ลิขิตรักข้ามภพ

ลิขิตรักข้ามภพ

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

นานเท่าไหร่แล้วที่อนุชาเคยสัมผัสคำว่ารัก เวลาล่วงเลยมานานมากกว่า 8 ปี ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นมานานแล้ว เขาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไปสถานที่เดิมๆ ทุกๆ วัน ถึงแม้ว่าความทรงจำมันจะเลวร้ายกับเขาสักเท่าไหร่ แต่ความจริงคือเขาต้องดำเนินชีวิตควบคู่กับความทรงจำนั้นตลอดไป

คืนวันอันรีบเร่งท่ามกลางสายฝน ขวัญใจกับแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ เธอกำลังขับรถ ทางค่อนข้างเปลี่ยวและฝนก็กำลังตกกระหน่ำลงมา ภายใต้กระจกเปียกฝนนั้น บนใบหน้าของขวัญใจเธอกำลังร้องไห้ เธอรู้มาว่าการกระทำที่ไม่ตั้งใจของแฟนหนุ่มที่เขากำลังอธิบายมันเป็นความเท็จ แฟนหนุ่มไปมีอะไรกับผู้หญิงของเขา ทั้งคู่รักกันมาก และเป็นเช่นนั้นมานาน แล้วคนมาที่หลังคือขวัญใจ

การสนทนากันในครั้งนี้จึงเป็นการตกลงกันเพื่อที่จะแยกทาง ความรักไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อรักกันง่ายก็จากกันง่ายเช่นเดียวกัน สิ่งที่ไม่เหมือนคงจะเป็นการใช้ชีวิตที่มันมักจะห่วยแตก ชีวิตคู่มีแต่คำโกหกกันไปวันๆ สิ่งที่อยู่ในใจเธอเสมอคือการทิ้งผู้ชายที่รักเธอจนหมดหัวใจแล้วมาฝากรักกับผู้ชายต่างชาติคนนี้ ที่เธอร้องไห้ไม่ใช่เพียงเพราะเสียใจที่แฟนนอกใจ แต่เธอเสียใจเพราะทอดทิ้งคนที่รักเธอนั้นยิ่งกว่า การกระทำมันจึงสนองเธอให้เจ็บซ้ำเหมือนกับว่าผลลัพธ์มันปรากฏทันตา

น้ำเสียงเธอดังขึ้น! ขวัญใจเริ่มขาดสติ ภายในใจสั่นรัว คิดแต่เรื่องที่เลวร้าย ความเจ็บปวดที่คนรักกระทำกับเธอจะทำให้เป็นบ้า หายใจติดขัดเธอเริ่มจะควบคุมรถไม่ได้ รถเสียการควบคุมเธอหักพวงมาลัยชนเข้ากับข้างทาง รถกระเด็นไปอีกเลนหนึ่งจนพุ่งตกลงเหว เสียงดังสนั่นครึกโครมมันเป็นความเสียหายอันใหญ่หลวง ร่างกายถูกอัดกระแทกจนอวัยวะภายในฉีกขาด เธอพยายามดึงตัวเองออกมาจากรถส่วนแฟนหนุ่นเสียชีวิตคาที่ เธอออกจากรถมาได้ความเจ็บปวดมันเหมือนเป็นการทรมาน มันย้ำให้เธอสมน้ำหน้าตัวเอง เธอร้องไห้ พยายามเอาชีวิตรอด แต่แผลที่ไหล่มันฉกรรจ์นักเลือดไหลออกมามากมายช่องท้องฉีกขาด ไม่นานเธอก็ล้มลงสิ้นใจในที่สุด

ความตายมันไม่น่ากลัว มีคนมากมายที่ตาย แล้วมันก็เป็นสัจธรรมที่หนีไม่พ้น ชีวิตหลังความตายทุกคนก็ต้องไปรับกรรมชำระล้างสิ่งที่ตนเคยกระทำไว้เมื่อตอนยังมีชีวิต หลังความตายนั้นเธอมองเห็นชายร่างกายกำยำ เงาสีดำนำพาแฟนหนุ่มของเธอไป เธอมองดูการกระทำนั้นจนกระทั่งลอยหายไป “นั่นยมทูตมารับดวงวิญญาณ” เสียงของใครกัน ขวัญใจกำลังนึกถาม แล้วปรากฏชายชรานุ่งห่มเครื่องแต่งกายแปลกๆ เหมือนคนแสดงละครงิ้ว ชายชราผู้นี้มาแนะนำตัว เขาเป็นผู้ที่จะนำพาดวงวิญญาณของเธอไปยังยมโลก แต่ทำไมถึงต่างจากยมทูตกันล่ะ ทั้งๆ ที่ขวัญใจก็ตายแล้วเหมือนกัน

“ข้าได้รับคำสั่งให้เจ้าไปรายงานตัวเง็กเซียนฮองเต้ ต้องการรับฟังเสียงพิน (กู่เจิง) ของเจ้าได้แล้วหลังจากรอเจ้ามาเป็นเวลานาน”

“มันสมควรถึงเวลานั้นแล้ว ถ้าเจ้าไม่ไปในคราวนี้คงจะรอกันไปอีกไม่รู้เมื่อไหร่ คนเกิดทุกวันตายทุกวันดวงวิญญาณนั้นมากมาย ข้าอาจจะหาเจ้าไม่พบอีกก็ได้”

ขวัญใจเธอพยายามพูดแต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้

“สิ่งที่เจ้าต้องการข้ารู้ดี มันมีเพียงสิ่งเดียวที่เจ้ายังติดค้างแต่นั่นไม่ต้องให้เจ้าไปเกิดใหม่หรอก มันจะนานจนเกินไป เจ้าได้รับอนุญาตให้ชำระในชาตินี้ แต่เจ้าจงจำไว้ หากได้โอกาสนี้แล้วเจ้าอย่าไปรักคนผิดอีกล่ะ เจ่าจงทำตามปฏิภาณของเจ้าให้ลุล่วง แล้วตอนนั้นข้าจะมารับเจ้าเอง”

หลังจากสิ้นเสียงชายชรา เธอก็หมดสติไป เมื่อรู้สึกตัวขวัญใจพบว่าเธออยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมกุญแจมือกำลังล็อกตัวเธออยู่บนเตียงคนไข้ เจ้าหน้าที่หลายคนคิดว่าเธอตายไปแล้วหลังจากเหตุเรือล่ม คนจำนวนมากลักลอบเข้าเมืองเหตุพายุกระหน่ำเมื่อคืนจนทำให้เรืออับปาง คนเหล่านั้นจึงจมน้ำเสียชีวิต เหลือแต่เพียงทิดา แต่ขวัญใจไม่ได้ชื่อทิดาแต่เธอชื่อ… อะไรนะจำไม่ได้

“ทิดาสิ! ฉันเห็นชื่อเธอในกระเป๋าบัตรประจำตัวของเธอมันลงชื่อไว้ชัดเจน ถึงแม้เธอจะโชคดีที่รอดมาได้แต่เธอก็ต้องถูกดำเนินคดี”

ผลการตรวจร่างกายพบว่าคนไข้มีสภาวะ Hypernatremia หรืออยู่ในสภาวะมีเกลือหรือโซเดียมละลายอยู่ในเลือดในระดับสูง คุณหมอพยายามอธิบายว่า คนไข้จะคอแห้งกระหายน้ำบ่อย ความดันโลหิตสูง อารมณ์ฉุนเฉียว มันน่าประหลาดคนไข้ที่ดื่มน้ำทะเลเข้าไปปริมาณมากขนาดนี้ เธอควรจะเสียชีวิตไปแล้ว

มานิตเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้ามาดำเนินเอกสาร มานิตรับปากกับอนุชาไว้ ถ้าหากมีคนตกทุกข์ได้ยากอนุชายินดีจะช่วยเหลือรับอุปการะเลี้ยงดู เขาจึงเสนอตัวกับทางการ แต่ทิดาจำอะไรไม่ได้ ไม่สามารถตอบอะไรเจ้าหน้าที่ได้เลย หากจับเธอไปกักขังก็จะเสียงบประมาณเปล่าๆ ให้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอนุชาตามที่เขาต้องการแล้วติดตามผลเป็นระยะจึงมีแนวโน้มที่ดีกว่า ตลอดระยะเวลาพักฟื้นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทำงานประสานกัน

ทิดาพยายามสื่อสารกับทุกๆ คน ยาย พี่สาวอนุชาและลูกของหล่อน พวกเขาทำกิจการเล็กๆ ภายในตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ชุมชนเล็กๆ รู้จักกันแทบจะทุกหลังคาเรือน อนุชารับคนเข้ามาทำงานก็เพราะว่าต้องการให้ช่วยงานในร้านที่มักจะมีปัญหา ลูกจ้างลาออกและผลกำไรไม่สม่ำเสมอ ส่วนงานในบ้านนั้นอนุชาอยากจะให้ช่วยดูแลแม่ที่ชรามากแล้วและหลานตัวเล็กก็ไม่มีพี่เลี้ยง

งานในบ้านมีบ้างแต่ทั้งยายและพี่สาวอนุชานั้นทิดาต้องช่วยเป็นครั้งคราว ส่วนงานหลักคือค้าขายช่วยงานที่ร้านปลาเผา ช่วงแรกๆ ทิดาต้องปรับตัวพอสมควรงานหนักกินนอนไม่เป็นเวลา ไม่รู้หน้าที่ เพราะไม่เคยทำงานมาก่อน แต่เธอก็ต้องทำ อนุชาเคี่ยวเข็ญให้ทำงานวันแล้ววันเล่า เธอลำบากมากแต่ความลำบากนี้ทิดาสมควรจะต้องตอบแทน หลายคืนทีเดียวที่สาวน้อยต้องนอนร้องไห้ จิตใจมนุษย์ที่ไม่ประสาก็มักจะโทษดวงชะตาตัวเอง ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าว่าเป็นใครมาจากไหน ต้องอาศัยกับครอบครัวที่ตนไม่รู้จักทำงานหนักอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วต้องสำนึกอยู่เสมอว่าพวกเขาคือผู้มีพระคุณและคือครอบครัวหากทิดาไม่มีที่ไป

การงานไม่ได้หนักหนาอะไร อนุชาไม่ได้เป็นคนใจร้ายใจดำ แต่ทั้งหมดคือสอนงานให้ทิดารู้และทำเป็นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทิดาทำอนุชาก็ทำด้วย อาหารที่กินก็กินด้วยเช่นกัน เขาดูแลทิดาไม่ได้ต่างอะไรกับน้องสาวคนหนึ่งเลย แต่เพราะทิดาไม่เคยทำมาก่อนจึงไม่เคยชิน นานไปความหดหู่กลับกลายมาเป็นความคุ้นเคย กิจวัตรประจำวันตอนเช้าทิดาจะต้องไปรดน้ำต้นไม้ในสวนผัก เธอต้องเก็บผักต้นที่เหมาะจะมาขายที่ร้านใส่ตระกล้าล้างให้สะอาดแล้วแพ็กไว้ สายหน่อยอนุชาก็เตรียมกับข้าวเสร็จให้ทิดามากินด้วยกัน กลางวันจะหยุดพักเว้นแต่จะช่วยงานที่บ้านยายกับพี่สาวอนุชาเล็กๆ น้อยๆ ยามบ่ายทิดาต้องยกสินค้าขึ้นหลังรถเพื่อไปพร้อมจะเปิดร้าน

ร้านอนุชาเช่าไว้อีกย่านหนึ่งซึ่งไม่ได้ใหญ่มากนัก ไปถึงก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ จัดเรียงให้เป็นระเบียบ ก่อกองไฟแล้วตั้งสำรับย่างปลา เมื่อค้าขายจนเสร็จแล้วทิดาต้องล้างจาน พร้อมกันนั้นอนุชาก็เก็บของเพื่อกลับบ้าน สิ่งต่างๆ ดำเนินไปแบบนี้ทุกๆ วัน พวกเขาต้องช่วยกันโดยมีหัวหน้าครอบครัวคืออนุชา สุขบ้างทุกข์บ้างเป็นบางเวลา ใครเล่าจะเครียดได้ทุกวัน และใครกันล่ะจะเป็นสุขได้ทุกวันเช่นกัน

ทิดาต้องกินอาหารรสจืดตามแพทย์ สั่งอนุชาจึงต้องปรับเปลี่ยนการทำอาหารของตนตาม แต่ทิดากินข้าวเยอะมากกินทีนึ่งเกือบจะหมดหม้อทำอนุชาหัวเสียเป็นการใหญ่อย่างงี้จะเลี้ยงไหวได้ยังไง

ไปตลาดแต่ละครั้งอนุชาจึงซื้อเส้นบะหมี่ราคาถูกมาให้ทิดากิน ทำอาหารก็มักจะไม่ทำอาหารรสเค็ม หากมีโอกาสได้กินอาหารนอกบ้านเช่นก๋วยเตี๋ยวอนุชาก็จะกำชับทิดาเสมอไม่ให้เติมน้ำปลา ทิดาพูดภาษาไทยไม่ชัดเธออยากจะสื่อสารกับคุณยายและพี่สาวขอบคุณที่ให้เธอมีที่พักพิงมีเสื้อผ้าใส่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านแต่เธอพูดไม่ชัดเจน เธอจึงพยายามศึกษาภาษาไทย ออกเสียงให้ถูก โรงเรียนอยู่ไม่ไกลนักเห็นคุณครูสอนได้จากนอกรั้ว มีเวลาว่างเมื่อใดทิดารีบไปเรียนแล้วรีบกลับมาทำงาน จนอนุชาต้องช่วยสอนภาษาไทยให้กับเธอ

อนุชาเป็นคนขี้เล่นไม่ถือตัว เขามักจะหยอกล้อกับทิดาเป็นประจำมันทำให้ทิดาผ่อนคลายความเศร้าอยากรู้ว่าตนคือใครกัน แล้วจุดมุ่งหมายในชีวิตเป็นอย่างไร ความสนิททำให้เกิดเรื่องราวมากมาย ตลก สนุกสนาน ร้องรำทำเพลง บันทึกภาพแห่งความทรงจำในครอบครัว

อัญชัน นางพยาบาลที่มักชื่นชอบอนุชา เข้ามาตรวจสุขภาพครอบครัวนี้เป็นประจำ เธอวัดความดันให้อนุชาแล้วพบว่าอนุชาที่เคยเป็นโรคความดันสูงนั้นดีขึ้นมาก อัญชันรู้เรื่องราวของพี่อนุชาดี เธอเห็นเขาทั้งคู่ตั้งแต่รักกันดีจนแยกทางกันไป เห็นพี่อนุชาต้องเศร้าต้องอยู่คนเดียวมาเป็นเวลานาน เธอชอบพี่อนุชามาก เธออยากจะเข้ามาทดแทนทั้งๆ ที่พี่อนุชามีอายุแก่กว่าเธอ ความเข้มแข็งขยันทำงานของผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ทำให้สาวงามอย่างอัญชันไม่เหลียวมองผู้ชายคนใด

“ดูพี่อนุชาร่าเริงแจ่มใสดี ต่างจากเมื่อก่อนเพราะทิดาเข้ามาอยู่ในบ้านน่ะเหรอ พี่อนุชาจึงได้อารมณ์ดีอย่างงี้”

“อะไรกันล้า ฉันก็เป็นอย่างงี้มานานแล้ว ฉันทำงานทุกวันแล้วก็มีพยาบาลอย่างเธอนี่ไง ฉันจึงสุขภาพดี”

การเสียชีวิตของขวัญใจกว่าอนุชาจะทราบข่าวก็แล้วเสร็จพิธีศพ ความรักความผูกพันกับคนรักเก่าอนุชายังคงเสียใจไม่น้อย เขาเคารพอัฐิคนตายด้วยความอาลัยโดยหารู้ไม่ว่าทิดาคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาตอนนี้ก็คือขวัญใจนั่นเอง ย้อนกลับไปวันที่ทั้งคู่รักกันมันเป็นวันที่แสนสุข ความรักมันอบอวลเต็มไปด้วยความครื้นเครงสนุกสนาน ไม่ว่าพี่อนุชาอยู่ที่ใด ขวัญใจก็จะอยู่เคียงข้างเสมอ เหมือนตอนนี้ที่ทิดาอยู่เคียงข้างอนุชา สิ่งที่ไม่คาดฝันพรากขวัญใจไปจากอนุชาตลอดกาล เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะบอกลา เขาต้องดำรงชีวิตด้วยความเศร้ามากกว่าเดิมและจะต้องเข้มแข็งตลอดไป

เวลาผ่านไปทิดาก็เริ่มเปลี่ยนแปลง เธอดูดีขึ้น ลักษณะท่าทางละม้ายคล้ายขวัญใจอยู่เหมือนกันหลายครั้งที่อนุชาสังเกตเห็นส่วนที่คล้ายคลึง การกระทำบางอย่างทำให้เขานึกจะรักทิดาสาวใช้ตัวเอง เธอดูสาวน่ารักเป็นที่รักโดยเฉพาะยายที่เอ็นดูทิดาเหลือเกินไม่ได้รังเกียจเลยว่าทิดาเป็นหญิงต่างด้าว แต่อย่างไรก็สุดแล้วแต่ใจของหนุ่มสาว ทิดาชอบฟ้อนรำและเล่นดนตรีได้เธอมักจะร้องเพลงให้ฟังเสมอ แต่ก็น่าแปลกใจเธอไม่ยักจะร้องเพลงไทย เวลาว่างเมื่อใดครอบครัวมักจะกินข้าวล้อมวงกันเสมอและเป็นทิดาที่มักจะสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกๆ คน

นายสินคนขายถ่านให้กับร้านของอนุชามักชอบทิดาอยู่ไม่น้อยเลย ความไม่เหลื่อมล้ำนั้นล่ะมั้งทำให้นายสินเข้าถึงทิดาได้ง่ายแต่เขาก็ไม่ใช้คนไม่ดี นายสินขยันหาเงินมากนอกจากแพปลาแล้วเขาก็มักจะไปหาฝืนมาทำถ่าน คนชนชั้นล่างที่อยากจะสร้างตัวและสร้างครอบครัวไปพร้อมกับทิดา นานวันไปทั้งคู่ก็ค่อยๆ สนิทกัน หลายครั้งที่อนุชาไม่พอใจแต่ก็ต้องเก็บอาการไว้

ความรักไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ อนุชาไม่สามารถจะรักทิดาได้ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เขาอาจจะทำไปเพราะอารมณ์เผอเรอ หยิกแกมหยอกไปอย่างนั้นเอง แต่ข้างในใจอนุชาเริ่มสับสน การดำเนินชีวิตที่มันค่อนข้างอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว อนุชากับทิดามักจะคิดเสมอว่าใครกันที่อยู่เคียงข้างเรา ความรักคือความรู้สึกขั้นสูงสุดของความสัมพันธ์ ต่อยอดมาจากความชอบ เป็นเรื่องธรรมดามากๆ ที่เราจะตกหลุมที่ใครสักคนขุดเอาไว้ และรู้สึกอินกับเขาขึ้นมา และมันจะไม่จบไป เวลาห่างกันก็ยังคิดถึง

มาร์คเพื่อนอนุชาเข้ามาร่วมแก้ปัญหาราคาปลาที่ขึ้นลงไม่คงที่ เขาชวนให้อนุชาลงทุนร่วมกับเขา หากมีกระชังปลาเป็นของตัวเองเราก็จะแก้ปัญหานี้ได้และลู่ทางจัดจำหน่ายปลาไปยังประเทศจีนก็ค่อนข้างสดใส อนุชาเป็นคนเก่งคนหนึ่งเลย สมัยเรียนปริญญาตรีเพื่อนๆ ในชั้นมักจะขอความเห็นจากอนุชาเสมอให้เขาเป็นผู้นำบ้าง ตอนนี้เพื่อนๆ มีครอบครัวและการงานที่มั่นคงกันหมดแล้ว อนุชาอาจจะเกิดความอับอายหากตัวเองนั่งขายปลาเผาไปวันๆ การงานที่มั่นคงเป็นเจ้าของบริษัท เขาควรจะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ อนุชาจึงใช้เงินเก็บร่วมลงทุนกับเพื่อน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาต้องออกจากบ้าน อนุชากับทิดาจึงต้องห่างกัน ใจมันแคว้งแอบคิดถึงคนห่างไกล

“ก็เคยคิดอยากให้มีคนคอยปลอบ              ชอบนะชอบให้มีใครอยู่ใกล้ๆ

คิดนะคิดอยากให้เธอคอยปลอบใจ            คอยห่วงหา คอยห่วงใย ให้อาทร”

นายสินมีความเป็นห่วงจึงตามหาทิดาถึงบ้าน นายสินมีโอกาสทำคะแนนบ้าง มันไม่ค่อยจะดีนักแต่ก็เจอแมวเจ้าของบ้านกลับมาเจอเข้าจนได้ อนุชาไม่ได้เข้าใจผิดหรอกถ้านายสินจะจริงใจกับทิดาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่อนุชาอยู่ในฐานะผู้ปกครอง จะทำอะไรก็ควรจะขออนุญาตก่อน

“ฉันไม่ได้ห้ามพวกเธอจีบกัน ผู้ชายเข้าหาแบบนี้ถ้าเธอชอบก็ออกไปจีบกันที่อื่น ไม่ใช่บ้านของฉัน”

ทิดาก็ไม่ได้จะมีใจให้นายสินสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่านายสินไม่ได้คิดร้ายอะไร ทิดาจึงคิดกับนายสินเพียงแค่เพื่อน แต่ของแบบนี้ก็อาจจะไม่แน่เสมอไปหากว่านายสินได้คะแนนเยอะ บางทีทิดาอาจจะโอเค แผนของอนุชาจึงค่อนไปทางกีดกันไม่ให้นายสินเข้าถึงทิดาได้ง่ายนัก อนุชาแบ่งรับแบ่งสู้กลัวว่าทิดาจะรักนายสินเข้าจริงๆ คำพูดจึงย้ำเตือนบุญคุณของเขาบ้าง พูดจากระแทกกระทั้นบ้าง วางแผนต่างๆ นานาให้ทิดาอดขำไม่ได้ อย่างนี้เขาเรียกว่าหมาหวงก้าง

เวลาล่วงเลยมานานนม ถึงเวลาที่ท่านเซียนจะแวะมาดูขวัญใจบ้างแล้ว ท่านลงมาพบความเป็นไปที่ค่อนข้างดี ทิดากำลังจะรักอนุชาชายคนรักบุเพสันนิวาสของเธอเอง ดอกรักเบ่งบาน จิตใจมีความสุข ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะที่จะได้รับตัวไป

“หากดวงจิตเบ่งบานเต็มที่ นางสามารถชำระล้างกิเลสความรักนี้ได้แล้ว นางก็สามารถจุติบนสวรรค์ได้เสียที ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดติดในบ่วงกรรมใดๆ อีกต่อไป ถึงตอนนั้นชายคนรักของนางก็จะหมดเวรกรรมด้วยเช่นเดียวกัน”

มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ มีเกิด ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ความรักก็เช่นกัน เมื่อมันสมหวังในรักนั้นแล้วก็เพียงพอที่จะปล่อยวาง ถึงตอนนั้นอนุชาอาจจะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด แต่เมื่อมันผ่านไปแล้วเขาก็จะไปตามทางของเขาเอง

ข่าวการเสียชีวิตของสาวต่างด้าวแพร่สะพัดในโลกโซเชียลมีเดียประโคมข่าวรูปประพรรณสันฐานคล้ายกับทิดามาก ทำเอาอนุชาต้องรีบวางงานจากบริษัทขับรถกลับบ้านโดยเร็ว จิตใจกระวนกระวาย กลัวจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ กว่าอนุชาจะถึงบ้านก็ทำเอาใจเสีย ทิดาอยู่กับยายเหตุการณ์ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่อนุชาน่ะสิแทบจะขาดใจตาย เขาเป็นห่วงมากและพยายามติดต่อทิดาให้ได้แต่เพราะเขาไม่อนุญาตให้ทิดามีโทรศัพท์ก็เลยเป็นกังวลแบบนี้

“หากฉันตายจริงๆ นายจะทำไม ฉันก็แค่คนอาศัย ไม่ทำให้นายเดือดร้อนหรอก แต่ถ้านายจะไปไหนก็บอกฉันบ้างก็ได้ ฉันจะได้ดูแลยายให้”

ทิดายังไม่ทันพูดจบประโยคอนุชาก็โผเข้ามากอดทิดาด้วยความเป็นห่วง ทั้งคู่กอดกัน มันเป็นสัมผัสที่อบอุ่นเอามากๆ ทิดามีความสุขเหลือเกิน รักที่ทิดาตามหาจุดหมายของชีวิตเธอคือได้พบกับรักแท้ ผู้ชายคนที่เธอรักสุดหัวใจ ความรักที่ทิดามีให้อนุชาเสมือนเป็นการตอบแทนที่ขวัญใจเคยกระทำไว้ ทิดาขอโทษการกระทำไม่ดีเหล่านั้นด้วยหัวใจ

กิจการร้านอาหารกำลังเฟื่องฟู แต่สัญญาเช่ากำลังจะหมดลง อนุชาตกอยู่ในช่วงชีวิตที่คับขันอีกครั้งแต่ก็มีทิดาค่อยช่วยเหลือ ทั้งครอบครัวทำงานเป็นทีมเวิร์ก ถึงแม้จะมีอุปสรรคแต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้โดยง่าย ไม่เหมือนก่อนที่ปัญหาทั้งหมดเป็นอนุชารับหน้าที่เพียงคนเดียว เรื่องที่หนักหนาก็พอจะรับไหวถ้าเป็นเมื่อก่อนเลือดตาแทบกระเด็น พวกเขาช่วยกันย้ายร้านมาที่บ้านของพวกเขาเอง ไม่ต้องเสียค่าเช่าและยังมี่พื้นที่เป็นสวนที่รื่นรมย์เหมาะที่จะเป็นร้านอาหาร บริษัทปลาก็เริ่มเจริญขึ้นมีออร์เดอร์เข้ามาไม่ขาดสาย ทั้งครอบครัวไม่ต้องลำบากกันอีกแล้ว และยังมีข่าวดีว่าทางการจะตัดถนนผ่านหน้าบ้านของพวกเขาพอดี อีกหน่อยคงจะมีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสายด้วยเช่นกัน

ทิดาทำหน้าที่ภรรยาได้เป็นอย่างดี เธอดูแลสามี พี่สาวสามี หลาน และแม่สามีไม่มีขาดตกบกพร่อง ดวงช่วยหนุนให้การค้าเจริญก้าวหน้า ลูกจ้างก็เป็นระเบียบ พ่อครัวและพนักงานต้อนรับก็เช่นกัน ทุกอย่างที่ขวัญใจตั้งใจไว้บรรลุตามเป้าหมายของเธอแล้ว เธอเป็นคนรักที่ดีและเป็นภรรยาที่ดี

วันไหว้เทพยดาฟ้าดิน ‘ทีกงแซ’ ท่านเซียนสามารถลงมาจุติได้ตามคำเชิญแต่สามารถลงมาได้แค่ 1 ก้านธูปเท่านั้น ท่านแปลงกลายเป็นชายแก่แต่งตัวเหมือนคนจีนธรรมดา ตาแก่คนนี้มีท่าทางพิลึกกึกกือแต่งตัวดูประหลาด เข้ามาในร้านก่อนร้านจะเปิดหลายชั่วโมง นั่งโต๊ะทรงกลมที่เมื่อวานร้านเฟอร์นิเจอร์นำมาส่งผิด อนุชากำลังงงว่ามันหมุนได้ยังไง โต๊ะตั้งอยู่ในสุดใกล้กับครัวทำอาหาร พนักงานยังไม่มาทำงานกันจึงมีแต่ครอบครัวอนุชาเท่านั้นที่คอยต้อนรับอยู่ ท่านเซียนอยากจะดูความเป็นอยู่หากทิดาต้องจากครอบครัวนี้ไป ท่านเซียนเป็นเทพชั้นสูงต่างจากทิดาที่เป็นนางฟ้าทรงเครื่องดนตรี เมื่อท่านได้ลงมาแล้วจึงอยากให้ทิดาปรนนิบัติต้อนรับท่านด้วยน้ำชา แต่ที่ร้านไม่มีน้ำชาทิดาจึงนึกได้ว่ามีน้ำชาในขวดแช่เย็น จึงนำมาให้ท่านเซียน แต่พอได้ลิ้มรสชายแก่บ้วนน้ำชาทิ้งเพราะว่ามันเย็น โมโหนางฟ้าที่ไม่ประสาสั่งให้นางไปต้มน้ำชามาใหม่ สำรับอาหารมีอาหารขึ้นชื่อของทางร้าน ปลาเผา ต้มยำกุ้ง คุณตาไม่พอใจนักที่กับข้าวมีน้อยจนเกินไปธรรมเนียมชาวจีนกับข้าวต้องเต็มโต๊ะ ทิดาเห็นว่าคุณตาออกไปทางคนจีนจึงเสนอให้อนุชาทำผัดเส้นบะหมี่เสิร์ฟเข้าไปอีก เธอรีบไปเก็บผักที่มักจะกินกันเองมาผัดใส่น้ำมันหอยด้วยไฟแรงตามแบบจีน ไก่ต้มน้ำปลาที่ซื้อมาจากตลาดอุ่นแล้วจัดสำรับให้ดูน่าทาน “กับข้าวเต็มโต๊ะ คนแก่คนเดียวจะกินหมดได้ยังไง” ดูเหมือนคุณยายกับท่านเซียนจะเข้ากันได้ดี คุยกันถูกคอ และคุณยายก็เอาใจคนแก่เก่ง หลานน้อยเข้ากับคุณตาได้ดีเช่นกัน ง้อแง้อยากจะทานข้าวกับคุณตา คุณยายจึงช่วยให้ทั้งหมดสะดวกกับการกินอาหารร่วมกัน ภาพมันปรากฏว่าทั้งหมดเป็นครอบครัวที่น่าอิจฉาเสียจริงๆ เมื่อใกล้หมดเวลาท่านเซียนกำลังจะจ่ายค่าอาหารแต่คุณยายห้ามไว้คุณตาก็คะยั้นคะยอจะจ่ายให้ได้ ท่านเซียนจ่ายด้วยเงินก้อนจีนโบราณ (หยวนเป่า) เป็นทองคำแท้น้ำหนักมากพอดู มันประหลาดนัก เงินนี่ไม่มีใช้ในบ้านเรา

ในค่ำคืนท่านเซียนปรากฏให้เห็นในนิมิตฝัน ท่านเซียนมิอาจมีความรู้สึกสงสาร ทุกอย่างเป็นลิขิตจากสวรรค์มีพบก็ต้องมีจาก ท่านเซียนมอบความทรงจำกลับคืนไป ทิดาจึงจำได้ว่าตนก็คือขวัญใจ เธอร้องไห้ละอายต่อบาปที่เคยกระทำต่อหน้าอนุชา ภาพนิมิตฝันทำให้เขาเข้าใจเรื่องราวที่เป็นมา

“ความรู้สึกรักเหล่านี้ฉันอยากจะมอบมันกลับคืนไปให้กับคนที่ฉันรักและฉันจะรักแต่เธอคนเดียว อนุชา เราทั้งคู่ได้สมหวังกันแล้วหลายภพหลายชาติที่เวียนว่ายตายเกิด ฉันขอให้เราจากกันด้วยดี ร่างนี้ไม่ใช่ของ ฉันถึงเวลาที่ฉันจะต้องไปตามทาง”

“ไม่สิ มันเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ฉันรักเธอ มันไม่ใช่การชดใช้นะ ยังไงฉันก็ต้องการจะอยู่กับเธอทิดา อย่าจากฉันไป”

“เราจะฝืนชะตาไม่ได้ เมื่อเวรกรรมมาถึงที่สุดแล้วก็ต้องจากกันทั้งหมด ฉันขออโหสิกรรมเพียงแค่นี้ฉันก็เป็นสุขแล้วและอยากให้อนุชาเป็นสุขด้วยเช่นเดียวกัน”

ขวัญใจล่องลอยจากไป ทิ้งให้อนุชาต้องชอกช้ำใจตามลำพัง ท่ามกลางความเสียใจ อนุชากลั้นใจอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกๆ คนได้ฟัง ผลการชันสูตรพลิกศพพบว่าทิดาเสียชีวิตด้วยสภาวะ Hypernatremia หรือเธอจมน้ำทะเลนั้นเอง

สิ่งที่ทิดาทิ้งไว้ให้คือความทรงจำดีๆ เข้ามาแทนที่ความทรงจำอันเลวร้ายของขวัญใจ เธอพยายามบอกให้อนุชาปล่อยวางจากความรักที่อนุชามีให้ต่อขวัญใจและทิดา เขาสามารถเปิดใจรับอัญชันที่ดีพร้อมสำหรับอนุชาและรอคอยเขามาตลอด จนเรื่องนี้สิ้นสุดที่ความรักได้เบ่งบานอีกครั้งหนึ่ง

 

– พีรวัส 

Don`t copy text!