ถนนสายสุดท้าย… ที่ดาวตก

ถนนสายสุดท้าย… ที่ดาวตก

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

บนถนนสายหนึ่งที่รถราต่างมุ่งหน้าเพื่อเดินทาง ผู้คนบนท้องถนนต่างเร่งรีบและแก่งแย่งช่วงชิงเพื่อจะอยู่บนท้องถนนแห่งนั้น บนบาทวิถีที่ก้าวเดิน ฉันมองรถราที่สัญจรไปมาในยามค่ำ กว่าเจ็ดปีแล้วที่ฉันเรียนจบ ทำงาน ฉันมองดูรอบๆ ตัวของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงของผู้คนรอบข้าง บ้างแต่งงานมีคู่ บ้างเปิดกิจการส่วนตัว บ้างเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ทุกชีวิตล้วนดำเนินพัดผ่านกันไปตามกาลเวลา วงล้อชีวิตที่ขับเคลื่อนไปบนถนน ‘ถนนชีวิต’

ผู้หญิงคนนั้นสวยจนฉันจำแทบไม่ได้ว่าเคยเป็นเพื่อนฉันมาก่อน เธอดูดีกว่าเมื่อก่อนมาก ฉันกับเธอหลังจากเรียนจบกันไปต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางไม่ได้มีโอกาสได้มาพบปะกัน จะมีก็เนื่องในโอกาสพิเศษของเพื่อนแต่ละคนเท่านั้น

ดาหวัน หรือ ‘หวัน’ เป็นอีกคนที่ฉันแทบจดจำใบหน้าเดิมกับตอนนี้ไม่ได้ หวันเปลี่ยนแปลงไปมาก สวยจนผิดหูผิดตา ผิดกับตอนที่เจอกันเมื่อสองสามปีก่อนมากมายทีเดียว หวันเคยทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ฉันเคยเจอตอนหวันนั่งรถเมล์พร้อมกันตอนนั้นน่าจะเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ มาเจออีกทีตอนแต่งงาน ยัยป้อมเพื่อนสนิท ตอนแต่งงานยัยป้อมทุกคนดูสวยผิดหูผิดตากันแทบทุกคน ตอนนั้นดาหวันยังไม่สวยขนาดนี้

“หวันดูเปลี่ยนไปมากนะ” ฉันถามดาหวันด้วยความจริงใจ ดาหวันปรายตามองยิ้มให้ เดินมาจับมือฉันอย่างเป็นกันเองเป็นอย่างมาก

“ตาลก็สวยขึ้น” ตาลคือชื่อของฉัน ฉันยิ้มให้หวัน

“ไปทำอะไรมา” หวันเล่าให้ฉันฟังตอนหลังว่า เธอมีธุรกิจเสริมความงาม เธอจึงเนรมิตตัวเองให้สวยงามได้ มันก็น่าอิจฉาคนมีเงินจริงๆ จะทำอะไรก็ได้ ฉันกับหวันเราสองคนคุยกันสัพเพเหระเรื่องทั่วไปจนแยกย้ายกันกลับบ้าน ก่อนกลับได้แลกเบอร์ติดต่อ แถมเฟซบุ๊กให้กันและกันอีกต่างหาก

……………………………………………………………………………………………………………………………………….

“เป็นอะไรไปตาล” แม่ถามฉันในขณะวางจานกับข้าวลงบนโต๊ะทานข้าว ฉันมองดูกับข้าวที่วางไว้บนโต๊ะ มีแต่ผักต้ม ผัดผัก และก็อาหารอีกอย่าง น่าเบื่อ ฉันแอบคิดในใจ สายตาของฉันที่มองอาหารทำให้แม่บ่นเบาๆ

“ไม่อยากกินหรอลูก” ฉันได้แต่นิ่งเงียบตักกับข้าวกินสองสามคำก่อนวางช้อนลงเดินหันหลังขึ้นบนไปบนห้องนอนส่วนตัว ทิ้งให้แม่กับน้องชายอีกคนนั่งกินกันสองคน หลังจากที่ฉันกลับมาจากที่เจอดาหวัน ความรู้สึกของฉันมันเปลี่ยนไป สิ่งต่างๆ ในความคิดที่ฉันเคยคิดเคยหวังมันสูงขึ้น ฉันดูไม่เหมือนคนเก่า ฉันคาดหวังสูงไป

ฉันเลื่อนดูหน้าจอโทรศัพท์ เฟซบุ้ก แอดเพื่อนดาหวันเรียบร้อยแล้ว เปิดดูรูปต่างๆ ในเฟซบุ๊กก็ตื่นตาตื่นใจกับดาหวันซะเหลือเกิน แอบอิจฉา ทำไมหนอทำไมดาหวันช่างมีชีวิตที่เลิศหรู ดูการแต่งตัวสิ ซ้วยสวยแถมรับประทานอาหารหรูหราไปเที่ยวแต่ละที่ก็ต่างประเทศ ทำไมชีวิตเขาช่างเลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ขนาดนี้ แต่พอหันมามองดูสภาพตัวเองช่างแตกต่างกับดาหวันอย่างกับฟ้ากับเหว ในค่ำคืนนั้นฉันแทบนอนไม่หลับ ดวงตาเหม่อลอยมองออกไปยังบานหน้าต่าง แหงนมองดูท้องฟ้าที่มีดวงจันทร์ มืดค่ำเห็นดวงดาวระยิบระยับ ก่อนจะนอนฉันเห็นดาวตกลูกหนึ่ง พุ่งตรงลงมาจากนภาสู่พื้นธรณี ฉันรีบยกมืออธิษฐานทันทีทันใดก่อนจะเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันมาพบดาหวันหลังเลิกงาน ดาหวันพาฉันมาเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ฉันมองดูรายการอาหารที่มาวางไว้ตรงหน้าทำไมมันมากมายเหลือเกิน ฉันจะกินหมดมั้ยเนี่ย

“กินเยอะๆ นะจ๊ะตาล ทานไม่หมดฉันไม่ให้กลับบ้านจริงๆ ด้วย”

“แหม ทำไมเธอถึงสั่งมาเยอะแยะจัง เสียดายแย่ถ้ากินไม่หมด”

“ไม่ต้องเสียงดงเสียงดายหรอก ไม่หมดก็ทิ้งซะคิดอะไรมาก”

“ต๊าย ทิ้งได้ยังไง เสียด้ายเสียดายจริงๆ กว่าจะหาเงินได้แต่ละบาท”

“เอาเถอะๆ” น้ำเสียงนั้นตัดความรำคาญ

“เดี๋ยวฉันช่วยออกนะ” ฉันอาสาช่วยดาหวันเพราะเกรงใจ ดาหวันโบกมือห้าม

“ไม่ได้ ฉันชวนเธอมาฉันก็ต้องเป็นคนออกซิจ๊ะ”

“แต่ฉันเกรงใจเธอนะ”

“จะเกรงอกเกรงใจทำไมกัน เงินเดือนพนักงานออฟฟิศแบบเธอจะมีปัญญา…”

ดาหวันหยุดพูด เพิ่งคิดได้ว่ากำลังวิจารณ์ฉันอยู่

“ฉันหมายถึงจะมีเงินมาจ่ายค่าอาหารแพงหรูๆ แบบนี้เหรอ”

ฉันพยักหน้า แต่มันก็จริงอย่างที่เขาว่า พนักงานออฟฟิศน่ะหรอ หากเงินเดือนไม่สูงจริงไม่มีทางหรอกที่จะก้าวเข้ามาในร้านหรู ขนาดอาหารแบบธรรมดาทั่วไปราคาจานหนึ่งเท่ากับค่าแรงงานขั้นต่ำเลย พูดไปก็อดอายตัวเอง สังเวชตัวเองไม่ได้ นี่ฉันโตป่านนี้แล้วฉันยังไม่มีปัญญาเดินเข้ามาในร้านอาหารแบบนี้เลย ได้แต่ถอนหายใจก็เท่านั้นเอง

 

กระเป๋าใบนั้นเป็นกระเป๋าสีชมพูสวยหรู ฉันมองมันมาหลายสัปดาห์แล้วก่อนที่เงินเดือนจะออกเสียอีก มันตั้งโด่อยู่ในร้านหรูในห้างดัง ราคาที่ติดป้ายแขวนมันบ่งบอกถึงเงินในกระเป๋าผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี ราคาเท่านี้แต่ฉันไม่มีปัญญาที่จะซื้อหามันหรอก ลำพังแค่เงินเดือนพนักงานเอกชนอย่างฉันคงไม่มีปัญญาซื้อหามาเดินโชว์ ก็ของมันแพงฉันจึงต้องทำใจ

ฉันดูหงุดหงิดมากกว่าครั้งเก่า ตั้งแต่เจอดาหวัน ฉันแอบคิดไปว่าเหตุใดคนธรรมดาบ้านๆ หน้าตาขี้เหร่แบบดาหวัน ทำไมถึงกับแปรเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ทั้งรูปร่าง หน้าตา และฐานะ อารมณ์แปรปรวนกำเริบทุกครั้งที่เห็น ผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ใส่เสื้อผ้าราคาแพง กระเป๋าหนังอย่างดีที่สั่งมาจากต่างประเทศ กินอาหารร้านหรูๆ มีเงินไปพักผ่อนต่างประเทศบ่อยๆ ฉันจึงอิจฉา ได้ยินมั้ยว่าฉันอิจฉา

 

“ทำเป็นเดินอวดรวย เฉิดฉายอย่างกับเดินบนแคตวอล์ก ที่แท้ก็โสเภณีนี้แหละอ่ะ”

“ต๊าย ทำไมกล้าพูดจาแบบนี้หละป้า คนฟังมาได้ยินระวังเกิดเรื่อง”

“ก็มาสิคะ เห็นสวยๆ แต่งตัวรวยๆ ใส่ทองเส้นเท่าโซ่ มีรถหรูๆ ขับ งานการไม่ทำ แล้วจะให้คิดยังไงวะ”

“แหมป้า เขาอาจจะทำงานอย่างอื่นก็ได้ เช่น ธุรกิจส่วนตัวหรือไม่ก็รวยอยู่แล้วเลยไม่ต้องปากกัดตีนถีบแบบเราๆ”

“อุวะ ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อหรอกโว๊ย คนดีๆ ที่ไหนเขาจะเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า เดินลอยหน้าลอยตาควงกันอ้อร้อ อ้อลมกันขึ้นไปบนห้องเป็นนานสองนาน”

บทสนทนาอันออกรสออกชาตินั้นดูดุเด็ดเผ็ดมันเป็นอย่างมาก ฝ่ายหนึ่งเป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งด้านล่างของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง และคู่สนทนาก็เป็นลูกบ้านที่พักอาศัยในคอนโดฯ แห่งนั้น ด้วยพฤติกรรมของคนที่ชอบนินทากาเลเป็นทุนเดิมเวลาสงสัยและเห็นใครมีพฤติกรรมแปลกๆ ก็จะโดนนินทารวมทั้งสองสาวที่เดินผ่านออกไปเมื่อครู่ที่ป้าคนขายอาหารเดาไม่ผิดว่าเป็นโสเภณี

เสียงสนทนาค่อยๆ เบาลงเมื่อคนมาสั่งอาหารเพิ่มมากขึ้น แม่ค้ารายนั้นเงียบปากลงหันหน้าเข้าสู่ก้นครัวเพื่อทำงานของตัวเองต่อไป

ดาหวันแต่งตัวสวย เธอทำอาชีพอะไรฉันไม่ทราบ ฉันตอบตกลงเรื่องที่จะเดินทางไปเที่ยวกับหวันในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ โดยจุดหมายปลายทางที่จะเดินทางไปคือภูเก็ต ดาหวันโทร.มานัดแนะฉันและเพื่อนๆคนอื่นๆ ที่ยังพอติดต่อกันได้โดยจะเดินทางโดยเครื่องบินกันในวันศุกร์ช่วงเย็น

ฉันบอกแม่แล้วว่าฉันจะไปเที่ยว แม่ไม่ได้ว่าอะไรคงเห็นว่าฉันโตพอที่จะไปไหนต่อไหนได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว อีกอย่างทริปครั้งนี้ก็มีแต่เพื่อนๆ ที่เป็นผู้หญิงที่จะเดินทางไปด้วยกัน ทำให้แม่ไม่รู้สึกห่วงเท่าไหร่นอกเสียจากให้ระมัดระวังตอนขึ้นรถลงเรือตามภาษาคนแก่ที่อดจะเป็นห่วงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนไม่ได้ ข้อหลังนี้ทำให้ฉันฉุกคิดในภายหลังเกิดเรื่อง

เที่ยวบินที่จะไปภูเก็ตออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองเป็นเที่ยวบินภายในประเทศคนที่ไปในครั้งนี้ไม่มีเพื่อนที่ฉันรู้จักเลยซักคนเดียว ฉันอดแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดการที่นัดพวกเพื่อนเก่าๆ นั้นแล้วเพื่อนๆหายไปไหนหมด ไหนว่าเชิญมางานครั้งนี้แล้ว พวกผู้หญิงที่มาด้วยในวันนี้แต่งตัวสวย ท่าทางบุคลิกภาพสวยงามเหมือนนางงาม แต่ละคนดูน่าอิ่มเอิบที่กำลังจะได้ไปเที่ยว ฉันไม่ได้สนใจอะไรหรอกเพราะคิดว่าพวกนี้ก็คงเป็นเพื่อนกับดาหวัน หวันทั้งสวยทั้งรวยเธอคงมีเพื่อนมากหน้าหลายตาหละซิ สวยๆ แบบหวันคงมีคนคบเยอะและก็แตกต่างกับฉันโดยสินเชิง ฉันหลับไปตอนไหนมิทราบ ตื่นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาและเตรียมที่จะลงเครื่องแล้ว สาวๆ พวกนั้นอายุก็คงน้อยกว่าฉัน ฉันมองดูพวกเธอที่กำลังต่อแถวลงจากเครื่องบินที่บินมาถึงท่าอากาศยานภูเก็ต

รถตู้คันหรูมาจอดรอรับพวกเราอยู่แล้ว ตลอดระยะเวลานั้นฉันไม่ได้พูดคุยอะไรกับใครเลยแม้แต่น้อย แต่ฉันก็แอบสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าดาหวันทำไมต้องพาแม่เด็กสาววัยมหาลัยมาด้วย หรือว่าแม่เด็กพวกนั้นเป็นญาติห่างๆ ของหวัน หรือเด็กพวกนั้นเป็นพนักงานในออฟฟิศของหวัน ฉันได้แต่เก็บงำความสงสัยแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามเลยสักครั้งเพราะตัวดาหวันเองก็ไม่มีเวลาพูดคุยกับฉัน

รู้สึกจะดึกแล้วด้วยที่รถของพวกเราทั้งสิบกว่าคนมาจอดที่รีสอร์ตหรูแห่งหนึ่ง บรรยากาศสองข้างทางดูเงียบและวังเวง มืดสนิทปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณโดยรอบ รถจอดเทียบไม่มีพนักงานมาต้อนรับอาจจะเพราะดึกมากแล้วก็ตาม

พนักงานเลยไม่ได้ออกมาต้อนรับเหมือนตอนกลางวัน ฉันมองดูโดยรอบๆ สถานที่แห่งนี้ หากมองผิวเผินก็เหมือนที่พักของคนทั่วไปและนั่นก็ทำให้ฉันได้รู้จักกับ ‘นิด’ เด็กสาวจากภาคเหนือที่ได้พักห้องเดียวกับฉัน เรียกง่ายๆ ว่ารูมเมต

ห้องที่เรามาพักนั้นเป็นห้อง 303 บรรดาคนที่มาพักนั้นต่างก็แยกย้ายกันไปพักตามห้องที่ได้จัดไว้ให้ ตอนนั้นฉันถามดาหวันแต่ดาหวันไม่ว่างที่จะตอบ ได้แต่ยิ้มๆ และบอกกับฉันเพียงว่า

“ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะตาล วันนี้ดึกมากแล้ว”

“จ้ะ” ฉันได้แต่ตอบไปว่าจ้ะ ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่หายสงสัยเลยว่าเพราะอะไรทำไมฉันจึงต้องพักกับคนที่ไม่รู้จักเช่นนี้ด้วย

ฉันเห็นดาหวันนั่งรถออกไปจากรีสอร์ต ในเวลาต่อมาท่ามกลางความสงสัยและความงง งง งง และก็งงไม่มีที่สิ้นสุด ฉันว่ามันชักจะยังไงๆ แล้วนะ ฉันได้แต่คิดเท่านั้น

“พี่ตาลเป็นอะไรเหรอ ทำไมสีหน้าพี่ดูวิตกกังวล”  นิดเอ่ยถาม เมื่อเห็นใบหน้าของฉันดูหมองๆ

“ปะ.. เปล่า”  ฉันตอบกับไป แต่ใบหน้ายังคงสงสัยอยู่”

“นิด พี่ถามตรงๆ นะว่า เธอไม่เห็นความผิดปกติอะไรที่นี้เลยเหรอ”

นิดคิดอยู่ครู่ เธอกลับส่ายหน้า

“ไม่นี่พี่ พี่มีอะไรที่ผิดปกติหรอ”

“พี่ว่ามันแปลกชอบกลแล้วสิ เขาจะพาพวกเรามาทำอะไร”

นิดหัวเราะร่วน

“พี่จะอายทำไม พวกเราน่ะก็รู้กันอยู่ ว่ามาทำงานอะไร”

ฉันสีหน้าสงสัย

“งาน งานอะไร”  ฉันถามกลับไปด้วยความอยากรู้”

“ไอ้อาชีพอย่างเราๆ นะ มันจะมีอะไรถ้าไม่ใช่ขายเนื้อสด”

“เนื้อสด” แต่ดูเหมือนว่านิดจะดูออกว่าฉันท่าทางจะไม่รู้เรื่องจริงๆ

“ขายตัวยังไงล่ะพี่”

ฉันอ้าปากค้างเมื่อได้ยินนิดพูด ใจไปหล่นที่ตาตุ่ม สิ่งที่ฉันคิดมามันเป็นจริงๆ ด้วย ฉันได้แต่ถอนหายใจให้ตัวเองและเหล่าบรรดาเด็กสาวเหล่านั้น

นิดเล่าให้ฉันฟังว่า เธอเดินทางเข้ามาหางานในกรุงเทพฯ เพื่อหาเงินส่งกลับไปเลี้ยงครอบครัวที่บ้านที่ต่างจังหวัด ด้วยความที่เธอจบเพียงมัธยมจึงไม่มีวุฒิการศึกษามากพอที่จะทำงานดีๆ แบบคนเรียนสูงๆ

ที่ฉันบรรยายมาขนาดนี้คุณผู้อ่านคงเดาไม่ผิดหรอกนะคะว่าที่ฉันเดินทางมากับพวกเด็กสาวๆเหล่านี้ เด็กสาวเหล่านี้มีอาชีพอะไร

ใช่ค่ะ คุณเดาไม่ผิดหรอก พวกเธอมาขายบริการทางเพศและฉันก็โดนหลอกมาบังหน้าด้วย โดยตัวการใหญ่ก็คือดาหวัน แล้วคุณผู้อ่านรู้หรือไม่คะว่าฉันรู้ได้อย่างไร คุณผู้อ่านจำตอนที่แม่ค้ากับลูกค้าสองคนคุยกันได้มั้ยคะ นั่นแหละตอนนั้นฉันนั่งทานข้าวอยู่ในร้านและหญิงสาวที่สองคนนั้นเมาท์กันอย่างสนุกปากนั่นก็คือ คือ คือ ดาหวันนั่นเอง

ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่า ดาหวันจะมีอาชีพแบบนี้ มันไม่ผิดหรอกนะที่เธอจะทำอาชีพน่ารังเกียจในสายตาของทุกคน

ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ภาระหน้าที่จำเป็นจริงๆ ที่จะต้องทำและฉันจึงจัดการด้วยวิธีของฉันเองนั่นก็คือ ติดตามเข้ามาในวันนี้

 

“ตำรวจ สภ. เมืองภูเก็ต ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นรีสอร์ตดังใจกลางเมืองภูเก็ต แหล่งกบดานของหญิงขายบริการ โดยทางตำรวจได้ควบคุมตัวเอเยนต์นายหน้ารายใหญ่ไว้ได้ รวมถึงรวบตัวผู้ใช้บริการได้หลายราย ทางตำรวจแจ้งผลการจับกุมในครั้งนี้ว่า สามารถจับกุมนายเอ นางบี พ่อเล้า แม่เล้าได้สำเร็จ ส่วนนางสาวดาหวันหลบหนีไปได้ หากมีรายงานความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป”

และนั่นก็คือข่าวคึกโครมในหน้าหนังสือพิมพ์ สื่อโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ต ฉันปฏิบัติภารกิจสำเร็จแล้วแต่ดาหวันหลบหนีไปได้ ภารกิจของฉันอาจจะจบลงแล้ววันนี้แต่ยังมีภารกิจอื่นๆ อีกที่ฉันจะต้องดำเนินการทำต่อไป

นับแต่วันนั้นมาฉันก็ไม่ได้เห็นหน้าค่าตาดาหวันอีกเลย สงสัยเธอคงจะโกรธที่ฉันทำงานของเธอพังพินาศย่อยยับจนหมดเนื้อหมดตัวละมั้ง

ฉันไม่รู้หรอกว่า ดาหวันหายไปไหนรู้แต่เพียงว่าเธอข้ามประเทศบินไปไหนต่อไหนแล้ว เธอคงไม่กลับมาไทยอีกหลายปีจนกว่าข่าวคราวโลกีย์จะหมดไป

ฉันได้แต่หวังว่าคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ผู้หญิงงามงามที่ใจใช่ใบหน้า สุภาษิตสอนหญิงสอนคนมานักต่อนักแล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะพูดหรือจะเขียนอะไรต่อแต่อยากให้ผู้หญิงที่อ่านเรื่องนี้คิดให้ดีก่อนที่จะทำอะไรลงไป เพราะสิ่งที่ทำจะมีผลต่อตัวคุณในอนาคต

สุดท้าย คนทุกคนย่อมมีทางเดินเป็นของตนเอง บ้างเดินเรียบบนบาทวิถีธรรมดา บ้างพยายามปีนป่ายให้ไปอย่างรวดเร็ว ถนนสายนั้น สายโลกีย์ ที่ดาหวันเป็นคนเลือก ไม่มีใครมากำหนดกฎเกณฑ์นอกเสียจากตัวของเธอเอง ถนนที่เต็มไปด้วยดวงดาวพราวระยับที่เต็มอยู่บนท้องฟ้าสวยงาม แต่ใครจะรู้บ้างว่า ถนนสายนั้นเป็นถนนดาวตก ดวงดาวแพรวพรายดารดาษบนฟากฟ้าและมันก็ตกลงมาตามธรรมชาติของมันเอง

ดาหวัน เธอเป็นคนเลือกเดินบนถนนดาวตก ส่วนฉันก็คงต้องเดินบนถนนเรียบ ที่มองออกไปไกลสุดลูกตา เห็นความอ้างว้างอยู่เบื้องหน้า แต่ฉันก็ยังหวังเสมอว่า มันคงมีสิ่งที่ฉันพึงปรารถนารออยู่

– นัฐพันธ์ 

Don`t copy text!