ไม่มีโอกาสสำหรับวันพรุ่งนี้

ไม่มีโอกาสสำหรับวันพรุ่งนี้

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

สองมือของเธอจับราวกำแพงอย่างแน่น มองออกไปไกลสุดสายตา มันช่างอ้างว้างเดียวดายอย่างสิ้นเชิง ภาพเหตุการณ์ของเมื่อคืนที่เห็นสามีนอนอยู่กับผู้หญิงอื่น ทำให้เธอถึงกับผงะ ใจสั่นระรัว จนทำอะไรไม่ถูก มันหมดแล้ว หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีให้กันจบสิ้นลงแล้ว คำขอโทษที่ออกจากปากครั้งแล้วครั้งเล่า ความไว้ใจมันตายจากไปเสียแล้ว

ใครหลายคนบอกกันว่า เมื่อความหวังมันจบสิ้นทุกอย่างพังพินาศลง ชีวิตน้อยๆ ที่มีอยู่มันก็ควรจะจบลง หลายคนเลือกที่จะจบชีวิตของตัวเอง เพราะมันหมดหนทางที่จะต่อสู้และก้าวเดินต่อไป เธอเพิ่งรู้ว่าวันนี้นี่เองว่าคนที่อยากจะฆ่าตัวตายมันเป็นอย่างไร

มือของเธอจับราวกำแพงแน่น ผนึกแรงทั้งกายและใจทุกอย่างที่มี วันนี้จะเป็นวันที่เธอจะจบชีวิตลง ชีวิตบัดซบ เท้าของเธอเหยียบขึ้นที่เหล็กดัดที่อยู่ด้านล่าง เหยียบมันขึ้นเพื่อพยุงตัวให้สูง ทอดสายตาออกไป มันก็เหมือนสายลมที่ปลิดปลิว เคว้งคว้างโดดเดี่ยวเดียวดายสิ้นหวัง แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะก้าวกระโดดสายตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่เบื้องล่าง เธอหยุดมองถอยรูดออกมาและมองสิ่งสิ่งนั้น

…………………………………………………………………………………………………………………

 

เสียงเตียงโยกเยกไปมานั้นทำให้ทุกจังหวะของคนบนเตียงที่นอนทับร่างกันใจเต้นระรัว เหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความสนุกสนาน มันเหมือนบทเพลงที่บรรเลงเพลงเร้าใจจนไม่สามารถหยุดมันลงได้ หญิงสาวพลิกกายขึ้นมาทาบทับบนเรือนร่างของชายหนุ่มร่างกำยำ หากแต่ยอดปทุมสองข้างเบ่งบานเหมือนช่อดอกบัวตูม ร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนช่างน่าค้นหา ชายหนุ่มจับที่ยอดบัวทั้งสองข้าง ขยี้มันอย่างหนำใจ เสียงของหญิงสาวระรี้ระริกซาบซ่านเบาๆ เธอโยกอยู่บนตัวของชายหนุ่ม และยิ่งเร็วและแรงเมื่อร่างของชายหนุ่มเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน

ปั้งๆๆ เสียงสนั่นที่อยู่ด้านหน้าประตูไม้ดังขึ้น ทำเอาร่างสองร่างที่นอนทาบทับกันราวกับคนคนเดียวกันต้องสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบเอาผ้าห่มคลุมกาย ในขณะที่ชายหนุ่มผวาลุกขึ้นรีบเอากางเกงมาสวม ทั้งสองยืนตัวสั่นเมื่อเห็นว่ามีคนทุบประตู

…………………………………………………………………………………………………………………

 

ชายร่างสูงยืนมองดูคนในธนาคารอยู่นานสองนาน เขาเห็นว่าเวลานี้ธนาคารใกล้ปิดทำการแล้ว รปภ. ที่เฝ้าอยู่มาเปลี่ยนป้ายว่า ‘ปิดบริการ’ คนที่ทำธุรกรรมอยู่ในธนาคารแห่งนั้นมีอยู่ประมาณสิบคนเห็นจะได้ เขาครุ่นคิดนั่งเหม่อมองอยู่ จะทำดีหรือไม่ทำดี ใจด้านมืดและใจด้านสว่างตีกันพัลวันกันไปทั่ว คนทยอยกันออกจากธนาคาร เหลือแต่เพียงเขาที่นั่งอยู่

“เชิญลูกค้าด้านหน้าเคาน์เตอร์สองค่ะ เหลือคิวสุดท้ายแล้ว” พนักงานหญิงเอ่ยเรียกชายหนุ่มตรงหน้า ร่างของเขาเดินโยกเยกเข้าไปใกล้ๆ พยายามที่จะยับยั้งอาการมือสั่น

“ฝาก ถอน หรือทำธุรกรรมอื่นๆ คะ” พนักงานสาวสวยมองหน้าพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ

“ถอนเงินครับ” เสียงเข้มๆ เอ่ยขึ้น พนักงานสาวยื่นใบเบิกเงินส่งให้

“กรุณาเขียนจำนวนตัวเลข และเซ็นชื่อผู้ถอนเงินค่ะ” เธอส่งเสียงเจี้ยวแจ้ว

ชายหนุ่มล้วงมือไปในกระเป๋าสะพายข้าง ก่อนที่จะหยิบวัตถุสีดำมะเมื่อมขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ สายตาจับจ้องไปที่ลิ้นชักใส่เงินของพนักงานสาวอย่างไม่ละสายตา พนักงานสาวสวยตาโตเมื่อเห็นวัตถุตรงหน้า ปากซีดตัวสั่น เธอเข้าใจดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับแต่นี้ไป

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

มองลงไปด้านล่างแล้ว เห็นลูกหมาพยายามว่ายเข้าฝั่ง แม่หมาที่ยืนมองอยู่พยายามจะกระโดดลงไปช่วยมันเอามือตะกุยน้ำเพื่อที่จะให้ลูกหมาตัวน้อยเข้ามาใกล้ แต่ก็ไม่สำเร็จ หญิงสาวลดตัวลงก้าวถอยมายืนตั้งหลักที่พื้นซีเมนต์มองดูลูกหมาตัวนั้น ขนาดมันเป็นหมา มันยังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แล้วเธอล่ะ เกิดเป็นคน แต่เรื่องแค่นี้ เธอก็ไม่สามารถประคองชีวิตที่อยู่ให้มีความสุขได้ สายตายังทอดมองไปที่น้ำเบื้องล่าง เห็นคนเรือคนหนึ่งที่ขับเรือยนต์เข้ามาใกล้ เขาจึงเทียบเรือใกล้หมาตัวน้อยก่อนจะพามันเข้าฝั่ง เห็นแม่หมาดีใจ ลูกหมาตัวเปียกโชกสะบัดจนน้ำกระเด็นไปทั่ว มันร่าเริงเมื่อพบแม่ของมันก่อนที่จะพากันวิ่งไปบนลานกว้างด้วยความดีใจ

เธอเห็นมันแล้วมีความรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก ลืมเรื่องราวความทุกข์ในใจเสียสนิท

“มาทำอะไรตรงนี้หรือแม่หนู”  เสียงแหบพร่าดังขึ้นจนเธอสะดุ้งหันไปมอง

“อือ…” เธอไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี เมื่อเห็นคนตรงหน้าเป็นหญิงชราคนหนึ่ง

“ทุกข์อะไรหรือ บอกยายได้นะหนู” เสียงนั้นดูอบอุ่น หญิงชราพลางจ้องใบหน้าหญิงสาว

“ยายรู้ด้วยหรือคะว่าหนูมีความทุกข์”

เธอจ้องหญิงชราที่ยืนตรงหน้า

“มีคนหลายคนที่พยายามจะมากระโดดฆ่าตัวตาย หากยายคิดไม่ผิด หนูก็คงกำลังจะทำอย่างนั้นใช่มั้ยจ๊ะ”

เธอชาวูบไปชั่วขณะ หญิงสาวพยักหน้าตอบไปตามความจริง

“โอกาสที่คนเราจะเกิดมามันไม่ได้ง่ายๆ นะจ๊ะหนู บางครั้งอาจจะไม่มีโอกาสสำหรับวันพรุ่งนี้ก็ได้นะ ในเมื่อเราเลือกที่จะทำแล้ว เราก็ต้องยอมรับกับผลที่ตามมา” หญิงสาวนิ่งไปครู่ เมื่อหญิงชราพูดจบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

 

“ริน เปิดประตูหน่อย” เสียงของผู้ชายด้านนอกตะเบ็งเสียงเข้ามา สองหนุ่มสาวต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความหวาดกลัว

“พ… พี่  แปปนะจ๊ะพี่ เดี๋ยวหนูไปเปิดให้”  หญิงสาวถลาจะเข้าไปเปิดประตู แต่มือของชายหนุ่มจับเอาไว้ พลางกระซิบเบาๆ

“ริน ไปเปิดพี่ก็โดนจับได้น่ะสิ”

“พี่จะรอให้พี่เชิดเข้ามายิงเราสองคนหรือไง” หญิงสาวดูรักกตัวกลัวตาย มันได้สนใจเขาอีกต่อไป

“แล้วให้พี่ไปแอบตรงไหน”

“พี่เข้าไปแอบในตู้ก่อนไป เร็วๆ ซี่ เดี๋ยวพี่เชิดเข้ามาเห็นพอดี” เธอดันหลังให้ชายหนุ่มเข้าไปด้านในตู้เสื้อผ้า ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทำทีเป็นเอาน้ำราดรดตัวให้ชุ่มเปียกไปทั่วร่างกาย ก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูห้อง ชายกำยำที่ชื่อว่าเชิด อายุน่าจะห้าสิบกว่า ผิวขาวสะอาดรูปร่างใหญ่ เดินเข้ามา

“มัวทำอะไรอยู่” เชิดสาดสายตาไปทั่วห้อง  พยายามหาความผิดปกติ

“ก็รินอาบน้ำอยู่น่ะสิพี่” เธอเล่นละครแม้จะตะกุกตะกักไปบ้างก็ตาม

“อาบอะไรเอาป่านนี้” เขาพิจารณาหญิงสาว

“ก็มันร้อนน่ะสิพี่ นี่ก็สองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว” เธอทำทีไปส่องกระจก

เชิดเข้ามาประกบเธอจากด้านหลัง

“แหมๆ พี่ว่าจะมาอาบด้วยซักกะหน่อย” เขาหอมแก้มเธอ ซุกไซ้ไปทั่วที่หน้าอก

หญิงสาวดันหลังเชิด “พี่ๆ ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวมาสนุกก็ได้” เธอพยายามดุนหลังเชิดเข้าไปที่ห้องน้ำ

“ขอสนุกก่อนไม่ได้หรือไง” เขาจ้องเธอตาเป็นมัน

“อาบก่อนดีกว่านะพี่ จะได้ตัวหอมๆ” เชิดพยักหน้าก่อนที่จะเดินไปถอดเสื้อผ้า สายตาของหญิงสาวมองไปเห็นกางเกงในของผู้ชายตกอยู่ เธอพยายามเดินเข้าไปใกล้และจะเอาเท้าเขี่ยมันไปให้ไกลสายตาเชิดให้มากที่สุด แล้วแต่เชิดกลับมองเห็นเสียก่อน เขาจ้องมองกางเกงในตัวนั้น ก่อนจะหันมาทางเธอ

“กางเกงในของใคร” เสียงของเชิดดุดันจ้องมองหญิงสาวด้วยความสงสัย

“กะกะเกงในของ ของ…”  หญิงสาวไม่รู้จะตอบอะไรเพราะมันจำนนด้วยหลักฐานเสียแล้ว

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

“ส่งเงินมาให้หมด อย่าตุกติก อย่าเอะอะ ไม่งั้นตาย” เสียงของชายร่างโย่งพลางบอกด้วยเสียงแหบต่ำ มันจ้องหญิงสาวราวกินเลือดเนื้อ พนักงานสาวสวยมือไม้สั่น เหมือนจะร้องไห้ เธอไม่คาดคิดว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน

“พี่อย่าทำร้ายหนูเลยนะ” เธอขอร้อง

“ส่งเงินมา เอามาทั้งลิ้นชักนั่นแหละ กองนั่นด้วย ปึกตรงนั้นด้วย”

“อย่า อย่าทำร้ายหนูเลยนะพี่” เธอยกมือไหว้ปลกๆ

“ชักช้าอยู่นั่นแหละ รีบๆ ส่งมาไว” เสียงของมันตะคอก

มันกวาดตามองเงินที่วางเรียงเป็นชั้น เป็นจำนวนหลายปึก แบงก์เทาที่มันอยากได้ พนักงานสาวมือไม้สั่นหยิบจับอะไรก็ร่วงหล่นหลุดมือ และเหมือนว่าพนักงานอีกคนที่เดินกลับเข้ามาที่เคาน์เตอร์จะเห็น ชายร่างสูงรู้ทันหยิบถุงที่พนักงานกำลังใส่เงินดึงกลับมา มันก็มากพอต่อการปล้นครั้งนี้ ไม่นานเสียงตะโกนก้องก็ดังลั่นพร้อมกับเสียงปืนหนึ่งนัด ร่างรปภ.ที่เข้ามานอนล้มลงเลือดกระเซ็น ร่างของชายร่างสูงกระโดดผ่านร่างของรปภ.นั้นไป เสียงเอะอะโวยวายชุลมุนภายในธนาคารดังอยู่จนลับหูไปเมื่อร่างของชายร่างสูงวิ่งหนีหายไปแล้ว

…………………………………………………………………………………………………………………

 

“บอกมา ว่ากางเกงในของใคร” เชิดคาดคั้นด้วยความโมโห กางเกงในของผู้ชายยังคาตาอยู่ที่พื้น

“พี่ รินเปล่านะจ๊ะ” เธอเสียงสั่น เชิดเดินเข้าไปเปิดห้องน้ำมองดูว่ามีใครแอบอยู่หรือไม่ เขาเดินรอบห้องสี่เหลี่ยมแห่งนั้น ใต้เตียง ห้องน้ำ ไม่มี จนเข้ามาสะดุดที่ตู้ สายตาของเชิดมองไปที่ตู้เสื้อผ้า รินรีบเข้ามาขวางเอาไว้

“ในตู้มีอะไร ทำไมมาขวางไม่ให้เปิด”

“ไม่มี ไม่มีจ้ะพี่ไม่มีจริงๆ”

“ตอแหล ออกไป กูจะยิงกบาลไอ้ชู้นี่” เชิดล้วงปืนขึ้นมา ทำเอารินตกใจตัวสั่น เขาผลักร่างของหญิงสาวออกไปก่อนที่จะเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออกทันที

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

“เรื่องมันก็เป็นอย่างที่หนูเล่านี่แหละค่ะยาย” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบๆ เมื่อเล่าเรื่องราวของเธอให้หญิงชราฟังจนหมดสิ้น ทั้งสองตัดสินใจนั่งลงตรงนั้น คุยกันอย่างเปิดอก

“เรื่องผัวเมีย และลงเอยด้วยการคิดสั้น มันเป็นเรื่องนิยายอมตะจริงๆ นะแม่หนู” หญิงชราเอ่ยเสียงตลกๆ

“มีมาทุกยุคทุกสมัยจริงๆ เรื่องพรรค์นี้”

“ค่ะ หนูก็เพิ่งมาคิดได้ก็ตอนที่จะกระโดดลงไปนี่แหละค่ะยาย ไม่รู้อะไรดลใจให้คิดสั้นแบบนั้น”

“หนูเชื่อเรื่องผีดลใจมั้ย” ทำเอาหญิงสาวขนลุกเมื่อหญิงชราพูดเรื่องผีขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ผีน่ะหรือคะ”

หญิงชราพยักหน้า หญิงสาวชนลุกอย่างบอกไม่ถูก เธอจ้องมองหญิงชราอยู่ครู่

“ชีวิตคนนะ มีค่ายิ่งกว่าใดๆ กว่าเราจะเกิดมาได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย มีคนอีกมากมายที่ประสบพบเจอแต่เรื่องเลวร้าย จนคิดไม่ตก แล้วมากระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำอัตวินิบาตกรรมที่นี่ คนหลายคนเชื่อกันว่าที่นี่ผีดุ จะมีตัวตายตัวแทนอยู่แทบทุกเดือน วนเวียนเปลี่ยนไปตามแต่คนนั้นจะมาฆ่าตัวตาย ยายเห็นมานักต่อนักแล้ว”

“ถ้าไม่มีเรื่องเครียด คนเหล่านั้นก็คงไม่มาฆ่าตัวตายมังคะ”

“ใช่จ้ะ ใครหลายคนต่างโทษผีว่าเป็นตัวยุแยงส่งเสริม และหลอกล่อให้คนมาฆ่าตัวตาย”

หญิงสาวอดที่จะขนลุกไม่ได้เสียแล้ว หญิงชราลึกลับผู้นี้พูดจาแปลกเหลือเกิน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

คนร้ายวิ่งหนีออกไปทางหลังห้าง เสียงไซเรนตำรวจดังขึ้นเมื่อเหตุการณ์ปล้นเงินในธนาคารของห้างดัง คนร้ายวิ่งหลบไปทางหลังห้าง พนักงานทำความสะอาดรายหนึ่งบอกกับตำรวจ รปภ.ของห้างเดินดูรอบห้องทั้งภายในและโดยรอบห้างเพื่อตามหาตัวคนร้าย

“ไปไหนครับ” เสียงคนขับแท็กซี่เอ่ยถามเมื่อเห็นชายร่างสูงโบกเรียก แม้จะไม่อยากรับผู้ชายท่าทางน่ากลัวขึ้นมาก็ตาม

“พุทธมณฑล” ชายร่างสูงบอกที่หมาย คนขับส่ายหน้า แต่เมื่อเขาหยิบเงินส่งให้สองพัน ทำเอาคนขับตาโตขึ้นทันที

“เชิญขึ้นมาเลยครับ” คนขับแสดงสีหน้าต่างไปจากตอนที่เขาโบกรถ ไอ้พวกกิ้งก่าเปลี่ยนสี พวกมันทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน ชายร่างสูงขึ้นไปนั่งด้านหลัง ก่อนที่รถจะแล่นออกไป

“หาไม่เจอเลยครับ” รปภ. สองนายวิ่งตามออกมา คลาดกับรถแท็กซี่ที่พึ่งวิ่งออกไปเมื่อกี้

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

เชิดค่อยๆ เปิดประตูตู้เสื้อผ้า เมื่อเปิดแล้วถึงกับผงะเมื่อเห็นร่างของผู้ชายคนหนึ่งที่สวมเพียงผ้าขนหนูเอาไว้

“ไอ้สารเลว มึงแอบเป็นชู้กับเมียกู” เชิดโมโหเล็งปืนไปที่ชายหนุ่ม แต่ดีที่รินเข้ามาดึงห้ามเอาไว้

“พี่ พี่อย่า อย่าทำร้ายเขา”

“อีริน อีริยำ มึงกล้าเอาผู้ชายมาเย่อกันบนเตียงกูหรอ”

“พี่! รินขอโทษ  รินไม่ได้ตั้งใจ” เธอยกมือไหว้ ชายหนุ่มรีบออกมาพยายามจะออกไปจากห้อง

“มึงจะหนีไปไหน กูจะยิงกบาลมึงให้สมองทะลักโทษฐานที่แอบลักลอบเล่นชู้”

ชายหนุ่มถลาออกไปอย่างว่องไว เชิดเข้ามาขวาง เกิดการต่อสู้กัน เชิดเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำล้มลงไป ทำให้ชายหนุ่มรีบวิ่งออกหนีออกไปพร้อมกับหญิงสาว เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็ตะโกนสุดเสียงด้วยความโมโห

“กูจะฆ่ามึงให้ตายไอ้สารเลว”

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

เสียงไซเรนของรถตำรวจดังไปทั่วท้องถนน ข่าวการปล้นธนาคารได้เงินไปร่วมล้านบาทถูกแพร่ภาพออกไปตามสื่อต่างๆ ประชาชนหลายต่อหลายตนต่างให้ความสนใจ รวมถึงสื่อวิทยุที่กำลังรายงานข่าว

“เกิดเหตุคนร้ายแต่งกายปิดบังอำพรางเข้าไปปล้นธนาคารดังย่าน… ได้เงินสดไปร่วมล้านบาท ก่อนจะหลบหนีไปทาง…” เสียงจากวิทยุทำเอาคนขับแท็กซี่ที่ฟังอยู่ถึงกับหันไปมองกระจกรถ สองสายตาของคนสองคนประสานกัน ชายร่างสูงคิดอะไรบางอย่างในใจที่ยากจะคาดเดา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 

ชายหนุ่มที่นุ่งแต่เพียงผ้าขนหนู วิ่งออกมาพร้อมกระเป๋าที่ฉกฉวยออกมาได้ กระโดดขึ้นรถที่จอดเอาไว้ รินวิ่งตามออกมาและเข้าไปนั่งอีกฝั่ง พร้อมกับรถทะยานออกไป เสียงเอะอะตะโกนไล่หลังดังขึ้น ปรากฏร่างของเชิดวิ่งออกมาตะโกนด่าไล่หลังรถที่วิ่งออกไป ชายหญิงในรถพ่นลมอย่างโล่งใจที่หนีออกมาได้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

การจราจรในเย็นวันศุกร์ติดขัดเหมือนปกติ ยิ่งสิ้นเดือนเช่นนี้ เสียงฟ้าครึ้มฝนกำลังตั้งเค้า ชายร่างสูงที่บัดนี้เปลี่ยนจากผู้โดยสารมานั่งเป็นคนขับแทน เขานึกภาพย้อนกลับไปเมื่อครู่ที่ชายคนขับท่าทางจะจับพิรุธเขาได้ ด้วยรูปพรรณสันฐาน เขาจึงไม่เก็บชายคนนั้นเอาไว้ให้เป็นหนามยอกอก เมื่อสบโอกาส ร่างของชายคนขับก็หมดลมหายใจและถูกทิ้งเอาไว้ข้างกองขยะ

ชายร่างสูงพยายามใจเย็นกับบรรยากาศรถติดเช่นนี้ เสียงไซเรนของรถตำรวจดังอยู่ สงสัยกำลังตามล่าหาตัวเขาอยู่ เขายิ้มกระหยิ่มภายในใจ จ้างให้ก็หาไม่เจอ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

รถของเขาทะยานออกมาอย่างไว รินที่นั่งอยู่ด้วยมองหันไปด้านหลัง เมื่อลางสังหรณ์บอกว่ามีใครตามมา ไม่ต่างอะไรกับชายหนุ่มที่รีบขับรถยนต์ด้วยความเร็วเท่าที่ถนนในเวลานี้จะเอื้ออำนวย การติดตามไล่ล่าเกิดขึ้น เมื่อเขาเห็นว่ามีรถอีกคันตามหลังเขามากระชั้นชิด รินจำได้ว่าเป็นรถของเชิด ทั้งสองกระวีกระวาด พยายามขับหนีให้ไว้ที่สุด

รถของเชิดขับตามมาติดๆ ข้างกายมีปืนจุดสามแปดกระบอกหนึ่งวางอยู่ หากขับไปใกล้ได้เท่าไหร่ยิ่งดี เขาจะปลิดชีพอีผู้หญิงร่านกับชายชั่วสองคนนี้ให้สมองกระจุย

รินร้อนรน ไม่ต่างกับเขาที่ตามองถนนพร้อมๆ กับกระจกหลัง ที่เห็นรถของเชิดไล่ตามมาติดๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

ไซเรนตำรวจดังอยู่ไม่ไกล รถแท็กซี่เป้าหมายกำลังขับอยู่ ตำรวจเร่งตามล่าโดยที่คนขับร่างสูงไม่ได้เอะใจเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังโดนจับ

“รถเป้าหมายเป็นแท็กซี่เขียวเหลือง ขับอยู่เลนซ้ายมุ่งหน้าไปทางสะพาน… ประสานงานตำรวจสกัดจับให้ได้”

รถของชายหนุ่มหน้าบากร่างสูง ขับไปบนท้องถนนอย่างไม่เร่งเท่าใด ด้านซ้ายมีรถของตำรวจนอกราชการประกบตามมาติดๆ ก่อนที่จะขับไปขวางเอาไว้ ทำให้รถของเขาเบรกดังเอี๊ยด ครูดถนนไปเป็นเมตร ก่อนที่ไซเรนจะดังขึ้นอีกครั้ง และเป็นครั้งที่ดังสนั่นเมือง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

“รถพี่เชิดขับมาใกล้แล้ว  รีบๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็โดนยิงไส้แตกพอดี” หญิงสาวร้อนรนอย่างบอกไม่ถูกกับการโดนตามล่า

“รู้แล้วน่า มาขับเองเลยมั้ย คนรีบๆ อยู่”  เขาบอกอย่างหัวเสีย

“ขับเป็นก็ขับไปนานแล้ว”

“ยังมีหน้ามาเถียงอีก”

“จะมาตะคอกทำไมเล่า รีบๆ ขับเข้า เดี๋ยวก็โดนยิงไส้แตกหรอก” หญิงสาวบ่นเปาะแปะก่อนจะเงียบเสียงลงไป พร้อมมองดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 

“ลงมาเดี๋ยวนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมจับไว้ทุกด้านแล้ว” เสียงนายตำรวจนายหนึ่งเปล่งเสียงดัง พร้อมกับความแตกตื่นวุ่นวาย แต่เจ้าของรถแท็กซี่ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำข่มขู่ มันเหยียบคันเร่งอย่างแรง ก่อนที่รถจะพุ่งชนรถอีกครั้งด้านหน้าและขับออกไปอย่างไว โชคดีที่ตำรวจนายนั้นหลบทัน ไม่อย่างนั้นอาจมีคนตาย

“เสียงอะไรหรือคะ” หญิงสาวหันไปเมื่อได้ยินเสียงไซเรนพร้อมความวุ่นวาย หญิงชราพลางมองตาม

“เกิดเหตุไม่ดีแน่ๆ”

“รถตำรวจดังไปทั่ว” เธอไม่ละสายตาจากมุมตรงนั้นไปยังด้านล่างสะพานที่เป็นถนน ตอนนี้ความวุ่นวายบนท้องถนนทำให้การจราจรติดขัด เห็นเหมือนรถชนกันด้านล่าง

อีกมุมหนึ่งรถของชายหญิงที่ขับหลบหนีการตามล่าของเชิดขับมุ่งตรงขึ้นมาบนสะพาน ประจวบเหมาะที่รถแท็กซี่ที่ขับหนีตำรวจวิ่งสวนเลนด้านขวามือมา ทำให้รถของชายหญิงที่หนีการตามล่าหักหลบ

หญิงสาวที่ยืนอยู่ขอบสะพานต้องตกตะลึงเมื่อรถคันนั้นวิ่งตรงเข้ามาก่อนจะกระเด็นชนขอบสะพานและตกลงไปต่อหน้าต่อตา เฉียดร่างของเธอไปเส้นยาแดงผ่าแปด รถแท็กซี่หักหลบชนขอบราวสะพานอัดก๊อบปี้เข้าไปที่สะพานข้างหน้าเละแทะจนน่าสยดสยอง ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากซากรถที่ไม่เหลือเค้าโครงใดๆ

เสียงกรี๊ดของหญิงสาวที่มองเห็นเหตุการณ์ยังคงตกตะลึงอยู่ รถบนสะพานต่างติดขัด เสียงไซเรนตำรวจดังขึ้นก่อนที่จะเบียดเข้ามาจอด ซากรถที่จอดสนิทแน่นิ่ง ยังไม่รู้ชะตากรรมคนขับแท็กซี่ เศษซากรถยนต์ที่กระจัดกระจายเกลื่อนท้องถนน ราวสะพานมีรอยร้าวจากแรงกระแทกของรถที่ตกลงไป

ได้ยินเสียงหน่วยกู้ภัยด้านล่างขับมาจอดอย่างทันท่วงที่ หญิงสาวมองเหตุการณ์ด้านล่างด้วยความระทึก ก่อนที่จะมีกู้ภัยรีบลงไปช่วยเหลือ

ไม่นานก็งมร่างของหญิงชายคู่หนึ่งสภาพเปลือยเปล่าขึ้นมาจากซากรถยนต์ที่ดิ่งจมลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา หญิงสาวยืนมองดูสภาพศพที่นอนหมดลมหายใจของคนทั้งสองแล้วต้องปิดปาก เพราะนั่นมันสามีของเธอนั่นเอง หญิงชราเข้ามาประคองร่างของเธอเอาไว้ พลางบอก

“ใจเย็นๆ ตั้งสติให้มั่นแม่หนู”

“โอ้ พระเจ้า ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้” มือไม้ของเธอสั่นระรัว ได้ยินเสียงสนทนาของตำรวจและหน่วยกู้ภัย

“คนขายของเขาบอกว่าเห็นเหมือนรถคันนี้ขับหนีอะไรมา เพราะขึ้นไปบนสะพาน รถแท็กซี่คันที่ไปปล้นธนาคารเกิดวิ่งสวนเลนทำให้หักหลบก่อนที่จะชนราวสะพานและตกลงไป ส่วนรถแท็กซี่อัดก๊อบปี้กับกำแพงตายทั้งสองคัน”

“เวรกรรมแท้ๆ คันหนึ่งก็ขับหนีผัวของผู้หญิงที่ตามล่า อีกคันก็ขับหนีตำรวจ” นายตำรวจส่ายหน้าด้วยความเวทนา

“ไม่อยากเชื่อเลยนะคะยาย” เธอหันไปทางหญิงชรา

“ยังมีอะไรให้เหลื่อเชื่ออีกเยอะแม่หนู คนเราต้องมีสติเข้าไว้เพื่อรับกับสถานการณ์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิด”

ไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ เสียงตะโกนของหน่วยกู้ภัยก็ดังขึ้น

“เจอแล้วครับ เจอแล้ว” หญิงสาวชะโงกหน้าไปมองดู เห็นเขาหามศพของใครคนหนึ่งขึ้นมาวางเรียง

ร่างของหญิงสาวสั่นระรัว ขาแข้งแทบทรุดลง เมื่อเห็นว่าร่างนั้นคือเธอที่นอนแน่นิ่งหมดสติ ภาพทุกภาพย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว เธอกระโดดลงไปในน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย

เสียงหญิงชราเอ่ยเบาๆข้างหูของเธอ

“โอกาสที่คนเราจะเกิดมามันไม่ได้ง่ายๆ นะจ๊ะหนู บางครั้ง อาจจะไม่มีโอกาสสำหรับวันพรุ่งนี้ก็ได้นะ ในเมื่อเราเลือกที่จะทำแล้ว เราก็ต้องยอมรับกับผลที่ตามมา”

เธอเข้าใจแล้ว  เข้าใจอย่างถ่องแท้ เมื่ออยากจะกลับไปแก้ไขเหตุการณ์มันก็สายเสียแล้ว

 

– นัฐพันธ์ –

Don`t copy text!