เราจะเจอกันอีกครั้ง

เราจะเจอกันอีกครั้ง

โดย :

นอกเหนือจากนวนิยายและบทความที่ผ่านการเลือกสรรและผ่านกระบวนการบรรณาธิการพิจารณาเป็นอย่างดี ทีมงานอ่านเอายังริเริ่มโปรเจ็กต์ “Anowl Showcase” พื้นที่ใหม่สำหรับคนชอบเขียนขึ้น เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะให้เว็บ www.anowl.co ของพวกเราเป็นชุมชนสำหรับคนรักการอ่านและการเขียนทุกคน

*************************

 

เธอจากฉันไปนานแค่ไหนแล้วนะ?

ฉันเคยจดบันทึกถึงเธอในทุกๆ ครั้งที่เราเจอกัน และวันนี้ก็เช่นกัน ที่ฉันต้องหยิบปากกาแท่งเดิมแล้วจรดน้ำหมึกลงบนสมุดบันทึกอีกครั้ง

เธอกำลังหยิบหนังสือเรื่องรักเล่มหนึ่งออกมาจากชั้น แล้วส่งให้ผู้หญิงคนหนึ่งด้วยแววตาของความห่วงใย — ฉันซ่อนตัวอยู่ในซอกมุมหนึ่งของร้านหนังสือร้านโปรดของเรา และแอบมองเขาด้วยหัวใจสั่นไหว

ฉันดีใจด้วย ในที่สุดเขาก็เจอคนคนนั้น

—-

 

แป้งเคยบอกฉันว่า ฉันเป็นผู้หญิงเพ้อเจ้อที่สุดในโลก เริ่มตั้งแต่เรื่องที่ฉันคิดเอาเองว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงพลัดถิ่นของสักประเทศหนึ่งในโลก

ส่วนอีกเรื่องสุดท้าย แป้งว่าฉันเพ้อเจ้อหนักที่คิดว่านายตัวโตจะชอบฉันเพียงเพราะว่าเราสองคนเรียนกีตาร์ในคลาสเดียวกัน

“ฉันว่าเธอเลิกคิดได้เลยนะ เขาไม่มีทางชอบเธอ เขามีผู้หญิงน่ารักๆ มาชอบตั้งเยอะแยะ”

”มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีผู้หญิงมากมายชอบเขาเสียหน่อย แต่มันอยู่ที่ว่าเขาชอบใครต่างหาก” ฉันบอกกลับ

 

กีตาร์ไม้มันวาวตัวเดิมวางพิงอยู่บนผนังสีขาวหม่นๆ ถัดขึ้นไปข้างบนมีภาพวาดของชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งนั่งอยู่ริมชายหาด สายตาของคนทั้งคู่บอกถึงความสุข — แขวนเอาไว้

ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นวานิลลาจากเทียนหอมที่เพิ่งดับไปเมื่อสักครู่ เสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย — เขาดูเหงามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงและรวบผมที่ยาวประบ่าให้เรียบตึง จากนั้นใช้หนังยางมัดจุกเอาไว้ที่เหนือหัว เขาโน้มตัวจูบหญิงสาวที่นอนขดกายอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างมีความหมาย และส่งสายตาชื่นชมให้กับภาพหลับใหลของเธอ ก่อนจะหยิบกีตาร์สีมันวาวแล้วเดินจากไปที่ระเบียง ไม่มีเสียงอื่นใด นอกจากเสียงฝีเท้าของเขาที่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจของเรื่องราวบางอย่าง

ถ้ามีใครเปรียบดวงดาวเป็นกลุ่มของความรัก ใครคนนั้นคงมีความรักเป็นร้อยเป็นพัน และคงรู้จักความรักทุกรูปแบบมาเป็นอย่างดี ดวงดาวเหมือนกันก็จริงแต่ไม่มีสักดวงหรอกที่มีพื้นผิวที่เหมือนกัน ชายหนุ่มมองฟ้าและถอนหายใจ ความรักของเขาช่างเหมือนกับพื้นผิวของดวงดาวเสียเหลือเกิน

เขาเริ่มดีดกีตาร์ตัวเก่าที่มีเสียงเพราะจับใจ ท่วงทำนองดนตรีคุ้นหูดังขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ — เพลงที่ทำให้เขาได้พบกับคนที่รักเขาที่สุด

“คุณมีอะไรจะบอกฉันไหม นายตัวโต” หญิงสาวคนเดิมปรากฏกายอยู่ด้านหลัง เธอใช้นิ้วเรียวยาวของเธอลูบแผ่นหลังของเขาอย่างอ่อนโยน

“ผมคิดถึงเพลงนี้”

ทำนองเพลงนั้นบ่งบอกถึงความสุข กีตาร์โปร่งสามารถสร้างจังหวะที่สุขสบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ หญิงสาวใช้มือข้างหนึ่งปัดเส้นผมสีน้ำตาลของเขาให้เข้าทรง เธอแวะสัมผัสที่เนื้อแก้มของเขาและลูบไปมา

“ฉันก็คิดถึงเพลงนี้ แต่ครั้งนี้ฟังดูเศร้าจัง”

“เพลงนี้ทำให้คุณมาอยู่ในชีวิตของผม และผมได้เรียนรู้ว่าโลกนี้ช่างสวยงามแค่ไหน”

“คุณมีอะไรจะพูดกับฉันไหมคะ ฉันอยู่นี่ โลกที่สวยงามของคุณ ฉันแค่อยากรู้ว่าคุณเป็นอะไรไหม”

ชายหนุ่มไม่พูดอะไร ปล่อยให้เส้นเสียงของกีตาร์คู่ใจบ่งบอกความรู้สึก…

 

บางครั้งความชอบก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นความรักได้ ไม่เลยสักครั้ง แม้จะพยายามสักเท่าไหร่ ฉันก็ยังคงอ้ำอึ้งอยู่ในโลกของความพยายามให้ถูกรักจนร่างกายแทบฉีกขาดเพราะความเจ็บปวด สถานะยังคงอยู่กับคำว่า ‘ชอบ’ อย่างไม่เปลี่ยนแปลง มันคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ฉันถือว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันก้าวเดินไปข้างหน้า ฉันต้องยอมรับและทำความเข้าใจกับเรื่องราวเหล่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึง — บทเพลงหนึ่งที่ฉันเคยหลงใหลที่มันกลับมาสร้างความปวดร้าวได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“นายตัวโต เพลงที่นายเล่นอยู่ ชื่อว่าอะไรเหรอ” ฉันเอ่ยถามเขาในวันหนึ่งที่เราเพิ่งจะคุ้นหน้ากัน

“ชื่อเพลงว่า ‘สายลม’ ผมแต่งเอง แต่ว่าผมไม่ได้ชื่อนายตัวโตนะ”

ไม่มีแม้แต่ถ้อยคำถามว่าฉันชื่ออะไร หรือแนะนำว่าตัวเองเป็นใคร — ไม่มีอะไรมากไปกว่าร่างกายตัวโตของเขา ที่จะทำให้ฉันรู้จักเขามากขึ้นกว่าเดิม

ฉันกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกมนตร์ของห้วงรักเล่นงาน มืดบอดจนมองข้ามเรื่องชื่อเสียงเรียงนามของตัวเอง ฉันเป็นนางสาวไม่มีชื่อที่หลงรักนายตัวโตที่ไหนก็ไม่รู้ไปแล้ว

ทุกครั้งในคลาสเรียนกีตาร์ฉันได้แต่แอบมองเขา มองทุกตัวโน๊ตที่เขาปรับสายกีตาร์ให้เข้าที่ มองทุกรอยยิ้มจนบางครั้งฉันก็คิดว่าตัวเองใกล้เป็นบ้า และมีสิทธิเป็นโรคจิตขั้นรักษาไม่หาย — หรือเพียงเพราะว่าฉันอยากให้เขาเห็นฉันอยู่ในสายตาเพียงสักครั้ง… สักวินาทีเดียวฉันก็ยอม

ช่วงเวลาหนึ่งฉันอยากมีคาถาหรือเครื่องมือที่ทำให้คนที่ตัวเองหลงรักมายืนบอกรักอยู่ตรงหน้า ฉันถนัดอยู่แล้วในเรื่องความเพ้อเจ้อ ฉันเชื่อมั่นเหลือเกินว่าถ้ามีความพิเศษพวกนั้นเกิดขึ้น ฉันจะใช้มันเป็นคนแรก แต่ถ้าช่วงเวลานั้นยังมาไม่ถึง ฉันก็ได้แต่เฝ้าอธิษฐานขอแค่ให้เขาชอบฉัน หรือเพียงแค่รู้ว่ามีฉันนั่งอยู่ข้างๆ และกำลังนั่งมองเขาดีดกีตาร์ด้วยสายตาที่ชื่นชม

“คุณชอบผมใช่ไหม” วันหนึ่งนายตัวโตถามฉัน

“ใช่” ฉันตอบกลับด้วยเสียงมุ่งมั่น

“ผมก็ชอบคุณ งั้นเราลองคบกันไหม คุณชื่ออะไรนะ”

สุดท้ายคำอธิฐานของฉันก็เป็นจริง เขาชอบฉัน และนั่นคือจุดเริ่มต้น

ระเบียงห้องไม่ได้กว้างจนดูเหมือนสนามฟุตบอล แต่มันก็มีเนื้อที่พอที่จะทำให้คนสองคนอยากวิ่งไปโดยรอบ วิ่งไปเพื่อปลดปล่อยถึงความอึดอัด ชายหนุ่มวางกีตาร์ลง แล้วจับมือหญิงสาวอย่างนุ่มนวล เขาบรรจงจูบนิ้วเรียวยาวของเธอทุกนิ้วเหมือนการสั่งลา เธอเอียงคอเป็นคำถามแต่เอ่อล้นด้วยความเข้าใจ — น้ำตาของชายหนุ่มเริ่มไหลออกมาอย่างช้าๆ

“เราเลิกกันเถอะ” หญิงสาวฝืนเอ่ยขึ้น “คุณไม่ได้รักฉัน”

“ผมขอโทษ”

“ไม่เป็นไร แค่คุณชอบฉัน ฉันก็ดีใจแล้ว” เธอกล้ำกลืนเหลือเกิน

“ผมจะรักคุณในสักวัน”

หญิงสาวกะพริบตาเพื่อไล่หยดน้ำน้อยๆ ให้ออกไป “สัญญากับฉันได้ไหม ว่าเราจะกลับมาเจอกันอีกครั้งในอีกห้าปีข้างหน้า ไม่ว่าคุณจะมีใครหรือไม่ก็ตาม แค่กลับมาถามถึงทุกข์สุขของซึ่งกันและกัน ได้ไหมคะ”

“ผมให้สัญญา” เขาว่า “คุณจะเป็นคนที่พิเศษสุดสำหรับผมตลอดไป”

เราจะสามารถดีดกีตาร์ให้จบเพลงได้อย่างไรถ้าขาดสายกีตาร์เพียงสักเส้น บทเพลงนั้นจะเพี้ยนไปหรืออาจไม่ใช่บทเพลงที่คุ้นเคย ท่วงทำนองที่สานความสัมพันธ์ให้คนทั้งคู่อยู่ร่วมกันช่างคล้ายกับสายกีตาร์ทั้งห้าเส้น ขาดเส้นใดเส้นหนึ่งไป ความสัมพันธ์นั้นจะต้องยุติ — ชายหนุ่มจากไปพร้อมกับทิ้งกีตาร์สีไม้มันวาวตัวนั้นไว้ให้เธอ เขาสัญญากับเธอ ว่าจะกลับมาเล่นบทเพลง ‘ของเรา’ ร่วมกันอีกครั้ง

‘ถ้าคุณคิดถึงผม ใช้มันเล่นเพลงของเรานะ’ เขาทิ้งข้อความสีดำเอาไว้บนกีตาร์

 

การที่เราผ่านเรื่องราวมากมายในชีวิตมันสามารถทำให้ขาทั้งสองข้างของเราแข็งและแกร่งขึ้น เรียนรู้ที่จะล้มและค้นหาวิธีเพื่อจะยืนอย่างมั่นคงต่อไป ฉันเป็นคนหนึ่งที่เก็บเกี่ยวบทเรียนเหล่านั้นมาใช้ ฉันปฏิเสธความเจ็บปวดด้วยการไม่ขอพบหน้านายตัวโตตลอดระยะเวลาห้าปี จนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่เราให้คำมั่นสัญญาต่อกัน ฉันอ่อนแอเกินกว่าที่จะรับรู้ว่าเราเป็นได้แค่เพียงคนรู้จัก หลังจากที่ผูกพันกันมาถึงสี่ปี ถึงแม้ว่าฉันจะยังเป็นคนพิเศษสำหรับเขา แต่ถึงอย่างไรฉันก็ไม่ใช่คนที่เขารัก

ฉันทำให้โลกของเขาสวยงาม แต่ก็ไม่ใช่โลกที่เขาต้องการ

ทุกๆ วันของฉันผ่านพ้นไปกับการอ่านหนังสือ คุยจ้ออยู่กับเพื่อนแสนดีอย่างแป้ง เธอมีความเห็นในทุกๆ เรื่อง ที่สำคัญเธอเริ่มคล้อยตามในเรื่องที่เธอว่าฉันเพ้อเจ้อแล้ว

“ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นเจ้าหญิงผลัดถิ่นมาจากไหน”

“เธอเชื่อฉันแล้วใช่ไหม ฉันก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่นะ”

“เธอเป็นเจ้าหญิงของตัวโตนะ แล้วเขาจะเป็นเจ้าชายของเธอ ฉันเชื่ออย่างนั้น”

ไม่มีใครตอบได้ว่าฉันจะได้เป็นเจ้าหญิงของนายตัวโตได้หรือไม่ เพราะบางสิ่งที่เชื่อมเราให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับใครสักคนไม่ใช่เพียงเพราะแค่ตัวเราเท่านั้น มันมีองค์ประกอบสำคัญอย่างคำว่า ‘ใจ’ เป็นตัวดำเนินเรื่อง ความรัก จะแยกตัวออกห่างจากคำว่า ‘ชอบ’ เมื่อเราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น แต่สำหรับเขากับฉันการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน — สถานะของเรายังคงเหมือนเดิม

“เธอจะรอเขาไหม” แป้งถาม

“ถ้าเขารักฉันนะ” ฉันตอบอย่างแผ่วเบา

ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่ เทคโนโลยีจะล้ำหน้าถึงขั้นไหน แต่ในทุกๆ วินาทีที่เปลี่ยนไป ฉันจะยังคงระลึกไว้เสมอว่า ‘ใจ’ ของคนนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าหิน ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะวงล้อของเวลา ถ้าใครสักคนเกิดมาเพื่อเป็นคนรักของเรา เราจะหนีเขาไม่พ้น แต่ถ้าไม่ใช่ เราก็ต้องยอมแลกกับความเจ็บปวด ต่อให้มีสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าที่ทำให้เกิดความรักได้ ฉันก็คงขอยอมแพ้ อ่อนใจเกินกว่าจะตีราคาความรักเป็นเรื่องที่ได้มาอย่างง่ายดาย ความรักจะไร้ค่าปานใด ถ้าการมองตาเป็นสิ่งที่ไม่ได้ออกมาจากข้างใน

ยอมผิดหวังเสียดีกว่า เพราะอย่างนั้นแล้วอะไรล่ะที่เรียกว่าความรักที่แท้จริง

 

หญิงสาวกอดกีตาร์ตัวนั้นไว้แนบอก เธอถอนหายใจและหลับตาพลางจับตัวโน๊ตในแต่ละคอร์ด นิ้วเรียวยาวของเธอพลิ้วไหวไปพร้อมกับทุกความทรงจำที่เริ่มเอ่อล้น ทำนองเพลงเดิมดังขึ้นอย่างตั้งใจ เขาบอกไว้ถ้าคิดถึงเขาให้เล่นเพลงของเรา เธอกำลังเล่นมัน แต่เธอไม่เคยหยุดคิดถึงเขาได้เลยสักวินาที

 

“ฉันชื่อเมย์ แล้วคุณชื่ออะไรล่ะ?”

“ผมจูน ตอนนี้ผมเป็นนายตัวโตของคุณแล้ว”

 

ฉันไม่เฝ้าอธิฐานอีกต่อไปแล้ว — มันจะสำคัญอะไรถ้าคำว่า “ผมจะรักคุณในสักวัน” เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฉันยึดเหนี่ยวทั้งๆ ที่ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ตอนนี้ฉันได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไป เป็นอย่างที่มันควรเป็น

และรอให้วันที่เราสองคนเจอกัน… มาถึงอีกครั้ง

 

– ฤดูหนาว –

Don`t copy text!