ชายร้อยคน

ชายร้อยคน

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

“คบกันมานานเท่าไหร่แล้ว” วรมนถาม

“หนึ่งปี”

“หนึ่งปี! แต่เธอไม่เคยบอกฉันเลย…”

“ฉันไม่แน่ใจ”

“เขาเป็นใครกันจ๊ะ”

“เขาเป็นนักธุรกิจจ้ะ ชื่อพลากร”

“เขามาหาเธอที่นี่หรือเปล่า”

“มาจ้ะ”

“แปลก ทำไมฉันไม่เคยเจอเขาเลย หน้าตาเป็นไง”

“โอเคนะ”

“ดีใจด้วยนะ”

“แต่ข้อเสียคือเขาไม่ค่อยตรงเวลา”

วรมนถอนใจ “น้ำฟ้า ข้อเสียนิดๆ หน่อยๆ ก็ปล่อยไปเถอะ อย่าเลือกมากเลย เดี๋ยวนี้หาผู้ชายดีๆ ยากเหลือเกิน โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงอย่างเรา”

ดลญาดายิ้มเงียบๆ

‘ผู้หญิงอย่างเรา’ ที่เพื่อนพูดมีความหมายว่าหล่อนกับวรมนที่ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่สังคมยอมรับ

ดลญาดามีชื่อเล่นว่าน้ำฟ้า เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เรียนไม่จบสักที หล่อนยอมรับว่าตัวเองไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ตอนนี้หล่อนเรียนหนังสือด้วยเจตนาหนึ่ง เพื่อรักษาสถานภาพนักศึกษาไว้เพื่อใช้เป็นจุดขาย ทำงานเป็นสาวไซด์ไลน์เพราะหล่อนไม่ชอบเรียน หล่อนชอบท่องเที่ยว  แต่การท่องเที่ยวต้องใช้เงิน

ดลญาดาเช่าห้องสองห้องในคอนโดมิเนียมเก่าหลังหนึ่ง ทั้งสองห้องติดกัน ห้อง 14C ไว้พัก ห้อง 14D ไว้รับแขก มีประตูเชื่อมกันผ่านตู้เสื้อผ้าทั้งสองด้าน

หล่อนเป็นเพื่อนกับวรมนโดยบังเอิญ วรมนก็เช่าห้องอยู่ที่คอนโดมิเนียมเดียวกัน ทั้งสองถูกชะตากัน หลังจากพบว่าต่างคนต่างเป็น ‘สาวไซด์ไลน์’ เหมือนกัน เนื่องจากวรมนเข้าใจผิด คิดว่าแขกของดลญาดามาหาหล่อน

ดลญาดาชอบเพื่อนสาวคนนี้ ทั้งสองมีทัศนคติในชีวิตและวิธีคิดคล้ายกัน แน่ละ อาชีพเดียวกันด้วย! ทั้งสองไม่เปิดเผยตัวเองในสถานที่สาธารณะเช่นผับหรือโรงแรม เป็นการติดต่อผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

 

ไซด์ไลน์ไม่ใช่ผู้หญิงโสเภณีที่ประจำในโรงแรม ไม่ใช่ผู้หญิงที่ยืนตามเสาไฟฟ้าข้างสวนสาธารณะยามค่ำคืน ไม่ใช่หมอนวดในตู้กระจก ไซด์ไลน์มีอาชีพหลักอย่างอื่น เช่น นักศึกษา พนักงานบริษัท รับงานพิเศษตอนว่างเท่านั้น เมื่อเรียนจบก็เลิก บางคนทำเพื่อหาเงินเป็นค่าหอพักและค่าเรียน บางคนก็ทำเพราะขี้เกียจเรียนหนังสือ หาเงินเที่ยว ช้อปปิ้ง ส่วนดลญาดาตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้โดยไม่ลังเล มันมีจุดดีและไม่ดี แต่หล่อนยอมรับมันได้ หล่อนไปได้ดีในอาชีพนี้เพราะสวย รูปร่างดี เอวบาง หน้าอกใหญ่ ผิวขาว

อย่างไรก็ตาม หล่อนก็ทำงานต่างจากไซด์ไลน์คนอื่นๆ ซึ่งมักใช้ช่องทางหาลูกค้าหลายทาง เช่น อินเทอร์เน็ตซึ่งมีเว็บไซต์สำหรับไซด์ไลน์โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีสาวไซด์ไลน์มากมักคิดค่าสมาชิกสูงกว่า การใช้บริการต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน มีหลายระดับ เช่นสมาชิกทั่วไปกับสมาชิกวิไอพี ซึ่งก็ยังแบ่งย่อยอีกเช่น โกลด์, แพลตตินัม (หล่อนเคยตั้งข้อสังเกตว่าไม่ว่าวงการใดก็ต้องมีการจัดระดับเสมอ ราวกับว่านักการตลาดคิดอะไรไม่ออกแล้ว!) ค่าสมาชิกอาจเป็นรายเดือน รายปี ไปจนถึงตลอดชีพ ในหลายแห่งการเป็นวีไอพีต้องสะสมแต้ม ระดับวีไอพีมีโอกาสพบไซด์ไลน์สวยกว่า ได้รายละเอียดมากกว่า อาจรวมหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว บางครั้งแนะนำต่อจากพนักงานในผับต่างๆ

บางคนไปนั่งตามร้านอาหาร รับค่าตัวต่อคนต่อคืน 3,000 บาท หากเป็นฝรั่งอาจขึ้นได้ถึง 5,000-6,000 บาทต่อคนต่อคืน

ดลญาดาใช้ชื่อ ‘เจน’ ในการติดต่อกับลูกค้า แต่ใช้รูปถ่ายของคนอื่นที่มีโครงหน้าคล้ายกันเพื่อปกปิดความลับของตัวเอง เมื่อแขกมาหาหล่อนถามหาชื่อเจน หล่อนจะตอบว่า “เจนย้ายไปแล้ว ฉันมาทำงานแทนเจนค่ะ” เท่านั้นเอง แขกร้อยละร้อยก็ยินดีกระโดดใส่หล่อน เพราะหล่อนสวยกว่าผู้หญิงในรูปมาก

หล่อนไม่รับลูกค้าสะเปะสะปะ หลังจากที่หล่อนเจอนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นซึ่งมีรสนิยมทางเพศวิปริต ครั้งหนึ่งอาจารย์มหาวิทยาลัยของหล่อนมาเที่ยว หล่อนตัดสินใจไม่เปิดประตูรับ หล่อนยังเคยพบพระหนีมาเที่ยว สังเกตจากคิ้วที่โกนออก หล่อนปฏิเสธลูกค้าแบบนี้

“ถึงฉันทำงานแบบนี้ แต่ก็มีจรรยาบรรณโว้ย!”

หล่อนทำงานนี้มาหลายปี มีเงินเก็บสองล้านเศษ ครบสามล้านเมื่อไหร่หล่อนจะเลิก ไปทำธุรกิจสักอย่าง อาจเป็นสินค้าเกี่ยวกับความงาม หล่อนรู้จักแต่งหน้าและแต่งตัวให้ดูดี

หล่อนพบพลากรในมหาวิทยาลัย เขาไปบรรยายให้นักศึกษาฟังในวิชาหนึ่งที่หล่อนลงทะเบียนเรียนเพื่อรักษาสถานะนักศึกษา สามชั่วโมงนั้นเขาพูดถึงเรื่องชีวิตการทำงานหลังเรียนจบ หล่อนไม่ได้ตั้งใจจะฟัง หล่อนรู้ดีอยู่แล้วว่าชีวิตจริงในโลกภายนอกเป็นอย่างไร หล่อนสัมผัสได้ว่าเขาสบตาหล่อนเสมอตลอดสามชั่วโมงนั้น

ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองก็ไปเที่ยวด้วยกัน หล่อนชอบเขา พลากรเป็นคนธัมมะธัมโมผิดวิสัยคนวัยนี้ เขามักพาหล่อนไปทำบุญที่วัด เขานำสวดได้อย่างคล่องแคล่ว

“ผมเคยบวชอยู่สี่พรรษา จนเกือบไม่สึกแล้ว”

คบกันปีกว่า เขาบอกรักหล่อน หล่อนตกลง

หลังจากนั้นแทนที่หล่อนจะมีความสุข กลับรู้สึกแย่เพราะความกลัวและความรู้สึกผิด หล่อนกลัวว่าไม่ช้าก็เร็ว เขาจะรู้ความจริง หล่อนกลัวว่าเมื่อออกไปเที่ยวข้างนอกกับเขา จะพบแขกของหล่อนมาทัก หล่อนรู้สึกผิดทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมหล่อน รู้สึกว่ากำลังหลอกเขา ดลญาดารู้ว่าต้องปิดบังความจริงไปตลอดชีวิต ไม่มีชายใดที่ชอบผู้หญิงที่ผ่านชายเป็นร้อย

หล่อนซึมลงจนเขาสังเกตเห็น เขาว่า “น้ำฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่า”

“ทำไมคะ”

“น้ำฟ้าดูซึมๆ”

“เปล่าค่ะ สงสัยเครียดเรื่องเรียนมั้ง”

ดลญาดารู้ว่าต้องโกหกเขาไปตลอดชีวิต เป็นราคาของการเป็นผู้หญิงหากิน ไม่ว่าจะเรียกว่าสาวไซด์ไลน์หรือคำอะไรที่สุภาพกว่า ‘โสเภณี’

วรมนบอกหล่อนว่า “เธอทำอาชีพนี้ ก็ต้องรับความจริง เธอต้องโกหกไปตลอดชีวิต”

เพื่อนสาวพูดจากประสบการณ์ วรมนเคยบอกความจริงกับแฟนคนหนึ่ง ทั้งสองเลิกกันทันทีเพราะฝ่ายชายแสดงความรังเกียจอย่างชัดเจน มันกลายเป็นฝันร้ายของหล่อนไปด้วย

หล่อนรู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อยๆ หล่อนบอกเพื่อนว่าตัวเองกลุ้มใจ

“เธอก็มีมโนธรรมมากเกินไป เธอไม่ใช่คนเลว เพียงแต่ว่าสังคมยังมีทัศนคติไม่ดีกับอาชีพของเราก็เท่านั้น ถ้าเลือกได้ เราก็ไม่มาทำงานนี้หรอก”

แต่คำปลอบใจของเพื่อนไม่ช่วยอะไร

 

ผ่านไปสามเดือน วรมนสังเกตว่าดลญาดามีสีหน้าสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อถูกซัก ดลญาดาบอกเพื่อนสาวว่า “ตอนนี้ฉันรู้สึกดีแล้ว ฉันไม่ต้องโกหกเขาอีกแล้ว”

“เธอบอกความจริงกับพลากร”

“เปล่า”

“เกิดอะไรขึ้น”

“สามวันก่อนพลากรมาหาฉันที่นี่…”

เพื่อนสาวสบตาหล่อน

“เขารู้ความจริงว่าเธอทำงานอะไรเหรอ”

“เปล่า ฉันต่างหากที่รู้ความจริงว่าเขาเป็นคนยังไง ฉันไม่รู้สึกผิดแล้วละ ฉันดีใจที่พบว่าเขาไม่ได้วิเศษกว่าฉันเลย…”

“หมายความว่ายังไง”

“เขาเป็นนักเที่ยว! วันนั้นเขาไม่ได้มาหาฉันหรอก เขามาหา “เจน” ต่างหาก! เขามาเคาะประตูห้อง 14D”

 

– ภาสกร ศรีสุข –

Don`t copy text!