เนินนิรันดร์

เนินนิรันดร์

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

 

กลิ่นดอกไม้โชยพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ปลุกชายหนุ่มที่นั่งเหม่ออยู่บนเก้าอี้ให้ตื่นจากภวังค์ อธิป สูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมหลับตา ราวกับต้องการซึมซับความรู้สึกดีๆ แบบนี้เอาไว้ให้มากที่สุด ล็อกเกตสีทองในมือสะท้อนแสงอาทิตย์จนเกิดประกายระยับ เช่นเดียวกับหยาดน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลรินอาบใบหน้า

…รอยยิ้มพลันสูญหายเมื่อลมหายใจถูกผ่อนออก อธิปก้มมองรูปของหญิงสาวในล็อกเกตแล้วสะอึกสะอื้นออกมาเบาๆ

“พลอย… ผมคิดถึงคุณ… สักวันเราจะต้องได้พบกันอีกครั้ง… ผมสัญญา…”

. . . . . . . . . . . . . . .

อธิปเดินเข้ามาในร้านอาหารที่เต็มไปด้วยโต๊ะเหล็กเรียงรายอยู่นับสิบ เขากวาดตามองไปตามโต๊ะแต่ละตัว ก่อนจะเดินตรงไปยังตัวในสุด เมื่อเห็นชายหนุ่มอีกคนที่กำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดีครับ พี่เชษฐ์” อธิปเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเนือยๆ คล้ายคนใกล้จะหลับเต็มที ประกอบกับขอบตาที่ดำคล้ำ ทำให้ชายหนุ่มดูเหมือนคนที่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน พิเชษฐ์ พิจารณาอีกฝ่ายอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง เขารู้ดีว่าสาเหตุที่รุ่นน้องคนสนิทมีสภาพคล้ายคนป่วยแบบนี้ไม่ได้มาจากการทำงาน แต่เป็นเพราะแฟนสาวของเจ้าตัวเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนต่างหาก

“เข้มแข็งหน่อยเถอะ ธิป พลอยเขาไปสบายแล้ว เราต่างหากที่ต้องเดินต่อ มา… กินข้าวก่อน พี่สั่งของโปรดไว้ให้” ชายหนุ่มบอกพลางเลื่อนจานอาหารมาให้ คู่สนทนาทำได้เพียงเอ่ยขอบคุณ แล้วก้มหน้ามองอาหารในจานโดยไม่แม้แต่จะหยิบช้อนส้อมขึ้นมาถือ

“กินเข้าไปหน่อยเถอะ ว่าแต่ลืมไปเลย… ยาก่อนอาหารกินมาหรือยัง? ให้พี่ไปเอาน้ำมาให้มั้ย?”

“ผมไม่… ผม… ผมทิ้งยาไปแล้วน่ะครับ ผมไม่อยากกิน… ผมอยากไปอยู่กับพลอย…” อธิปบอกด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย พลางเงยหน้ามองท้องฟ้าราวกับคนเสียสติ พิเชษฐ์เห็นดังนั้นจึงเบิกตาโพลง เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่มีวันรักษาหาย ทำได้เพียงเข้าออกโรงพยาบาลและกินยาคุมอาการไปเรื่อยๆ พอรู้ว่าอธิปจงใจทิ้งยาเพื่อให้ได้ไปอยู่กับแฟนสาวผู้ล่วงลับ ความโกรธก็พลันพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุมอยู่!

“เฮ้ย! ทำแบบนี้ได้ยังไง?!” ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มเอื้อมมือไปตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของรุ่นน้องอย่างแรง จนผู้ถูกทำร้ายหน้าหัน สะดุ้งเฮือกพร้อมหันมาสบตารุ่นพี่ด้วยความตกใจปนสับสน

“พี่… พี่ตบ…”

“ใช่… พี่ตบเอง ตอนนี้สติกลับมาหรือยังล่ะ? ลองคิดดูนะ ธิป พลอยเขาจะรู้สึกยังไงถ้า…”

“พี่เองก็เถอะ แม้แต่ตอนนี้ผมยังเห็นตาพี่บวมๆ อยู่เลย คงยังทำใจเรื่องพี่มลไม่ได้ใช่มั้ยล่ะครับ?” คำพูดตอกกลับของอธิปทำให้พิเชษฐ์ถึงกับนิ่งอึ้ง นึกไม่ถึงว่าจะถูกแทงใจดำโดยไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ใช่… เขายอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ที่ทะเลาะกับมล… ทะเลาะอย่างรุนแรงจนภรรยาที่อยู่ด้วยกันมาสิบปีหนีกลับไปบ้านเกิดและไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย

“ใช่… พี่ยอมรับว่าพี่เสียใจ พี่คิดถึงมล พี่อยากให้เขากลับมา แต่ก็ไม่ได้ร้องห่มร้องไห้ตลอดเวลาเหมือนคนเสียสติอย่างแกหรอก!” สิ้นคำพูดของพิเชษฐ์ อธิปก็ถึงกับนิ่งอึ้ง ด้วยรู้ดีว่าหากอีกฝ่ายใช้สรรพนาม ‘แก’ กับเขา แปลว่าความโกรธได้พุ่งถึงขีดสุดแล้ว

“พ… พี่เชษฐ์… ผม… ผมขอโทษ…”

“ไม่เป็นไร พี่เองก็โมโหมากไปหน่อย แต่ทีหลังห้ามคิดสั้นแบบนี้เด็ดขาดนะ เอาเถอะ อย่าเสียเวลาอีกเลย ที่พี่นัดมาเจอวันนี้เพราะมีข่าวดีจะบอก พี่ได้คุยกับคนในวงการ… หมายถึงคนที่เชื่อถือได้นะ รายนี้เป็นคนเขียนหนังสือสารคดี เขาพูดถึงสถานที่หนึ่งที่จะทำให้ความทรงจำของเรากลายเป็นอนันต์ อนันต์ในที่นี้หมายถึงไม่มีวันสิ้นสุด ความทรงจำนั้นจะคงอยู่ตลอดกาล สถานที่นั้นมีชื่อว่า… เนินนิรันดร์”

“เนินนิรันดร์เหรอครับ?” อธิปทวนคำ พลางคิดถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวที่อีกฝ่ายบอก…พิเชษฐ์เป็นนักเขียนชื่อดัง การที่จะรู้จักกับนักเขียนสารคดีที่มีชื่อเสียงคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก

“ใช่… เนินนิรันดร์ มันตั้งอยู่ในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคกลาง เป็นเนินขนาดใหญ่ที่หากเรานำของที่มีคุณค่าทางจิตใจไปฝัง ความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งนั้นจะกลายเป็นนิรันดร์ แต่มีข้อแม้คือเราสามารถเอาของไปฝังได้แค่ชิ้นเดียว และในชีวิตของคนคนหนึ่งจะสามารถมองเห็นเนินนิรันดร์ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น พูดง่ายๆ คือโอกาสมีครั้งเดียว ตัดสินใจอะไรไปแล้ว… จะไม่สามารถกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นได้”

ความเงียบครอบงำทั่วบริเวณเป็นเวลานานแสนนาน อธิปมองหน้านักเขียนหนุ่มพร้อมกะพริบตาถี่ๆ ราวกับกำลังพิจารณาว่าอีกฝ่ายเสียสติไปแล้วหรือไม่ ครั้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของรุ่นพี่ ความคิดดังกล่าวก็ถูกลบหายไปอย่างฉับพลัน… นี่คือดวงตาจริงจังของพิเชษฐ์ เป็นดวงตาของผู้ที่เคยช่วยเหลือเขามาหลายครั้งหลายครา ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีทางโกหก… นี่คือสิ่งที่อธิปรู้อยู่แก่ใจ คิดได้ดังนั้น มือข้างหนึ่งจึงค่อยๆ ถอดล็อกเกตสีทองที่สวมอยู่ออก ก้มมองใบหน้าของหญิงคนรักที่กำลังยิ้มอย่างร่าเริงพร้อมพยักหน้าให้พิเชษฐ์ คู่สนทนายิ้มรับแทนคำตอบก่อนจะยื่นมือข้างหนึ่งมาข้างหน้า

“ขั้นแรก ส่งล็อกเกตนั่นมาให้พี่ เราจะเริ่มจาก…”

 

ไม่นานหลังจากนั้น อธิปก็เข้ามานั่งในรถพร้อมเอนตัวลงบนเบาะคนขับ ในมือถือล็อกเกตซึ่งภายในบรรจุรูปถ่ายของตัวเขาและหญิงคนรักเอาไว้… มันเป็นสิ่งที่พลอยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดในปีแรกที่คบกัน… สิ่งที่อธิปรักและหวงแหนมากที่สุดในชีวิต ชายหนุ่มนึกอยากเปิดดูรูปในนั้นอีกครั้ง ทว่าคำพูดของพิเชษฐ์ยังคงติดตรึงอยู่ในหัว

“การที่จะนำสิ่งของไปฝังที่เนินนิรันดร์ได้นั้นจะต้องรู้สึกเหมือนเราพร้อมที่จะตัดขาดจากมันแล้ว อย่าเปิดดูอีกเลย… มันจะทำให้จิตใจของนายยึดติดแล้วทุกอย่างก็จะสูญเปล่า”

อธิปเก็บล็อกเกตเข้ากระเป๋า หลับตาเล็กน้อยเพื่อปล่อยให้หยดน้ำตาใสๆ ไหลอาบใบหน้า… เขาพร้อมแล้วที่จะทำให้ความทรงจำของเขาและพลอยกลายเป็นนิรันดร์ แม้ใจจะคิดว่าเรื่องเหล่านี้ช่างเพ้อฝันและไม่มีวันเป็นไปได้ แต่สภาพของอธิปก็คล้ายกับคนจมน้ำ ซึ่งพอมีขอนไม้ขนาดเล็กลอยมาก็พร้อมที่จะไขว่คว้า ไม่ว่าโอกาสจะริบหรี่เพียงใด… ชายหนุ่มก็จะลองทำทุกวิถีทาง อย่างน้อยก็ให้วิญญาณของพลอยบนสวรรค์รับรู้ถึงความรักและความพยายามของเขา

ฉับพลัน อาการเจ็บแปลบที่ทรวงอกก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง อธิปไอโขลกอย่างหนัก แขนและขาแข็งเกร็งก่อนจะค่อยๆ กลับเป็นปกติ… คงเพราะโรคร้ายที่ไม่มีวันรักษาหาย มันพร้อมที่จะพรากชีวิตของเขาไปเมื่อไหร่ก็ได้โดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว ประหนึ่งมัจจุราชที่กำลังจ่อมีดคาอยู่ที่คอหอย พร้อมจะปลิดชีวิตของเหยื่อทุกเมื่อที่มีโอกาส

อธิปเปิดโทรศัพท์พร้อมพิมพ์คำว่า ‘เนินดุเหว่า’ ลงในจีพีเอส มันเป็นเนินที่มีอยู่จริง หากแต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ภายใน สำหรับคนปกติ… เนินดุเหว่าจะเป็นแค่เนินเขาธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ทว่าสำหรับคนที่ตกอยู่ในความทุกข์ระทมอย่างเขา มันจะกลายเป็นเนินนิรันดร์… สถานที่ที่จะทำให้ความทรงจำของเราคงอยู่ตลอดไป

อธิปสตาร์ทเครื่องยนต์รถ กำลังจะเหยียบคันเร่ง ทว่าหางตากลับเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินกางร่มอยู่กลางถนน ซึ่งชายหนุ่มก็คงไม่ติดใจอะไรนักหากใบหน้าของ ‘อีกฝ่าย’ ไม่เหมือนใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยรู้จัก มล… ภรรยาของพิเชษฐ์ที่หนีไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนั่นเอง!

“พี่มล… พี่มลครับ!” อธิปเปิดกระจกแล้วร้องเรียก หญิงสาวหันกลับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือคนรู้จักที่สนิทสนมกันในระดับหนึ่ง

“อ้าว ธิป…”

“พี่มล…พี่ มลกลับมา…”

“ใช่… พี่กลับมา พี่เสียใจที่ทะเลาะกับเชษฐ์ในตอนนั้น พี่…” มลกล่าวไม่จบประโยคก่อนจะปาดน้ำตาแล้วเงยหน้ามองชายหนุ่มคนสนิท “ว่าแต่… ธิปจะไปไหนล่ะ?”

“ผม…” อธิปนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจไม่บอกจุดหมายปลายทางที่แท้จริง “ผมจะไปธุระน่ะครับ”

บทสนทนาจบลงเพียงแค่นั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะปิดกระจกแล้วขับรถออกมา ไหนใครบอกว่าคนเศร้ามาคุยกับคนเศร้าจะทำให้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น ทว่าสำหรับอธิป… มันทำให้เขาทุกข์ทรมานมากขึ้นเป็นเท่าตัว การได้เห็นใบหน้าเศร้าซึมของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสารและหดหู่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ตลอดทางที่มุ่งตรงไปยังจังหวัดขนาดเล็กซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง อธิปได้แต่นึกถึงความทรงจำ ระหว่างเขากับพลอย ทั้งคู่ได้พบกันครั้งแรกที่ชายหาดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ขณะยังเป็นนักศึกษา บรรยากาศตอนนั้นแตกต่างจากตอนนี้โดยสิ้นเชิง… มันช่างอบอุ่นและผ่อนคลาย ราวกับจิตใจด้านมืดทั้งหมดถูกลบหายด้วยรอยยิ้มของหญิงสาว เพียงแค่อีกฝ่ายยิ้ม อธิปก็รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอก นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่งอกงามขึ้นเรื่อยๆ เป็นเวลาถึงสิบปี ก่อนจะหักสะบั้นลงด้วยอุบัติเหตุเมื่อสองอาทิตย์ก่อน อธิปคือคนสุดท้ายที่พูดกับพลอย… ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของหญิงสาว ใบหน้าของเธอตอนนั้นช่างทุกข์ทรมาน ชายหนุ่มทำได้เพียงยิ้มปลอบใจโดยไม่ให้เธอรู้ว่าในใจของเขาก็รู้สึกไม่ต่างกัน ทุกอย่างจบสิ้นลงเมื่อเปลือกตาของพลอยปิดสนิท มือที่จับแขนเขาไว้แน่นคลายออกอย่างไร้ซึ่งการควบคุม นั่นคือวันที่ทุกอย่างในชีวิตของอธิปเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง…

มือข้างที่จับพวงมาลัยสั่นระริกจนน่ากลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ร่างผอมกระตุกถี่ตามแรงสะอื้นจนชายหนุ่มต้องหยุดพักข้างทางเพื่อสงบสติอารมณ์ อธิปตะโกนสลับกับกรีดร้อง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์

“พลอย… ผมคิดถึงคุณ… สักวันเราจะต้องได้พบกันอีกครั้ง… ผมสัญญา…”

รถของชายหนุ่มแล่นออกจากตัวเมือง สองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าสลับกับบ้านเรือนขนาดเล็ก เสียงราบเรียบที่ดังออกมาจากจีพีเอสสั่งให้เขาเลี้ยวขวา อธิปพิจารณาอย่างไม่แน่ใจนักก่อนจะหักเลี้ยวไปในทิศทางที่อีกฝ่ายบอก ยานพาหนะขนาดเล็กแล่นไปตามถนนลูกรังด้วยความเร็วคงที่ สองข้างทางไม่ปรากฏสิ่งก่อสร้างของมนุษย์อีกเลย

อีกเพียงหนึ่งกิโลเมตรก็จะถึงที่หมาย… อธิปสุดหายใจเข้าลึกๆ ขณะพยายามข่มกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหล ใจนึกอยากเปิดดูรูปของพลอยที่อยู่ในล็อกเกตเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าคำพูดหนักแน่นของพิเชษฐ์กลับผุดขึ้นมาขัดขวาง เบื้องหน้า… ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรปรากฏเนินเขาขนาดเล็กที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงแดด รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าคาซึ่งสูงในระดับพอดีเอว

อธิปหยุดรถก่อนจะก้าวลงมาอย่าช้าๆ ด้านหลัง… ถนนลูกรังที่เขาใช้เดินทางมาที่นี่ทอดยาวไปหลายกิโลเมตร น่าแปลกที่ในสถานที่รกร้างจะมีสิ่งสวยงามแบบนี้ตั้งอยู่ เนินนิรันดร์… ต้องเป็นเนินนิรันดร์ไม่ผิดแน่! เนินเขาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด แม้จะยังไม่ได้ขึ้นไป แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเกสรดอกไม้ก็ยังโชยพัดลงมา ส่งผลให้ใบหน้าของอธิปปรากฏรอยยิ้มที่จางหายไปเป็นเวลานาน ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบเดินขึ้นไปด้วยหัวใจที่พองโต มือข้างหนึ่งถือล็อกเกต ส่วนอีกข้างถือพลั่วขนาดใหญ่ที่เตรียมมาจากบ้าน แสงแดดยามเที่ยงวันส่องตรงลงมาที่ศีรษะ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าและแผ่นหลัง ทว่าภาพที่เห็นทันทีที่มาถึงยอดเนิน ก็ทำให้อธิปลืมความเหนื่อยล้าทั้งหมดไปสิ้น

…มันคือภาพที่สวยงามที่สุดที่ชายหนุ่มเคยเห็น! ดอกไม้นับร้อยเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สลับกับดอกหญ้าและต้นไม้ขนาดเล็ก กลิ่นหอมอ่อนๆ คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผีเสื้อหลากสีบินไปมาอยู่เหนือทุ่งหญ้าและลำธารที่ใสสะอาด เผยให้เห็นฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ว่ายไปมาอย่างสงบ… ทุกอย่างสวยงามราวกับภาพวาด สวยงามเสียจนทำให้ชายหนุ่มลืมความโศกเศร้าไปชั่วขณะ

…ทว่าล็อกเกตสีทองที่ถืออยู่ก็เปรียบเสมือนเครื่องย้ำเตือนถึงจุดมุ่งหมาย อธิปนั่งยองๆ ลงที่ใต้ต้นไม้ ก่อนจะจัดการขุดหลุมขนาดเล็ก… ลึกพอให้ฝังมันลงไปได้ น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน… หยดลงบนพื้นผิวเรียบลื่นของล็อกเกตราวกับเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย พลั่วในมือตักกองดินที่ถูกขุดขึ้นแล้วถมลงในหลุมขนาดเล็กตามเดิม เพียงไม่กี่นาที… ขั้นตอนทุกอย่างก็สำเร็จลุล่วง สิ่งเดียวที่ปรากฏอยู่ในหัวของอธิปคือภาพใบหน้าของพลอย และความคิดที่ว่าความทรงจำของเขาจะไม่มีวันเสื่อมสลายตราบชั่วนิจนิรันดร์…

ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเห็นภาพหลอนไปเองหรือเปล่า… แต่เขาคิดว่าตนเองมองเห็นร่างของพลอยที่กำลังโบกมือมาให้จากที่ใดที่หนึ่งไกลๆ รอยยิ้มนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ฉายชัดอยู่บนใบหน้า ทว่า ไม่กี่วินาทีถัดมา ร่างของหญิงสาวก็จางหายไปกับธาตุอากาศ ทิ้งไว้เพียงความอบอุ่นที่จะติดตรึงอยู่ในใจของอธิปเป็นเวลานานแสนนาน ‘บางอย่าง’ บอกกับเขาว่าตำนานเกี่ยวกับเนินนิรันดร์เป็นเรื่องจริง… และอีกไม่นาน่ เขากับคนรักก็จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

…อีกไม่นาน

 

กว่าอธิปจะขับรถกลับมาถึงบ้าน เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงห้าโมงเย็นแล้ว เขาเปิดประตูเข้ามาด้วยหัวใจที่พองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าชายหนุ่มกลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเหลือบไปเห็นร่างของ ‘ใครบางคน’ ที่นั่งคุกเข่าอยู่ในโรงรถของตนเอง

“พี่เชษฐ์?” อธิปอุทานออกมาด้วยความงุนงง เมื่อรุ่นพี่คนสนิทหันกลับมามองเขาด้วยดวงตาที่บอบช้ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก พิเชษฐ์สะอึกสะอื้น ก่อนจะกรีดร้องแล้วใช้กำปั้นทุบลงบนพื้นไม่ยั้ง ทำลายภาพนักเขียนหนุ่มแสนสุภาพและใจเย็นไปจนหมดสิ้น

“ธิป… พี่ขอโทษ พี่… พี่มีเรื่องจะสารภาพ…” คำพูดของรุ่นพี่ทำให้อธิปนึกฉงน ก่อนจะรีบเข้าไปพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น

“พี่เชษฐ์… สารภาพ?… หมายถึงอะไรครับ? ลุกขึ้นก่อนเถอะพี่… เดี๋ยวผม…”

“ไม่…” ชายหนุ่มตอบพร้อมเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา “พี่ขอโทษ… พี่ขอโทษจริงๆ พี่วางแผนนี้มาหลายวัน แต่พอทำจริงก็พบว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด พี่รู้สึกผิด… พี่เสียใจในสิ่งที่พี่ทำลงไป… พี่ขอโทษที่หลอกธิปมาโดยตลอด!” ชายหนุ่มพูดจบก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนอธิปที่กำลังงุนงงต้องเข้าไปปลอบ

“พี่ครับ… เกิดอะไรขึ้น?… ผมงงไปหมดแล้ว…”

“ล็อกเก็ตที่ธิปเอาไปเป็นของปลอม!” นักเขียนหนุ่มโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงดังลั่น “ในล็อกเก็ตนั่นใส่แหวนหมั้นของพี่กับมลเอาไว้ พี่ขอโทษ… พี่ขอโทษ…!!”

“พ… พี่…”

“ใช่…พี่มันเลว พี่มันเห็นแก่ตัว! พี่หลอกธิปว่ารู้เรื่องเนินนิรันดร์มาจากเพื่อนที่เป็นนักเขียนสารคดี แต่ความจริงไม่ใช่! พี่รู้จักมันมาก่อนหน้านั้นแล้ว เมื่อสามปีก่อน… ตอนที่หนังสือของพี่ตีพิมพ์ครั้งแรก ชีวิตของพี่ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ พี่มีชื่อเสียง… มีแฟนคลับติดตามเป็นแสนแบบที่ใฝ่ฝัน พี่หลงระเริงกับความสำเร็จนั้นจนตัดสินใจทำในสิ่งไม่อาจแก้ไขได้ พี่เอาหนังสือเล่มแรกของพี่ไปฝังไว้ที่เนินนิรันดร์ ไม่รู้เลยว่าผลของการทำแบบนั้นจะทำให้ความทรงจำเรื่องชื่อเสียงกลายเป็นนิรันดร์จริงๆ พี่ยึดติดอยู่กับความสำเร็จ คอยเพ้อถึงชื่อเสียงที่ได้รับจากหนังสือเล่มนั้นอยู่ตลอดเวลา พี่เริ่มห่างเหินกับมล… จนกระทั่งเธอทิ้งพี่ไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน! พี่… พี่ทำใจไม่ได้ พี่รักมล… พี่อยากกลับมาอยู่กับมลอีกครั้ง นั่นทำให้พี่เริ่มตาสว่าง แต่ก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ในชีวิตของคนคนหนึ่งจะสามารถเข้าไปในเนินนิรันดร์ได้เพียงครั้งเดียว ช่วงเวลาที่พี่หมดหวังคือตอนที่น้องพลอยเกิดเสียชีวิตกะทันหัน พี่ตัดสินใจหลอกใช้ธิป…หลอกให้ธิปไปที่เนินนิรันดร์ พี่รู้อยู่แล้วว่าธิปจะใช้ล็อกเกตนั่น เลยทำของเลียนแบบแล้วใส่แหวนหมั้นของพี่กับมลลงไปแทน เมื่อเช้า ที่ร้านอาหาร พี่แอบสลับล็อกเกตตอนที่ธิปเผลอ พร้อมหลอกว่าห้ามเปิดมันดูอีกครั้งเป็นอันขาด พี่ไม่โกรธหากธิปจะเกลียดพี่ เพราะพี่มันเลว… พี่มันเห็นแก่ตัว! แต่สิ่งหนึ่งที่พี่อยากบอกคือพี่เสียใจกับสิ่งที่ทำ… เสียใจที่หักหลังและแย่งชิงโอกาสเพียงครั้งเดียวของธิปไป!!”

สิ้นเสียงละล่ำละลักของรุ่นพี่คนสนิท อธิปก็ถึงกับเบิกตาโพลง… นิ่งค้างอยู่ในท่านั้นเป็นเวลานาน ฉับพลัน… อาการเจ็บแปลบที่ทรวงอกก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างจนชายหนุ่มทรุดลงไปกองกับพื้น ไอโขลกและดิ้นพราดด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส โรคร้ายที่คุกคามร่างกายของเขามาเป็นเวลานาน… บัดนี้ได้กำเริบอย่างหนักเมื่อได้รู้ความจริงที่ทำร้ายจิตใจจนป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี! ความจริงที่ว่าเขาถูกรุ่นพี่ที่ไว้ใจที่สุดหักหลัง!… และสิ่งที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอดจะไม่มีวันเกิดขึ้น! ความดีใจอย่างสุดซึ้งแปรเปลี่ยนเป็นความเสียใจอันทุกข์ระทม คล้ายกับความรู้สึกนึกคิดกลับตาลปัตรอย่างกะทันหันจนไม่สามารถตั้งตัว!

“ไม่… ธิป! อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ!”

ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่พุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มบนพื้น… หญิงสาวที่ทำให้รอยยิ้มที่เหือดหายไปนานของพิเชษฐ์ผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง!

“มล!!”

“ธิป… ทำใจดีๆ ไว้! พี่เอาล็อกเกตของธิปไปฝังไว้ที่เนินนิรันดร์แล้ว! ได้ยินมั้ยพี่มั้ย?!! พี่เอาล็อกเกตของธิปไปฝังไว้ที่เนินนิรันดร์แล้ว!!”

เสียงไอโขลกของชายหนุ่มหยุดลงอย่างฉับพลัน อธิปเบิกตาโพลง เงยหน้ามองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับพิเชษฐ์ที่กำลังมองหน้าภรรยาด้วยความงุนงงถึงขีดสุด มลหันกลับมาหาเขา.. .หันกลับมาหาพร้อมรอยยิ้มและหยาดน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า

“มลเองก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเชษฐ์ ที่ผ่านมามลไม่รับสายเพราะยังโกรธ วันนี้เลยกลับมาหาโดยไม่โทร.มาบอกล่วงหน้า… มลอยากมาดูอีกครั้งว่าเชษฐ์เสียใจมั้ยที่มลจากมา ตอนเข้ามาในหมู่บ้าน… มลเจอเถ้าแก่ร้านเครื่องประดับโดยบังเอิญ และได้รู้ว่าเชษฐ์สั่งทำล็อกเกตสีทองเอาไว้ พอเดินมาอีกหน่อย ก็มาเจอธิปที่กำลังจะออกรถ พอเหลือบไปมองจีพีเอสที่เปิดทิ้งไว้ ก็เห็นว่ามันระบุพิกัดไว้ที่เนินดุเหว่า ตอนนั้นมลรู้สึกสับสน พอกลับมาถึงบ้านแล้วใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป มลก็พบว่า… พบว่าเชษฐ์กำลังร้องไห้อยู่ในห้อง พร้อมพูดซ้ำไปซ้ำมาเรื่องธิปและล็อกเกต ไม่รู้ด้วยว้ำว่ามลเข้ามาในบ้านแล้ว พอเหลือบไปเห็นล็อกเกตสีทองที่จำได้ว่าเป็นของธิปวางอยู่บนโต๊ะ จึงสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด มลเรียกแท็กซี่ให้ขับตรงไปยังเนินนิรันดร์ ทันทีที่ไปถึง ก็สวนทางกับรถของธิปที่เดินทางกลับพอดี”

หญิงสาวพูดจบก็หันกลับไปมองชายหนุ่มที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น “พี่เอาล็อกเกตของธิปไปฝังไว้ให้แล้ว ส่วนเชษฐ์… มลขอโทษที่หนีมา มลขอโทษที่ขึ้นเสียงกับเชษฐ์ในวันนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้พลังเหนือธรรมชาติหรอก เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน…เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งได้มั้ย?!”

น้ำตาของพิเชษฐ์ไหลทะลักออกมายิ่งกว่าเก่า ทว่าริมฝีปากกลับผุดยิ้ม ทั้งคู่ยืนนิ่งเพียงชั่วครู่ ก่อนจะโผเข้ากอดกันและกันอย่างแนบแน่น ตอนนั้นเอง ที่หางตาของมลสังเกตเห็นความผิดปกติ… อธิปยังคงนอนอยู่ที่เดิม… แน่นิ่ง ไม่ไหวติง

“ธิป เป็นอะไรไป? ลุกขึ้นสิ… พี่เอาล็อกเกตของธิปไปฝังไว้ให้แล้ว ความทรงจำของธิปและน้องพลอยกำลังจะกลายเป็นนิรันดร์แล้ว!”

…ทว่า กลับไร้วี่แววตอบสนองจากร่างผอมแห้งบนพื้น ครั้นใช้สองนิ้วแตะที่ต้นคอ หญิงสาวก็ถึงกับเบิกตาโพลง กรีดร้องลั่นพร้อมเขย่าตัวของชายหนุ่มราวกับกำลังคลุ้มคลั่ง… หน้าอกของอธิปแน่นิ่ง ไร้ซึ่งการพองยุบอันเป็นปกติของคนที่ยังมีลมหายใจ ดวงตาของเขาเบิกโพลง ราวกับต้องการมองโลกใบนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่วิญญาณจะถูกพรากออกจากร่าง… อย่างไม่มีวันหวนคืน!

“ธิป! ธิป!!”

 

ท่ามกลางแสงแดดยามเย็นที่สาดส่องไปทั่วเนินหญ้าเขียวขจี… ดอกไม้หลากสีผลิบาน รายล้อมด้วยผีเสื้อขนาดเล็กและสายลมอ่อนๆ ที่พัดมาเป็นระยะ สายรุ้งปรากฏขึ้นจากเบื้องบน… ส่องลงมายังผืนดินเบื้องล่าง สะท้อนกับผิวน้ำจนเกิดเป็นภาพอันแสนวิจิตร ส่วนหนึ่งของสายรุ้งปรากฏเป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดกันด้วยความสุขที่ล้นเหลือ ฝูงผีเสื้อพากันบินวนไปรอบๆ ราวกับต้องการเป็นประจักษ์พยานในการพบกันของทั้งสอง

สายรุ้งจางหายไปทันทีที่ตะวันลับฟ้า ทิ้งไว้เพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ภาพของชายหนุ่มและหญิงสาวยังคงปรากฏอยู่บนท้องฟ้าสีเข้ม ท่ามกลางแสงดาวและแสงจากดวงจันทร์ส่องสว่าง เนินเขาเขียวขจียังคงทอประกายแสง… ตราตรึงความรู้สึกของทั้งสองไว้ในทิศทัศน์ที่สวยงามราวกับความฝัน

ความทรงจำของทั้งคู่จะกลายเป็นอนันต์… ณ เนินนิรันดร์แห่งนี้ตลอดไป

 

– พงศภัค –

 

 

 

Don`t copy text!