อยากรู้จักรัก

อยากรู้จักรัก

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

เสียงนกร้องจิ๊บจิ๊บดังระงมอยู่นอกหน้าต่าง ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมาก่อนเวลาปกติ

ฉันบิดขี้เกียจไปมา ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปชะโงกที่หน้าต่างหาต้นตอของเสียง ปกติทุกเช้าจะไม่มีเสียงนกร้องมาปลุกให้ตื่น แต่เช้าวันนี้แปลกจากวันอื่นๆ

แล้วฉันก็เหลือบมองเห็นรังนกเล็กๆบนกิ่งไม้ใหญ่ของต้นพิกุลข้างรั้วบ้าน

แม่นกกระจิบกับลูกเล็กๆหลายตัว น่าจะเพิ่งย้ายรังมาอาศัยต้นพิกุลได้ไม่นาน เพราะฉันไม่ทันสังเกตเห็น

ฉันยิ้มรับกับภาพตรงหน้า นึกภาพแม่นกรักลูกหาหนอนมาป้อนลูกทุกเช้าแล้วก็นึกถึงตนเอง

ฉันเป็นหญิงสาววัยสามสิบกว่าๆ เป็นลูกนกที่แม่เลี้ยงมาแบบไข่ในหิน ไอ้สุภาษิตไทยที่ว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี นั่นน่ะ แม่ฉันทำตรงข้ามทุกอย่าง ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ไม่เคยตีฉัน แม่มีแต่ความรัก ห่วงใยฉันมากมายจนล้นคอหอย และทำให้ฉันอึดอัด แม่ฉันทำตัวเป็นแม่แบบสุภาษิตของสาวยุคใหม่ที่ว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด นั่นแหละ

ฉันรักแม่มากนะ แต่ฉันไม่อยากเป็นนกน้อยในกรงทองของแม่หรอก ฉันจะเป็นนกอิสระที่โผบินไปบนท้องฟ้าด้วยตัวเอง

เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และมีความคิดที่เป็นตัวของตัวเองสุดกู่ ทำให้ฉันดิ้นรนและหาหนทางหนีออกจากอกแม่ มาอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเองได้ในที่สุด ด้วยการหนีไปเรียนต่างประเทศเรียนจบก็ทำงานหาเงินที่เมืองนอกได้ก้อนใหญ่ ก็กลับมาเมืองไทยแบบไม่เคยกลับเข้าไปอยู่กับแม่อีกเลย

ใช่ฉันเป็นสาวมั่นเกินร้อย เรียนเก่ง มีเงิน มั่นใจในตัวเอง และไม่เคยง้อขอความช่วยเหลือจากใคร คนแบบฉันหน้าที่การงานก็ดี หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ ทำให้เป็นคนมีกิริยาท่าทางแข็งขืนและไม่ยอมคน แต่ฉันก็ไม่เดือดร้อนถ้าใครจะมาค่อนแคะวิจารณ์ใดๆ

ก็ฉันเป็นแบบนี้แหละ เป็นผู้หญิงลูกแม่ที่เป็นลูกไม้ไกลต้นสุดกู่

ฉันไม่ใช่ลูกไม้ใต้ต้นแบบที่ทุกคนปรารถนา แม่ฉันเป็นผู้หญิงเรียบร้อยอยู่ในกรอบของครอบครัว ไม่เคยปฏิบัติตัวตรงกันข้ามกับธรรมเนียมปฏิบัติ มีแต่ฉันนี่แหละที่ชอบแหกคอก ออกมาเป็นลูกไม้พันธุ์ใหม่พิเศษชนิดหายากและไม่เหมือนใคร

ฉันเดินลงมาชั้นล่างเตรียมอาหารเช้าในวันหยุดสบายๆ ฉันเป็นสาวโสดที่แม่บ่นทุกครั้งเวลาโทรไปหา หรือแวะไปเยี่ยมแม่กับพ่อที่บ้านเก่า เป็นบ้านในครอบครัวใหญ่ที่อยู่ในรั้วเดียวกันกับลุงป้าและลูกพี่ลูกน้องของฉันอีกสามคน ลูกของลุง ทุกคนมีครอบครัวแต่งงานกันหมดแล้วเหลือแต่ฉันที่ยังไม่แต่งงาน เป็นสาวบนคานทองที่แม่บ่นอุบอยากให้ฉันเป็นฝั่งเป็นฝา

ก็ฉันยังไม่เจอใครที่ใช่ จะแต่งงานไปทำไม อยู่คนเดียวสบายใจกว่า

ฉันไม่อยากเป็นเหมือนเพื่อนๆที่แต่งงานแล้วก็นั่งเฝ้าสามี กลัวสามีไปมีเมียน้อย ทำยังกับสามีเป็นสมบัติชิ้นหนึ่ง หวงเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์บ้าบอกันตลอดเวลา แถมยังชอบประกาศปาวๆว่า มีทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร

สำหรับฉันนั้นตรงกันข้าม ฉันมันคนประเภท มีทองเท่าหัว ไม่ต้องมีผัวก็ได้ อย่างไรอย่างนั้นแหละ

และถ้าหากฉันได้แต่งงาน แล้วสามีไม่รักดีไปมีเมียน้อย ฉันคงเป็นภรรยาประเภท ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ ทางใครทางมัน ไม่รู้จะยื้อไว้ทำไม คนไม่รักกัน ทำร้ายกัน ต่างคนต่างไปเสียจะดีกว่า

เสียงนกข้างรั้วเงียบไปแล้ว อากาศเช้านี้ยังไม่ร้อนเท่าไหร่ มีลมเย็นสบายๆ โชยมาให้รู้สึกสดชื่น

ฉันชงกาแฟดำเข้มๆแก้วหนึ่ง เดินจิบไป สายตามองออกไปนอกรั้วหน้าบ้าน เห็นมีรถมาจอดตรงรั้วหน้าบ้านฝั่งตรงข้าม บ้านนั้นนานๆจะมีคนมาดูเสียที ฉันเห็นประกาศขายไว้นานแล้ว

ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้าน เมียงมองเข้าไปในบ้านหลังนั้น

ฉันเดินเข้าไปใกล้อีกนิด แอบมองลอดแนวรั้วออกไป เห็นเขาหันขวับมา เหมือนจะรู้ตัวว่ามีใครแอบมองอยู่

ภาพตรงหน้าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา แต่งตัวดี รูปร่างสูงโปร่ง แต่ดูไม่เหยาะแหยะ ดูเข้มแข็งท่าทางแข็งแรงเสียด้วยซ้ำ สะดุดตา สะดุดใจฉันเป็นอย่างยิ่ง

อยู่ๆ เขาก็เดินข้ามมาเกาะรั้วบ้านฉัน เสียงทุ้มนุ่มดังเข้ามา

‘ขอโทษนะครับ ผมบังเอิญผ่านมาธุระในหมู่บ้านนี้ เห็นบ้านนี้ประกาศขาย แต่ป้ายมันเลือนไปแล้ว คุณพอทราบไหมว่าผมควรจะติดต่อถามไถ่ใครได้บ้าง ‘

เขารัวประโยคยาวเป็นพรืด ฉันฟังจบก็เลยเดินเข้าไปใกล้ มองหน้าเข้มๆเพลิน

เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต ที่รู้สึกปิ๊งผู้ชาย ปกติที่ผ่านมา มีแต่ฉันที่รำคาญผู้ชายที่เข้ามาวอแว ตามประสาสาวมั่นผู้รักตนเองเท่าชีวิต

ฉันหันไปตอบเขาด้วยความประหม่าเล็กน้อย

‘คุณลองไปถามตรงนิติบุคคลโครงการนะคะ’

ฉันชี้มือไปทางทิศด้านหน้าหมู่บ้าน

‘ปกติเจ้าบ้านแต่ละบ้าน จะฝากข้อมูลเช่นเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ คุณลองไปแจ้งเลขที่บ้านกับนิตินะคะ น่าจะมีข้อมูลค่ะ’

ฉันตอบคำถามจบแล้ว เขายังยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าโปรยยิ้มกว้างมาให้

‘ขอบคุณมากนะครับ เอ่อ คุณ… คือผมชื่อปรเมษฐ์ครับ ‘

‘อ๋อค่ะ รุจิราค่ะ ‘

‘ผมกำลังมองหาที่พักแถวนี้นะครับ ถูกใจบ้านหลังนี้มาก ถ้าไม่มีอะไรเป็นปัญหา เราอาจได้มาเป็นเพื่อนบ้านกัน’

‘ค่ะ ยินดีค่ะ หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะคะ ‘

เขากล่าวขอบคุณอีกครั้งแล้วถอยรถออกจากตรงนั้นมุ่งหน้าไปทางหน้าโครงการตามที่ฉันบอกไว้

ฉันเดินเข้าบ้านด้วยอาการงงๆ ประหลาดใจตัวเองกับความรู้สึกขณะนี้

ฉันผู้ไม่เคยสนใจใครมาก่อน วันนี้รู้สึกเหมือนตกหลุมรักชายหนุ่มตรงหน้าที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงสิบห้านาที

ทำราวกับตนเองตกหลุมรักใครง่ายๆอย่างนั้นแหละ ยิ่งเรื่องรักแรกพบที่เคยได้ยินได้ฟังมานานยิ่งไม่เชื่อไปใหญ่

หลังจากวันนั้น ผ่านมาอีกราวสองเดือน อาการรักแรกพบที่คิดว่าจะลืมเลือน กลับยังค้างคาในใจอ้อยอิ่ง และหัวใจก็เต้นผิดจังหวะเมื่อได้พบเขาอีกครั้ง

เช้าวันนั้น รถคันเดิมคันนั้นก็มาจอดลงตรงข้างรั้วบ้านฝั่งตรงข้าม

ชายหนุ่มที่มีนามว่าปรเมษฐ์เดินลงจากรถ ในอ้อมแขนพะรุงพะรังไปด้วยข้าวของหลายถุง

ขณะนั้นฉันกำลังจะถอยรถออกจากบ้านไปทำงาน ได้ยินเสียงเขาร้องทักมาจากฝั่งตรงข้าม

‘สวัสดีตอนเช้านะครับ จำผมได้ไหม’

เขายิ้มทักทายมาแกมถามว่าฉันจำเขาได้ไหม ใจฉันเต้นเร็วขึ้นอย่างแปลกประหลาด ปกติฉันเป็นสาวมั่นไม่เคยกลัวไม่เคยตื่นเต้นในเรื่องใดๆ ทำไมจู่ๆเช้านี้หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ฉันหันไปยิ้มและกล่าวทักทายตอบไป

‘จำได้ค่ะ คุณซื้อบ้านนี้เรียบร้อยแล้วหรือคะ’

เขาตอบกลับมาเสียงใส

‘เรียบร้อยแล้วครับ วันนี้ได้กุญแจจากเจ้าของบ้านเดิมแล้ว เลยแวะมาดูครับว่าต้องเตรียมปรับปรุงอะไรบ้าง’

ฉันยิ้มกว้าง ดีใจจนออกนอกหน้า ทำตัวเป็นปลากระดี่ได้น้ำมากจนเกินไปไหมนะ เสียงความคิดดังขึ้นในหัว แต่คำพูดที่เอ่ยออกไปก็รักษาหน้าตัวเองและรักษามารยาทน่าดู

‘ดีใจด้วยนะคะ ได้มาเป็นเพื่อนบ้านกันแล้วจริงๆ’

‘ครับผม ถ้ามีอะไรจะขอคำแนะนำ ผมจะขออนุญาตปรึกษาผู้มาอยู่ก่อนนะครับ’

ฉันรีบตอบคำถามไปอย่างรวดเร็วทันใจ ทำตัวเป็นปลากระดี่ระรี้ระริกได้น้ำใสไหลเย็นตรงหน้ามาทำให้ชุ่มชื้นหัวใจจริงๆ

‘ยินดีค่ะ มีอะไรถามได้เลยนะคะ อ้อค่ะ คุณปรเมษฐ์เบอร์มือถืออะไรคะ เดี๋ยวจะโทรเข้าไป แอดเบอร์ไว้นะคะ มีอะไรถามได้ตลอดค่ะ’

เร็วปานสายฟ้าแลบ กระดี่ได้น้ำว่ายพุ่งชนเหยื่ออย่างรวดเร็วทันใจ สมเป็นสาวมั่นแห่งยุค

ชายหนุ่มหันมาตอบเธอ สายตาออกแนวขำเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้า

‘ผมขอเบอร์คุณก่อนดีกว่าครับ’

ฉันยิ้มเก้อแกมเขิน เสียงบอกเบอร์ตนเองออกไปดังฟังชัด สักพักปรเมษฐ์ก็กดโทรศัพท์เข้าที่เครื่องฉัน ฉันแอดเบอร์เขาทันที แล้วก็กดเบอร์เขาตอบกลับไปเพื่อความชัวร์

ฉันเป็นคนละเอียดละออทุกเม็ดมิให้พลาดแบบนี้แหละ แต่เรื่องรักษาฟอร์มไม่มีใครเกิน

‘ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ เช้านี้มีประชุม คุณเมษฐ์ มีอะไรโทรหาได้ตลอดนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ’

ฉันขับรถขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าไปที่ทำงาน เช้านี้รถราบางเบา ฉันอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงขนาดฮัมเพลงออกมา

เสียงแตรดังมาจากข้างหลัง ตายละ ปกติทุกวันเหยียบร้อยกว่า วันนี้เข็มไมล์บนหน้าปัดโชว์แค่เก้าสิบ นี่ฉันใจลอยขนาดขับช้าแช่ขวาบนทางด่วนเลยนะเนี่ย บ้าไปเล้วเรา

ฉันรีบเร่งความเร็วขึ้นเพื่อให้รถหลังไม่รำคาญใจ สายตามุ่งมั่นที่เคยมีอ่อนแสงลง มีแววตาวิบวับปรากฎขึ้นแทนที่

นึกไปถึงคำที่ว่า มีทองเท่าหัว ไม่มีผัวก็ได้ ที่เคยหยิบเอามาปลอบใจตัวเองบ่อยๆแล้วก็ขำ

ตอนนี้ขออนุญาตเก็บทองเท่าหัวใส่ลิ้นชักล็อกกุญแจก่อนนะ จะขอเปิดลิ้นชักหามารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนมาใช้แทนตามสถานการณ์ก่อนล่ะ

มารยาหญิงที่มีเป็นทุนเดิมน่าจะไม่พอ ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมอีกหลายบท ว่าแล้วฉันก็กดเบอร์เพื่อนสาวคนสนิท

‘เย็นนี้ว่างไหมแพร มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ตื่นเต้นๆ’

เสียงเพื่อนตอบรับนัดหมาย

 

ฉันมองตรงไปตามทางข้างหน้า วิวบนทางด่วนก็เหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่ท่ามกลางวิวเดิมๆที่คุ้นเคย ฉันกลับจินตนาการถึงโค้งสายรุ้งสวยงามพาดผ่านตรงหน้า

คนเราเวลาจะมีความรัก เป็นอย่างนี้นี่เอง

 

– แก้วเจ้าจอม –

 

Don`t copy text!