สูงเนินสถานีที่รัก

สูงเนินสถานีที่รัก

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

อาคารสถานีรถไฟสูงเนินซึ่งมีอายุเกือบ ๑๒๐ ปี เป็นจุดมุ่งหมายของหญิงชราวัย ๗๗ ปี  นามว่า นางแก้ว รักษ์สูงเนิน คุณย่าแก้วของลูกหลานมักจะมานั่งที่เก้าอี้ซึ่งทำจากไม้หมอนรถไฟ มันถูกตั้งเอาไว้หน้าอาคารสถานี สถานีรถไฟที่คุณย่าผูกพันเธอมักจะเล่าให้พวกเราฟังว่า เมื่อ ๖๔ ปีก่อนราวเดือนพฤศจิกายนมีข่าวจากทางการบอกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทางขบวนรถไฟพระที่นั่ง ประชาชนที่อยู่ในบริเวณที่จะเสด็จต่างตื่นเต้นที่จะได้ชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์ พร้อมใจกันประดับตกแต่งสถานีรถไฟและจับจองพื้นที่ริมรางรถไฟเพื่อที่จะได้ชมพระบารมีของสองพระองค์ด้วยสองตาของตนเอง

วันนั้นคุณย่าแก้วในวัย ๑๕ ปี สวมชุดผ้าถุงลายเงี่ยงนางดำซึ่งครอบครัวของเธอได้รับตกทอดจากบรรพบุรุษครั้งถูกกวาดต้อนจากเวียงจันทน์ลงมาและปักหลักอยู่ยังที่เมืองนครราชสีมา เด็กสาวหน้าตาสะสวยถูกยกให้เป็นหญิงงามประจำอำเภอจากการประกวดสาวงามเมื่อปีกลาย ความสวยและตำแหน่งที่เธอได้รับย่อมถูกตกเป็นเป้าสายตาของชายหนุ่มทั้งอำเภอ รวมถึงเจ้าหน้าที่รถไฟอย่าง นายเชิด รักษ์สูงเนิน อายุอานามดูจะมากกว่าสาวเจ้าถึง ๘ ปี ฝ่าวงล้อมเข้าไปประจันหน้ากับหญิงสาวที่ตนเฝ้ามองตั้งแต่งานประจำอำเภอเมื่อปีก่อน

“สวัสดีครับคุณแก้ว มีที่นั่งหรือยังครับ” เชิดกล่าวทักทายเธอก่อนจะหาเรื่องที่จะสามารถคุยกับเธอได้นั้นก็คือการถามหาที่นั่งซึ่งตอนนี้ถูกจับจองอย่างแน่นขนัด

“มีแล้วค่ะ โน้นไงคะ แม่แก้วรออยู่ตรงนั้น” เชิดมองตามมือขาวที่ชี้ไปยังหญิงวัยกลางคนที่นุ่งผ้าสะสวย เขาก็รู้ได้ในทันทีนั่น คุณกลิ่น เมียของ กำนันกานต์ เมธาสูงเนิน กำนันคนดังของที่นี่ ใช่ คนที่เขาหมายอยู่คือลูกสาวกำนันที่ขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวเป็นอย่างมาก

“ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณแก้วไปนั่งรอเลยดีกว่าครับ ขบวนเสด็จออกจากสีคิ้วแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงสูงเนิน ผมขอตัวไปเตรียมทำหน้าที่ก่อน” เชิดเดินกลับไปยังตำแหน่งเดิมที่ตนถูกสั่งให้ยืนอยู่ซึ่งไม่ไกลจากแก้วมากนัก ทำให้หญิงสาวยังคงอยู่ในสายตาของเขา

“อ้าวแม่แก้วมาแล้วหรือ มานี่มา” คุณกลิ่นพอเห็นบุตรสาวยืนอยู่ก็เรียกให้ไปนั่งด้วยกันที่ที่เธอนั่งอยู่เธอได้นั่งกับคุณยายนกแก้วซึ่งท่านได้นำเครื่องลายครามมาถวายในหลวงและพระราชินีด้วย

“สวัสดีจ้ะ ยายทวดนกแก้ว จำฉันได้ไหม ฉันแก้วไงจ๊ะ”

“จำได้ อินางแก้วลูกกำนันกานต์คนชื่อเดียวกัน” คุณยายนกแก้วถึงจะอายุเกือบร้อยปีแล้วแต่ก็พอยังจำได้บ้าง เหล่าผู้เฒ่าผู้แก่ต่างสวมชุดขาวและนำพานดอกไม้และเทียนติดมือมากันคนละพานกันทุกคน

บริเวณซุ้มที่ชาวสูงเนินจัดถวายตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ถัดจากอาคารสถานีไม่มากที่ตรงนั้นมีคนหนุ่มคนสาวมาจับจองพื้นที่ผู้คนมามากนักจึงไม่สามารถจะนั่งกันได้ผู้ที่มาหลังๆ จึงต้องยืนและถือธงชาติไทยกันทุกคน นับเป็นภาพความพร้อมเพรียงที่น่าเหลือเชื่อ

“ขบวนพระรถไฟพระที่นั่งออกจากสถานีสีคิ้วแล้ว” เจ้าหน้าที่ประกาศบอกให้ประชาชนรีบเตรียมความพร้อม เพราะอีกไม่นานขบวนเสด็จจะมาถึงในไม่ช้า

สถานีสีคิ้วห่างจากสถานีสูงเนินไม่ถึงสิบนาที ไม่นานเสียงหวูดรถไฟก็ดังมาแต่ไกล รถไฟพระที่นั่งจอดเทียบชานชาลา เจ้าหน้าที่รถไฟและนายสถานีพยุงคุณยายนกแก้วเพื่อที่จะถวายเครื่องลายครามให้แกสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี คุณยายมีอายุมากจึงทำให้หลังค่อมไปตามอายุ สมเด็จพระราชินีจึงทรงเอื้อมพระหัตถ์และน้อมพระองค์ลงมารับเครื่องลายครามจากคุณยายนกแก้ว นับเป็นภาพที่สุดแสนจะประทับใจต่อสายตานับพันคู่ที่ได้ชม

แก้วแลมองแม่และป้าๆ หลายคนน้ำตาไหล พวกท่านไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่หญิงสาวก็รู้ได้ในทันทีว่าพวกท่านรักทั้งสองพระองค์มากแค่ไหน ขบวนรถไฟเตรียมจะออกจากสถานีรถไฟสูงเนินชาวบ้าน พ่อค้า และข้าราชการที่มารับเสด็จต่างโบกธงชาติไปมาและเปล่งคำว่าทรงพระเจริญออกมาพร้อมกันอย่างกึกก้อง ขบวนรถไฟออกไปไกลแล้ว แต่คำปรีติยินดีที่ได้มาชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์ยังคงอยู่ชาวบ้านที่แยกย้ายกันกลับบ้านเรือนของตนเท้าก็เดินแต่ปากก็พูดถึงบรรยากาศเมื่อครู่ที่ตนประสบมา

“นี่พ่อกำนัน ในหลวงท่านยิ้มให้ฉันด้วยล่ะ เป็นบุญของฉันจริงๆ ที่ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินของเราเหมือนพ่อกับปู่ฉันก็ได้เข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ห้า ตอนนั้นเสด็จมาเปิดทางรถไฟสายแรกของประเทศ แล้วยังได้ถวายงานในหลวงรัชกาลที่หกตอนท่านยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จฯ มาสูงเนินบ้านเรา พ่อฉันได้ไปกับขบวนเสด็จไปเมืองเสมาแล้วก็ยังไปปราสาทเมืองเก่า ครอบครัวเราโชคดีจริงๆ ที่ได้ชมพระบารมีพระเจ้าแผ่นดินถึงสามพระองค์”

“ไม่ใช่แค่ครอบครัวเราหรอกจ้ะแม่กลิ่น คนสูงเนินเราก็โชคดีที่มีพระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาหาพวกเราถึงที่นี่ จะมีสักกี่ที่ ที่พระเจ้าแผ่นดินจะมาบ้านเรา โชคดีขนาดที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาถึงสามพระองค์” กำนันกานต์พูดไปก็น้ำตาไหลไป

“ใช่จ้ะพ่อแม่ฉันรักพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีจริงๆ” แก้ววิ่งนำพ่อแม่และโบกธงชาติ ฝ่าฝูงชนกลับไปบ้าน

“คุณย่าโชคดีมากเลยนะครับที่ได้ชมพระบารมีของในหลวง ผมเกิดมาอายุยี่สิบปีไม่เคยได้ชมพระบารมีท่านใกล้เหมือนคุณย่าเลย ตอนนี้ท่านก็สวรรคตไปแล้ว แต่ผมก็ไม่เคยลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทรงทำให้กับชาวไทย  ถึงแม้จะไม่ได้ชมพระพักตร์ของพระองค์แต่ก็รู้สึกรักพระองค์สุดหัวใจ” กรกวี หลานชายสุดที่รักของคุณย่านกแก้วซึ่งคุณย่ามักจะเล่าเรื่องเก่าให้กับเขาฟังมาตลอด ในส่วนของกรกวีเองก็ชอบที่จะฟังเรื่องราวเก่าๆ แบบนี้อยู่แล้ว “คุณย่าครับ ผมอยากฟังเรื่องของคุณย่ากับคุณปู่ต่อ เล่าให้ผมฟังหน่อยสิครับว่าหลังจากวันรับเสด็จวันนั้นคุณปู่จีบคุณย่ายังไงครับ”

“เรื่องที่ปู่หลานจีบย่าน่ะ ย่าเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าปู่เขาจะจีบเพราะเห็นปู่มีผู้หญิงรุมรักตั้งมากมาย”

หลังจากวันที่เจอกันที่สถานีรถไฟวันนั้น เชิดก็ได้เจอแก้วทุกวัน เพราะหญิงสาวจะมาจ่ายตลาดแทนแม่ในทุกเช้า ส่วนเชิดถึงจะไม่ใช่คนที่นี่แต่กำเนิดแต่ก็มีคนที่รู้จักที่มาจากที่เดียวกันมาเปิดร้านขายของอยู่ในตลาดสูงเนินวันไหนที่หยุดจากงานก็จะมาช่วยรุ่นพี่อย่างนพขายของอยู่บ่อยๆ จึงได้เจอกับแก้วทุกวัน

“อ้าว น้องแก้ววันนี้จะรับอะไรดี” ร้านของนพนั้นเป็นร้านขายของที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของอำเภอ จึงทำให้มีลูกค้าแวะเวียนเข้าออกที่นี่ตลอด

“เอาน้ำตาลหนึ่งโล กับน้ำมันสองโลจ้ะพี่นพ”

“เชิดมาช่วยพี่หยิบน้ำตาลหน่อยสิ โน่น อยู่ตรงนู้น” เชิดพอเห็นหน้าแก้วก็ทำตัวไม่ถูก หยิบจับข้าวของผิดๆ ถูกๆ จนนพต้องคอยบอก

“นี่ครับคุณแก้ว น้ำตาลสองกิโล ส่วนนี่น้ำมัน ทั้งหมดสองบาทครับ” เชิดยื่นของให้กับแก้วพร้อมกับรับเงินมา หญิงสาวพอได้ของที่ต้องการก็ขอบคุณและเดินออกจากร้านไป เชิดได้แต่มองตามแก้วไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลย

“ฉันก็ลุ้นตั้งนานว่าแกจะชวนน้องแก้วไปเที่ยวงานลอยกระทงไหม ก็ไม่กี่วันแล้วนะ รีบชวนเขาล่ะ ก่อนเขาจะมีคนชวนไปซะก่อน”

“ผมไม่กล้านี่พี่ ยิ่งพ่อกำนันหวงลูกสาวขนาดนั้น ถ้าเห็นผมไปกับลูกสาวเขามีหวังลูกปืนได้ปักเข้ากลางอกผมแน่ๆ” ข่าวที่ว่ากำนันกานต์หวงลูกสาวนั้นเลื่องลือทั้งไปทั้งอำเภอ บางคนเกือบพิการเพราะแอบไปลอบเจอลูกสาวเขาจนกำนันต้องใช้ปืนขู่ทำให้ลูกปืนปักเข้าที่ขาจนเกือบเดินไม่ได้

“ถ้าชอบเขาก็ต้องทำให้เขารู้ก่อน จะได้เป็นการจอง เผื่อเขามีใครก่อนเอ็งจะเสียใจที่หลัง แล้วค่อยบอกพ่อเขาว่าเรารักลูกเขา สู้ๆ เว้ย พี่เป็นกำลังใจให้”

เล่ามาถึงตรงนี่หญิงชราก็ต้องหยุดเล่า จนทำให้หลานชายที่ตั้งใจฟังอยู่เกิดความสงสัย จึงถามถึงสาเหตุในการหยุดเล่าของคุณย่าของตน

“คุณย่าหยุดเล่าทำไมครับ ผมกำลังฟังเพลินเลย คุณทวดก็โหดมากเลยนะครับ แล้วอย่างนี้คุณปู่จะฝ่าด่านไปรักกับคุณย่าได้ยังไง”

“ที่ย่าหยุดเล่าก็เพราะย่าคิดไปถึงวันนั้นวันที่ปู่หลานบอกชอบย่าในคืนวันลอยกระทง”

งานลอยกระทงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เฉกเช่นทุกปี ในปีนี้มีการประกวดนางนพมาศสาวงามจากต่างตำบลต่างเตรียมความพร้อมมาทั้งปีในฐานะตัวแทนของตำบล แก้วที่เคยประกวดเวทีนี้มาแล้ว เธอเป็นตัวแทนของตำบลสูงเนินและเธอสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับหนึ่ง เวทีนี้จึงเหมือนเป็นเวทีแรกในการประกวดจนทำให้เธอมีความมั่นใจในการประกวดเวทีต่อไปแล้วก็ได้ที่หนึ่งมาครอบครอง

“คุณแก้วมากับใครหรอครับ” เชิดที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเวทีประกวดนางนพมาศเดินเข้ามาทักแก้ว

“คุณเชิด แก้วมากับพี่อ่อนค่ะ พี่ข้างบ้านแก้วเอง ตอนนี้พี่เขาไปซื้อน้ำอยู่ คุณเชิดมากับพี่นพหรือคะ” แก้วเมื่อเห็นว่าใครมาทักตนก็รีบตอบกลับไป ผู้ชายคนนี้วนเวียนอยู่ในชีวิตของเธอมาหลายวัน ไปที่ไหนก็เห็นเขาอยู่ในทุกที่ แก้วเองก็รู้สึกว่าเขาตั้งใจมาให้เธอเห็นหน้าแต่ก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงทำเช่นนั้น

“พ่อกำนันล่ะครับ มาด้วยหรือเปล่า”

“พ่อไม่มาค่ะ พอดีหลวงลุงที่พ่อรู้จักอาพาธ พ่อเลยพาไปโรงพยาบาล” เชิดพอรู้ว่ามีโอกาสใกล้ชิดกับหญิงสาวโดยไม่ต้องเกร็งว่าพ่อของเธอจะเข้ามาเห็น “ถ้าอย่างนั้นคุณแก้วไปลอยกระทงด้วยกันกับผมไหมครับ”

“ก็ได้ค่ะ แต่รอพี่อ่อนกลับมาก่อนนะคะแล้วค่อยไป” แก้วรู้ชัดในทันทีว่าการที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเธอเอ่ยปากชวนไปลอยกระทงด้วยกันแบบนี้ดูแล้วเขาคงจะชอบเธอเข้าให้แล้ว เพียงแต่เธอยังไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับเขา แต่เธอเองก็ไม่อยากจะตัดความสัมพันธ์ไปเพราะรู้ว่าเขาชอบเธอ

กรกวีที่ฟังมาถึงตอนนี้ก็รู้เขินไปกับความรักของท่านทั้งสอง ความรักที่ไม่เร่งรีบ ความรักที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ เขาคิดว่าความรักแบบนี้มันยั่งยืนมากกว่าความรักของหนุ่มสาวสมัยนี้เสียอีก ความรักของคนในปัจจุบันดูจะเร่งรีบกันจนเกินไป บางคนเจอหน้ากันแค่ไม่ถึงสองวันก็ตกลงคบกัน แล้วสุดท้ายก็ต้องเลิกกันด้วยเหตุผลที่ว่าเข้ากันไม่ได้ ต่างจากคนรุ่นคุณปู่คุณย่าที่กว่าจะตกลงคบกันต้องดูใจกันไปอีกตั้งนานดูจนรู้ซึ้งถึงตัวตนของฝ่ายตรงข้าม สุดท้ายถ้าคนมันใช่ก็ต้องใช่

“คุณย่าครับ คุณย่าเริ่มชอบคุณปู่ตอนไหนหรือครับ”

“ย่าชอบปู่หลานตอนไหนหรือ ลอยกระทงปีนั้นย่ายังไม่ได้ชอบปู่หลานหรอก ถึงท่านจะบอกชอบย่าแต่ย่าก็ตอบกลับไปว่าขอบคุณที่มาชอบแต่ย่าไม่ได้ชอบปู่หลาน จนนานวันเข้าผ่านไปเกือบสี่เดือน ตลอดสี่เดือนปู่หลานตามจีบย่าจนย่าใจอ่อน ยอมคบหาดูใจกับปู่หลานจนแต่งงานกันในอีกสามปีต่อมา”

“แล้วก็มีคุณพ่อของผม กับอาๆ อีกสามคนใช่ไหมครับ”

“ใช่จ้ะ ความรักของปู่กับย่าน่ะมันเริ่มจากที่นี่ล่ะ สถานีรถไฟสูงเนิน ถึงตอนนี้ปู่หลานจะจากย่าไปหลายปีแล้ว แต่ทุกอย่างที่มันเคยเกิดขึ้นที่นี่ ย่าไม่เคยลืม ตรงนั้นย่านั่งรอรถไฟเพื่อจะเข้าเมือง ส่วนตรงนู้นย่าเอากับข้าวไปให้ปู่ทาน และตรงนี้ล่ะที่ย่ากับปู่มาถ่ายรูปแต่งงานกัน”

“คุณย่าก็เลยมาที่นี่ทุกวันใช่ไหมครับ” กรกวีมองดูสายตาของย่า ท่านคงจะคิดถึงคุณปู่เป็นอย่างมาก การที่ท่านมาที่นี่ก็เท่ากับว่าท่านมาเจอคุณปู่ทุกวัน

“นอกจากบ้านเราแล้วก็มีที่นี่ล่ะที่ย่าจะได้มาคลายความคิดถึงปู่ของหลาน อีกไม่นานสถานีแห่งนี้ก็คงจะถูกรื้อออกเพราะการมาของรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ย่าน่ะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงเอาเสียเลย แต่ก็อย่างว่าถ้าไม่เปลี่ยนอะไรเลยมันก็ไม่ดีต่อคนส่วนมาก ความเจริญน่ะมันดีนะพ่อกร แต่ความเจริญมันก็ต้องแลกด้วยอะไรหลายอย่าง แต่นี่ก็ถือว่าดีนะที่มีคนอยากจะอนุรักษ์อาคารเก่าๆ ของสถานีรถไฟแห่งนี้”

สถานีรถไฟสูงเนินเกือบจะถูกรื้อแล้วสร้างใหม่เช่นเดียวกับสถานีรถไฟอื่นๆแต่ถูกชาวบ้านขอเอาไว้ก่อนว่าไม่อยากให้รื้อเพราะมันคือความทรงจำของคนที่นี่ จึงเกิดเครือข่ายอนุรักษ์สถานีรถไฟสูงเนินขึ้นคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ขัดขวางความเจริญแต่สิ่งที่พวกเขาต้องการมีแค่การอนุรักษ์อาคารสถานีเก่าแห่งนี้เอาไว้ พวกเขาขอร้องการรถไฟแห่งประเทศไทยให้นำอาคารสถานีแห่งนี้เอาไปปลูกยังบริเวณใกล้กับสถานี เพื่อที่จะได้เก็บรักษาให้อนุชนคนสูงเนินรุ่นหลังเอาไว้ดูก็เท่านั้น ส่วนการจะสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาแทนของเดิมล้วนไม่มีใครคัดค้าน

เมื่อเดือนสิงหาคมปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ชาวสูงเนินได้ร่วมกันจัดงานสูงเนินสถานีที่รักษ์ขึ้นเพื่อประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าชาวสูงเนินผูกพันกับสถานีรถไฟสูงเนินแห่งนี้มากเพียงไหน และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเพื่อกล่าวอำลาสถานีเมื่อการก่อสร้างทางรถไฟใหม่เริ่มใกล้เข้ามาถึงสูงเนินในอีกไม่นาน

“งานสูงเนินสถานีที่รักษ์เมื่อเดือนสิงหาย่าชอบมากเลยนะ มันทำให้ย่าคิดถึงช่วงเวลานั้นจริงๆ คนจัดเขาเก่งจริงๆ”

“ใช่ครับคุณย่า ผมเกิดมาไม่เคยสำผัสกับการนั่งรถไฟไทยเลยไม่ได้รู้สึกผูกพันเท่าไร แต่พอได้ดูละครเวทีของงานนี้ทำให้ผมอยากจะลองนั่งรถไฟดูสักครั้ง”

“เอาสิจ๊ะ พ่อกรต้องได้ลองนั่งดู เรามานั่งรถไฟกันไปลงที่สถานีกุดจิกแล้วก็ค่อยขึ้นกลับมาลงที่นี่กัน หลานไปซื้อตั๋วสิ เดี๋ยวย่าจะนั่งรอที่นี่” กรกวีเดินเข้าไปยังช่องขายตั๋ว การขึ้นรถไฟครั้งแรกของเขากำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

“ตั๋วสองใบไปกุดจิกครับ” พอได้ตั๋วมาแล้วกรกวีจึงรีบเอาไปให้ย่าของตน “นี่ครับคุณย่า ตั๋วรถไฟตั๋วแรกในชีวิตของผมเลยนะครับ รถมาตอนสิบเอ็ดโมง”

“สิบเอ็ดโมง มันก็อีกไม่นานแล้วนี่ เราไปรอที่ชานชาลากันพ่อกร”

กรกวีประคองผู้เป็นย่ามายืนรออยู่ที่ชานชลาที่ถูกตกแต่งด้วยดอกเฟื่องฟ้าสีม่วง ย่าแก้วเด็ดมันมาช่อหนึ่งแล้วมองมันด้วยสายตาคะนึงถึงเรื่องในอดีต

“ดอกเฟื่องฟ้าสีม่วงเป็นดอกไม้ดอกแรกที่ปู่หลานให้กับย่า ตอนนั้นย่ามารอรถไฟเข้าเมืองแบบนี้แหละ พ่อหลานเขาก็เดินไปหยิบมาให้ย่า”

“โรแมนติกจริงๆ นะครับคุณปู่ผมเนี่ย” กรกวีกล่าวเย้าๆ กับย่าของตนจนคุณย่าก็ยิ้มออกมากับการกระทำของหลานชาย เธอผูกพันกับหลานชายคนนี้มากกว่าใคร เพราะใบหน้าของเขาถอดแบบปู่มาอย่างกับแกะ และหลานชายคนนี้ก็ไม่เบื่อที่จะฟังคนแก่เล่าความหลังเหมือนหลานคนอื่นๆ

“ไปกันพ่อกร รถไฟมาแล้ว” กรกวีพาย่าของตนเดินขึ้นรถไฟไป และคุณย่าขอนั่งที่ริมหน้าต่างเพราะท่านบอกว่าริมหน้าต่างได้เห็นธรรมชาติสองข้างทาง ซึ่งสิ่งนี้นับเป็นสิ่งที่คนขึ้นรถไฟชอบทำกัน การได้นั่งรถไฟครั้งแรกของกรกวีนับว่าเปิดประสบการณ์ใหม่เพราะได้ยินมาว่ารถไฟไทยไม่ค่อยสะอาดแต่พอได้เห็นกับตารถไฟไทยก็พยายามที่จะปรับโฉมรถไฟให้ดียิ่งๆ ขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

“เป็นยังไงบ้างพ่อกร นั่งรถไฟครั้งแรกสนุกไหม” หลังจากนั่งรถไฟกลับมาที่เดิมแล้ว คนเป็นย่าก็เอ่ยถามความรู้สึกของหลานชายทันที”

“สนุกมากครับคุณย่า ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณย่าถึงชอบนั่งรถไฟ”

“อีกไม่นานสถานีสูงเนินของเราก็คงจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว อาคารตรงนี้ก็คงถูกย้ายไปไว้เคียงข้างกับบ้านพักรถไฟข้างหลัง ส่วนตรงนี้ก็คงจะมีสถานีหลังใหม่มาแทน พ่อกรต้องพาย่ามาบ่อยๆ นะ ย่าจะมาจนกว่าของใหม่จะเข้ามาแทนที่ของเก่า ย่าอยากเก็บบรรยากาศเก่าๆ แบบนี้เอาไว้ให้มากที่สุด ส่วนต่อจากนี้มันจะเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ ก็คงต้องคอยดูคอยชมกันต่อไป”

“คุณย่าคงจะรักที่นี่มาก”

“ใช่จ้ะ เพราะที่นี่คือสูงเนิน สถานีที่รัก”

 

– ณรัณกิตต์ –

 

Don`t copy text!