กลิ่นสาป

กลิ่นสาป

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

“จากนี้ไปเราเเยกกันอยู่เถอะค่ะ! หนูอายจะแย่อยู่เเล้ว เอาแต่อุดอู้อยู่เเต่ในบ้าน ทำตัวไร้ค่าไปวันๆ อ้อ… เเล้วถ้าพี่สำนึกได้ก็ไม่ต้องโทร.มานะคะ หนูมีคนใหม่เเล้ว เราตัดขาดกันเเค่นี้ สวัสดีค่ะ!”

สิ้นเสียงตวาดจากปลายสาย ธนาก็นิ่งอึ้งราวกับถูกตบหน้า… รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะโทร.กลับ สำนึกในใจร้องบอกว่าเขานั่นแหละที่เป็นฝ่ายผิด! ชายหนุ่มเขวี้ยงโทรศัพท์ลงกับพื้น ความรู้สึกทั้งมวลดิ่งวูบราวกับตกเหว น้ำตาไหลอาบใบหน้าอย่างไม่อาจควบคุมอยู่… เขาไม่ได้โกรธใครหรอก เเต่โกรธตัวเอง โกรธที่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้คนรักได้อย่างที่ควรจะเป็น

ธนาคบกับดาครั้งแรกเมื่อหนึ่งปีก่อน ฝ่ายหลังเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในแผนกที่เขาทำงานอยู่ ดาเป็นคนสวย เเม้จะไม่ได้งดงามถึงขั้นนางเเบบ เเต่ก็จัดได้ว่ามีหน้าตาน่ารักที่สุดในบริษัท ทุกคนต่างแปลกใจที่หญิงสาวเลือกคบกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่หล่อ ทั้งยังชอบเก็บตัวอย่างธนา บางทีมันอาจเป็นพรหมลิขิต… นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มคิด

น่าเสียดาย ทั้งคู่คงกลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่นในไม่ช้า หาก ‘จุดแตกหัก’ ไม่ดำเนินมาถึงเสียก่อน ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ดากับธนาเดินกลับบ้านด้วยกันและพบกับแก๊งเด็กแว้นรวมถึงพวกขี้ยาแถวอพาร์ตเมนต์ของชายหนุ่ม พวกมันเข้ามาแซวหญิงสาวด้วยคำลามกหยาบคาย ทั้งยังผลัดกันแตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่ายพักใหญ่ ดาพยายามขัดขืน ในขณะที่ธนาได้แต่ยืนนิ่ง… ยืนนิ่งด้วยความกลัวและตั้งตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็มาถึงจุดตกต่ำ เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ดารู้ว่าชายคนรักไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้เธอได้อีกต่อไป

 

ธนาเดินลงมาจากอพาร์ตเมนต์ พยายามทำตัวเป็นปกติ ขณะปาดคราบน้ำตาออกจากใบหน้า เขารู้จุดอ่อนของตัวเองดี… ความอ่อนแอในจิตใจที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจกำจัด ชายหนุ่มนึกอยากวิ่งไปขวางรถกลางถนน… ฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะทำอย่างนั้น

“ข้ารู้ว่าเจ้าทุกข์ระทมแค่ไหน เจ้าคงกำลังคิดถึงคนรักที่จากไปอย่างไม่ไยดีสินะ”

เสียงหนึ่งดังขึ้น ซึ่งชายหนุ่มคงไม่ตกใจขนาดนี้หากมันไม่อยู่ใกล้ในระยะประชิด! เสียงทุ้มลึกนั้นไม่ใช่ของผู้ชาย หากแต่เป็นเสียงหญิงชราที่แหบแห้ง ราวกับเสียงของแม่มดร้ายในภาพยนตร์ ธนาหันซ้ายแลขวา ทว่าบนถนนก็มีเพียงตัวเขาและผู้คนมากหน้าหลายตาที่ดูไม่เหมือนเจ้าของเสียงนั่นเลยแม้แต่น้อย

“เจ้ามองไม่เห็นข้าหรอก” เสียงปริศนาพูดต่อ ครั้งนี้ดังขึ้นในหัวของเขา อาการปวดศีรษะแล่นพล่านจนชายหนุ่มกรีดร้องออกมาสั้นๆ

“โอ๊ย! ค… ใคร… ใครน่ะ?”

“ข้าคือคนที่สามารถช่วยเจ้าได้” น้ำเสียงทุ้มลึกแฝงแววจริงจัง ตอนนั้นเอง จมูกของธนาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมฉุนที่โชยพัดมาจากที่ไหนสักแห่ง มันไม่เหมือนสิ่งใดที่เขาเคยได้กลิ่น คล้ายกับเอาดอกไม้นับสิบชนิด รวมถึงพิมเสน การบูร และน้ำหอมยี่ห้อดังมารวมเข้าด้วยกัน

“ใช่ เจ้าคิดถูก มันคือกลิ่นน้ำหอม นี่แหละคือสิ่งที่กำลังจะช่วยให้เจ้าสมปรารถนา”

“ไม่… เป็นไปไม่ได้! เรากำลังฝัน… เรากำลัง…”

“ไม่ได้ผลหรอก เพราะข้าคือความจริง หาใช่ความฝันแบบที่เจ้าคิดไม่ อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของข้ามีเท่านี้ ลาก่อน เจ้ามนุษย์” สิ้นน้ำเสียงหนักแน่นปนเย้ยหยัน ธนาก็รู้สึกถึงฝ่ามือที่หนักอึ้ง ครั้นก้มลงมองก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าบัดนี้มือของตนกำลังถือขวดแก้วขนาดเล็กใบหนึ่งอยู่! อารามตื่นกลัว ทำให้ชายหนุ่มปาขวดปริศนาลงในถังขยะ ก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ ล้มเลิกความตั้งใจที่จะหาข้าวเย็นกินไปจนหมดสิ้น

ธนานอนคลุมโปงโดยที่ไม่อาบน้ำ เสียงลึกลับผุดขึ้นมาในหัวราวกับกำลังหลอกหลอน เขาพยายามหลับตา แต่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกก็ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถเข้าสู่นิทราได้โดยง่าย ในที่สุด ธนาก็อยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นไปตลอดคืน กว่าจะหลับสนิทก็เป็นเวลาฟ้าสางของวันถัดไป

แม้จะไม่อยากไปทำงาน แต่ปัญหาการเงินที่รุมเร้าก็บังคับให้ชายหนุ่มลุกออกจากเตียง เดินไปอาบน้ำด้วยสีหน้าเลื่อนลอยคล้ายสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว น้ำเย็นที่ไหลชโลมร่างสร้างความกระปรี้กระเปร่าไม่น้อย ถึงกระนั้น เสียงทุ้มลึกเมื่อคืนก็ยังคงดังก้องอยู่ในห้วงความคิด ธนาเลิกคิดที่จะหาคำตอบ… บางทีมันอาจเป็นแค่เรื่องตลกที่สมองสร้างขึ้น ใช่!… มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่!

ชายหนุ่มปิดน้ำ แล้วเอื้อมมือไปคว้าสเปรย์ดับกลิ่นกายมาฉีด ทว่าทันทีที่ละอองของเหลวสัมผัสตัว ธนาก็ต้องหยุดชะงัก… นี่ไม่ใช่สเปรย์ที่เขาใช้ กลิ่นของมันหอมฉุนคล้ายกลิ่นของดอกไม้หลายชนิดผสมกัน เขาหันมามองขวดที่ถืออยู่ และพบว่ามันคือขวดแก้วบรรจุน้ำหอมที่ปรากฏอยู่ในมือเมื่อคืน!!

กริ๊งงงงงงงงง!!!!!

ธนายังไม่ทันได้กรีดร้อง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น น่าแปลกที่มันมาอยู่ในห้องน้ำ ทั้งที่เมื่อครู่มันยังคงอยู่บนโต๊ะทำงาน ครั้นหันไปมอง ก็พบว่าผู้ที่โทรมาคือเจ้านายของเขา ไม่เพียงเท่านั้น… เวลาที่ปราฎอยู่บนหน้าจอคือแปดโมงสิบนาที! นี่เขาอาบน้ำนานขนาดนั้นเลยหรือ?!

คงเพราะกำลังครุ่นคิดเรื่องเสียงปริศนาอยู่เป็นแน่… นี่คือข้อสรุปเดียวที่ธนาคิดออก เขาหันไปมองขวดแก้วใบนั้นอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจวางมันไว้บนชั้นวางสบู่ แม้จะกลัว แต่หน้าที่การงานก็สำคัญกว่า เขาจะไม่ยอมตกงานเพียงเพราะน้ำหอมลึกลับที่ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุนี่หรอก!

 

ทันทีที่เดินเข้ามาในออฟฟิศ สิ่งแรกที่ธนาเห็นคือสายตาที่เปลี่ยนไปของเพื่อนร่วมงาน ดานั่งอยู่บนโต๊ะที่มุมห้อง ก้มหน้าทำงานโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ชายหนุ่มแปลกใจ เพราะตอนนี้ หัวหน้าแผนกที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังยกมือปิดจมูก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

“พอดีผมเปลี่ยนน้ำหอมใหม่น่ะครับ มัน… เอ่อ… ฉุนไปเหรอครับ?” ธนาเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย น้ำหอมลึกลับนั่นมีกลิ่นฉุนไปหน่อยก็จริง แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องอุดจมูกแบบนี้

“ไม่… ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม มันเป็นกลิ่นเหมือน… พี่ขอโทษนะ เหมือนหนูตายยังไงก็ไม่รู้” ไม่พูดเปล่า หัวหน้าแผนกก้าวถอยหลังราวกับกลัวว่ากลิ่นไม่พึงประสงค์จะแพร่กระจายมาใส่ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายวัยกลางคนหยิบมันมากดรับ ก่อนจะกลอกตาด้วยความเอือมระอา

“เฮ้อ ประชุมโดยไม่นัดไว้ก่อนอีกแล้ว และก็… ธนา ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือฉีดน้ำหอมหน่อยก็ดีนะ ตัวธนามีกลิ่นเหมือนอะไรเน่าๆ ขอโทษนะที่พูดตามตรง” อีกฝ่ายทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามด้วยความสงสัย ครั้นหันไปหาคนอื่นๆ ก็พบว่าทุกคนต่างทำหน้าเหยเกขณะมองมาที่เขา

ธนาได้แต่เก็บความสับสนไว้ในใจ ขณะเดินไปนั่งที่โต๊ะ เหลือบมองคนรักเก่าเล็กน้อย ก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มทำงาน… หากดามีคนใหม่แล้วจริงๆ ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ ซ้ำร้ายจะยังทำให้จิตใจของตนเป็นทุกข์มากขึ้นไปอีก บางครั้งการปล่อยให้ความสัมพันธ์คงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก็อาจดีกว่าการพยายามเชื่อม ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการตัดความสัมพันธ์นั้นให้ขาดสะบั้น

“ขอโทษนะคะ พี่ธนาใช่มั้ยคะ? หนูชื่อเบลล์ เป็นพนักงานใหม่ คุณนิกรณ์เพิ่งบอกให้หนูมานั่งโต๊ะติดกับพี่น่ะค่ะ” เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้น ครั้นหันไปมองก็พบหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงโต๊ะข้างๆ ใบหน้าของอีกฝ่ายเตะตาชายหนุ่มตั้งแต่แรกเห็น… มันช่างสวยสะพรั่งและงดงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ธนาผุดยิ้มกว้าง ก่อนจะเชื้อเชิญหญิงสาวให้นั่งลง

“อ๋อ พี่ก็ได้ยินอยู่ว่าจะมีพนักงานใหม่ ไม่คิดเลยว่าจะสวยขนาดนี้” ชายหนุ่มพูด ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากเมื่อรู้ว่าตนเองเพิ่งแสดงมารยาทไม่เหมาะสม ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่คิดติดใจ ตรงกันข้าม ตลอดทั้งวันนั้น…เบลล์กลับก้มหน้าก้มตาทำงาน สลับกับหันมามองหน้าธนาเป็นระยะ และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองตอบ หญิงสาวก็จะผุดยิ้มพร้อมแสดงท่าทีเย้ายวนจนชายหนุ่มแทบอดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่… คนอะไรจะสวยขนาดนี้! นี่มันมนุษย์หรือนางฟ้านางสวรรค์กันแน่?!

 

เย็นวันนั้น ธนากลับมาที่อพาร์ตเมนต์ด้วยหัวใจที่พองโต แม้กระทั่งตอนจะกลับบ้าน เด็กใหม่คนนั้นก็ยังทำตาหวานใส่จนชายหนุ่มแทบปกปิดความเขินอายไม่มิด มือทั้งสองข้างสั่นเทาจนกุญแจที่ถืออยู่ตกลงบนพื้น ธนาก้มเก็บ ทันได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องข้างๆ

“สวัสดีค่ะ คุณธนาใช่มั้ยคะ? ฉันชื่ออร เพิ่งย้ายมาใหม่ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” สิ้นน้ำเสียงหวานแหวว หัวใจของชายหนุ่มก็คล้ายหยุดเต้นไปชั่วขณะ ใบหน้าของอีกฝ่ายช่างงดงาม… งามยิ่งกว่านางแบบระดับโลกหรือผู้หญิงคนใดที่เขาเคยพบเจอ!

ยังไม่ทันที่ธนาจะได้พูดอะไร คู่สนทนาก็ยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเดินจากไป ประตูห้องข้างๆ ปิดลง พร้อมกับหัวใจของชายหนุ่มที่เต้นระทึกอย่างเคยเป็นมาก่อน

 

น้ำเย็นเฉียบไหลชโลมร่างของธนา ทว่าจิตใจของเขาหาได้จดจ่ออยู่กับการอาบน้ำไม่ ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดถึงใบหน้าของเบลล์และอร เพียงแค่พวกเธอยิ้ม ความโศกเศร้าทั้งมวลก็คล้ายจะจางหายไปชั่วขณะ เขาช่างโชคดีที่มีผู้หญิงหน้าตางดงามเข้ามาในชีวิตพร้อมกันถึงสองคน! ธนาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปเด็ดขาด เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้หนึ่งในพวกเธอมาครอบครอง!

ชายหนุ่มเช็ดตัว สวมเสื้อผ้า แล้วเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยรอยยิ้ม กำลังจะเปิดโทรทัศน์ ทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นเสียก่อน ธนาขมวดคิ้วด้วยความฉงน… ใครกันนะที่มาหาตอนมืดค่ำเช่นนี้? ครั้นเดินไปเปิดประตูก็ต้องอ้าปากค้าง… เบิกตาโพลงด้วยความช็อกเป็นครั้งที่สามของวัน เพราะผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือหญิงสาวสองคนในชุดรัดรูป เจ้าของผมดกดำยาวสลวยและดวงตาสีฟ้าทอประกายระยับ ใบหน้างามสะพรั่งทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุมอยู่!

“สวัสดีค่ะ คุณธนา พวกเราเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” ทั้งคู่ประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียงราวกับพนักงานร้านอาหารที่ส่งเสียงต้อนรับลูกค้า “พวกเราเพิ่งย้ายมาอยู่ห้องตรงข้ามกับคุณ เลยทำเค้กมาฝาก ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ” หนึ่งในนั้นพูดเสริมพลางยื่นจานขนมอบให้ ชายหนุ่มรับมันมาอย่างช้าๆ พร้อมกล่าวขอบคุณ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายอย่างไม่อาจปกปิด

“ข… ขอบคุณครับ ว่าแต่พวกคุณชื่อ…” ธนายังพูดไม่ทันจบ สองสาวก็เดินกลับเข้าไปในห้องของตน ทิ้งให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง ไม่ใช่เพราะถูกเมิน หากแต่เป็นเพราะความรู้สึกปั่นป่วนในจิตใจ ภาพใบหน้าของผู้มาใหม่ทั้งสอง รวมถึงอรและเบลล์ฉีกกระชากหัวใจให้ขาดเป็นสี่ส่วน… เขาช่างโชคดี โชคดีเหลือเกิน!!

 

รุ่งเช้า ธนาตื่นขึ้นด้วยจิตใจที่กระปรี้กระเปร่า การไปทำงานวันนี้ไม่น่าเบื่อเหมือนทุกวัน เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะได้พบเบลล์อีกครั้ง! ชายหนุ่มเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ ตรงไปยังป้ายรถเมล์ด้วยใบหน้าที่ผุดยิ้มตลอดเวลา ขณะก้าวขึ้นรถโดยสาร พลันสายตาเหลือบไปเห็นร่างของ ‘ใครบางคน’ เข้า…หญิงสาวคนหนึ่งเดินตามเขาขึ้นมาบนรถ ไม่สิ… ไม่ใช่แค่หนึ่ง หากแต่เป็นสอง! ใบหน้าขาวจัดดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คนนับสิบ ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอออกเป็นรอยยิ้ม ธนารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจับจ้องมาที่ตน!

“อ… เอ่อ… สวัสดีครับ” นั่นคือคำทักทายที่เขาคิดว่าเหมะสมที่สุด เพราะหากว่ากันตามตรง ชายหนุ่มยังไม่เคยเห็นหน้าหญิงสาวทั้งสองเลยด้วยซ้ำ การพูดรวมถึงการแสดงออกที่มากเกินไปอาจดูเสียมารยาท หรืออาจถึงขั้นหยาบคายในความคิดของพวกเธอ

…ทว่า แทนที่จะโต้ตอบ ทั้งคู่กลับเมินเฉยและเดินลงจากรถ ธนารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลาย ความโศกเศร้าก่อตัวขึ้นไม่ต่างจากวินาทีแรกที่ถูกดาตัดขาด…

ไม่… ชายหนุ่มคิด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา? เพียงแค่หญิงสาวหน้าตะสะสวยสองคนไม่ตอบรับคำทักทาย สามารถทำให้เขาเสียใจได้เท่ากับตอนที่คนรักซึ่งคบกันมานานบอกเลิกเชียวหรือ? ธนารู้สึกเหมือนตัวเองเปลี่ยนไป… คล้ายกับจิตใจเอาแต่จดจ่อหมกมุ่นอยู่กับความรัก ซ้ำยังเป็นความรักเพียงผิวเผินกับผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันเพียงไม่ถึงหนึ่งวันอีกด้วย คิดไปคิดมาก็น่าแปลก… ผู้หญิงสี่คนที่มีหน้าตาสะสวย เข้ามาในชีวิตของเขาพร้อมกันถึงสี่คน มันดูไม่น่าเป็นไปได้… หรือว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเพราะน้ำหอมขวดนั้น?!

ฉับพลัน เสียงลึกลับที่ธนาได้ยินเมื่อสองสันก่อนก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด มันบอกว่าจะช่วยเขาให้สมปรารถนา แล้วหลังจากนั้น น้ำหอมลึกลับก็โผล่ขึ้นมาในห้องน้ำ ทันทีที่ฉีดไป คนที่ทำงานต่างก็บอกว่ามันมีกลิ่นเหม็น หากแต่เบลล์และตัวเขากลับไม่รู้สึก ทุกอย่างต้องมีความเกี่ยวข้องกัน มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ

ธนาครุ่นคิดดูอีกครั้ง… จะว่าไป เมื่อเช้าเขาก็พบว่าน้ำหอมขวดนั้นไม่ได้อยู่บนชั้นวางของ ทว่ากลิ่นดอกไม้และพิมเสนจางๆ ยังคงคละคลุ้งอยู่โดยรอบ ครั้นหันไปมองรอบตัว ก็พบว่าทุกคนในรถเมล์กำลังทำสีหน้ารังเกียจพร้อมจ้องเขม็งมาที่เขา… เมื่อตอนขึ้นรถมา ชายหนุ่มคงไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่หลงใหลในความงามของหญิงสาวคู่นั้นอยู่

ธนารีบลงจากรถ เพราะเห็นว่าบริษัทอยู่ห่างไปแค่หนึ่งป้ายรถเมล์ ชายหนุ่มหอบหายใจ ขณะสังเกตปฏิกิริยาของคนบนถนน ใบหน้าเหยเกและดวงตารังเกียจที่รุมล้อมทำให้เขากังวลมากยิ่งขึ้น

ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ธนาก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาถึงบริษัท ความจริง เขาอยากจะลาหยุดอยู่บ้านเพราะความสับสน ทว่าภาระงานที่รุมเร้าก็เปรียบเสมือนมีดเล่มคมที่จ่อคาอยู่ใต้คอหอย สถานภาพของเขาคือพนักงานที่ใกล้จะถูกไล่ออกเต็มที การพลาดพลั้งเพียงครั้งเดียวย่อมหมายถึงชีวิตที่จะดิ่งลงเหวภายในเวลาชั่วพริบตา!

ประตูสำนักงานถูกผลักเปิด พร้อมกับสายตาของทุกๆ คนในออฟฟิศที่หันมามองผู้มาใหม่ ชายผู้ที่ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นสาบสางเดินเข้ามา ก่อนจะผงะ… ตั้งตัวไม่ติดกับภาพที่เห็น! หญิงสาวหน้าตาสะสวยหลายสิบคนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน กินพื้นที่ทั้งหมดของผนังด้านหลัง! ผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดคือเบลล์…ซึ่งบัดนี้กำลังเดินนวยนาดเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยเลศนัยบางอย่าง ตอนนั้นเอง หางตาของ ธนาก็เหลือบไปเห็นร่างของดารวมถึงเพื่อนร่วมแผนกคนอื่นๆ ที่นอนเบียดเสียดกันอยู่หลังตู้เก็บเอกสาร!

“เธอ… เธอทำอะไรพวกเขา?” ชายหนุ่มก้าวถอยหลังตามจังหวะการก้าวเดินของอีกฝ่าย เบลล์สาวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมอ้าแขนออกราวกับกำลังต้อนรับ ใบหน้าที่เคยสะสวยแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว ดวงตาสีฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงราวกับอาบชโลมไปด้วยเลือด!

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ พี่ธนา พวกเขาแค่สลบไปเท่านั้น แต่ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? เราจะได้มาสนุกด้วยกันยังไงล่ะ” ทันทีที่เธอพูดจบ หญิงสาวหลังห้องนับสิบคนก็เริ่มเคลื่อนไหว ทั้งหมดสาวเท้ามาข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียง… ตรงเข้ามาหาธนาที่ถอยกรูดไปชิดผนังด้วยควาตื่นกลัว!

“หยุดเดี๋ยวนี้! อย่าเข้ามานะ อย่า…!!” ชายหนุ่มละล่ำละลัก ทว่าอีกฝ่ายไม่ฟังเสียง เบลล์หลับตา ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วบรรจงจุมพิตลงบนริมฝีปากของเขา น่าแปลกที่ธนาสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นเน่าที่เจืออยู่ในน้ำลายของอีกฝ่าย! ชายหนุ่มออกแรงขัดขืน ทว่ากลับไม่สามารถต่อสู้เรี่ยวแรงของหญิงสาวได้

“ธนาที่รัก ฉันรักคุณค่ะ ฉันรักคุณเหลือเกิน คุณช่าง…”

“หยุดเดี๋ยวนี้!!” ธนาตวาด ก่อนจะเงียบลง เมื่อริมฝีปากของเบลล์ประกบเข้ากับริมฝีปากของเขาเป็นครั้งที่สอง กลิ่นเหม็นเน่าโชยฟุ้งเข้ามาในลำคอ ส่งผลให้ชายหนุ่มไอโขลกออกมาอย่างแรง

“ทำไมล่ะคะ? ทำไมต้องขัดขืน? คุณเรียกเรามาเองแท้ๆ… จำไม่ได้เหรอคะ? ธนา”

“ไม่! ปล่อยผม ผมเรียกคุณมาตอนไหน ผมไม่เคย…” ทว่าชายหนุ่มหยุดชะงักในวินาทีนั้น เมื่อจู่จู่ ใบหน้าของเบลล์ก็เริ่มหลุดลอกอย่างช้าๆ ผิวหนังเปื่อยยุ่ยและฉีกขาด เผยให้เห็นเนื้อในสีแดงฉานและโลหิตที่ไหลทะลัก! ริมฝีปากฉีกกว้างจนถึงใบหูเผยให้เห็นลิ้นสีน้ำตาลดำเน่าเฟะ!… ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งจนธนาแทบจะอาเจียน!!

“คุณจำไม่ได้เหรอ? น้ำหอมที่คุณฉีดเมื่อวานยังไงล่ะ! มันคือคำสาปของผู้หญิงคนหนึ่ง หญิงผู้ถูกคนรักทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เธอฆ่าตัวตายด้วยความเคียดแค้นผู้ชายทุกคน กลิ่นน้ำหอมเมื่อวานเรียกพวกเรามาที่นี่… มาหาผู้ชายที่ต้องการความรักจากผู้หญิงสักคนยังไงล่ะคะ!”

ทันทีที่พูดจบ ลิ้นอมนุษย์ก็ตวัดเลียใบหน้าของชายหนุ่ม! ธนากรีดร้องโหยหวน ก่อนจะวิ่งหนีสุดชีวิตไปยังประตูทางออก บนทางเดินของบริษัทเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไร้ซึ่งวี่แววของแม่บ้านเเละรปภ.อย่างที่ควรจะเป็น ผู้ตื่นกลัวล้มลุกคลุกคลานไปตามพื้น ด้านหลัง… เบลล์และหญิงสาวนับสิบกำลังย่างสามขุมตามมาอย่างใจเย็น ใบหน้าเน่าเฟะและอาบชโลมไปด้วยเลือด แขนและขาหงิกงอในองศาที่มนุษย์ปกติไม่สามารถทำได้!

ธนาหวีดร้องลั่นราวกับคนเสียสติ ตอนนั้นเอง เสียงเรียกอันคุ้นหูก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของอรและหญิงสาวเพื่อนบ้านสองคนที่เดินออกมาจากลิฟต์ ชายหนุ่มทรุดลงกับพื้น ตะเกียกตะกายหนีด้วยความตื่นกลัว ใบหน้าของอรฉายแววสงสัย ขณะตรงเข้ามาพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น

“เป็นอะไรไปคะ คุณธนา? ร้องยังกะเห็นผี” น้ำเสียงปลอบประโลมทำให้ชายหนุ่มได้สติ เขาหันไปมองด้านหลัง และพบว่าเบลล์กับวิญญาณตนอื่นๆ หายไปแล้ว มันเป็นภาพหลอนงั้นหรือ?… ไม่ ภาพหลอนไม่มีวันสมจริงเสียจนได้กลิ่นเหม็นเน่าแบบนั้นหรอก!

“ค… คุณอร… คุณมาทำอะไรที่นี่?” ธนาเงยหน้าขึ้น พร้อมเอ่ยถาม ทว่าอรกลับไม่ตอบ ตรงกันข้าม เธอกลับชี้ไปที่หน้าต่างบานหนึ่ง เผยให้เห็นหญิงสาวห้องตรงข้ามสองคนที่กำลังยกวัตถุบางอย่างขึ้น หมายจะโยนลงไปจากความสูงสิบชั้น… ซึ่งชายหนุ่มคงไม่ตกใจขนาดนี้หาก ‘วัตถุ’ ที่ว่านั่นไม่ใช่ดา!!

“ดา!!” ธนากรีดร้องก่อนจะพุ่งตรงไปยังร่างของอดีตคนรักที่กำลังร่วงลงจากหน้าต่าง…!

วูบ… ลมระลอกหนึ่งพัดผ่านใบหน้า พร้อมกับใบหน้าของดาที่แปรเปลี่ยน ธนาถึงกับเบิกตาโพลง เมื่อพบว่าตนเองกำลังโอบกอดร่างเน่าเฟะของเบลล์ หาใช่ร่างไร้สติของอดีตคนรักไม่…!

ครั้นจะหยุดก็สายเกินไปเสียแล้ว… ร่างของทั้งสองลอยละลิ่วตกลงจากชั้นสิบสอง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายของชายหนุ่มและเสียงหัวเราะของหญิงชรา… ใช่ ธนานึกออกในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ร่างจะถูกอัดกระแทก

…มันคือเสียงหัวเราะของผู้ที่มอบน้ำหอมขวดนั้นให้เขานั่นเอง!

 

“ไอ้ชัย เอ็งรู้จักผู้ชายคนนั้นมั้ย?” เสียงเอ่ยถามของผู้เป็นเพื่อนดังขึ้น ชายหนุ่มส่ายหัว ขณะมองไปยังร่างของชายคนหนึ่งที่นั่งนิ่งอยู่ในรถเข็นคนพิการ ลำตัวขยับไปมาราวกับกำลังดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ ดวงตากลอกไปมาอยู่ในเบ้าราวกับกำลังตื่นกลัวและทุกข์ทรมานแสนสาหัส

“ข้าได้ยินมาว่ามันเกิดบ้า โดดลงมาจากตึกชั้นสี่ โชคดีที่รอดมาได้อย่างหวุดหวิด เอ… หรือจะโชคร้ายดีวะ เห็นบอกว่าหัวกระแทก แขนและขาเป็นอัมพาต ขยับได้แค่ลูกตาและลำตัวบางส่วนเท่านั้น อวัยวะภายในทุกอย่างยังปกติ เลยกลับมาอยู่บ้านได้ เอ็งว่ามันแปลกมั้ยวะ? ข้าเกิดมายังไม่เคยเห็นเคสแบบนี้เลย”

“ข้าก็ว่าแปลกๆ ว่ะ แต่เอ็งพูดผิดไปหน่อย ข้าว่ามันโคตรโชคดีเลยว่ะ ดูสิ ผู้หญิงแต่ละคน สวยๆ ทั้งนั้น!” ชัยพูดพลางมองไปยังทรวดทรงองเอวของหญิงสาวห้าถึงหกคนที่เดินตามรถเข็นผู้พิการ โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งรับหน้าที่เป็นคนเข็น…เจ้าของดวงตาสีฟ้าที่งดงามราวกับลูกแก้ว

“เออ เป็นข้านะ พิการทั้งตัวก็ยอม ถ้ามีผู้หญิงแบบนี้คอยดูแลตลอด คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!” ชายหนุ่มบอกพลางจินตนาการภาพตัวเขาที่นอนอยู่บนเตียง โดยมีหญิงสาวหน้าตางดงามคอยดูแลปรนนิบัติอยู่ไม่ขาด คิดแล้วก็รู้สึกอยากพิการขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามอยู่ ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงของหญิงชราคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่ข้างหู น่าแปลกที่เสียงนั้นกลับทำให้จิตใจของชายหนุ่มคล้อยตามอย่างน่าประหลาด… จมูกของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นพิมเสนและดอกไม้นานาชนิด

“ข้ารู้ความปรารถนาของเจ้าคืออะไร ให้ข้าช่วยนะ เจ้ามนุษย์”

 

– พงศภัค–

 

Don`t copy text!