คนลืมกับคนจำ

คนลืมกับคนจำ

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

‘ ระหว่างคนที่จำได้หมดทุกสิ่งกับคนที่ลืมสิ้นหมดทุกอย่าง ผู้ใดจะใช้ชีวิตเป็นสุขมากกว่ากัน

นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นในความคิด ตอนที่ว่านยืนอยู่หน้าประตูสองบานแล้วต้องเลือกเพียงบานเดียวซึ่งเป็นเส้นทางที่ชีวิตของเขาดำเนินต่อไป

หากชายหนุ่มเลือกเข้าไปในประตูทางซ้ายมือซึ่งมีคำว่า ‘คนลืม’ ปรากฏอยู่ เมื่อตื่นขึ้นมาเขาจะเป็นคนที่จำใครๆ ไม่ได้เลย แม้กระทั่งตนเอง รวมทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยพบเจอมาตั้งแต่เกิดจนถึงวันที่เขายื่นเหตุร้ายให้แก่ชีวิตตัวเอง หรือว่านอาจสาสมใจเพราะก่อนมายืนที่ตรงนี้นั้นเขาอยากลืมทุกสิ่ง

ส่วนบานประตูทางขวามีคำว่า ‘คนจำ’ แสดงให้เห็นเด่นชัด ถ้าเข้าไปในประตูบานนี้ เมื่อเขาฟื้นขึ้นมาจะจดจำทุกคนได้และอดีตที่เคยประสบมาทั้งหมดยังคงอยู่ในความทรงจำเรื่อยไป

ชายหนุ่มอาจไม่ยินดีหากจำทุกอย่างได้ เพราะอยากสูญเสียความทรงจำ หลังจากเจอเรื่องย่ำแย่ซ้ำๆ ซากๆ ถาโถมเข้ามาในชีวิตไม่หยุดหย่อน ว่านยกมือจับลูกบิดบานประตูคนลืม ทว่าอีกความคิดหนึ่งฉุดรั้งก่อนออกแรงเปิดประตูบานนั้น แล้วอยากจะลืมสิ่งดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นจริงหรือ?

เวลานี้เขายังตัดสินใจไม่ได้ควรเข้าไปในประตูบานไหน ครั้นได้อย่างต้องเสียอย่าง ความสับสนเกิดขึ้นในความคิดราวกับข้าศึกสองฝั่งกำลังโรมรันกันแบบไม่มีใครยอมใคร

ว่านถอยห่างจากประตูด้านซ้ายมือแล้วทรุดตัวลงนั่งมองประตูสองบานอย่างชั่งใจ

เวลาชั่วอึดใจเดียว เขารับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของบานประตูคนลืม ก่อนที่ว่านจะคลานหนีถอยห่างไปไกล ก็มีคนผลักประตูบานนั้นแล้วก้าวเท้าออกมายืนอยู่ใกล้ๆ

หญิงชราร่างเล็ก หุ่นผอมบาง เส้นผมขาวเต็มศีรษะยาวถึงบ่าสองข้าง แต่งกายด้วยเสื้อขาวคอกลมแขนสั้นและผ้านุ่งสีขาวพร้อมด้วยรอยยิ้มอย่างผู้มีความโอบอ้อมอารี เขาจึงไม่วิ่งเตลิดและยังคิดในใจว่าคงพบคุณยายใจดี

หญิงสูงวัยนั่งลงเคียงข้างเขา พร้อมกับบอกว่าตนนั้นเป็นคนลืม หากชายหนุ่มยังไม่เข้าใจ จนได้ฟังเรื่องราวจากปากของคุณยายเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในช่วงที่ต้องอยู่กับความทรงจำแสนว่างเปล่าหรือภาพอดีตไม่มีให้ได้พบเจอในห้วงคำนึง เขายอมเป็นผู้ฟังอย่างตั้งใจ

เรื่องเล่าของคนลืม

วันหนึ่งหลังจากยายตื่นขึ้นมาแล้วจดจำตัวเองไม่ได้ว่าเป็นใคร ทำไมต้องนอนบนเตียงในห้องสี่เหลี่ยมไม่กว้างมากนัก ยายพยายามค้นหาความทรงจำแต่เหมือนเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะแล้วไม่พบเห็นสิ่งใดเลยอยู่ในนั้น ยายไม่รู้ว่าอดีตต่างๆ นั้นหายไปไหนหมด มันเศร้ามากที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองเลย ยายรู้ได้เพียงอย่างเดียวคือยังเป็นคนที่มีลมหายใจ

ยายยังหาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ จนพบกับผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับรอยยิ้มและคำถามที่ว่า จำผมได้ไหม ยายตอบได้ทันทีว่าจำไม่ได้ หากบอกออกไปตามความจริง กลัวจะเป็นการทำลายรอยยิ้มที่แสนงดงามนั้นไปต่อหน้าต่อตาราวกับใช้มือตบฟองสบู่ให้แตกคามือ

ยายทำได้เพียงส่ายหน้า อีกฝ่ายคงรู้คำตอบจึงบอกว่าไม่เป็นไร แล้วยังยิ้มให้เหมือนเดิม จากนั้นยายได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและยาย จนพบคำตอบว่าตนเองเป็นใคร

เมื่อเขาหยิบของบางสิ่งยื่นส่งมาให้ยายเห็นแล้วเอ่ยถาม จำได้ไหม นี่เป็นของชิ้นแรกที่มอบให้ในวันที่ได้พบเจอกัน ยายต้องส่ายหน้าโต้ตอบเหมือนอย่างเคย ยายอาจเหมือนคนที่ทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังทำลายความหวังของเขาอีกเช่นกัน แต่เขาก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร

ยายรู้แค่ว่า รอยยิ้มของชายคนนั้นสร้างความสดใสให้กับชีวิตเสมอ เหมือนเดินอยู่บนทางที่มืดมิด เขาเป็นดังแสงเทียนที่ทำให้ยายมองเห็นทางสามารถก้าวเดินต่อไปได้ แต่ยายอาจเป็นคนทำลายความสว่างที่เขามอบให้ หรือถ้าเขาเป็นคนที่ทำให้ท้องฟ้าสดใส ยายคงเป็นคนก่อเมฆฝนที่ทำให้ฟ้าหม่น ในคำว่าไม่เป็นไรจากปากเขานั้นมีน้ำเสียงเศร้าเจือปน แต่ยายจำอะไรไม่ได้จริงๆ ทุกสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง เมื่อยายเข้านอนแล้วตื่นขึ้นมาสู่เช้าวันใหม่ ยายจะลืมหมดทุกอย่าง ต้องมาทำความรู้จักกับเขาใหม่ทุกครั้งหลังตื่นนอน

ยามที่จำอะไรไม่ได้ ยายได้เห็นความรักจากชายผู้นั้นที่มอบให้จากใจจริงแท้ นี่คงเป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้นในเวลาที่ยายต้องกลายเป็นคนลืม

เรื่องเล่าของหญิงชราจบลงเพียงเท่านี้ อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปในประตูคนลืม จากนั้นปิดบานประตูให้แนบสนิทดังเดิม ว่านอยากตามเข้าไปเพื่อถามอะไรอีกมากมายที่อยากรู้ แต่ก่อนที่เขาจะเข้าใกล้บานประตูด้านซ้าย ประตูอีกบานถูกใครบางคนผลักออกมา ชายสูงอายุหลังค่อม ร่างสันทัด สวมเสื้อขาวแขนสั้นกับกางเกงสีเดียวกัน ค่อยๆ ก้าวขาเข้ามาหาว่าน

เมื่อชายหนุ่มเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าฝ่ายตรงข้ามจึงนึกถึงคำพูดของหญิงชราผู้นั้น รอยยิ้มที่เห็นแล้วดูสดใส ว่านรีบเดินเข้าไปประคองชายสูงวัยซึ่งเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับความทรงจำทั้งชีวิตที่เคยพบพาน

เรื่องเล่าจากคนจำ

อยากรู้ใช่ไหมว่าเพราะอะไรตาจึงออกมาจากประตูบานนั้น คนพูดถามพร้อมกับรอยยิ้มของผู้ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและตอบคำถามนั้นต่อทันที เพราะตาเป็นฝ่ายเลือกที่จะจดจำทุกอย่างในชีวิต โดยเฉพาะช่วงที่ตาอยู่กับคนรัก ตาจำเธอได้ตั้งแต่วันแรกที่พบกันจนถึงวันสุดท้ายที่จากกันไปไกล

แต่เธอจำตาไม่ได้หรอกนะ คนรักของตาเป็นคนความจำเสื่อม แต่เรื่องที่ยิ่งแย่ไปกว่านั้น ในทุกเช้าที่เธอตื่นลืมตาจะจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ชื่อของตัวเอง เหมือนตาใช้ดินสอเขียนเรื่องราวความรักลงบนกระดาษ แต่คงมีบางอย่างมาลบรอยดินสอในช่วงกลางคืนที่เธอนอนหลับใหล ดังนั้น ตอนเช้าเมื่อตื่นลืมตาเธอกลับกลายเป็นแผ่นกระดาษเปล่าตามเดิม

ว่านรับฟังจนนึกแบบขำๆ ว่าคุณยายคนนั้นคงเป็นคนรักของคุณตา แล้วเขาก็ได้คำยืนยันความคิดนั้นโดยไม่ต้องเอ่ยถาม

ทุกวันเธอจะส่ายหน้าให้ตาเห็น หลังจากคำถามที่ว่าจำกันได้ไหม แต่ตาไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ เพราะถ้าเธอจำกันได้คงไม่แสดงออกมาแบบนั้น แต่ตายังหวังว่าวันหนึ่งที่เธอตื่นขึ้นมา เธอจะพยักหน้ารับว่าจำตาได้ แต่ไม่เคยมีวันนั้นเลย

ทุกวันในตอนเช้าตาเหมือนเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอเสมอ ตาต้องแนะนำตัวเองให้เธอได้รู้จักหลังจากที่ตาบอกชื่อของเธอ แววตาที่เศร้าสร้อยเกิดขึ้นขณะที่เธอส่ายหน้า ทำให้ตาต้องเข้มแข็งและบอกว่าไม่เป็นไร อย่างน้อยตายังได้มีโอกาสเห็นหน้าเธอ

ตาจะเล่าเรื่องราวของการใช้ชีวิตคู่ระหว่างเราสองคนให้เธอรับรู้อยู่เสมอ ตาไม่เคยเบื่อหรือเหนื่อยกับการย้อนวันเวลาในทุกวัน ตาชอบเล่าถึงครั้งแรกที่ได้พบกันคือตรงชายทะเล วันนั้นเธอทำห่วงยางกลิ้งมาตรงที่ตานั่งรับลมบนพื้นทราย

ตายังนำของขวัญชิ้นพิเศษที่เก็บไว้หลายสิบปีให้เธอได้เห็นคือตุ๊กตาลิงตัวจิ๋วที่ได้จากการไขตู้ไข่หยอดเหรียญ เธอเป็นคนไขมันออกมาหลักจากที่ตาเป็นคนหยอดเหรียญ เธอว่าของขวัญที่ให้ไม่ต้องใหญ่โต แต่ความพิเศษนั้นอยู่ที่คนให้และได้มันมาอย่างไรมากกว่า เพราะฉะนั้น ของชิ้นนี้พิเศษตรงที่ว่าเราสองคนร่วมมือหามันมาด้วยกัน ตาจะนำตุ๊กตาลิงจิ๋วให้คอยย้ำเตือนความจำของเธอ

หากเธอยังส่ายหน้าเหมือนเคย แต่ตาไม่เคยเสียใจกับคำตอบที่ได้ เพราะตาเลือกเธอมาเป็นคู่ชีวิต ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไร ตาจะอยู่เคียงข้างเธอไปจนถึงวันที่ตายจากกัน

แม้เธอจะกลายเป็นคนลืม ตาจึงต้องเลือกเป็นคนจำ เวลาดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นจะได้อยู่ในความทรงจำของเธอโดยตาเป็นผู้ถ่ายทอดให้รับรู้ ถึงในความทรงจำของเธอไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ ตายินดีที่จะนำเรื่องราวเก่าๆ เข้าไปเติมในความทรงจำนั้น แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แค่เพียงไม่ถึงหนึ่งวันก่อนเธอจะหลับตาเข้านอน ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ความทรงจำของเธอไม่มีอะไรเข้าไปซ่อนตัวอยู่บ้างเลย

ตาเหมือนได้พบเพื่อนใหม่ ทว่าอีกฝ่ายหน้าตาแสนคุ้นเคยและยังเป็นคนเดิมทุกๆ วันแต่ไม่เคยเบื่อหน่าย เพราะกว่าจะหมดวัน ตาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเราสองคนได้มากมาย ไม่ต้องสรรหาข่าวสารบ้านเมืองมาบอกกล่าว แค่เล่าเกี่ยวกับความรักระหว่างเราหรือภาพอดีตที่ใช้เวลาร่วมกันของคนสองคนก็เกินพอแล้วสำหรับหนึ่งวัน

ว่านซาบซึ้งอย่างมากเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากคุณตา จะมีผู้ชายคนใดบ้างทนอยู่กับหญิงสาวที่ไม่มีความทรงจำต่อกันเลยเป็นเวลาสิบกว่าปี บางทีอาจเหมือนโลกช่างโหดร้าย แต่ถ้ามองดีๆ โลกทำให้รู้ว่าความรักในหัวใจสามารถทำให้คนเราทำสิ่งใดๆ โดยไม่คิดมาก่อนว่าจะทำได้ อย่างเช่นคุณตาที่ทำกับคนรัก ลองคิดคร่าวๆ ถ้าให้หนึ่งปีมีสามร้อยวัน อย่างน้อยๆ สามพันวันที่คุณตาคนนั้นต้องทำความรู้จักกับคุณยายใหม่ในทุกเช้า

ก่อนคุณตาจะกลับเข้าไปยังประตูคนจำ ว่านพูดขึ้นมาว่า เธอคงจำคุณตาได้ เพราะผมได้ฟังเรื่องราวของตาจากปากเธอ ชายสูงวัยมีสีหน้าดีใจอย่างชัดเจน

ถ้าว่านคิดไม่ผิด ในที่สุดคุณยายคงจำคุณตาได้ ความหวังที่รอมานานหลายปีเป็นจริงเสียที ก่อนที่คุณตาจะปิดประตู ว่านเห็นรอยยิ้มแย้มราวกับคนสมหวังอยู่บนใบหน้าของชายชราที่หายเข้าไปหลังบานประตูทางขวามือ

เขายืนนิ่งคิดไม่ถึงนาที รู้สึกถึงสัญญาณเตือนให้เลือกเข้าไปสู่ประตูที่ต้องการ

คำถามเดิมย้อนกลับเข้ามา ใครจะใช้ชีวิตเป็นสุขมากกว่ากัน

เมื่อว่านนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเลือกเปิดประตูบานนั้นแล้วเดินเข้าไปโดยไม่ลังเล เพื่อมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป

ชายหนุ่มลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ สัมผัสถึงสายลมแรงซึ่งพัดอยู่รอบกาย ว่านยังโชคดีกว่าใครหลายคนที่ได้มีโอกาสเลือกเป็นครั้งที่สอง เพราะครั้งแรกเขาอยากเป็นคนลืม คิดแค่เพียงว่า ถ้าจำอะไรไม่ได้เลยคงจะดีต่อตัวเอง ครั้นได้รับรู้เรื่องราวจากคนชราทั้งสอง ความคิดอาจเปลี่ยนไปจนเขาตัดสินใจเข้าสู่ประตูบานนั้น

สติของว่านดับวูบอยู่ในอากาศ ช่วงเวลาผ่านไปนานเท่าใดชายหนุ่มไม่สามารถทราบได้ เมื่อสติและความรู้สึกกลับคืนมาอีกครั้ง ยามที่เขารับรู้ถึงเสียงคนคุยกัน

“คุณหมอคะ ลูกชายของดิฉันจะฟื้นขึ้นมาไหม” เสียงถามด้วยความห่วงใยของคนที่เขาเรียกว่าแม่

“สัญญาณชีพของผู้ป่วยกลับมาเป็นปกติแล้วครับ แต่สมองของผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนจากการตกจากที่สูง ผมยังรับปากไม่ได้ว่า ถ้าผู้ป่วยฟื้นขึ้นมาจะจำสิ่งต่างๆ ได้หรือไม่?” คนตอบคำถามเป็นเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

“ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกรักของแม่ด้วยเถิด”

หากตอนแรกว่านคล้ายคนเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเองเป็นหลัก ก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤตจากการทำร้ายตัวเองเพราะอยากลบความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องราวเลวร้ายในชีวิต แต่ว่านยังมีโอกาสเลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างคนลืมหรือคนจำ

สุดท้ายเมื่อมีเวลาคิดทบทวน ว่านนึกถึงคนรอบข้างที่มอบความรักให้แก่เขาซึ่งเป็นความทรงจำดีๆที่เคยเกิดขึ้น จึงควรจดจำนำเข้ามาแทนที่เรื่องย่ำแย่ที่เคยเผชิญ

เรื่องราวของชีวิตที่ดีอาจมีพื้นที่มากกว่าสิ่งเลวร้ายในความทรงจำ แต่เพราะอารมณ์ชั่ววูบทำให้คิดถึงแต่เรื่องแย่ๆ หรือมองเรื่องไม่ดีซึ่งมีขนาดแค่ตั๋วรถเมล์เห็นเป็นเรื่องใหญ่เท่าผืนฟ้า จึงหลงลืมเรื่องดีๆไปจนหมดสิ้น สุดท้ายนึกถึงแต่ตัวเองให้หลุดพ้นเรื่องร้ายๆ โดยไม่สนใจผู้อื่นจะเป็นอย่างไร

หากว่านได้เปลี่ยนความคิดมาคำนึงถึงคนรอบข้างที่รักเขา จึงเลือกเข้าประตูทางขวามือ แต่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าคนจำกับคนลืม ผู้ใดจะเป็นสุขมากกว่ากัน สำหรับตัวเขานั้น ชีวิตจากนี้เป็นต้นไปจะเป็นสุขได้ก็ต่อเมื่อเห็นคนรอบข้างมีความสุข

 

– กุลวีร์ –

Don`t copy text!