บนทางที่พร่าเลือน

บนทางที่พร่าเลือน

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

เสียงกรี๊ดกร๊าดของหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง ตรงบริเวณโถงลิฟต์ ทำให้ผู้คนหันมามองตามทิศทางเสียง ปลายสายตาของหญิงสาวกลุ่มนั้น คือร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผิวขาว หุ่นดี

หญิงสาวในกลุ่มพากันกระซิบกระซาบแบบไม่แน่ใจ ว่าเคยพบชายหนุ่มคนนี้มาก่อนหรือไม่ แต่หน้าตาหล่อเหลาหุ่นนายแบบ อดไม่ได้ที่พวกเธอจะชี้ชวนกันดู ถามไถ่ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ใช่ดารารึเปล่า

ชายหนุ่มรูปหล่อคนนั้น สวมเสื้อแจ็คเก็ตดำขลับ ดูหรูหรา น่าจะเป็นเสื้อผ้ามีแบรนด์ราคาสูง ช่วงขายาว ปลายเท้าสวมใส่รองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังตามสมัยนิยม ใบหน้าภายใต้แว่นกันแดด ระบายด้วยรอยยิ้มจางๆ

ชายหนุ่มถอดแว่นดำกันแดดออก เมื่อเดินเข้ามาในอาคารสำนักงาน วันนี้เขาเดินทางมาที่สำนักงานของลุง ในมือชายหนุ่มหิ้วกระเช้าผลไม้มาด้วย

นิรัช หรือ นิก ชายหนุ่มคนที่ถูกสาวๆ มองใบหน้าอันหล่อเหลาดั่งนายแบบของเขา กำลังก้าวเข้าไปในลิฟท์ เพื่อแวะมาเยี่ยมลุงของเขา ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทแห่งนี้ เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่

ชายหนุ่มรู้สึกภาคภูมิใจในรูปร่างหน้าตาตนเองอย่างยิ่ง เขาอมยิ้มน้อยๆ เดินเข้าไปถึงหน้าห้องทำงานของลุง

ลุงนั่งอยู่ในห้องทำงาน เงยหน้าขึ้นทักทายเขา เมื่อมองเห็นกระเช้าผลไม้ที่หลานชายหิ้วมาด้วย ก็พูดขึ้นว่า

“มาแต่ตัวก็พอ จะเปลืองเงินไปทำไม”

นิกไม่ได้กล่าวอะไร เขานั่งลงตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน เมื่อลุงผายมือชี้ไปที่เก้าอี้

“แม่แกโทรมาบ่นกับฉันรอบที่ร้อยแล้วมั้ง ให้ช่วยพูดกับแก ให้ทำการทำงานเป็นหลักแหล่งซะที”

ลุงขยับแว่น เงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยังนั่งนิ่งเงียบอยู่ตรงหน้า

“มาทำงานกับลุงมั้ย แกจะลอยชายไล่ตามความฝันบ้าบอของแกไปอีกนานแค่ไหน อายุก็ปาเข้าไปสามสิบสองแล้ว”

นิรัชขยับตัว ใบหน้าแสดงอาการอึดอัด พูดสั้นๆกับลุงว่า “ผมกำลังรอเอเจนซี่เรียกตัวครับ เค้าส่งชื่อผมไปให้ที่บริษัทแม่ที่ฮ่องกงดูพอร์ตงานผมแล้ว คงเร็วๆ นี้ครับ”

เขาทักทายลุงอยู่ได้อีกไม่นาน ก็ขอลากลับ เดินออกจากห้องมา โดยไม่ทันได้ยินเสียงลุงพูดถึงเขา กับลูกน้องที่อยู่หน้าห้อง

“มันดื้อมาก ไม่ดูตัวเอง ไปถ่ายแฟชั่นกางเกงในตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย แม่มันเอามาให้ดู น่าเกลียดสิ้นดี ใครมันจะจ้างไปเป็นดารานายแบบวะ แก่ป่านนี้แล้ว”

เสียงพนักงานสาวหน้าห้องตอบกลับเนือยๆว่า

“เขาก็หล่อดีนะคะ ดูเผินๆ แต่หนูว่าเค้าไม่มีเสน่ห์ คุยด้วยแล้วไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ นี่ความคิดส่วนตัวหนูนะคะ”

หญิงสาวพูดต่อ พลางเหลือบมองใบหน้าบึ้งตึงของคนเป็นนายเมื่อพูดถึงหลานชายรูปหล่อ

“คนจะเป็นดาราได้ มันต้องมีอะไรในตัว เค้าเรียกว่ามีออร่าในตัวเองน่ะค่ะ แต่คุณนิกเป็นไงไม่รู้บอกไม่ถูก ดูขาดๆเกินๆ”

นิก เกิดในครอบครัวคหบดีเก่า ครอบครัวพอมีฐานะ ไม่ลำบากอะไร เขาเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ เขาเพียงทำตามความต้องการของพ่อแม่ เมื่อสำเร็จตามเป้าหมายที่พ่อแม่ต้องการแล้ว นิกก็ตั้งเป้าเดินตามความฝันและความปรารถนาในใจ ความคิด ความเชื่อมั่นในรูปร่างหน้าตาตนเอง ทำให้เขาใฝ่ฝันอยากเข้าสู่วงการบันเทิง

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเคยเข้าประกวดนายแบบหนุ่มวัยรุ่น ตามเวทีที่บ้านเกิดจัดขึ้น เป็นการประกวดในระดับภาค เมื่อเขาชนะเลิศ ยิ่งสร้างความภาคภูมิใจในตนเองมากขึ้น จนเข้าประกวดต่อมาในระดับชาติที่กรุงเทพ และสุดท้าย เขาได้รางวัลรองชนะเลิศ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามั่นใจในตนเองมากขึ้น ว่าเส้นทางปรารถนา คือ ชีวิตที่ใช่และเลือกเดิน พร้อมก้าวขั้นแรกสู่เส้นทางแห่งความฝัน

มีแมวมองมาทาบทามนิกไปถ่ายโฆษณา งานชิ้นแรกที่ได้รับเป็นนายแบบประกอบนางแบบหลัก ในนิตยสารแนวผู้ใหญ่เล่มหนึ่ง เป็นโฆษณากางเกงชั้นในชาย ที่เขาเองไม่ได้รู้สึกอะไรกับการถ่ายภาพแบบนี้ แต่บรรดาผู้ใหญ่ในครอบครัวเรียกเขาไปตำหนิเสียใหญ่โต

หลังจากนั้นเขาก็ได้งานถ่ายโฆษณาชิ้นเล็กๆตามหน้านิตยสารอยู่บ้างประปราย ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง แต่เขาก็ไม่ละความพยายาม หมั่นดูแลรูปร่าง ผิวพรรณ ให้หุ่นดี มีมาดดี ตามแบบสมัยนิยม ได้งานเดินแฟชั่นบ้าง ถ่ายโฆษณาบ้าง แต่ยังไงก็ยังไม่ดัง

แม่ของนิกไม่ต้องการให้ลูกชายเดินบนเส้นทางสายนี้ พยายามเร่งเร้าโน้มน้าวให้นิกให้กลับมาช่วยงานที่บ้านหรือไม่ก็ ถ้าอยากทำงานที่กรุงเทพ ก็ให้ไปทำงานประจำที่บริษัทของลุง เขาก็บ่ายเบี่ยงตลอดมา

เขาอยากใช้ชีวิตอิสระ หาเงินเองโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ใหญ่ แต่หนทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่เป็นไปอย่างที่คิด เพราะรายได้จากงานตามฝันของนิกไม่พอใช้ ต้องกลับไปขอแม่มาประทังชีวิตอันฟุ่มเฟือยหรูหราของตนเอง ที่ต้องลงทุนเสื้อผ้าหน้าผม ให้ดูดีหล่อเหลาอยู่เสมอ

จนช่วงหนึ่งเขาจำเป็นต้องเข้าสู่วงจรงานประจำ เมื่อมีผู้ใหญ่จากวงงานโฆษณาชักชวนเขามาทำงานฝ่ายการตลาดในบริษัทธุรกิจเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ตอนแรกนิกเกือบปฏิเสธงานนี้ไปแล้ว เพราะกลัวว่าถ้าเกิดได้งานถ่ายแบบหรืองานโฆษณาดีๆ เข้ามาแล้วจะไม่สามารถปลีกตัวไปทำได้ แต่เหตุการณ์แบบนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้น

เขาทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดี มีแววจะเติบโตในหน้าที่การงานตามลำดับชั้นไปได้ แต่เพราะเสียงเรียกร้องอิสระในใจ และความฝันที่ยังไปไม่ถึง ทำให้เขาตัดสินใจทิ้งงานประจำ มาเข้าสังกัดเอเจนซี่อีกแห่งหนึ่งที่มีบริษัทแม่อยู่ที่ฮ่องกง มาชักชวนให้เขาส่งพอร์ตโฟลิโองานถ่ายแบบที่ผ่านมาของเขาให้บริษัทแม่ดู เพื่อรอเรียกตัว

นี่นิกก็รองานมาเรียกตัวราวครึ่งปีมาแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าหรือข่าวคราวใดๆ มีแต่เงินในบัญชีที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ

แต่นิกยังเชื่อมั่นในความคิดตนเอง และความฝันที่เคยแผ่วเบาจางหายไปช่วงหนึ่ง ถูกจุดไฟให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง พร้อมความหวังเต็มเปี่ยม เขาลุกขึ้นมาจัดการเรื่องภาพลักษณ์ตนเอง พยายามหาช่องทางเพื่อสร้างเส้นทางเพื่อฝันของตนเองอีกครั้ง

นิกหันมาใช้โซเชี่ยลมีเดียเพื่อเป็นการสร้างโปรไฟล์ให้ตนเองกว้างขวางขึ้น เขาเปิดบัญชีในอินสตราแกรม เพื่ออัพโหลดภาพถ่ายตนเอง ที่แสนจะภาคภูมิใจในความหล่อเหลาและดูดีของตนเอง โชว์ซิกแพคบ้างประปราย เปิดบัญชีในไอจีเป็นสาธารณะ เมื่อมีคนมาติดตามเขาถึงหลักพัน เขาก็ดีใจสุดขีด และคิดว่าเส้นทางแห่งฝันคงเริ่มเปิดกว้างขึ้นบ้างแล้ว

เขาโพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัวที่มีแต่เพื่อนสนิทๆกัน แปะลิ้งค์ในอินสตราแกรมตนเอง ที่มีคนติดตามหลักพันแล้ว พร้อมบรรยายแคปชั่นออกแนวภูมิใจตนเองมากว่า มีคนมาตามเป็นพันแล้วนะ

เพื่อนๆมากดไลค์แสดงความยินดีกับนิก ทำให้นิกหัวใจพองโตด้วยความยินดีว่าเส้นทางแห่งฝันใกล้จะเป็นจริงแล้ว

นิกเลื่อนดูหน้าฟีดบนเฟสบุ๊คอย่างอารมณ์ดี มีเพื่อนคนหนึ่งอินบ๊อกเข้ามาในข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัว

นิกเปิดดู เป็นข้อความจาก พัฒน์ เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง พัฒน์เป็นเพื่อนที่คัดค้านความคิดเขาเรื่องอยากเป็นดารามาตลอด พัฒน์บอกนิกม์ว่า “กูเสียดายความรู้ความสามารถมึง มึงทำอะไรอย่างอื่นได้ดีกว่าเป็นดาราแน่นอน”

ข้อความของพัฒน์ เป็นข้อความที่กระทบจิตใจนิกอย่างแรง

“กูเข้าใจว่ามึงมีความฝัน แต่มึงลองเข้าไปดูโปรไฟล์คนที่กดไลค์ในไอจีมึงซิว่ามันไลค์อะไรมึง กูเห็นมีแต่ผู้ชายเข้ามากดไลค์ภาพซิกแพคมึงล้วนๆเลย สงสัยเป็นไอจีเกย์ทั้งนั้น มีฝรั่งด้วยนะเว้ย กูว่ามึงตื่นจากฝันสักทีก็ดีนะ ความฝันของมึงมันมีวันหมดอายุนะโว้ย ใครจะเอาดารานายแบบแก่ๆกันวะ ยุคนี้กูเห็นนายแบบนางแบบ อายุขั้นต่ำน้อยลงทุกที”

“ขอโทษด้วยเพื่อน ที่ต้องพูดแรง แต่กูอยากให้มึงตื่นเสียที”

นิกรู้สึกเหมือนมีคนมากระชากเขาจนหน้าหงาย ดึงรั้งลากตัวเขาไปยืนอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ ชี้ให้เขาเห็นไฝฝ้ากระ และริ้วรอยเต็มใบหน้าหล่อเหลาของตนเอง ตบแก้มสองข้างไปมาให้เขารู้สึกตัว

แต่เขายังขัดขืน ดิ้นรน ไม่เชื่อภาพสะท้อนในกระจก แต่ลึกไปในจิตใจ เหมือนตะกอนที่กองอยู่ข้างล่างลึกสุดในใจถูกกวนให้กระจายฟุ้งขึ้นมาด้านบน เสียงคำพูดเพื่อนฝูงพ่อแม่ที่เคยพูดกับเขา และเขาฝังกลบมันไว้ ถูกคุ้ยเขี่ยขึ้นมา

“นิก พี่ว่าคนจะเป็นดาราดังได้ มีองค์ประกอบเยอะนะ หน้าตาดีอย่างเดียวไม่พอหรอก เสน่ห์ในตัวเองก็สำคัญนะ”

“มึงเสือกถ่ายแบบกางเกงในทำไมวะ กูเข้ากูเกิลชื่อมึง ภาพมึงถ่ายกางเกงในขึ้นมาอันดับแรกเลย แม่งติดตัวไปจนตาย”

“แทนที่มึงจะทำการงานดีๆ รวยๆ หล่อๆ บ้านก็ไม่ได้ยากจน มึงจะบ้าเป็นดาราทำไมวะ สมัยนี้คนทำงานเก่งอย่างอื่น ก็ดังในแบบตัวเองได้”

สารพัดถ้อยคำที่เคยเอ่ยคัดค้านการตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของนิก ดังขึ้นระงมในความคิด ฉุดเขาให้ดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้

เสียงแม่เป็นเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน “ นิก กลับมาบ้านนะ เวลาไม่รู้จะไปไหน มีอะไรค่อยๆคิด เรื่องงานที่บ้านก็มีให้ทำ ถ้าไม่อยากทำ ไปทำงานกับลุงก็ได้นะลูก ”

นิกเหมือนตื่นจากภวังค์ เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นพัฒน์นั่นเอง

“กูโทรมาขอโทษมึงที่เขียนในอินบ๊อกแรงไปนิดนะเพื่อน แต่กูอยากให้มึงลองมองงานอย่างอื่นบ้าง นี่มันโลกยุคไหนแล้ว”

“กูว่าจะโทรมาชวนมึงไปเรียนหลักสูตรพิเศษกับกู เกี่ยวกับธุรกิจและเทรนด์ยุคใหม่ในโลกดิจิตอล น่าสนใจนะโว้ย มึงลองคิดดูนะ เผื่อมาลองทำธุรกิจใหม่ๆ กันนะเพื่อน เดี๋ยวกูส่งรายละเอียดให้ทางอีเมล์นะ”

นิกม์รับคำเพื่อนว่าจะลองอ่านดู บางทีอาจจะดีและน่าสนใจอย่างที่พัฒน์บอกก็ได้ ความที่นิกไม่เคยเปิดใจตัวเองให้หันมาลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในโลกยุคใหม่สักเท่าไร เมื่อมีคนมากระทุ้งจิตใต้สำนึก ทำให้นิกรู้สึกเหมือนตื่นจากฝัน

ชายหนุ่มเปิดดูไอจีของตัวเอง ย้อนกลับไปดูในโปรไฟล์คนที่มากดไลค์ภาพของเขาแล้วก็เป็นจริงอย่างพัฒน์ว่า นั่งไล่ดูภาพตนเองถอดเสื้อขณะเล่นฟิตเนสโชว์กล้ามแล้วก็ให้รู้สึกอีกแบบ ต่างจากตอนแรกที่โพสต์ แต่พอย้อนไปดูในไอจีของเพื่อนฝูงตนเอง กลับยิ่งสะท้อนใจ

เพื่อนของนิกแต่ละคน ในวัยสามสิบกว่า เริ่มมีครอบครัว มีลูกแล้ว ภาพในไอจีคือภาพครอบครัว ภาพวิวและความสุขจากการท่องเที่ยว ประกอบภาพเหล่านั้น มีเป้าหมายชีวิตหลากหลาย บางคนเปิดร้านกาแฟเล็กๆที่บ้าน บางคนเป็นพนักงานประจำที่ได้เลื่อนตำแหน่งงานสูงขึ้น บางคนเป็นฟรีแลนซ์ เป็นบล็อกเกอร์ บางคนทำงานธนาคาร บางคนไม่ได้ทำงานจริงจัง แต่เบื้องหลังบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว

นิกรู้สึกว่าความฝันความหวังของตัวเองถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนต้องหันกลับมามองย้อนไป ณ จุดเริ่มต้นจนวันนี้ ว่าเขาได้อะไรจากการพยายามไต่ขึ้นสู่ฝัน และอยู่ๆ ก็พลันตื่นและตกลงมาเบื้องล่าง

นิกรู้สึกเหมือนคนที่เดินหลงทางอยู่ท่ามกลางรันเวย์แฟชั่นที่มีแต่แสงไฟสปอร์ตไลค์สาดส่องความสวยงามจากชุดเสื้อผ้าหน้าตา แต่จู่ๆไฟก็ดับลง แล้วผู้จัดงานก็ไล่ลงจากเวที ให้ถอดเสื้อผ้าสวยงามแขวนคืนบนราวเสื้อผ้าหลังเวที แล้วเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาสามัญกางเกงยีนส์เสื้อยืดที่แสดงตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ที่ลากรองเท้าคู่เก่ากลับไปก้าวเดินบนถนนชีวิตแห่งความจริง

 

– แก้วเจ้าจอม –

 

Don`t copy text!