ลูกที่ถูกทิ้ง

ลูกที่ถูกทิ้ง

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

 

ผมเป็นลูกที่ถูกแม่ทิ้ง แม่กับพ่อแยกทางการกันเพราะผมเป็นต้นเหตุ ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น มันเจ็บปวดเกินไป แม่ทิ้งผมไปมีครอบครัวใหม่ที่บ้านหลังใหม่ ทิ้งผมไว้ที่บ้านเก่า บ้านของตายายที่ตายจากไปนานแล้ว แม่ทิ้งผมไว้กับตาน้อยคนเฝ้าบ้านที่ไม่เคยสนใจไยดีอะไรผมเลย เขาทำเหมือนผมไม่มีตัวตน

วันนี้ชีวิตเหงาๆ ของผมไม่เหมือนวันอื่นๆ ที่ผ่านมา เรือนไม้ริมน้ำที่เคยเงียบมีคนไปมาหาสู่แต่เช้า คนหนุ่มกับหญิงสาวเดินขึ้นมาบนเรือน

“มาตรงเวลาดีนะ” ตาน้อยซึ่งนั่งรออยู่ที่ชานเรือนร้องทักเมื่อเห็นคนที่มาใหม่ สองคนนั้นลงนั่งไหว้ตาน้อยอย่างนอบน้อม

“เออ ไหว้พระเถอะ ไอ้เข้ม ที่ตาเรียกเอ็งมา จะให้เอ็งมาช่วยตัดหญ้าที่สนามหน้าเรือนให้มันเตียนหน่อย รกมานานแล้ว ตาคนเดียวก็ไม่มีแรงจะทำ กลัวว่ามันจะมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอมาซ่อนอยู่ ส่วนขิม ตาจะให้ช่วยทำความสะอาดห้องนอน เอาที่นอนออกมาตากแดดเสียด้วย เอายาฆ่าเชื้อโรคผสมในน้ำถูบ้านด้วยนะ”

“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะตา”

“ก็ใช่น่ะสิ ท่านกำชับมาให้ทำห้องให้สะอาดที่สุดเลยนะ พวกท่านแพ้ฝุ่น”

‘ท่าน’ ที่ตาน้อยว่าคือใคร ใครจะมาอยู่ที่นี่ หรือแม่ขายบ้านให้คนอื่นแล้ว แล้วเจ้าของบ้านใหม่จะเข้ามาอยู่ที่นี่ ผมแอบฟังอยู่หลังประตู อยากจะออกไปถามให้รู้แล้วรู้รอด แต่พี่ผู้หญิงที่ชื่อขิมถามขึ้นก่อน

“ให้ทำห้องนอนใหญ่หรือจ๊ะ”

“ทำทั้งห้องใหญ่และห้องเล็กที่อยู่ติดกันนั่นแหละ พรุ่งนี้บ่ายคุณพรเธอจะมากันทั้งครอบครัว”

‘คุณพร’ แม่ผมชื่อเพียงพร ต้องเป็นแม่แน่ๆ แม่จะมาที่นี่ ผมดีใจจนแทบจะรอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ไหว

 

“โห มีแม่น้ำด้วย” เสียงเด็กชายที่มาใหม่ร้องขึ้นอย่างร่าเริงเมื่อหันมามองเห็นแม่น้ำขณะเดินผ่านมาถึงสนามหญ้าหน้าเรือน

เด็กชายคนนั้นคงมีความสุขมากที่มีพ่อจูงมือหนึ่งแม่จูงอีกมือหนึ่ง แม่ยิ้มให้เด็กคนนั้นด้วย ผมอิจฉาเด็กคนนั้นมาก ผมอยากให้แม่จูงมือผม ยิ้มให้ผม มองผมด้วยความรักแบบที่แม่มองลูกแม่คนนั้น ผมอยากเข้าไปหาแม่ แต่ก็รู้ดีว่าแม้แต่หน้าผมแม่ก็ไม่อยากเห็น ผมจึงทำได้แค่แอบมองอยู่หลังต้นไม้

 

ยิ่งเห็นแม่มีความสุข ผมก็ยิ่งเจ็บปวด แม่ทิ้งผมไปผมก็เสียใจมากแล้ว เมื่อแม่กลับมา ผมคิดว่าผมน่าจะมีความสุข แต่ผมกลับเสียใจมากกว่าเดิมหลายเท่า ผมไม่อยากเห็นภาพบาดตาเลยหลบมาอยู่ในที่ประจำของผมคือ ท่าน้ำ

“พี่… พี่เป็นใครเหรอ” เด็กชายคนนั้นถามผม

“พูดกับพี่เหรอ”

“ก็พูดกับพี่น่ะสิ ตอนน้องมา น้องเห็นพี่แอบอยู่หลังต้นไม้ พี่เป็นใครเหรอ”

ผมแปลกใจนิดหน่อย คิดว่าหลบพ้นสายตาของใครๆ แล้ว แต่ก็ยังมีคนเห็นอีก

“เอ่อ… เรียกพี่ว่าพี่ชายแล้วกัน”

“พี่ชาย”

ผมรู้สึกดีจังที่มีใครนับพี่นับน้องกับผมแบบนี้

“แม่ไปไหนแล้วล่ะ” ผมถาม มองไปที่ถนนคอนกรีตข้างเรือนก็ไม่เห็นมีรถยนต์จอดอยู่

“แม่กับพ่อไปตลาดครับ น้องเหงาก็เลยลงมาวิ่งเล่น พี่เล่นกับน้องนะ”

“ทำไมเรียกตัวเองว่าน้องล่ะ เรามีพี่ชายเหรอ” ผมชักสงสัยว่าแม่มีลูกคนอื่นอีกไหม

“น้องชื่อน้อง”

“อ้อ เข้าใจแล้ว ถ้าน้องอยากเล่นกับพี่ต้องสัญญากับพี่อย่างหนึ่งนะ” ผมบอกน้องแล้วจ้องตาเขา อยากให้น้องรู้ว่าผมพูดจริงและเอาจริงกับคำสัญญานี้ ผมคิดว่าน้องจะกลัวผม แต่เขากลับยิ้ม แล้วถามผมกลับว่า “สัญญาว่าอะไร”

“น้องห้ามบอกใครว่าเจอพี่ที่นี่นะ”

“บอกแม่ก็ไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้ ห้ามบอกใครทั้งนั้น ถ้าบอก พี่จะไม่มาเล่นด้วยอีกเลย”

“ทำไมล่ะ”

“ไม่ต้องถามมาก ถามมากเดี๋ยวไม่เล่นด้วยเลย”

“สัญญาก็ได้ น้องจะไม่บอกใคร” น้องชายยื่นมือชูนิ้วก้อยมาทางผม ผมไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร “เกี่ยวก้อยสัญญากันไง” น้องชายบอก

“ไม่ต้องหรอก แค่สัญญาก็พอ”

พอเราตกลงสัญญากันน้องก็ยิ้มให้อย่างน่ารัก ผมยิ้มตอบ นึกดีใจที่ร้อยวันพันปีมีคนมาเล่นด้วย ต่อไปนี้ผมจะไม่เหงาแล้ว

ผมชวนน้องเล่นไล่จับ ตอนแรกน้องไม่ยอมเล่นด้วย เขาบอกว่าเขาวิ่งไม่เก่ง วิ่งแล้วเหนี่อย ผมเลยให้เขาวิ่งช้าๆ แล้วแกล้งจับไม่ทัน น้องชายชอบใจใหญ่ เราสัญญากันว่าพรุ่งนี้จะมาเล่นกันอีก

 

“เมื่อวานพี่เห็นน้องตื่นเต้นที่เห็นแม่น้ำ น้องชอบว่ายน้ำเหรอ” ผมถามน้องในวันรุ่งขึ้นเมื่อเขาแกล้งรบเร้าให้พ่อแม่ออกไปซื้อของข้างนอก แล้วแอบมาเล่นกับผมที่ท่าน้ำ

“น้องว่ายน้ำไม่เป็น ปอดน้องไม่แข็งแรง แม่ไม่ให้น้องว่ายน้ำ”

“แม่คงรักน้องมากสินะ” ผมถาม พยายามข่มความเจ็บปวดไว้

“รักสิ แม่ทั้งรักทั้งห่วงน้องเลยล่ะ ก็แม่มีน้องเป็นลูกคนเดียวนี่นา”

“แม่บอกแบบนั้นเหรอ”

“ใช่ แม่บอกบ่อยเลย”

“ไปว่ายน้ำกันเถอะ” ผมตัดบทเพราะทนฟังไม่ไหวแล้ว

“ไม่เอา น้องกลัวจม” เด็กชายส่ายหน้าดิกๆ คงกลัวจับใจจริงๆ

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ว่ายน้ำกับพี่ไม่จมหรอก เดี๋ยวพี่จะหัดให้น้องว่ายน้ำเป็นเลยดีไหม”

เด็กชายลังเล ผมลุกขึ้นเดินนำไปที่ท่าน้ำ

“มาเร็วๆ สิ เดี๋ยวแม่มาอดเล่นนะ” ผมเร่งเร้าจนในที่สุดน้องชายก็เดินตามมา ยืนขาสั่นอยู่ที่บันไดท่าน้ำ

ผมกระโดดลงไปในน้ำ รู้สึกคุ้นเคยกับสายน้ำเหลือเกิน ยังจำวันแรกที่ลงน้ำได้เลย วันนั้นมันหนาวเหน็บและมืดมน หนาวจนจับจิต มืดจนผมกลัวจับใจ พอนานวันเข้าผมก็หนาวจนหายหนาว กลัวจนหายกลัว ในที่สุดสายน้ำก็ทำให้ผมเย็นสบาย รู้สึกอิสระเหมือนอยู่บ้าน

น้องชายของผมยังยืนขาสั่นอยู่ที่บันไดขั้นล่างสุดของท่าน้ำ ผมกวักมือเรียกเขาถึงสามครั้งเขาถึงได้ตัดสินใจกระโดดลงมา เมื่อสัมผัสน้ำร่างเล็กนั้นก็จมลง น้องพยายามว่ายน้ำแบบลูกหมาตกน้ำ แต่ไม่เป็นผล ตัวเขาจมลงไป ชั่วอึดใจก็ทะลึ่งขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจ ตอนนั้นเองที่แขนของเขาปัดป่ายหาที่ยึดเหนี่ยว เขายื่นแขนมาหมายจะจับแขนผม  แต่… แขนเขาไม่โดนแขนผม

“คุณน้องจมน้ำ” เสียงตาน้อยตะโกน ผมมองตามเสียงไปบนท่าน้ำเห็นตาน้อยกับพี่เข้มวิ่งหน้าตาตื่นมา แย่แล้ว ผมต้องหาทางเผ่นก่อน ผมไม่อยากให้ใครเห็นว่าผมทำน้องจมน้ำ ถ้าแม่รู้แม่คงเกลียดผม แล้วหาทางไล่ผมไปจากที่นี่แน่ๆ

คืนนั้นแม่เฝ้าเช็ดตัวให้น้องอย่างห่วงใย ผมแอบดูด้วยความน้อยใจว่าแม่เคยห่วงผมแบบนี้สักเสี้ยววินาทีหนึ่งไหม

ผมต้องรอจนแม่และพ่อของน้องแน่ใจว่าน้องหลับแล้วและยอมกลับไปนอนที่ห้องนอนใหญ่ ผมจึงเข้ามาเยี่ยมน้องได้  น้องนอนหลับกระสับกระส่าย เขาคงไม่สบายเอามากๆ น้องเป็นเด็กน่ารัก ใสซื่อ อายุก็แค่ห้าขวบกว่าๆ เท่านั้น ไม่น่าต้องมาเจ็บป่วยแบบนี้เลย แวบหนึ่งผมรู้สึกว่าผมเป็นพี่ชายที่ใจร้ายมาก

“พี่ชาย…” น้องเรียกผมด้วยเสียงพร่าเบาเมื่อเขาลืมตามาเห็นผมอยู่ข้างเตียงนอน เขายื่นมือมาให้ผมจับ แต่ผมไม่กล้าจับมือเขา

“น้องจมน้ำ พี่หายไปไหน ทำไมไม่ช่วยน้อง”

“พี่ขอโทษ”  ผมบอกน้อง ผมรู้ว่าผมทำให้น้องล้มเจ็บ แต่ผมเจ็บมากกว่าน้องมากนัก บอกไปเขาก็คงไม่เข้าใจ

“โกรธพี่หรือเปล่า”

น้องส่ายหน้า และพยายามจะยิ้ม

“น้องรักพี่ชายไหม”

“รัก”

“อยากเล่นกับพี่อีกไหม”

น้องพยักหน้า

“อยากอยู่กับพี่ตลอดไปไหม”

น้องพยักหน้าอีก

“สัญญานะว่าจะไม่ทิ้งพี่ไปไหนอีก”

“สัญญา” แม้เสียงตอบของน้องจะแผ่วเบา แต่แววตาของเขาบอกว่ามันจริง

“งั้นไปเล่นกัน” ผมบอกน้อง

“น้องไปไม่ไหว น้องปวดหัว”

“หลับซะ เดี๋ยวก็หาย”

เมื่อน้องหลับตา ผมก็รวมกำลังจิตทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือ วางมือเหนือหน้าผากของน้อง ไม่นานน้องก็ลืมตา เขายิ้ม แล้วยื่นมือให้ผม คราวนี้ผมจับมือน้องไว้แน่น ดึงเขาให้ลุกขึ้น แล้วเราก็วิ่งออกไปที่ท่าน้ำด้วยกัน

 

“น้อง… น้อง… อย่าทิ้งแม่ไป” เสียงแม่หวีดร้องดังมาจากห้องนอนเล็ก ทำให้ผมต้องกลับไปดู

 

แม่สะอื้นไห้แทบสิ้นสติ เธอเขย่าร่างของน้องที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง พ่อของน้องวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง

“ลูกเป็นอะไร” เขาถาม

แม่เอาแต่กอดร่างน้องสะอึกสะอื้น พ่อของน้องเอามือไปอังที่จมูกน้อง สักครู่เขาก็ทรุดลงร้องไห้ไปอีกคน

“เป็นไปได้ยังไงคุณ ลูกตายได้ยังไง ไข้ลดลงแล้วนี่ตอนที่เราส่งเขานอน”

แม่ไม่ตอบ เอาแต่ส่ายหน้าเหมือนว่าไม่อยากรับรู้เรื่องราวใดๆ อีก

“คุณ… เมื่อกี้ผมฝัน ฝันว่าเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาบอกผมว่า ขอพาน้องไปอยู่ด้วย มันหมายความว่ายังไง”

ดูเหมือนคำพูดนั้นจะทำให้แม่ตกใจจนหันมาถาม “เด็กเหรอคะ”

“ใช่ เด็กผู้ชาย มันหมายความว่าไง เขาเป็นใคร บอกผมมาสิ…” พ่อของน้องถามเสียงแข็ง เขาคงโกรธมาก เขาเขย่าตัวแม่คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้

“หรือว่าคุณเคยทำ…” ผู้ชายคนนั้นพูดได้แค่นั้นก็อึ้งไป มีน้ำตาเอ่อคลอนัยน์ตา

แม่พยักหน้าแล้วพึมพำว่า “เขาเป็นลูกฉัน”

พ่อของน้องร้องไห้ออกมา เขาเหวี่ยงแม่ลงบนพื้นแล้วออกจากห้องไป ทิ้งให้แม่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่คนเดียว

ผมควรจะดีใจที่แม่ยอมรับผมเป็นลูก ผมรอให้แม่เรียกผมว่าลูกมาทั้งชีวิต แต่ตอนนี้ผมไม่ดีใจ กลับสะใจมากกว่า

“ลูก แม่ขอโทษ คืนน้องมาเถอะนะ แม่ขอโทษ” แม่ร้องไห้ตะโกนบอกลมบอกฟ้า แต่ผมก็รู้ว่าแม่กำลังพูดกับผม

แม่กอดร่างน้องคร่ำครวญต่อไปเหมือนคนเสียสติ “อย่าเอาน้องไป คืนน้องมาเถอะ แม่ขอโทษ น้อง… น้องอย่าไปกับพี่เขานะลูก กลับมาหาแม่นะ…”

แม่คงรักน้องมาก ห่วงน้องมาก ไม่ต้องห่วงน้องแล้วนะครับแม่ ผมอยากบอกแม่ว่าผมพาน้องมาตอนที่เขาหลับ เขาไม่เจ็บปวดสักนิด ผมไม่ได้ทรมานเขาด้วยยาสตรีอะไรนั่น ยาที่แม่ใช้มันขับไล่ผมออกจากชีวิตของแม่ ผมจะชวนน้องเล่นสนุก ทำให้เขามีความสุขทุกวัน เขาจะไม่รู้สึกเหน็บหนาวและมืดมนเหมือนตอนที่ตาน้อยเอาผมมาทิ้งลงแม่น้ำแน่ๆ ผมรับรอง อ้อ… ผมเกือบลืมบอกแม่ไปว่า ผมไม่โกรธแม่แล้วนะครับ เพราะแม่พาน้องมาเป็นเพื่อนเล่นของผมแล้ว ขอบคุณนะครับแม่

 

– ตวงทิพย์  ยุวชิต –

Don`t copy text!