้า ยินยอมให้เขาชำเลืองมองเพื่อพิจารณา

จะมีสักวันไหม… ที่ผู้ชายคนนี้พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี

และรักใครสักคนด้วยหัวใจ

หากความรักเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับหมู่มนุษย์ เราก็รู้สึกว่าภาทิศน่าสงสารเหลือเกิน เพราะหากเขายังเป็นเช่นนี้ต่อไป

ภาทิศย่อมไม่มีวันรู้จักคำว่าความรัก…

 

สาลิน งามสรรพ ลีลา… จากเราไปในภาพฝันแล้ว

เราหวนนึกถึงสาระสำคัญที่ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ต้องการสื่อใน ระบำดาว จริงดังที่เธอว่า… ชั่วชีวิตของคนเรา เราต่างลิขิตชีวิตตัวเอง เราต่างเป็นผู้ให้คุณค่าตัวเอง จะเป็นดาวจรัสแสงร่ายระบำบนฟ้า หรือจะเป็นดินเม็ดเล็กที่ให้ใครเหยียบย่ำ… เราเป็นผู้เลือก

เพราะดาวบนฟ้า… บ้างร่วงหล่น บ้างเรียงราย

จะชายหรือหญิง… ย่อมต่างล้วนลิขิตชีวิตตัวเอง

Don`t copy text!