เที่ยวฟาร์มออร์แกนิก

เที่ยวฟาร์มออร์แกนิก

โดย : คุณนายฮวง

นอกจาก นิยายออนไลน์ สนุกๆ แล้ว อ่านเอา ยังมีคอลัมน์ ‘(เรื่องเล่า) 6,200 วันในไต้หวัน’ โดย คุณนายฮวง สาวไทยสุดไฮเปอร์ที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ไทเปได้หลายปีดีดักกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตต่างแดนที่เต็มไปด้วยสีสันและมุมมองหลากหลาย เรื่องราวดีๆ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์

***********************************

– เที่ยวฟาร์มออร์แกนิก –

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

วันนี้ขอเมาท์รัฐบาลเกาะนี้หน่อยเหอะ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน ฉันเห็นข่าวเรื่องรัฐบาลทวงคืนพื้นที่ทำสวนผักออร์แกนิกคืนจากเกษตรกร ดูข่าวแล้วก็ให้สงสารเกษตรกรเหลือเกิน เรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ ในข่าวนั้นนักข่าวได้ไปสัมภาษณ์เจ้าของสวนผักออร์แกนิกทางตอนใต้ของเกาะ บริเวณแถวเมืองเกาสง เจ้าของสวนผักนั้นเล่าว่า เดิมทีก็ไม่ได้ทำอยู่แถวนี้หรอก แล้วก็ทำแบบบ้านๆ ด้วยใจรัก แต่ทางอดีตผู้ว่าการเขตพื้นที่ตรงนี้ไปชักชวนให้อพยพมาทำไร่ทำสวนออร์แกนิกอยู่ที่นี่ โดยบอกว่า รัฐบาลจะทำให้บริเวณนี้เป็นศูนย์พัฒนาการเกษตรออร์แกนิกแห่งชาติ เขาก็ฟังแล้วเออ เข้าท่าแฮะ มาอยู่ในศูนย์ระดับประเทศ มันก็จะได้ช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนความรู้กันกับเกษตรกรรายอื่นๆ ด้วย โดยมีรัฐบาลช่วยสนับสนุนอีกตะหาก ก็เลยขายที่เดิมแล้วก็อพยพมาบุกเบิกพื้นที่ ลงทุนใช้เงินก่อสร้างเรือนกระจกเพื่อปลูกผักและวางระบบน้ำภายในเรือนนั้นหมดไปหลายล้าน

แปลงผักที่ยังเป็นแค่ต้นอ่อน
ผักในแปลงที่โดนแมลงกัดเป็นรู

พอมาลงมือปลูกผักจริงๆ พบว่าคุณภาพของดินไม่ได้ดีนัก เขาก็ต้องหาทางแก้ปัญหา เช่น ลงทุนค่าปุ๋ยสำหรับสวนออร์แกนิก ซึ่งก็แพงกว่าปุ๋ยปกติทั่วไป ต้องคอยพรวนดินเพื่อพลิกฟื้นให้เหมาะสมกับการทำสวน ฯลฯ ตั้งหน้าตั้งตาทำเพื่อให้อยู่รอด เพราะเขาก็ลงทุนแบบทุ่มสุดตัวไปหมดแล้ว แต่แล้วไม่กี่ปีผ่านไป ตอนนี้รัฐบาลมาขอพื้นที่คืน โดยบอกว่า บริเวณนี้เป็นเขตที่จะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์เทคโนโลยีเพื่อนวัตกรรมแห่งอนาคต อะไรประมาณนี้

ฟังๆ แล้วฉันรู้สึกว่าอดีตผู้ว่าการเขตนั่นตอนนั้นคงจะผลักดันโครงการนี้เพื่อเอาไว้ใช้หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งวาระต่อไปแน่เลย เสร็จแล้วตัวเองก็ตกกระป๋องไป เพราะมีการเปลี่ยนแปลงจัดเขตพื้นที่กันใหม่ โดยพื้นที่ตรงนั้นได้ถูกโอนให้มาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเกาสงไป เฮ้อ สงสารเกษตรกรเหล่านั้นจริงๆ รัฐบาลทำแบบนี้ก็ได้เหรอ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าจะหาทางออกกันแบบไหนระหว่างเกษตรกรกับรัฐบาล

แถวสตรอเบอรี่ ส่วนด้านหลังคือ เสาวรส มองเห็นผลเสาวรสกันไหมคะ

คิดว่าเคยเล่าๆ ให้ฟังอยู่บ้างใช่ไหมคะว่า ที่นี่หาซื้อสินค้าออร์แกนิกสะดวก ไม่ไกลจากแถวบ้านฉันก็มีร้านขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกอยู่สองสามร้าน ฉันเองก็เคยซื้อผักจากร้านพวกนี้บ่อยๆ ประมาณเมื่อแปดปีก่อน ได้สังเกตว่าผักออร์แกนิกยี่ห้อหนึ่ง มีบอกเว็บไซต์ไว้บนถุงด้วย ก็เลยลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ เพราะอยากรู้ว่าออร์แกนิกจริงๆ หรือเปล่า ปรากฏว่าเห็นรูปภาพสวนผักที่ปลูกอยู่บนเขาสูงสวยงาม แถมในเว็บไซต์ยังบอกอีกว่า ถ้าอยากมาเยี่ยมชมก็สามารถนัดเวลามาเยี่ยมชมได้ ยินดีให้ความรู้ แหม คุณนายฮวงก็กรี๊ดกร๊าดสิคะ บอกคุณชายโทร.ไปนัดเลยๆ ไม่น่าไกลจากไทเปนะยู แถมเค้ามีอาหารขายให้กินอีกด้วย เราไม่ต้องกังวลเรื่องหาอาหารกลางวันกินนะ ไปเหอะๆ ไปดูให้เห็นด้วยตาว่าของจริง ฉันจะได้ซื้อของเขาได้อย่างสบายใจนะยูนะ

สำนักงานของอคาบา

และแล้วเราก็ขับรถโดยอาศัยอากู๋นำทางไป พอไปถึง ตามที่อยู่นั้นเป็นแค่สำนักงาน แล้วก็ที่แพ็กของเพื่อเตรียมส่งลูกค้า ส่วนตัวฟาร์มนั้นต้องขับขึ้นเขาไปอีก โดยเขาบอกว่ามีสองแห่ง เป็นสวนผักกับสวนผลไม้แยกกัน แต่ที่เราไปชมคือสวนผัก สวนผลไม้ต้องขับต่อไปอีก เราก็ขับตามรถบรรทุกเล็กของทางไร่ขึ้นไป โห วิวสวยเหมือนในรูปจริงด้วย แล้วเจ้าของไร่ที่ยังหนุ่มมากก็พาชมพร้อมตอบคำถามเราอย่างเต็มใจ คือที่นี่เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวพอสมควร พี่น้องผู้ชายหนุ่มๆ สองสามคนช่วยกันบุกเบิก โดยมีบรรดาเมียๆ และญาติๆ มาร่วมช่วยงานกัน เขาเล่าว่าอยากทำให้เป็นไร่ตัวอย่าง แล้วก็แบ่งปันข้อมูลความรู้ให้กับไร่อื่นๆ ที่อยากทำออร์แกนิกด้วย อิฉันก็ปล่อยให้คุณชายซักถามไป แต่หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ฉันก็เลยต้องซื้อขิงออร์แกนิกด้วยอีก เพราะเจ้าของไร่เขาบอกว่า ถ้าใช้พื้นที่ปลูกขิงแล้ว หลังจากเก็บเกี่ยว ต้องรอให้ดินฟื้นสภาพให้อุดมสมบูรณ์อีกเนี่ย ต้องใช้เวลาถึงสี่ห้าปี คุณชายก็เลยถามว่า แล้วพวกที่เขาปลูกขิงขายเป็นล่ำเป็นสันเขาทำไงล่ะ คุณนั่นเขาเฉลยว่า ก็ใช้วิธีใส่สารเคมีลงไปเร่งให้ดินฟื้นสภาพเร็วๆ ไง

พอชมไร่เสร็จ ก็กลับลงมาที่สำนักงานอีกครั้งเพื่อกินอาหารกลางวัน เขาคิดคนละ 250 หยวน ระหว่างรออาหารอยู่ อาเจ๊เขาก็ชวนให้ชิมผลผลิตอื่นๆ ที่วันนั้นมีอยู่คือส้ม กล้วย เมล็ดฟักทองอบใบชา แล้วก็มีบ๊วยดองรสชาติต่างๆ ฉันน่ะติดใจบ๊วยรสขิง อร่อยแปลกๆ ดี พร้อมกับชงสารพัดชาให้ลองดื่ม มีเก๊กฮวยป่าที่ช่วยลดความดันด้วย ฉันก็สนใจสิ เลยถามราคา เขาบอกว่าขีดละ (100 กรัม) สองพันหยวน เอิ่ม ปล่อยให้มันอยู่ในป่าต่อไปแล้วกันนะ😅

อาหารกลางวันของเรา

และแล้วอาหารของเราก็พร้อมหม่ำ มีกับข้าวห้าอย่าง กับน้ำแกงหนึ่ง ก็แน่นอนค่ะว่าส่วนใหญ่ก็ต้องเน้นผักน่ะ มาชมสวนผักนี่นา😄 แต่ถึงจะไม่มีเนื้อสัตว์มากนักก็ยังอร่อยเริ่ด เพราะผักสดๆ เพิ่งเก็บลงมาจากบนเขา แล้วแต่ละจานเขาให้เยอะมากค่ะ เราไปกันสามคนยังกินไม่หมด เขาเลยช่วยเอาผัดหน่อไม้สด กับผัดกะหล่ำปลีใส่ถุงกลับมา แล้วไหนๆ ก็ไปถึงที่ ฉันก็เลยขอซื้อผักสดกลับมาด้วย เจ้าของไร่คนน้องที่คุมการแพ็กอยู่เลยพาเราเข้าไปเลือกผักในห้องเย็นที่เขาใช้เก็บผักรอส่ง ได้กลับมาหลายอย่างเช่น บร็อกโคลีไต้หวันที่ฉันชอบกินมันก้านยาวกว่าแล้วก็นิ่มกว่าของทางอเมริกา หัวบีตรูต แล้วก็สับปะรดที่หวานกรอบอร่อย ถ้าใครอยากดูวิวสวนผักสวยๆ แห่งนี้ เชิญดูได้จากลิงค์นี้ค่ะ www.bilocun.com.tw

เมล็ดกาแฟบนต้น โปรดสังเกตใบที่ถูกแมลงกัดแหว่งไป😊
.เมล็ดกาแฟที่ตากอยู่

พอพูดถึงเก็บผักสดๆ มาผัดกินทันทีทำให้ได้ความอร่อยจากความสดที่ไม่เหมือนผักสดที่ซื้อจากตลาดแล้ว ก็เลยทำให้ฉันนึกถึงเพื่อนมัธยมคนหนึ่งที่ไปทำไร่กาแฟออร์แกนิกอยู่ที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความที่นางรักชอบกาแฟ แล้วก็ทนการจราจรในกรุงเทพฯ ไม่ไหว เลยอพยพไปอยู่เป็นการถาวรซะเลย แล้วก็ไปบุกเบิกทำไร่กาแฟอราบิกา เมื่อประมาณสามสี่ปีก่อน ฉันก็เคยพาคุณชายไปนอนค้างบ้านไร่ของนาง กลางคืนก็ไปนอนอยู่บนดาดฟ้า ชมดาวเต็มท้องฟ้า ชมดาวอิ่มก็ลงมาชงกาแฟดื่มกัน ทดลองสูตรการคั่วใหม่ๆ คุณชายเลยได้มีโอกาสลองวาดหน้าตากาแฟด้วยตัวเอง โดยเล็ก (เพื่อนฉัน) สอนให้ ตื่นเช้ามาก็เดินเก็บสตรอเบอรีที่ปลูกไว้ตามทางเดินกินได้เลย พอจะผัดผักกิน แม่ครัวก็ไปตัดผักกวางตุ้งมาผัดให้กินเดี๋ยวนั้นสดๆ โอ้โฮเฮะ ขนาดฉันไม่เคยชอบกินผักกวางตุ้ง แต่มื้อนั้นนี่ enjoy eating ผักกวางตุ้งจากสวนครัวในบ้านเล็กมากเลย กินแบบไร้กังวลด้วย ปลอดภัยแน่นอน แล้วที่ฮากันสุดๆ คือ มีอยู่วันหนึ่ง พอดีมีคนมาเยี่ยมชม เล็กก็เลยบอกให้ฉันกับคุณชายกินข้าวก่อนเลย ไม่ต้องรอเพราะสายมากแล้ว กับข้าวมื้อนั้นมีปลาทอดทั้งตัว ตัวขนาดกลางๆ ฉันกินคำแรกก็ เอ๊ะ ปลาไรหว่า รสชาติคล้ายๆ ปลาสลิดเลย สดดีเนื้อหวานไม่เลวแฮะ พอเล็กเดินกลับเข้าบ้านมาก็ทักว่า “เป็นไงปลาสลิดอร่อยไหม สั่งเด็กตั้งแต่เช้าให้จับจากบ่อมาทอดให้กิน เด็กคงไม่ลืมใช่ไหม” อิฉันก็อ้าปากค้างสิ “เออ ตอนกินก็ว่าเนื้อมันคล้ายๆ ปลาสลิดนะ แต่ทำไมมันมีหัวล่ะ” ฮากันตึงสิคะ ท่านผู้ชม😆😂 ก็หมวยเยาวราชอย่างฉันเนี่ย เคยเห็นเคยกินแต่ปลาสลิดตากแห้งที่เขาขายกัน แล้วก็ไม่เคยรู้ว่าเอามาทอดกินสดๆ ได้ เกิดมาจนครึ่งศตวรรษเพิ่งเคยเห็นหน้าตา (ความหมายตามตัวอักษรเลยค่ะ😉) ปลาสลิดก็วันนั้นแหละ ฮ่าๆๆ

กำลังทำการคั่วกาแฟ
กาแฟที่คุณชายหัดทำตามที่เล็กสอน หน้าตาไม่เลวนะสำหรับครั้งแรกในชีวิต😁

เล็กบอกว่า เล็กอยากทำผลผลิตออร์แกนิกที่มีราคาให้คนธรรมดาก็ซื้อกินได้ ออร์แกนิกไม่จำเป็นต้องแพง ให้ชาวไร่ชาวสวนแถบนั้นรู้ว่ามันทำได้จริงๆ ด้วยการทำให้เขาเห็น มาถึงวันนี้ เล็กทำได้จริงๆ ค่ะ👍👍👏 แล้วก็เมล็ดกาแฟจากไร่ของเล็ก มีคนนำเข้ามาคั่วขายเป็นแบรนด์ของตัวเองที่ไทเปด้วยนะ เป็นร้านหนังสือที่ขายแต่พวกหนังสือเกี่ยวกับศิลปะ แล้วเจ้าของร้านมีมุมเล็กๆ เป็นร้านขายกาแฟสด หรือจะซื้อเมล็ดกาแฟกลับบ้านก็มีวางขายด้วย เจ้าของร้านไปดื่มกาแฟที่ร้านของเล็ก แล้วติดใจก็เลยติดต่อขอนำเข้ามาขายในร้านหนังสือของเขา ฉันเองก็ขนเมล็ดกาแฟของเล็กกลับมาให้คุณชายดื่มตลอด เดี๋ยวนี้ฉันจะเลือกซื้อของกินที่รู้ที่มาที่ไปพอสมควร จะได้กินได้อย่างสบายใจ😄 ไปซื้อที่ร้านกร บางลำภู (ร้านขายบะหมี่เกี๊ยวเจ้าดัง ที่คุณหม่ามี้ของฉันบอกว่า สมัยก่อนเวลามาบางลำภูกับอาม่าของฉัน ก็มากินบะหมี่ร้านนี้ตลอด) อยู่ติดกับร้านน้ำพริกนิตยานั่นล่ะ ถ้าใครสนใจอยากเรียนรู้เกี่ยวกับกาแฟ ผ่านไปเชียงใหม่ก็เชิญแวะไปเยี่ยมชมได้นะ หรือบางทีทางไร่ก็มาออกร้านในงานที่กรุงเทพฯ บ้าง ลองเช็กดูนะคะ https://www.facebook.com/Acabacoffee/

เอ๊ะ ว่าจะเมาท์รัฐบาลเกาะนี้ ไหงไปจบที่เชียงใหม่ล่ะเนี่ย😆

Don`t copy text!