เมื่อฟ้าพร่างฝน

เมื่อฟ้าพร่างฝน

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

“บ้าเอ๊ย! บ้าที่สุด! บ้าๆๆๆๆ!”

“เธอจะโวยวายไปทำไมกันเล่า” เสียงหวานคล้ายตำหนิดังขึ้นบ้าง ทำเอาคนที่กำลังหัวเสียไม่น้อยเพราะถูกเจ้านายตัวแสบไล่ออกจากงานกะทันหัน หันขวับมามองด้วยแววตาคุกรุ่น “ก็มันน่าโมโหน้อยที่ไหนกัน”

“มีอย่างที่ไหน… เอางานที่ลูกน้องนั่งทำงกๆ เป็นแรมเดือนไปอ้างกับผู้ใหญ่หน้าตาเฉยว่าทำเอง ‘มันมาจากความสามารถที่เต็มเปี่ยมของผม’… ตอนนั้นฉันอยากจะเข้าไปจิกหัวทุยๆ นั่นทึ้งผมไปมาสักห้าหกที!” หญิงสาวหมายความถึงเจ้านายที่ตอนนี้เป็นเพียงอดีต ผู้มีสกิลความร้ายกาจระดับสิบเต็ม เก่งทุกอย่างที่เป็นเรื่องชั่วๆ แรกเริ่มเดิมทีเธอคิดว่าเขาคงจะยอมปรานีเธอบ้างที่เป็นเด็กใหม่เพิ่งเข้าทำงาน ที่ไหนได้… ใช้เสร็จก็ถีบหัวส่ง! เธอไม่น่ารับคำสั่งทำงานชิ้นนั้นเลย ดูสิ! ความดีความชอบที่ควรได้ก็กลายเป็นของคนเลวคนนั้น พอเธอค้านออกไปก็พากันหาว่าเธอโกหกบ้าง อยากสวมรอยบ้าง…

บ้าบอ! นั่นมันงานของเธอนะ สวมรอยตรงไหน!

สาบานด้วยความแค้นทั้งหมดที่มี… เธอจะไม่มีวันลืมชื่อของ ‘ไอ้อดีตเจ้านายเลวๆ’ นั่นเด็ดขาด

“เฮ้อ…” ธารารินถอนหายใจพลางมองเพื่อนสนิทที่มีนิสัยใจร้อนและรักความยุติธรรมสูง สมชื่อ ‘เพลิงฟ้า พิทักษ์ธรรม’ จริงๆ

“แล้วนี่จะเอายังไงต่อ”

“จ้างคนไปแก้แค้นไอ้เลวนั่น…”

“ตลก เธอไม่มีทางทำแบบนั้น”

เพลิงฟ้าทำหน้ายู่เมื่อถูกรู้ทัน “ให้ตายเถอะ… อย่าเพิ่งขัดความฝันของฉันจะได้ไหม”

“เธอก็ตอบให้มันตรงประเด็นสิ” ธารารินถลึงตาจนเพลิงฟ้าแอบสะดุ้งนิดๆ “ก็ได้ ฉันคิดว่าคงต้องหางานใหม่ตามเว็บไซต์ ไม่ก็ทำพวกงานพาร์ตไทม์ประทังชีวิตไปก่อน เฮ้อ…”

“งั้นช่วงนี้มาพักที่บ้านของฉันก่อนไหม อยู่คนเดียวเดี๋ยวฟุ้งซ่าน” หญิงสาวเอ่ยด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายอาศัยอยู่บ้านหลังงามในเมืองเพียงลำพัง

คนถูกชวนส่ายหน้าดิก “ไม่เอาหรอก ฉันไม่กล้าทิ้งบ้านหรอก ข้าวของเยอะแยะ”

“อ้อ จริงสินะ” ธารารินนึกแล้วแอบยิ้มขำ เกือบลืมไปเลยว่าคนตรงหน้า ‘ติดบ้าน’ มากแค่ไหน

เพลิงฟ้ายิ้มๆ ก่อนทำสีหน้าครุ่นคิด “จะว่าไป…”

“อะไรอีก” ธารารินเอ่ยถาม

“เห็นพี่เกดบอกว่าช่วงนี้ขาดคนช่วยงาน เธอคิดว่าฉันลองไปทำงานพวกนั้นดูดีไหม”

“เธอทำได้ด้วยเหรอ”

“อืม…” หญิงสาวทำท่าคิดหนักก่อนตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความ “ไม่เคยคิดจะทำต่างหาก!”

สุดท้ายอะไรก็ตามที่ดลใจให้เพลิงฟ้ามายืนอยู่หน้าตึกสูงใหญ่ใจกลางเมืองด้วยสีหน้าหวาดหวั่น…ตอนนี้หญิงสาวนึกอยากถอนตัวเสียดื้อๆ เริ่มอยากกลับไปตั้งหลักเสียก่อนแล้ว

“อ้าว! นางฟ้าของเจ๊ ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่คะ” เกดสุดาหรือพี่เกดของเธอมีสีหน้าประหลาดใจที่เห็นเธอมายืนอยู่ตรงนี้ ก่อนแววตาจะฉายความดีใจสุดซึ้งเมื่อนึกอะไรออก “มาช่วยงานเจ๊ใช่ไหม โอ๊ย ทำไมคุณน้องถึงได้น่ารักแบบนี้คะ มาค่ะ… เดี๋ยวเจ๊พาไปเอง”

“เดี๋ยวสิคะพี่เกด เดี๋ยวก่อน…” ไม่ทันไรหญิงสาวก็ถูกกึ่งลากกึ่งจูงเข้าไปในตึกแห่งนั้นเสียแล้ว
แม้เพลิงฟ้าไม่ได้ตั้งใจมาเยี่ยมเยือนที่แห่งนี้นัก ทว่าแววตาเผลอฉายความตื่นเต้นออกมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อเห็นความสวยงามภายในที่ถูกตกแต่งสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ซึ่งทำให้ดูเรียบง่ายแต่หรูหราในสายตาเธอเหลือเกิน ระหว่างที่สายตากำลังสอดส่ายสำรวจอย่างชื่นชม หญิงสาวก็สบสายตากับใครคนหนึ่งอยู่ครู่หนึ่งโดยบังเอิญ แต่เธอก็ไม่ได้แสดงกิริยาตกใจออกไป ทำเพียงแสร้งทำเมินและเมียงมองของประดับใกล้ตัวแทน เกดสุดาที่เพิ่งหันมาเห็นจึงแสร้งตำหนิเข้าให้

“นี่คุณน้องคะ จะยืนชมวัตถุอีกนานไหมคะ งานของเจ๊รอคุณน้องไปทำอยู่นะคะ”

“พี่เกดขา… ใจเย็นๆ ค่ะ วันนี้เป็นวันแรกของน้องนะคะ ให้เวลากันนิดนึง” ว่าแล้วแจก’ ยิ้มแฉ่งสกัดอันตราย’ อย่างรวดเร็ว “อา… งั้นไปกันเลยก็ได้ค่ะ งานของคุณพี่ดูท่าจะรีบมาก”

“ดีมากที่เข้าใจเจ๊” เกดสุดายิ้มเก๋ “ไปเถอะ… เดี๋ยวขึ้นลิฟต์ครู่เดียวก็ถึงแล้ว”

ฮือ… เธอเปลี่ยนใจตอนนี้ทันไหมนะ

เพลิงฟ้าโอดครวญในใจขณะที่ถูกรุ่นพี่ลากต่อไปอย่างไม่รู้ตัว สุดท้ายสติก็กลับมาอีกครั้งเมื่อหญิงสาวมายืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งโดยมีเกดสุดาจับแขนข้างหนึ่งไว้อย่างแน่นหนาราวกับกลัวเธอจะหนี

…ซึ่งจริงๆ เธอก็แอบคิดอยู่เหมือนกัน

“ไม่ทำแล้วได้ไหมคะพี่เกด”

“ไม่มีคำว่า ‘ไม่’ แล้วค่ะ ณ จุดๆ นี้” รุ่นพี่สาวว่าพลางฉีกยิ้มหวานล่อลวงเธอ “มันไม่มีอะไรยากเลยค่ะคุณน้อง สู้ๆ นะคะ”

ตอนนั้นเอง เพลิงฟ้าก็รู้สึกถึงแรงผลักจากด้านหลังจนถลาเข้าไปในห้องที่ถูกเปิดกะทันหันราวกับรู้ทัน สีหน้าของเกดสุดายิ้มอย่างมีเลศนัย ท้ายที่สุดเพลิงฟ้าก็ต้องทำงานนี้จนได้ งานที่เธอหลีกเลี่ยงนักหนา…นักพิสูจน์อักษร!

เมื่อเห็นว่าสามารถส่งรุ่นน้องสาวคนเก่งเข้าห้อง ‘เชือด’ ได้สำเร็จ ‘มือผลัก’ ก็รีบคว้าลูกบิดและกระชากประตูปิดอย่างรวดเร็วเพื่อกันไม่ให้ใครบางคนหนีงานทันที

“ใครหรือครับ”

เสียงทุ้มนุ่มจากด้านหลังทำให้เกดสุดาที่กำลังยืนกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่หน้าประตูถึงกับสะดุ้งสุดตัว ก่อนหันหลังไปมองคนถามอย่างเต็มตา “คะ… คุณวรรษ!”

“คุณวรรษมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ”

“เมื่อครู่ครับ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าตอบสั้นๆ แล้วมองไปทางประตูที่ปิดอยู่อย่างสื่อความหมาย เกดสุดาที่เข้าใจจึงรีบอธิบายให้เขาฟังทันที “อ้อ น้องผู้หญิงคนเมื่อครู่เป็นรุ่นน้องของเกดเองค่ะ พอดีมาช่วยงานส่วนของคุณทิพย์ที่เพิ่งลาคลอด คุณวรรษไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ”

วรรษส่งเสียง ‘อืม’ ในลำคอแกร่งพลางพยักหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณให้รู้ว่าเขาไม่ได้ว่าอะไร เกดสุดาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกโล่งใจก่อนพูดถึงรุ่นน้องคนเก่งด้วยแววตาชื่นชม

“จริงๆ เด็กคนนี้ทำงานเก่งมากเลยนะคะคุณวรรษ เกดที่ว่าแน่ยังยอมชิดซ้ายให้เลยค่ะ อ้อ น้องเขาชื่อ อ่า… อ้อ ‘เพลิงฟ้า’ ค่ะ ถ้าคุณวรรษอยากแก้ไขอะไรเพิ่มเติมก็บอกได้เลยนะคะ วันนี้น้องเขาเพิ่งมาทำงานวันแรก อาจจะงกๆ เงิ่นๆ อยู่บ้าง อย่าถือสาแกนะคะ” ว่าจบแล้วก็ปิดท้ายด้วยรอยยิ้มประจบ แม้จะเริ่มเหงื่อตกที่ ‘เจ้านายคนดี’ ยืนฟังนิ่งคล้ายไม่ยินดียินร้ายก็ตาม

“อืม” ชายหนุ่มตอบแล้วเดินจากไปโดยทิ้งให้เกดสุดามองตามแผ่นหลังกว้างอย่างงุนงง

“เอ… ทำไมรู้สึกว่าวันนี้คุณวรรษดูแปลกๆ นะ”

หากแต่เกดสุดาพยายามไม่ใส่ใจเรื่องเจ้านายมากนัก เพราะกำลังกังวลเกี่ยวกับเพลิงฟ้าว่าจะให้ความร่วมมือกับการมัดมือชกครั้งนี้มากแค่ไหน

“ทำไมคุณยังไม่กลับบ้านอีก”

เสียงทุ้มนุ่มของใครสักคนทำเอาเพลิงฟ้าสะดุ้งเฮือกแล้วรีบหันไปมองอีกฝ่ายอย่างตกใจ เพราะคิดว่าเวลานี้คงเหลือเธอเพียงคนเดียวภายในบริษัทแห่งนี้ที่ยังทำงานอยู่ ก่อนหญิงสาวจะพบว่าอีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด

เฮ้อ… อย่างน้อยก็ไม่ใช่เจ้าที่มารับน้องใหม่ (สองสัปดาห์) ละกัน…

“คุณ…”

“วรรษครับ”

“อ้อ คุณวรรษ… เอ๊ะ! คุณวรรษหรือ” เพลิงฟ้าเบิกตาโพลง “หรือว่าคุณก็คือ…”

“อย่างที่คุณคิด ผมเป็น…” ชายหนุ่มกล่าวไม่ทันจบ เพลิงฟ้าก็โพล่งสวนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “นักเขียนนิยายคนดังคนนั้นใช่ไหมคะ”

เหมือนอีกฝ่ายจะชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบสั้นๆ “อืม… ครับ”

หญิงสาวมีท่าทีเพ้อฝันเล็กน้อย “ฉันดีใจจริงๆ ค่ะที่ได้เจอกับไอดอลตัวเป็นๆ อย่างคุณวรรษตอนนี้”
“โลกกลมดีจังเลยนะคะ อ้อ! ฉันชื่อเพลิงฟ้านะคะ ยินดีมากๆ ที่ได้พบคุณค่ะ”

“หึ…” เสียงหัวเราะเล็กน้อยทำให้เพลิงฟ้ากะพริบซ้ำๆ คล้ายงุนงง เขาหัวเราะอะไร

“คุณชอบทำงานนี้หรือครับ” เขาถามพลางชี้ไปที่จอคอมพิวเตอร์ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ซึ่งกำลังแสดงไฟล์นิยายต้นฉบับที่มันเพิ่งถูกให้แผนกพิสูจน์อักษรตรวจสอบเมื่อวาน…จะว่าไปที่เพลิงฟ้าจำอีกฝ่ายได้เพราะ ‘งาน’ ที่กำลังทำต่างหาก!

“ไม่ค่อยชอบหรอกค่ะ” เธอว่าพลางถอนหายใจ “ที่จริงฉันอยากเป็นนักเขียนนิยายมากกว่า แต่ว่าต้องไปทำงานเป็นพนักงานกินเงินเดือนอยู่เกือบปี ไม่มีเวลาเขียนงานเลย แถมสุดท้ายก็ต้องโดนไล่ออกจากงานด้วย”

“ฉันได้แต่หวังว่าท่านประธานฯ ของที่นี่จะเมตตาลูกนกตาดำๆ อย่างฉันบ้าง ถ้าฉันถูกไล่ออกทั้งๆ ที่อยู่ในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวอีก คงไม่มีที่ไหนกล้ารับฉันแน่ๆ เลย เฮ้อ…”

“ใครเป็นคนไล่คุณออกหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เขาเป็นเจ้านายเก่าที่นิสัยแย่สุดๆ ไปเลยค่ะ” เพลิงฟ้าเริ่มเกริ่นขึ้นมาแล้วชักควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จึงว่าอดีตเจ้านายเก่าอย่างสาดเสียเทเสียและไม่มีส่วนดีเหลือให้คนฟังได้ชื่นชมแม้แต่น้อย ก่อนจะปิดท้ายอย่างหัวเสีย “เขานิสัยแย่มากจริงๆ”

คนฟังเพียงคนเดียวของเธอก็ตอบรับเช่นเดียวกัน “ผมเห็นด้วย”

“เอ๊ะ! ว่าแต่คุณวรรษมาทำอะไรที่นี่คะ ตอนนี้ก็ค่ำแล้วนะคะ พนักงานคนอื่นกลับหมดแล้วค่ะ”

“ผมแวะมาทำธุระ” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ

“อ้อ แสดงว่ากำลังจะกลับแล้วสินะคะ”

“คุณยังไม่กลับหรือครับ”

หญิงสาวกลั้นยิ้มขำก่อนพูดออกมาในขณะที่แววตาฉายความเจ้าเล่ห์ “ฉันอยากรู้เรื่องหนึ่งมากค่ะ ไหนๆ ที่นี่ก็เหลือแค่ฉันกับคุณสองคน”

“คุณวรรษจะบอกฉันได้ไหมคะ ว่าแรงบันดาลใจของคุณในการเขียนนิยายคืออะไร… แต่ถ้าไม่สะดวกใจก็บอกตรงๆ ได้นะคะ ฉันเข้าใจ”

เขาครุ่นคิดก่อนตอบสั้นๆ “เพราะ… ผู้หญิงคนหนึ่งครับ”

“แฟนของคุณหรือคะ”

คราวนี้ชายหนุ่มเริ่มเสียอาการด้วยการเผลอเลิกคิ้วเชิงตกใจเล็กน้อย ทว่าเพลิงฟ้าไม่ทันสนใจเพราะจดจ่อกับเรื่องที่อยากรู้มากกว่า “อืม… พูดให้ถูก ผมเป็น ‘แฟนคลับ’ ของเธอมากกว่า”

“ว้าว! เธอโชคดีจังเลยนะคะ ฉันแอบอิจฉาเธอนิดๆ แล้วนะคะ” หญิงสาวแสร้งพูดอย่างอิจฉาก่อนก้มลงเก็บเอกสารบางอย่างลงในกระเป๋าเป้เพื่อเตรียมกลับบ้าน

“ไม่เห็นต้องอิจฉาเลย” เสียงทุ้มพึมพำ

“คุณว่าอะไรนะคะ”

“ตอนนี้ตึกกำลังจะปิดแล้วนะครับ”

“เอ๊ะ! จริงด้วย งั้นรีบลงไปกันเถอะค่ะ”

ไม่ช้าทั้งสองก็ลงมาจากตึกสูงและเดินออกมาภายนอกได้ทันเวลา ก่อนไม่กี่นาทีต่อมาพนักงานรักษาความปลอดภัยจะเดินมาล็อกประตูอย่างแน่นหนา และนั่นสร้างความโล่งใจแก่หญิงสาวมากที่สุด “เกือบติดอยู่ข้างในแล้วนะคะคุณวรรษ” เพลิงฟ้าว่าอย่างขบขันทั้งที่ยังหอบหายใจจากการวิ่งออกมาจากตึกแบบไม่คิดชีวิต

เขาไม่ได้ตอบอะไรทว่าครู่หนึ่งมือหนาก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้เธอ “เช็ดหน้าสักหน่อยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรับผ้าผืนนั้นมาเช็ดหน้าเช็ดตาอย่างว่าง่ายเพราะไม่เห็นประโยชน์จากการปฏิเสธ กระทั่งใช้งานสมหน้าที่จึงหันไปบอกกับเจ้าของมันตามตรง

“เดี๋ยวฉันจะรีบซักมาคืนคุณนะคะ” หญิงสาวรีบบอกก่อนขมวดคิ้ว “หรือว่าฉันซื้อผืนใหม่ให้คุณวรรษแทนดีคะ”

“ไม่ต้องซื้อใหม่หรอกครับ”

“งั้น… ตกลงตามนั้นค่ะ” เธอรับคำเสียงใส

หลังจากนั้นทั้งสองส่งยิ้มบางๆ ให้กัน ก่อนร่ำลาแล้วแยกย้ายกลับบ้านของตัวเอง กระนั้นเพลิงฟ้าก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี ตั้งแต่ตอนที่เขาส่งยิ้มเบาบางให้ หัวใจของเธอ… ยังเต้นแรงไม่หยุดเลยจริงๆ

“เอ๊ะ! นายคนนี้มันอดีตบอสคนชั่วของเธอนี่นา”

“ไหนๆ ขอฉันดูหน่อย” เพลิงฟ้ารีบยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หนังสือพิมพ์ในมือของธารารินอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินคำว่า ‘อดีตบอส’ เต็มสองหู “เดือด! พนักงานทุจริตบริษัทชื่อดังเสียหายแปดหลักถูกฟ้องข้อหาหนักแต่บอกปัดไม่รู้เรื่อง… ไม่น่าเชื่อว่าเวรกรรมจะติดจรวดได้ขนาดนี้เลยนะ”

“นั่นสิ… เร็วจนน่าแปลกใจ” ธารารินว่าพลางจิบชามะนาว “เห็นวงในบอกว่ามีคนช่วยหาหลักฐานเอาผิดไปส่งให้ฝ่ายบริหาร เรื่องนี้ถึงได้แดงขึ้นมา”

“แต่ก็ดีแล้วที่ถูกฟ้อง ต่อไปจะไม่ได้ไปทำแบบนี้ให้เสี่ยงถูกฟ้องอีก” เพลิงฟ้าพูดบ้าง

“เราคงทำได้แค่หวัง”

“เฮ้อ… นั่นสินะ”

“นี่ยายเดย์…” ธารารินเรียกชื่อเล่นของเพลิงฟ้าอย่างเผลอไผลจนเจ้าของชื่อเล่นนั้นต้องหันมาตวัดตามองค้อนทันที “เอ่อ… ขอโทษๆ พอดีลืมตัวไปหน่อย”

“ไม่เป็นไร มีอะไรหรือ”

ธารารินเม้มปากอย่างอึดอัดก่อนพูดออกมา “ช่วงนี้เธอได้อ่านนิตยสารเล่มโปรดบ้างไหม… ที่เธอชอบบ่นว่าคอลัมน์แม่หมอทักแม่นนักหนา” เพลิงฟ้าส่ายหน้า “เดี๋ยวนี้ทำงานจนแทบไม่มีเวลาพัก จะเอาเวลาที่ไหนไปดูดวง”

“แม่หมอว่า ‘ช่วงนี้ดวงความรักพุ่งแรง เนื้อคู่ต้องมาแถมช่วยเสริมการงานอีก น่าอิจฉา!’… เห็นเขียนไว้ว่าอย่างนั้นนะ”

“เหอะ!” เพลิงฟ้าแค่นยิ้ม “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องชีวิตโสดของฉันเด็ดขาด!”

หลังจากโดนอดีตแฟนหนุ่มเมื่อหลายปีก่อนและผู้ชายอีกหลายคนบอกว่าเรื่องอาชีพที่เธอฝันว่าจะเป็น… มันช่างไร้สาระ เธอก็ว่าจะลาขาดจากความรักอย่างสิ้นเชิง เรื่องอะไรจะหาคนอื่นมาดูถูกความฝันของเธอให้ช้ำใจกัน!

…แม้ว่าต่อจากนั้นไม่นานหญิงสาวจะตัดขาดจากคำว่า ‘เดย์ไลท์’ หรือคำว่า ‘เดย์’ ที่เป็นทั้งชื่อเล่นและนามปากกาของเธอด้วยตัวเองก็ตาม

“ผมมาขอผ้าเช็ดหน้าคืนครับ” เสียงทุ้มแผ่วเบาเรียกให้เพลิงฟ้าเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นสบดวงตาคมที่ทอดมองมา “อ้าว คุณวรรษ นี่คุณมาทำ…”

“สวัสดีค่ะคุณวรรษ แหม… วันนี้ท่านประธานลงมาตรวจงานเองเลยหรือคะ” เกดสุดาพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน ทว่านั่นไม่ได้ทำให้หญิงสาวตัวแข็งเท่ากับความจริงที่ว่า… คุณวรรษคือประธานบริษัทนี้

“คุณวรรษ อ่า…ท่านประธานคะ คือดิฉัน…”

“ช่วยตามผมมาด้วย”

เพลิงฟ้าพยักหน้าพลางรับคำ ก่อนเดินตามคนเรียกต้อยๆ ราวกับลูกเป็ดตัวน้อย กระทั่งมายืนภายในห้องรับแขกของชั้นผู้บริหาร “คุณ… ท่านประธานมีอะไรหรือคะ”

“ผมขอผ้าผืนนั้นคืน” ว่าพลางชี้ไปยังผ้าเช็ดหน้าที่ถูกใส่ไว้ในช่องกระเป๋าเสื้อ “อ้อ! ดิฉันขอโทษค่ะ” จากนั้นหญิงสาวก็รีบหยิบมันมาส่งให้คนตรงหน้าซึ่งยอมรับไปแต่โดยดี

“คุณเพลิงฟ้า”

หญิงสาวสะดุ้ง “คะ… คะ!”

“อืม… คุณมีชื่อเล่นไหม”

หญิงสาวเผลอเลิกคิ้วแล้วหลบตาตอบเสียงแผ่วเบา “อ่า… เดย์ค่ะ”

“อืม… โอเค” ชายหนุ่มพยักหน้า “คุณเดย์”

ทำไมเธอรู้สึกว่าเสียงเรียกนั่นฟังดูอ่อนละมุนอย่างน่าแปลก “ค่ะ ท่านประธาน…”

“คุณวรรษ” เขาแย้งเสียงเรียบ

“อ่า… คุณวรรษมีอะไรกับดิฉันอีกไหมคะ”

“ผมอยากบอกว่า… ตอนนี้ผมกำลังคุยกับผู้หญิงคนนั้นอยู่” เขาเว้นวรรคก่อนพูดต่อ “…แรงบันดาลใจของผม”

เสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วเป็นหลักฐานว่าเพลิงฟ้าได้ยินไม่ผิดและไม่ได้ฝันไป เขาหมายความว่าอะไร “ชะ… ใช่หรือคะ เป็นดิฉันแน่หรือคะ”

“ถ้าคุณคือเจ้าของข้อความนี้” เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ มันเป็นกระดาษสีเหลืองอ่อนที่มีลายมือยุ่งเหยิงเขียนเต็มไปหมด “เธอก็คือคุณ”

“แต่ผมผิดหวังนะ ที่เป็นผมที่ยืนตรงนี้… ไม่ใช่คุณ”

เมื่อเขาพูดจบก็เดินผละออกไปเหลือเพียงเพลิงฟ้าที่ยืนอึ้งอยู่กับที่… นี่มันกระดาษร่างนิยายสมัยมัธยมของเธอเอง!

“ทำไมมันถึง…” หญิงสาวยืนนิ่งอย่างครุ่นคิด ในเมื่อตอนนั้นเธอทำมันหายไปแล้วในสวนสาธารณะ
ความทรงจำต่างๆ ในอดีตไหลบ่าเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว ภาพเธอยิ้มเขินขณะเขียนร่างนิยายที่ถูกเพื่อนแซว ภาพเธออ่านหนังสือเรียนสลับกับนวนิยาย ภาพเธอยืนซุกเสาเพราะเครียดที่ไม่สามารถเขียนนิยายได้ ภาพเธอฉีกกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนคำว่า ‘เดย์ไลท์’ หรือนามปากกาในอดีตทิ้งด้วยน้ำตา ภาพเธอเลิกกับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูแคลนเธอและอาชีพในฝัน และอีกหลายๆ อย่างที่บ่งบอกว่าตอนนี้เธออยู่ห่างจากถนนแห่งความฝันมากแค่ไหน

น่าเศร้าที่เธอทำตามความฝันของตัวเองไม่ได้

ทว่าช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้คนคนหนึ่งได้…

“จะว่าไป อะไรที่ทำให้เขาหวังว่าจะได้เจอฉันอีกครั้งกันนะ” เพลิงฟ้าอดสงสัยไม่ได้เลย

ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกีตาร์โปร่งใต้ต้นอินทนิลต้นใหญ่ในสวนสาธารณะ ต้องชะงักนิ้วเรียวที่กำลังเคลื่อนไหวเมื่อเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวมากับสายลมและหยุดลงตรงหน้าเขา

‘นี่อะไร’ เขาพึมพำแล้วคว้ามันขึ้นมาอ่าน ปรากฏว่ามันเป็นร่างนิทานหรือนิยายอะไรสักอย่าง ‘เฮ้อ…นึกว่าใบปลิวรับสมัครงานพาร์ตไทม์เสียอีก’

ตอนนั้นเองสายตาเหลือบไปเห็นประโยคสั้นๆ ตรงมุมกระดาษ ‘สู้เพื่อความฝันต่อไปนะ… เดย์ไลท์’

‘แสงอาทิตย์งั้นหรือ’ เขาพึมพำ ‘นามปากกาสินะ’

‘ถ้าได้เจอกันสักครั้งคงจะดี’ เขาว่าพลางเก็บกีตาร์โปร่งลงในกระเป๋า แต่ก็ไม่ลืมเอากระดาษปริศนาแบบนั้นกลับบ้านด้วย ตอนนั้นเองก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหา ‘พี่คะ เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวมาทางนี้บ้างไหมคะ พอดีเพื่อนของหนูทำงานหายค่ะ’ เด็กคนนั้นว่าพลางชี้ไปที่เด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังมองมาทางนี้พอดี ‘เธอเขียนชื่อ ‘เดย์ไลท์’ ในกระดาษด้วยนะคะ’

น่าแปลกที่พอได้สบตากับเจ้าของกระดาษปริศนาแผ่นนั้น เขาก็โกหกอีกฝ่ายไปหน้าตาเฉย ‘ไม่เห็นเลยครับ’

ดูแล้วเธอคงเป็นนักเรียนมัธยมปลาย ต่างจากเขาที่เป็นนักศึกษาปีสองคณะบริหารธุรกิจ เขาคิดก่อนบอกเด็กหญิงตรงหน้า ‘ฝากไปบอกเธอด้วยว่าพี่เป็นกำลังใจให้ หาให้เจอนะ’

เขาว่าจบก็รีบผละออกมา ในใจได้แต่หวังลมๆ แล้งๆ ว่าในอนาคตเขากับเด็กคนนั้นจะได้เจอกันอีก…ตั้งแต่สบตาคู่นั้น หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุดเลย

“ไม่น่าเชื่อเลย…ว่าเราจะรอเธอมานานขนาดนี้” วรรษพึมพำออกมาภายในห้องทำงานของเขาเอง ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าความรู้สึกแปลกๆ ในวันนั้นจะมีผลมาถึงวันนี้

เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังคล้ายหมดแรง ดวงตาที่มักไม่แสดงอารมณ์ฉายความเหนื่อยล้าชัดเจน ตั้งแต่วันนั้นที่บังเอิญสบตากับเธอที่โถงข้างล่าง เขาก็จำได้ทันทีว่าเธอคือเด็กหญิงคนนั้น จากนั้นเขาจึงเฝ้ามองเธอมาตลอดทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว คอยปกป้องเธอทั้งที่ไม่รู้จักกันจริงจัง

ไม่น่าเชื่อเลยว่า… เขาจะชอบเธอคนนั้นตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้

คงเพราะประโยคนั้นในวันที่เขาเกากีตาร์แก้เครียดเรื่องถูกไล่ออกจากงานพาร์ตไทม์

“คุณเดย์ไลท์… หวังว่าเร็วๆ นี้จะยอมมาเป็นแสงอาทิตย์ของผมนะ” ต่อให้เธอจะยังไม่ได้เป็น ‘เดย์ไลท์’ ในแบบที่เธอฝันไว้ก็ตาม

คงถึงเวลาที่เขาต้องจีบใครสักคน ไม่สิ… เธอคนนั้นอย่างจริงจังสักที

 

– ณฐกันยา –

 

Don`t copy text!