ไดอารี่พลิกล็อก

ไดอารี่พลิกล็อก

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

อีกครึ่งชั่วโมงถึงเวลาปิดร้าน ชายหนุ่มตรงบริเวณเคาน์เตอร์ยืนเมียงมองลูกค้าที่นั่งอยู่ตามโต๊ะ แต่ไม่เห็นเลยสักคนเดียว โดนัทในตู้โชว์ก็ขายจนหมดเกลี้ยง เขาเดินเข้าไปในห้องพักของพนักงานซึ่งอยู่ด้านหลัง มือซ้ายคว้าที่โกยผงกับไม้กวาดดอกหญ้าที่พิงอยู่ข้างกำแพง ส่วนมือขวาหยิบผ้าผืนเล็กเพื่อไปทำหน้าที่ประจำอีกอย่างหนึ่ง คือเช็ดโต๊ะ เก้าอี้ และกวาดถูพื้น

หนึ่งปีก่อน วิวัฒน์สมัครเข้าทำงานตำแหน่งพนักงานขายขนมโดนัทในร้านซึ่งมีแฟรนไชส์อยู่ทั่วทุกพื้นที่ เขาถูกโยกย้ายไปอยู่ตามร้านมาแล้วสามสาขา จนลงตัวที่สาขาในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ และทำงานในที่แห่งนี้มาเป็นเวลาครึ่งปี

เขากำลังใช้มือข้างหนึ่งจับผ้าเช็ดเบาะนั่งของเก้าอี้ สายตาแลเห็นของบางอย่างซุกอยู่ในซอกระหว่างที่นั่งกับกำแพง วิวัฒน์นำมืออีกข้างล้วงเข้าไปในซอกนั้นแล้วหยิบมันขึ้นมา สมุดปกสีน้ำตาลอ่อนไร้ลวดลายทั้งด้านหน้าและหลัง ขนาดเท่าฝ่ามือ มีความหนาเท่ากับความหนาของเหรียญสิบบาทซ้อนกันสามเหรียญ เขาพยายามนึกถึงลูกค้าที่เข้ามานั่งทานโดนัทตรงโต๊ะตัวนี้ จนภาพหญิงสาวผู้นั้นซึ่งเป็นลูกค้าประจำทุกวันเสาร์อาทิตย์เข้ามาในความคิด

วันนี้เธอมานั่งตรงนี้และอาจเผลอทำสมุดตกลงไปในซอกโดยไม่รู้ตัว วิวัฒน์ตั้งใจเก็บสมุดไว้ที่ร้านเพื่อส่งคืนแก่หญิงสาวที่จะมาใช้บริการในครั้งถัดไป หากเธอเป็นเจ้าของของมันตามที่เขาคิดไว้

ชายหนุ่มกับเพื่อนร่วมงานจัดเก็บทุกสิ่งให้เข้าที่และทำความสะอาดภายในร้านจนเสร็จสิ้น ก่อนจะปิดไฟแล้วออกไปจากร้านก็ยังช่วยกันตรวจตราดูความเรียบร้อยอีกรอบ ขณะที่เขาคว้ากระเป๋าสะพายซึ่งวางอยู่ใกล้กับสมุดเล่มนั้นบนเคาน์เตอร์ สายกระเป๋าเกี่ยวสมุดหล่นลงพื้น ในสภาพคว่ำหน้า และหน้าใดหน้าหนึ่งถูกกางออก เขาก้มตัวใช้มือพลิกสมุดให้หงายขึ้นมา สิ่งที่ปรากฏบนหน้ากระดาษทำให้เขาพกสมุดปกสีน้ำตาลอ่อนติดตัวออกมาจากร้าน

วิวัฒน์ล่ำลาเพื่อนร่วมงานแล้วแยกย้ายกลับห้องพัก เขาเดินมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ตั้งอยู่ชิดใกล้ห้างสรรพสินค้า ชายหนุ่มเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ยอมจ่ายเงินสำหรับค่าเดินทางที่แพงกว่าการนั่งรถโดยสารซึ่งต้องอ้อมไปไกล เพื่อมีเวลาพักผ่อนและถึงที่พักเร็วขึ้น เขาก้าวขาขึ้นบันไดสิบกว่าขั้นไปยังสถานีรถไฟฟ้าแล้วเดินตรงไปที่เครื่องตรวจบัตร เขาใช้บัตรโดยสารแบบบัตรสมาร์ตพาสที่มีการเติมเงินเข้าไปในบัตรเพราะใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำ เมื่อที่กั้นของเครื่องตรวจบัตรเปิด เขารีบเดินเข้าไปด้านในแล้วไปยังฝั่งขวามือ ระหว่างที่ชายหนุ่มยืนบนขั้นบันไดเลื่อนที่กำลังเลื่อนขึ้นสู่ด้านบนซึ่งเป็นชานชาลารถไฟฟ้า สายตายังชำเลืองมองของที่อยู่ในมือ วิวัฒน์อยากเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในให้ชัดเจนอีกครั้ง แต่ยังไม่มีจังหวะเหมาะที่จะเปิดดู

เขายืนตรงชานชาลา แสงสว่างมีมากพอสำหรับการมองเห็นสิ่งที่อยู่ในสมุด รวมทั้งยังมีเวลาเหลือเฟือที่ขบวนรถไฟฟ้าจะมาถึงสถานีนี้ เขาเปิดสมุดอย่างเร่งด่วน ทำราวกับเป็นของตนเอง โดยไม่สนใจตัวอักษรบนหน้ากระดาษเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่อยากเห็นคือรูปภาพบนกระดาษเพียงหน้าเดียวเท่านั้นซึ่งเป็นภาพที่เคยเห็นผ่านตาในช่วงเวลาที่เก็บสมุดขึ้นมาจากพื้น

วิวัฒน์พลิกแผ่นกระดาษจนเจอรูปภาพที่อยากมองให้เห็นเต็มตาและพิจารณาให้ถี่ถ้วนซึ่งเป็นภาพวาดการ์ตูนล้อเลียนชายคนหนึ่งที่มีใบหน้ากลม สวมแว่นตา คิ้วหนา จมูกโต ปากเล็ก ใบหูสองข้างมีห่วงเล็กๆ ตรงติ่งหู ท่อนแขนซ้ายคล้ายมีรอยสัก ส่วนลำตัวเหมือนตุ่มใส่น้ำ โดยเฉพาะตรงพุงลักษณะกลมโตอย่างชัดเจนจนเสื้อปิดพุงไม่มิดแล้วยังวาดสะดือจุ่นโชว์ออกมาให้เห็น ส่วนช่วงขานั้นสั้นกว่าตัว สวมหมวกสีเขียว เสื้อเชิ้ตขาวแขนสั้น ใส่ผ้ากันเปื้อนเขียวซึ่งเป็นสีเดียวกับปกเสื้อ กางเกงดำขายาว รองเท้าขาว มันเป็นชุดยูนิฟอร์มของเขาที่สวมใส่ตอนทำงาน และยังยืนยันด้วยตัวอักษร D ตรงผ้ากันเปื้อน ซึ่งเป็นโลโก้ของร้านขายขนมโดนัทที่เขาทำงานอยู่

ไม่ว่าจะดูจากมุมไหน บุคคลในภาพการ์ตูนล้อเลียนนั้นคงเป็นเขา แต่วิวัฒน์ไม่ใส่ต่างหู แขนขวาไม่มีรอยสัก ไม่ได้อ้วนฉุเหมือนภาพวาดนั้น รวมทั้งเขาเป็นคนสะดือโบ๋ ชายหนุ่มคิดว่าที่ภาพเป็นเช่นนี้ เพราะคนวาดได้แต่งเติมให้ตัวการ์ตูนล้อเลียนดูน่าขำขันและสร้างรอยยิ้มก็เป็นได้ วิวัฒน์จึงเชื่อมั่นว่า รูปภาพที่ได้เห็นนั้นคือตัวเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน

ทำไม? ผู้หญิงคนนั้นต้องวาดภาพเขาลงไปในสมุดบันทึกของเธอ

 

ขบวนรถไฟฟ้าจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มปิดสมุดปกสีน้ำตาลอ่อนพร้อมกับการเปิดของประตูกั้นทางเข้าออกของรถไฟฟ้า เขาก้าวขาเข้าไปภายในตัวรถ ช่วงเวลาหลังสี่ทุ่มมีผู้โดยสารประปรายที่ยังเดินทางร่วมกัน เบาะนั่งภายในขบวนรถไฟฟ้าว่างโล่ง วิวัฒน์เลือกที่นั่งข้างประตู

ระหว่างรอรถไฟฟ้าวิ่งไปถึงสถานีจุดหมายปลายทาง ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะเปิดสมุดบันทึกซึ่งถืออยู่ในมือเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่ยังค้างคาใจ

เหตุใด? ภาพการ์ตูนล้อเลียนคล้ายตัวเขานั้นต้องอยู่ในสมุดเล่มที่เจอโดยบังเอิญ

วิวัฒน์เริ่มอ่านหน้าแรก ผู้เขียนลงวันที่ไว้เมื่อประมาณ 4 เดือนก่อน

 

10 ตุลาคม 2015 เวลา 22.30 น

วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันเริ่มเขียนไดอารี หลังจากไม่ได้เขียนมาหลายปี เพราะฉันจะนำไดอารีเล่มนี้มอบให้แก่ผู้ชายคนหนึ่งที่ได้พบกันเป็นครั้งแรกในวันนี้

          ฉันเจอเขาในรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุดพักร้อนของฉันแท้ๆ แต่พี่สาวซึ่งเพิ่งย้ายที่ทำงานได้เพียงอาทิตย์เดียวลืมเอกสารสำคัญไว้ที่บ้าน น้องสาวแสนประเสริฐอย่างฉันจึงต้องเสียสละเวลาพักผ่อนหอบเอกสารนั้นมาให้พี่สาวแถวย่านที่ฉันรู้จักดี เพราะตั้งแต่เรียนจบจนเข้าทำงานในห้างสรรพสินค้าที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าและยังเป็นสถานีเดียวกันซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทที่พี่สาวทำงานอยู่

          ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณสิบโมงเช้า เขาก้าวเข้ามาในรถไฟฟ้าแล้วหยุดยืนเคียงข้างฉัน จากชุดที่เขาใส่ ฉันรู้โดยทันทีว่าต้องเป็นพนักงานขายโดนัทอยู่สาขาใดสาขาหนึ่ง เพราะตัว D บนหมวกสีเขียวและหน้าอกด้านขวาของเสื้อแขนสั้นสีขาวนั้นคือร้านขายขนมโดนัทที่ฉันชอบกินตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย และร้านยี่ห้อนี้ก็มีอยู่หลายสาขาทั่วกรุงเทพฯ

          ฉันเงยหน้าขึ้นมองแผนผังสถานีต่างๆ ที่ปรากฏเหนือบานประตูทางเข้าออกแล้วนับเลขอยู่ในใจ อีกหกสถานีคือระยะเวลาที่ฉันได้ยืนใกล้เขา ฉันยังภาวนาว่าอย่าให้เขาต้องก้าวออกจากรถไฟฟ้าก่อนฉันเลย

เหมือนโชคชะตาเข้าข้างและยังสร้างความดีใจให้แก่ผู้หญิงอย่างฉัน เขาลงสถานีเดียวกัน จนฉันลืมเรื่องที่พี่สาวไหว้วานให้ทำแล้วเดินตามหลังเขาไปและได้รู้ว่าเขาทำงานอยู่ในห้างนั้น (ฉันไม่ได้บอกพี่สาวหรอกว่าที่นำเอกสารมาให้ช้าเพราะผู้ชายคนนั้น แต่อ้างไปว่ามัวแต่หาเอกสาร กว่าจะเจอก็เกือบสิบโมง ทำให้ออกจากบ้านช้าไปหน่อย 55)

          เขาไม่ใช่คนรูปหล่อ ตัวใหญ่พอๆ กับฉัน มีพุงสะสมไขมันไม่ต่างกัน ใส่แว่น มีความโดดเด่นตรงจมูกที่ใหญ่โตและยังมีปากที่ดูเล็กกะทัดรัด แต่การกระทำของเขานั้นสร้างความประทับในตัวเขาเป็นอย่างยิ่งคือชอบช่วยเหลือผู้อื่น ในขบวนรถไฟฟ้าซึ่งมีคนนั่งกันเต็มที่นั่ง จะมีผู้ชายสักกี่คนที่พยายามเดินขอที่นั่งให้แก่คุณยายคนหนึ่งโดยไม่เกรงใจใคร นี่แหละที่ฉันเห็นด้วยกับคำว่าอย่าอายใครถ้าทำดี ในขณะที่หลายคนคิดแต่เพียงว่าตัวใครตัวมัน แต่เขายังนึกถึงคนอื่นจึงกล้าเอ่ยปากขอที่นั่งให้แก่คุณยายคนนั้น ฉันแอบปลื้มเขาตั้งแต่วินาทีนั้นและคิดอยากเข้าไปทำความรู้จัก

          จากวันนี้เป็นต้นไป ฉันตั้งใจไปนั่งแอบมองเขาที่ร้านขายโดนัท ทั้งที่อยากหาจังหวะเหมาะเพื่อทอดสะพาน แต่ฉันเป็นผู้หญิงขี้อาย คงทำได้เพียงเป็นลูกค้าประจำของร้านแน่นอน

                                                                                                บุ๋ม

 

วิวัฒน์อ่านบันทึกของเธอในหน้าแรกจบลง อย่างแรกที่นึกถึงคือ หญิงผู้นั้นมานั่งกินโดนัทในร้านตั้งแต่เมื่อไหร่ เขายังไม่มั่นใจในคำตอบ แต่เห็นเธอมาหลายเดือนแล้ว ที่แน่ใจคือหลังจากที่เขาทำงานในสาขานี้ ก็น่าจะเป็นช่วงเดือนตุลาคมหรือสี่เดือนก่อน

ส่วนพฤติกรรมของชายหนุ่มที่เธออ้างถึงก็เป็นสิ่งที่เขาทำอยู่บ่อยครั้ง นอกจากสละที่นั่งให้แก่บุคคลที่สมควรจะได้นั่ง บางทีเขายังเอ่ยขอที่นั่งให้แก่ผู้คนเหล่านั้นเพราะความเห็นใจ เป็นการตอกย้ำว่าผู้ชายในไดอารีที่เธอเขียนถึงนั้นเป็นตัวเขา

สมัยนี้ผู้หญิงไม่ทิ้งผ้าเช็ดหน้าให้ผู้ชายเป็นคนเก็บขึ้นมาเพื่อบอกให้รู้ว่ามีใจให้ แต่เป็นการทิ้งสมุดบันทึกให้ผู้ชายหยิบไปอ่าน

แล้วที่เขาเก็บมันขึ้นมานั้นจนรู้ว่าหญิงสาวรู้สึกอย่างไรตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน อาจจะเป็นความตั้งใจของเธอที่ทำสมุดบันทึกหล่นไว้ในร้าน ไม่ใช่เรื่องเผอิญตามที่เขานึกไว้แต่แรกก็เป็นได้

วิวัฒน์อยากเปิดอ่านอีกหลายหน้า แต่เสียงประกาศภายในรถไฟฟ้าดังขึ้น แจ้งชื่อสถานีต่อไปที่ขบวนรถไฟฟ้าจะเข้าไปจอดตรงชานชาลา เป็นสถานีที่ชายหนุ่มต้องออกจากรถไฟฟ้าขบวนนี้ เพราะเดินแค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึงที่พัก

วิวัฒน์รู้สึกดีที่รู้ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งแอบปลื้มเขาอยู่ ชายหนุ่มไม่กล้าเข้าไปจีบใคร เพราะรูปร่างท้วมและไม่สูงมากนัก แล้วยังมีพุงยื่นออกมาเหมือนที่เธอเขียนไว้ หน้ากลมมีแก้ม เป็นคนสายตาสั้นต้องสวมแว่นเกือบทุกเวลา เขาจึงไม่หวังให้ใครมาสนใจ แต่พอรู้ว่าหญิงสาวผู้นั้นเหมือนจะแอบชอบเขาจนคิดอยากจะทอดสะพาน ทำให้ชายหนุ่มอยากข้ามสะพานนั้นแล้วไปทำความรู้จักกับเธอ

วันนี้เขาเดินกลับห้องพักด้วยอารมณ์แช่มชื่นในหัวใจ

 

ก่อนเข้านอนในค่ำคืนนี้ วิวัฒน์ยังหยิบสมุดปกสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาเปิดอ่านบันทึกของหญิงสาวที่เขียนถึงชายหนุ่มคนหนึ่งอีกสิบกว่าหน้า เป็นการเน้นย้ำความคิดของเขามากยิ่งขึ้น ดังนั้นชายหนุ่มที่เธอกล่าวถึงในสมุดต้องเป็นตัวเขาแน่นอน

จากสิ่งที่หญิงสาวเขียนลงไป พอเขานึกย้อนประมวลเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ช่วยยืนยันให้ได้รู้ถึงเหตุผลที่เธอคนนั้นมาเป็นลูกค้าประจำของร้านโดนัทสาขาที่เขาเป็นพนักงานขาย

 

13 ธันวาคม 2015 เวลา 21.00 น 

          ฉันเขียนไดอารีทุกครั้ง ในวันที่ได้เห็นหน้าเขาและวันนี้ก็เช่นกัน สองเดือนแล้วที่ฉันไปนั่งกินโดนัทในร้านที่เขาทำงาน พอถึงวันเสาร์อาทิตย์ฉันจะไปนั่งอ่านหนังสือบ้าง หรือทำงานที่ยังค้างอยู่บ้าง โดยมีจุดประสงค์หลักคือเพื่อไปนั่งแอบมองเขา ฉันชอบเวลาที่เขายิ้ม

          แต่ทุกครั้งที่ฉันมานั่งในร้านจะไปพร้อมกับพี่สาวที่ขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสมาด้วยกัน พี่สาวยังชวนฉันให้ไปนั่งทานขนมที่ร้านเดียวกันอีกด้วย ฉันปฏิเสธและให้เหตุผลว่ามีร้านโปรดที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน ฉันกับพี่สาวจึงแยกกันไปนั่งในร้านขนมที่ตัวเองต้องการ ซึ่งเป็นคนละร้านกัน พอถึงเวลาที่นัดกันกลับบ้านก็จะมาพบกันตรงสถานีรถไฟฟ้า

          ฉันไม่เคยบอกเหตุผลแท้จริงกับพี่สาวว่าฉันมานั่งส่องผู้ชายคนนั้น ถ้าพี่สาวรู้คงไม่ยอมให้ฉันมานั่งที่ร้านขนมนั้นอีกแน่นอน

          ‘สวัสดีครับ จะรับโดนัทชิ้นไหนดีครับ’ คำทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลของเขา ตั้งแต่ก้าวแรกที่ฉันเดินเข้าไปในร้าน ฉันจำมันได้ดี และตามมาด้วยรอยยิ้มที่ฉันอยากเห็นตลอดเวลา รอยยิ้มของผู้ชายใส่แว่นที่บ่งบอกได้ว่าเขาเป็นผู้ชายอ่อนโยนซึ่งทำให้โลกของผู้หญิงคนหนึ่งสดใสขึ้นมาทันตาเห็น

          วันนี้ฉันเลือกโดนัทสองชิ้นในตู้โชว์ตรงเคาน์เตอร์แล้วให้เขานำไปให้ยังโต๊ะที่ฉันเลือกนั่งเป็นประจำ เพราะมุมนั้นทำให้ฉันแอบมองเขาได้ทุกช่วงเวลาที่เขากำลังบริการลูกค้าคนอื่นๆ ฉันทำเป็นแบบนี้มาแล้วสองเดือนกว่าๆ แต่ไม่เคยเบื่อเลย

          วันนี้เป็นวันหยุดที่คนเข้ามาซื้อโดนัทในร้านมากพอควร ฉันนั่งแอบมองเขาโดยไม่กลัวว่าเขาจะรู้ตัวเพราะเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับลูกค้าจนหนังสือที่ฉันเตรียมมาอ่านฆ่าเวลา อ่านไม่รู้เรื่องเลยสักหน้าเดียว 

          ฉันลองถามตัวเองว่าเมื่อไหร่จะกล้าพอที่เดินเข้าไปขอถ่ายรูปกับเขา ฉันหาคำตอบไม่เจอ แต่ตอนนี้ฉันรู้เพียงว่าความรู้สึกที่มีต่อผู้ชายตัวใหญ่คงไม่ต่างกับเด็กหญิงคลั่งไคล้นักร้องหนุ่มเกาหลีที่เห็นในจอทีวีอย่างแน่นอน เพราะฉันก็แอบกรี๊ดในใจ ตอนที่เขาขายขนมแล้วยิ้มให้กับลูกค้าทุกคน

                                                                                                บุ๋ม

 

วิวัฒน์ปิดสมุดบันทึกแล้วถอดแว่นตาวางไว้ข้างหมอน เขาคงพอแค่นี้กับการแอบอ่านเรื่องราวของหญิงสาว ชายหนุ่มหลับตาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า และเป็นสุขใจที่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาแอบชอบโดยไม่รู้ตัว

พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ บางทีเธออาจมานั่งทานโดนัทในร้านอีกก็ได้ หรือถ้าหญิงผู้นั้นเป็นเจ้าของสมุด เธออาจมาหาของที่ทำหล่นไว้

ตั้งแต่ที่เขาได้อ่านบันทึกของเธอ วิวัฒน์เริ่มรู้สึกดีกับหญิงสาวเช่นเดียวกัน

ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มออกจากห้องพักโดยไม่ลืมถือสมุดบันทึกมาที่ร้านขายขนมโดนัท วิวัฒน์รอพบเธอด้วยความตื่นเต้นและยังรู้สึกเบิกบานใจขณะทำงาน จนถึงเวลาประมาณสี่โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่เธอจะเข้ามานั่งในร้าน เขาเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

หญิงสาวร่างท้วม ส่วนสูงไม่ต่างจากเขาในมือถือหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง เขาชำเลืองดูชื่อเรื่องก็รู้ว่าเป็นนิยายรัก เธอสวมเสื้อเชิ้ตขาวแขนสั้น กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบสีขาว สะพายกระเป๋าผ้าใบย่อมเดินเข้ามายืนหน้าเคาน์เตอร์บริการที่เขายืนอยู่

“สวัสดีครับ วันนี้จะรับโดนัทชิ้นไหนครับ” เขากล่าวต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

เธอยังยืนอยู่ที่เดิมตรงข้ามกับตัวเขา ไม่ได้เดินไปยังตู้โชว์ที่ใส่ขนมโดนัทเหมือนเคย

“ขอโทษนะคะ เมื่อวานฉันมานั่งที่ร้านแล้วทำสมุดปกสีน้ำตาลหล่นหาย ไม่ทราบว่าตกอยู่ที่นี่ไหมคะ”

คำถามของหญิงสาวทำให้เขารู้โดยทันทีว่าเธอเป็นเจ้าของสมุดเล่มนั้นตามความคาดหมายและชายหนุ่มที่เธอเขียนถึงก็คงหนีไม่พ้นต้องเป็นเขา

วิวัฒน์ทำได้แค่อมยิ้ม ทั้งที่ในใจอยากยิ้มออกมาให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาปลาบปลื้มและดีใจมากที่ผู้หญิงตรงหน้าแอบชอบเขา แต่ชายหนุ่มต้องตีหน้าตาขรึมแล้วแสร้งครุ่นคิด ก่อนตอบออกมา “ผมยังไม่เจอสมุดที่ว่านั่นเลยครับ แล้วผมจะถามพนักงานคนอื่นให้ว่ามีใครเก็บไว้หรือเปล่า ถ้ามีผมจะนำมาให้คุณ… บอ.. เอ่อ.. ครับ”

วิวัฒน์เกือบเผลอเรียกชื่อเธอ พอเขาได้อ่านบันทึกก็เหมือนได้ทำความรู้จักกับหญิงสาวมากขึ้น

“ขอบคุณค่ะ” น้ำเสียงเจือด้วยความผิดหวังออกมาจากปากเธอ

หญิงสาวเดินไปเลือกโดนัทสองชิ้นแล้วมาจ่ายเงิน จากนั้นเดินไปตรงโต๊ะประจำที่เคยนั่ง

วิวัฒน์ใช้ที่คีบคีบโดนัทสองชิ้นนั้นใส่ถาดอย่างเบามือ พลางนึกถึงข้อความในไดอารี่ที่ยังพอจดจำได้ ‘ฉันชอบกินโดนัทร้านนี้เพราะแป้งนุ่มกว่าร้านอื่น ยิ่งราดด้วยช็อกโกแลตซึ่งเป็นของโปรดของฉันและพี่สาว กินแล้วยิ่งฟินและไม่เคยกลัวอ้วน เพราะฉันเป็นคนเกือบจะอ้วนอยู่แล้ว ฉะนั้นจะกลัวไปทำไม เขาที่มีรูปร่างคล้ายกันก็คงไม่รังเกียจคนอย่างฉัน’

วันนี้เธอเลือกโดนัทที่ด้านบนราดช็อกโกแลตทั้งสองชิ้น เขาเดินยกถาดไปเสิร์ฟให้เธอพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว วิวัฒน์จงใจส่งยิ้มให้อีกฝ่าย หญิงสาวเงยหน้าจากหนังสือในมือแล้วยิ้มตอบเขา วิวัฒน์ทำได้เพียงพูดในใจ ‘ผมขอโทษนะครับที่ต้องโกหกคุณ แต่ผมขออ่านบันทึกให้จบก่อนแล้วจะส่งคืนให้คุณพร้อมกับเข้าไปทำความรู้จักกับคุณเอง’

เขากลับมาทำหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์พร้อมกับแอบมองเธอเป็นระยะ ชายหนุ่มเพิ่งสังเกตว่ามุมที่เธอนั่งนั้นสามารถมองเห็นเขาได้ตลอดเวลาและจุดที่เขายืนอยู่ก็ยังเห็นเธอเช่นกัน

หญิงสาวใช้มือหยิบโดนัทขึ้นมากัดทีละคำพร้อมกับอ่านหนังสือตรงหน้าไปด้วย หรือบางเวลาเธอหยิบดินสอขึ้นมาขีดเขียนลงไปในสมุดบนโต๊ะ เป็นภาพที่แต่ก่อนเขาไม่เคยสนใจมอง วิวัฒน์ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน เมื่อหญิงสาวผู้นั้นหันหน้ามองมาทางเขาเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ขณะทำงาน

เมื่อถึงช่วงเวลาประมาณหกโมงเย็น เธอเก็บของลงในกระเป๋าผ้า ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมายังเคาน์เตอร์ เลือกโดนัทเคลือบน้ำตาลหนึ่งชิ้นให้เขาห่อใส่ถุงนำกลับบ้าน

จากการอ่านบักทึกของเธอ วิวัฒน์เพิ่งรู้ว่าโดนัทชิ้นที่เธอซื้อก่อนจะออกจากร้านในทุกครั้ง หญิงสาวซื้อไปทำอะไร ‘ก่อนถึงเวลากลับบ้าน ฉันจะเดินไปหาเขาเสมอ สั่งโดนัทเคลือบน้ำตาลหนึ่งชิ้น เขาคงคิดว่าฉันเอาไปกินเองยามดึก แต่ฉันซื้อไปให้ไอ้ด่าง สุนัขที่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านที่ชอบกินโดนัทเหมือนเจ้าของ ทุกครั้งที่ฉันและพี่สาวมานั่งปลดปล่อยอารมณ์ที่ร้านขนม ถึงแม้จะนั่งอยู่คนละร้าน แต่พี่น้องยังใจตรงกันที่ซื้อโดนัทรสชาติเดียวกันไปให้สุนัขอีกด้วย เมื่อถึงบ้านไอ้ด่างจะกินรวดเดียวทั้งสองชิ้น ทั้งที่ฉันรู้ว่าพี่สาวจะซื้อโดนัทไปให้สุนัขเป็นประจำ แต่ฉันก็อดที่จะซื้อไม่ได้เช่นกัน ดูเหมือนฉันจะใจดีกับไอ้ด่าง แต่ที่ฉันทำไปเพราะอยากได้รับรอยยิ้มจากเขาก่อนกลับบ้านแค่นั้นเอง ถ้ามีใครรู้เหตุผล คงหัวเราะเยาะฉันแน่ๆ ที่ดูเหมือนจะหลงเขาอย่างหัวปักหัวปำ’

วันนี้โดนัทเคลือบน้ำตาลที่ถูกซื้อไปให้สุนัขตัวนั้นอยู่ในมือเธอเรียบร้อย เขาอยากจะใส่โดนัทลงไปในถุงอีกชิ้นหนึ่ง แต่ไม่รู้จะให้เหตุผลกับเธออย่างไร หรือจะบอกตรงๆ ว่าอยากให้ไอ้ด่างกินจนพุงกาง เธออาจสงสัย เขาจึงส่งมอบห่อขนมที่มีโดนัทเพียงชิ้นเดียวให้แก่เธอพร้อมกับพูดว่าทานให้อร่อยนะครับ ชายหนุ่มยิ้มด้วยความจริงใจ ก่อนที่เธอจะก้าวขาออกจากร้าน

เขาอาจเข้าใจผิดมาตลอดในทุกวันที่หญิงสาวมาเป็นลูกค้าของร้านนี้ คงมีหลายเรื่องราวของเธอที่เขาได้พบในสมุดบันทึกซึ่งเป็นการแก้ไขความเข้าใจของเขาที่มีในตัวเธอให้ถูกต้อง

 

ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ชายหนุ่มเปิดสมุดบันทึกอ่านลายมือของเธอก่อนเข้านอน

วิวัฒน์ยังลังเลกับการเลือกโอกาสเหมาะเพื่อส่งคืนสมุดปกสีน้ำตาลอ่อนให้แก่เจ้าของ ทั้งที่เขาอยากมอบให้เธอพร้อมเริ่มต้นความสัมพันธ์ในวันมะรืนนี้ แต่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันที่หญิงสาวเขียนไว้ในไดอารีเพื่อกระทำบางอย่าง คืนนี้เขาต้องอ่านบันทึกหน้าสุดท้ายเป็นรอบที่สองสำหรับประกอบการตัดสินใจ

 

          31 มกราคม 2016 เวลา 22.00 น 

          สี่เดือนแล้วที่ฉันนั่งมองดูเขาทำงานพร้อมกับความรู้สึกดีๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยน ฉันคิดดีแล้วว่าอาทิตย์หน้าคงเป็นอาทิตย์สุดท้ายที่ฉันจะเขียนไดอารีถึงเขา เพราะหลังจากที่ได้ภาพการ์ตูนล้อเลียนตัวเขามาแล้ว ฉันจะเขียนไดอารีหน้าสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 6 กุมภา ซึ่งเป็นวันที่ฉันจะได้เห็นภาพการ์ตูนนั้นในสมุดเล่มนี้ ส่วนวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภา ฉันยังเสียดายที่ไม่สะดวกไปนั่งมองเขาเพราะต้องไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อน

          แผนการของฉันที่คิดได้ในค่ำคืนนี้คือ พอถึงวันเสาร์ที่ 13 กุมภา ฉันจะนำไดอารีเล่มนี้ยื่นให้แก่เขาพร้อมสารภาพความรู้สึกที่มีให้เขาฟัง แล้วฉันจะมาขอคำตอบจากเขาในวันถัดไป ถ้าเขาไม่ปฏิเสธคบกัน ฉันจะเลือกวันแห่งความรักให้เป็นวันแรกที่เราสองคนเริ่มต้นเป็นแฟนซึ่งจำได้ง่ายดี

          ในระหว่างที่เขียน ฉันก็เขินไปด้วยที่ต้องเป็นผู้หญิงเข้าไปขอจีบผู้ชายก่อน แต่วันเสาร์ที่ 13 กุมภา ฉันมีนัดปาร์ตี้กับเพื่อนซึ่งร้านอยู่ใกล้ๆ ห้างที่เขาทำงานอยู่ ฉันคงขอตัวกลับประมาณหนึ่งทุ่ม แล้วมาพบเขาที่ร้านขายโดนัท แต่คงพูดคุยกับเขาได้เพียงไม่นาน เพราะนัดพี่สาวไว้ทุ่มครึ่งที่สถานีรถไฟฟ้าเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน

          เมื่อถึงวันนั้นเขาจะยินดีทำความรู้จักกันหรือไม่ ถ้าเขาใจตรงกันกับฉันก็คงดี

                                                                                                บุ๋ม

นี่คือบันทึกหน้าสุดท้ายที่ถูกเธอเขียนไว้ ก่อนหน้าถัดไปเป็นรูปการ์ตูนล้อเลียน ซึ่งไม่มีบันทึกหน้าสุดท้ายตามความตั้งใจของเธอ เพราะเขาเก็บสมุดเล่มนี้ได้ในวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ วันนั้นเธอคงมานั่งวาดรูปการ์ตูนในร้านแล้วทำหล่นไว้ จึงไม่ได้นำกลับไปเขียนต่อ ไดอารีของเธอสิ้นสุดเพียงเท่านี้

เมื่อวิวัฒน์อ่านทวนบันทึกหน้านั้นเป็นรอบที่สาม เขาจะทำความต้องการของหญิงสาวให้เป็นจริง

และอยากทำให้อีกฝ่ายประหลาดใจ เพราะเธอไม่มีสมุดบันทึกจึงไม่ต้องแวะไปเจอเขา และคงไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านพร้อมพี่สาวก็เป็นได้

“พรุ่งนี้ทุ่มครึ่ง เราคงเจอกันบนรถไฟฟ้าบีทีเอสนะครับ คุณบุ๋ม” คำพูดของเขาก่อนหลับตานอน

แค่อ่านทุกข้อความในแต่ละครั้งที่หญิงสาวได้มาเจอหน้าเขา ชายหนุ่มรู้ว่าเธอคิดเช่นไรและวิวัฒน์คงยินดีที่จะทำความรู้จักกับเธอ

 

ชายหนุ่มตื่นมาด้วยความสดชื่นในช่วงเช้าของวันที่สิบสามกุมภาพันธ์ เพราะวาเลนไทน์ปีนี้เขาอาจจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเสียที วันนี้วิวัฒน์ขอเลิกงานหนึ่งทุ่มเพื่อไปรอหญิงสาวที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เขาเดินออกจากห้างสรรพสินค้าในตอนค่ำซึ่งเป็นเวลาไม่คุ้นเคย ผู้คนยังมีให้เห็นอย่างเนืองแน่น ไม่ว่าจะเป็นตรงป้ายรถเมล์ริมถนน หรือแม้แต่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าตู้จำหน่ายบัตรโดยสาร ยามปกติเขาจะใช้บัตรสมาร์ตพาส แต่เมื่อเช้าเงินในบัตรหมดพอดีแล้วยังไม่ได้เติมเงินเข้าไป เขาจึงซื้อบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียว

ชายหนุ่มยืนมองแผนผังแสดงรายชื่อสถานีรถไฟฟ้าเพื่อดูราคาของสถานีปลายทาง จากนั้นกดปุ่มตัวเลขที่แสดงจำนวนราคาของตั๋วที่จะซื้อ เมื่อเขาหยอดเหรียญครบตามจำนวนนั้น ตั๋วก็เด้งออกมาจากเครื่องขายตั๋ว เขาใช้มือดึงบัตรโดยสารออกมาถือไว้ แล้วเดินตรงไปยังช่องทางเข้าซึ่งมีเครื่องหมายลูกศรสีเขียวอยู่ด้านหน้าของเครื่องตรวจตั๋ว ในแต่ละช่องทางเข้ามีผู้คนต่อแถวยาวพอๆ กัน

เมื่อรอคิวจนถึงเครื่องตรวจตั๋ว ชายหนุ่มสอดบัตรเข้าไปในช่องที่อยู่ด้านหน้า แล้วบัตรจะเด้งออกมาจากช่องด้านบน พอเขาดึงตั๋วออก ที่กั้นสีแดงจะเปิดแยกออกจากกัน เขาต้องรีบเดินผ่านเลยไป เพราะถ้าก้าวช้าอาจโดนที่กั้นหนีบได้ แต่มันก็เฉี่ยวก้นเขาทุกครั้งที่ใช้บริการเพราะเขาตัวใหญ่ แต่วิวัฒน์ไม่เคยสนใจ แค่รอดพ้นที่กั้นมาได้ก็พอ

เขายังไม่ขึ้นไปยังชานชาลาด้านขวามือ แต่ยืนอยู่ระหว่างทางแยกสองฝั่ง เมื่อเธอผ่านที่กั้นจะได้ไม่คลาดสายตากันไป

วิวัฒน์เฝ้ารอจนถึงเวลาสองทุ่มครึ่ง ยังไร้วี่แววของหญิงสาว เธออาจอยู่ในงานปาร์ตี้จนดึกดื่นเพราะไม่ต้องแวะมาหาเขา ค่ำคืนนี้คงไม่ได้พบเธอ เขาขึ้นบันไดเลื่อนไปรอรถไฟฟ้าที่ชานชาลาเพื่อกลับบ้าน

เมื่อรถไฟฟ้าจอดสนิท ระหว่างที่เขายืนต่อแถวขึ้นรถไฟฟ้าซึ่งอยู่ตรงกลางขบวน วิวัฒน์หันหน้าไปท้ายขบวนรถ แลเห็นหญิงสาวผู้นั้นก้าวขาเข้าไปในรถไฟฟ้า เขาจะเดินไปหาเธอ แต่เสียงสัญญาณเตือนซึ่งบ่งบอกถึงประตูกำลังจะปิด ชายหนุ่มต้องพาตัวเองเข้าไปในรถไฟฟ้าโดยไม่สนใจว่าคนจะแน่นขนัดเพียงใด

รถไฟฟ้ากำลังเคลื่อนที่ วิวัฒน์พยามยามแทรกกายเบียดเสียดผู้คนเพื่อเดินมุ่งหน้าไปยังท้ายขบวนตามหาหญิงสาว

วิวัฒน์ได้พบตัวเธอยืนจับเสาเหล็กเคียงข้างใครบางคนที่พอเขาเห็นแล้ว มือซึ่งถือสมุดอยู่นั้นแทบไม่มีเรี่ยวแรงจนเกือบจะทำสมุดบันทึกร่วงหล่นพื้น ท่าทางอย่างเป็นกันเองของเธอกับผู้ชายคนนั้น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะยามพูดคุยแสดงถึงความสนิทสนมคุ้นเคยกันดี ยิ่งไปกว่านั้นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้เธอยังสวมชุดยูนิฟอร์มของร้ายขายขนมโดนัทแฟรนไชส์เดียวกันกับเขา

ภาพการ์ตูนล้อเลียนในสมุดบันทึกลอยเข้ามาในหัว วิวัฒน์เปิดดูรูปวาด ชายผู้นั้นคือบุคคลที่ภาพการ์ตูนต้องการจะสื่อถึงอย่างแน่นอน แม้จะเป็นคนตัวใหญ่และใส่แว่นเหมือนเขา แต่สิ่งที่ช่วยยืนยันคือใบหูสองข้างใส่ต่างหูและแขนขวายังมีรอยรอยสักเหมือนในภาพการ์ตูน

สิ่งที่เขาคิดมาตลอดหนึ่งอาทิตย์นั้นผิดไปเสียหมดทุกอย่าง ความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นในใจหายวับในทันใดคล้ายเปลวไฟเทียนไขต้องลมแรง ยามนี้วิวัฒน์บอกตัวเองไม่ได้ว่าจะรู้สึกอย่างไร แต่ไม่ใช่ความเสียใจที่รู้ว่าผู้ชายในสมุดบันทึกนั้นไม่ใช่เขา

ในที่สุดชายหนุ่มยิ้มออกมาเพราะขำขันตนเองที่คิดเช่นนั้นกับหญิงสาว ทั้งที่เธอไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้วิวัฒน์เพิ่งรู้ว่าหลายคนในโลกใบนี้อาจมีส่วนคล้ายกันแบบไม่เคยรู้มาก่อน เช่นเขาและชายผู้นั้นที่มีรูปร่าง การทำงาน และความมีน้ำใจไม่ต่างกัน

วิวัฒน์เดินออกมาให้ห่างพร้อมยิ้มขันและตลกตัวเองที่เห็นภาพการ์ตูนแล้วคิดเป็นตุเป็นตะ จนสร้างภาพฝันยามที่อ่านบันทึกของเธอ หญิงสาวอาจเป็นเพียงแค่ลูกค้าประจำคนหนึ่งเท่านั้น เขาเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าห้างสรรพค้าอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลไม่ใกล้ก็มีแฟรนไชส์ของร้านโดนัทที่เขาทำงานอยู่ เพราะฉะนั้นข้อความในไดอารีของเธออาจเป็นช่วงเวลาก่อนหรือหลังที่หญิงสาวจะมานั่งในร้านก็เป็นได้

ชายหนุ่มไม่ได้ผิดหวัง แต่สิ่งที่คิดนั้นมันกลับกลายจากหน้ามือเป็นหลังมือ เสียงหัวเราะเกิดขึ้นมาในทุกครั้งที่มองสมุดปกสีน้ำตาลอ่อน แล้วเขาจะนำมันไปคืนเจ้าของด้วยความบริสุทธิ์ใจ หรือจะเขียนคำขอโทษที่แอบเปิดอ่านสอดไว้ในสมุดแล้วค่อยนำไปให้เธอ

 

เมื่อคืนเขาเปิดอ่านสมุดบันทึกโดยปราศจากความรู้สึกใดๆ เขายังตลกตนเองไม่หายที่คิดไปต่างๆ นานาว่าชายหนุ่มในไดอารีเป็นตัวเขา ทั้งที่มันไม่ใช่เลย วิวัฒน์ไม่ได้เศร้ากับเหตุการณ์นี้ เพราะชีวิตยังมีสิ่งที่ทำแล้วเป็นสุขใจอีกตั้งมากมาย ถ้านำเรื่องสมุดบันทึกที่เขาได้อ่านแล้วตีโพยตีพายว่าเป็นตนเองไปเล่าให้ใครฟังก็คงเป็นเรื่องขบขันในวงสนทนา

วันนี้เป็นวันแห่งความรักที่วนมาอีกปี เขายังเป็นหนุ่มโสดเหมือนเช่นเคยและทำงานขายขนมโดนัทด้วยอารมณ์แจ่มใสยามต้อนรับและบริการลูกค้า บางครั้งยังเหลือบมองสมุดเล่มนั้นพร้อมกับมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า หากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ แต่เขาไม่คิดว่าเธอจะมานั่งกินโดนัทเหมือนอย่างที่แล้วมา

เวลาประมาณห้าโมงเย็น หญิงผู้นั้นเดินเข้ามาในร้านเพียงลำพัง สั่งโดนัทสองชิ้นแล้วจ่ายเงิน จากนั้นเดินไปนั่งตรงโต๊ะตัวเดิม เขาคิดในใจทำไมในวันแห่งความรักเธอไม่ไปใช้เวลาอยู่ในร้านกับชายคนนั้น แต่ก็ช่างมันเพราะยังไงชายหนุ่มในสมุดบันทึกคงไม่ใช่เขา

วิวัฒน์เดินถือถาดที่มีโดนัทไปให้หญิงสาวพร้อมกับของสิ่งนั้นที่เธอเป็นเจ้าของ “ขอโทษครับ คุณใช่ไหมครับที่เคยมาถามถึงสมุดบันทึก ใช่เล่มนี้ไหมครับที่ตามหาอยู่” เขาพูดพลางยื่นสมุดปกสีน้ำตาลอ่อนให้แก่เธอ

“ใช่ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“เมื่อวันก่อน น้องพนักงานเก็บได้ตรงซอกเก้าอี้นะครับ” เขายังบอกเหตุผลว่าทำไมถึงนำสมุดมาคืนในวันนี้ ทั้งที่ความจริงไม่ใช่อย่างที่เอ่ยออกมา

“ยังโชคดีนะคะ ที่มีคนเจอมัน”

เขาผละออกมาจากโต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่ แต่พอไม่นาน เสียงของเธอซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนก็แว่วมาให้เขาได้ยิน

“บุ๋ม พี่เจอสมุดบันทึกของน้องแล้วนะ วันนั้นที่บุ๋มให้พี่มาวาดการ์ตูนให้ มันหล่นอยู่ในร้านขนมที่พี่มานั่งจริงๆ ด้วย แต่ก่อนที่บุ๋มจะได้เห็นภาพการ์ตูน พี่ยอมรับก็ได้ว่าพี่ยึดเอาคนขายในร้านขนมที่พี่มานั่งเป็นต้นแบบเพราะคล้ายกับที่บุ๋มเล่าให้ฟังมาก แต่พอพี่ลองมองภาพนี้ใหม่ พี่รู้สึกว่ามันคล้ายกับเพื่อนของพี่สมัยเรียน ม.ปลาย เมื่อวานได้เจอกันบนรถไฟฟ้าตอนที่พี่กลับบ้านก่อนบุ๋ม มันเหมือนมากเลยรู้ไหม แล้วเพื่อนของพี่ก็ยังทำงานในร้านโดนัทเหมือนกัน ตอนนี้บุ๋มอยู่ไม่ไกลจะเดินมาเอาไดอารีเลยก็ได้ แค่นี้นะ”

ทุกคำพูดของหญิงสาวผ่านเข้าหูเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ วิวัฒน์อยากกู่ร้องหรือหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง แม้แต่อยากลงไปนอนกลิ้งแล้วขำขันออกมาเสียงดังให้กับความคิดของตนที่คิดเองเออเองตั้งแต่ได้เจอสมุดบันทึกเล่มนั้น มันผิดพลาดไปเสียหมดทุกเรื่อง แล้วมันก็พลิกผันจนเกินที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูด

เขาอยากเดินเข้าไปบอกหญิงสาวผู้นั้นว่า บางทีน้องสาวของเธออาจกำลังแอบชอบหรือคิดทอดสะพานให้แก่เพื่อนชายคนนั้นของเธอก็เป็นได้ นี่คือสิ่งที่เขาเชื่อมั่นว่าเขาคงคิดไม่ผิด หรือจะมีผู้ชายคนไหนอีกที่คล้ายเขาและเพื่อนชายของเธอ

 

– กุลวีร์ –

 

คลิกซื้อ E-Book ‘ในสวนอักษร’ ที่นี่
Don`t copy text!