ก่อนฟ้าสาง บทที่ 12 : เมืองเถื่อน

ก่อนฟ้าสาง บทที่ 12 : เมืองเถื่อน

โดย : ม.มธุการี

ก่อนฟ้าสาง นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เรื่องราวโดย ม.มธุการี เมื่อ ‘เจียง’ เลือกพาครอบครัวหนีความเดือดร้อนมาพักพิงยังแผ่นดินไทย แต่แผ่นดินแห่งนี้จะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยให้กับเขาได้จริงๆ หรือ เจียงยังจะต้องฝ่าฟันอะไรอีกมากมาย อาจจะมีเพียง ‘ใกล้รุ่ง’ หญิงสาวผู้อ่อนโยนคนนั้นที่เป็นความหวังของเขา

เจียงขนของย้ายไปอยู่บ้านใหม่อาทิตย์นั้น ไม่มีสมบัติพัสถานอะไรมากมายนักและ

เสี่ยก็ให้รถกระบะเก่าๆ คันหนึ่งมาไว้ใช้งาน

“จะได้ไม่ต้องเดินมาทำงาน อยากได้เฟอร์นิเจอร์อะไรก็มาขนเอาไป ที่นอนหมอนมุ้ง”

ความเมตตาของเสี่ยที่มีต่อครอบครัวของเขามันมากล้นจนเจียงตื้นตันในอก บ้านไม่เคยมีใครมีที่นอนมานานวัน ถึงเขาจะชินกับความยากลำบากมาตั้งแต่ไปฝึกที่สำนักเส้าหลิน แต่แม่กับลินเคยมีชีวิตที่สุขสบายตอนอยู่กับพ่อ ตราบจนกระทั่งต้องร่อนเร่ หนีแผ่นดินใหญ่มากับเขา…

เอารถไปขนที่นอนจากร้านกับของใช้บางอย่างที่จำเป็น เขามีบัญชีส่วนตัวที่เสี่ย

เปิดให้ที่ร้าน จดครบทุกบาททุกสตางค์เพื่อชดใช้จากเงินเดือน

เขาเริ่มมีเงินเก็บและฝากแม่สำหรับการจับจ่ายใช้สอยในครอบครัว อีกไม่นานก็คงจะมีเงินเข้าจากผักผลไม้ที่แม่กับลินกะจะเอาไปวางขายในตลาด เดิมมันเป็นไร่ที่ปลูกพืช ผักผสมผสานชนิดที่เขาไม่ต้องทำอะไรกับมันเลย ครูประชาเจ้าของเก่าคงไม่คิดที่จะขายถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ท่าทางแกเป็นคนดีมีน้ำใจ ขนาดขับรถไปส่งเขาที่บ้านวันมีเรื่องกับโจ๋ เจ้าที่…

แวะร้านขายยาก่อนกลับ ขนเจ้าขี้เรื้อนไปบ้านใหม่ด้วยและเขาก็อยากซื้อยาไปรัก

ษามัน

“ถ้าหมาแมวขี้เรื้อนต้องยาไอ้นี่ ได้ผลชะงัดนัก” เจ้าของร้านหยิบยาส่งให้เขาดู “ว่า

แต่มันเป็นมานานรึยัง ถ้าฝังเนื้อละก้อหายยากอยู่นะ”

“น่าจะนาน เพราะเพิ่งเก็บมาเลี้ยง” เจียงว่า

“คือเป็นหมาจรจัดว่างั้นเหอะ ต้องระวังหน่อยนะเพราะเชื้อบ้าตอนนี้มันกำลังระบาด เจ้าหน้าที่เขากำลังตามกวาดล้างฆ่าตายกันทั้งหมู่บ้านแล้ว”

ใกล้รุ่งยืนฟังการสนทนาเหล่านั้นอยู่มุมหนึ่งของร้าน แวะมาซื้อยาให้แม่และเจอ

บุรุษนั้นเข้าพอดี ใจบุญสุนทานถึงขนาดเก็บหมาขี้เรื้อนไปเลี้ยง ชะเง้อมองผ่านชั้นวางของและเห็นแค่แผ่นหลังกว้างที่ลับประตูทางออกไปพอดี…

พิศยังขายขนมที่แผงเมื่อใกล้รุ่งแวะไปหา

“ไหนว่าจะเอาขนมที่ทำมาขายไง รึว่าเปลี่ยนใจแล้ว” เพื่อนทวงถามในทันทีที่พบหน้า

“พรุ่งนี้มา ตัดใบตองเอาไว้ว่าจะทำขนมกล้วยกับขนมใส่ไส้” ทรุดตัวลงนั่งคุยกับเพื่อน มองขนมหลายอย่างในถาดที่พร่องไปจวนหมดแล้ว

“ขายดีนี่วันนี้”

“เสี่ยกิจมาเหมาไปหลายถาด แกเอาไปทำบุญที่วัด”

“เจอแต่คนใจบุญ” ใกล้รุ่งหลุดปาก “ว่าแต่ตลาดทำไมไม่ค่อยมีใครมาขาย คนเดิน

ก็ไม่ค่อยมี”

“คนขายหนีหมดแล้ว เพราะโดนแก๊งพวกนั้นมันรีดไถ คนซื้อไม่ค่อยมีเพราะชาวบ้านพากันย้ายหนีไปอยู่เมืองอื่น อีกหน่อยคงตายแห้งแน่ที่นี่”

สบตานิ่งกับเพื่อน เพราะต่างคนต่างก็เกิดและโตที่นี่ ความผูกพันกับถิ่นที่เกิดจึงมี

มากมายเสียนักหนา ช่างไม่มีอะไรที่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว…

ร่างสูงผอมของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินมาข้างร้าน จำได้ว่าเป็นน้องชายของพิศนั่นเอง แดนเรียนมารุ่นเดียวกับน้องชายแต่เรียนไม่จบเพราะความเกกมะเหรกเกเร ตามแขนขาสักเอาไว้จนเขียวปี๋ไปทั้งเนื้อตั้งตัว

“ขายได้มั่งรึเปล่า เอาตังค์มามั่งซิ” แบมือขอเงินพี่สาวหน้าตาเฉย

“ไม่มี ขายไม่ได้” พิศหน้าบูด

“เห็นเสี่ยมาเหมาไปตะเช้า อะไรไม่มี อย่ายิวหน่อยเลยว้า” เริ่มขึ้นเสียงใส่

“ไอ้แดน”

เสียงหนึ่งกราดเกรี้ยวมาจากแผงห่างไกล

“ไม่ทำมาหาแดกนะมึง รีดไถพี่กินทุกวัน”

“แม่ก็เงียบเหอะน่า ไม่ได้ขอแม่แดกมานานแล้วนะ” แดนหันไปเกรี้ยวกราดใส่มารดา “ดีตะบ่น บ่นจนผัวกี่คนๆ หนีหมด”

“ไอ้แดน ไอ้สารเลว” พิศด่าน้องชาย

“นี่ก็ผัวหนีอีกคน กรูไปดีกว่า เจอแต่คนผัวหนี แค่จะขอเงินแดกเหล้า”

ไปแล้ว เดินตัวเอียงไปสมทบกับเพื่อนฝูงที่ร้านเหล้าหน้าตลาด ใกล้รุ่งมองตาม

อย่างไม่คาดฝัน รู้ว่าเด็กคนนี้มันเกเร แต่เรื่องจะด่าแม่กลางตลาด…

“รุ่งเห็นฤทธิ์มันรึยังล่ะ นี่ขนาดจะไล่ออกจากบ้านแล้วนะ” เพื่อนกระซิบได้ยินกันสองคน “แม่ก็ทนให้มันด่าเช้าเย็น มีลูกที่ไหนเป็นอย่างมันมั่ง”

มีเสียงเฮๆ ดังมาจากร้านเหล้า แดดจัดจ้าไหวระริกตามพื้นซีเมนต์ ความร้อนกระจายตัวอยู่ทั่วไปจนใกล้รุ่งอยากรีบกลับ พอดีน้าแววแม่ของพิศเดินมาหา เท้าสะเอวบ่น และมองไปทางลูกชายที่เพิ่งเดินจากไป

“เมื่อไหร่มันจะทำมาหากินเป็น ไถพี่ไถแม่กินเช้าเย็น เอาเงินไปกินเหล้ากินยา ทำตัวเหลวไหลเละเทะ ด่ามันก็ไม่ฟังอีก”

“วัยรุ่นค่ะน้า น้องรุ่งก็เป็น จนพ่อต้องห้ามออกจากบ้านเพราะกลัวไปมีเรื่อง” ใกล้รุ่งพยายามปลอบใจผู้สูงวัยกว่า

“น้องหนูมันยังรักดีนะ เรียนจนจบ เปิดอู่ซ่อมรถซ่อมราหาเงินช่วยพ่อแม่ ไอ้แดนมันเอาอะไรกับใครบ้าง” น้าแววบ่นต่อ หน้านิ่วคิ้วขมวดบอกความกังวล

น้าดูกร้านเกรียมแม้จะยังมีแววสวยเหมือนพิศในครั้งหนึ่ง มีลูกแค่สองคนกับสามี คนแรกและคนที่สอง เลิกรากันไปทุกคนและน้าก็ยอมอยู่เป็นโสด มีสวนของตัวเองและเก็บผักมาขายในตลาด ไม่เจอกันหลายเดือนตอนเพื่อนย้ายเข้ากรุงเทพฯ เจอกันอีกครั้งหล่อนก็แทบจะจำน้าไม่ได้…

ผู้สูงวัยกว่าเดินผละจากไปและเพื่อนก็กระซิบ

“แม่กลุ้มเรื่องน้องเราเสียจน…เพราะมันไปเข้าแก๊งลูกผู้การ ถูกสั่งไปฆ่าใครมาบ้างก็ไม่รู้ แม่กลัวว่ามันจะติดตะรางเข้าสักวัน น้องรุ่งยังดี ไปมีเรื่องกับพวกมันน่ะต้องระวังตัว เพราะโจ๋พวกนี้มันชั่วมาก ทำได้สารพัดถ้ามันจะทำ”

พลซ่อมรถอยู่กับเพื่อนเมื่อหล่อนกลับมาถึงบ้าน หน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน ในวัยเดียวกับแดน น้องชายของหล่อนผ่านหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิตมาได้ก็เพราะมีพ่อช่วยนำทาง แดนไม่มีพ่อ เติบโตขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มก๊วนนักเลงรอบด้าน ถึงได้เป็นอย่างนั้น…

แม่ทำขนมอยู่ในครัวตอนหล่อนเอายาไปให้

“ทำไมไปนาน แม่กำลังเป็นห่วง”

“รุ่งแวะคุยกับพิศที่ตลาด บอกพิศว่าพรุ่งนี้จะเอาขนมไปขายด้วย”

“กล้วยสุกเต็มบ้าน ทำขนมกล้วยไปขายก็ดีลูก เห็นตัดใบตองเอาไว้เยอะแยะ แล้วแม่จะช่วยทำ ว่าแต่แม่ไปท้ายไร่มา คนเฝ้าไร่ของเสี่ยเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่นี่ คุ้นหน้าเหมือนจะเป็นคนขับรถ”

“คนเดียวกันแม่”

“ที่ถูกจับแล้วปล่อยตัวนั่นน่ะหรือ”

“นั่นแหละ ยังนึกว่าพ่อบอกแม่แล้ว”

“ไม่ได้เล่ารายละเอียด บอกแต่ว่าคนเฝ้าไร่”

“รุ่งว่าเขาเป็นคนใจดีนะ เมื่อกี้เจอที่ร้านขายยา เห็นว่ามาซื้อยาทาขี้เรื้อนให้หมา

จรจัด ขำจะแย่”

“เอาหมาขี้เรื้อนไปเลี้ยง” แม่ตกใจ “ใครเขาทำกัน”

“รุ่งถึงว่าหมามันโชคดี ไม่งั้นคงถูกวางยาเบื่อแน่ กำลังถูกไล่ล่ากันทั้งเมือง”

“คนใจบุญแบบนี้มันก็มีเหมือนกันนะ คนเลี้ยงหมาขี้เรื้อนจรจัดแม่เห็นมีแต่พระ

ก็ดีลูก ได้คนใจบุญมาอยู่ใกล้ๆ เสี่ยคงแน่ใจแล้วว่าเป็นคนดีถึงได้ให้มาเฝ้าไร่ ปลูกบ้านให้เสร็จ ผู้หญิงแก่ๆ ที่เป็นแม่ก็ท่าทางขยันขันแข็ง ว่างๆ วันไหนแม่อาจจะแวะไปคุยด้วย เหมือนจะไม่ใช่คนไทย อาจจะเป็นพวกชาวเขาลี้ภัยเข้ามา”

หล่อนสังเกตเห็นเช่นกันตอนเจอเขาครั้งแรก สีผิวที่ผิดแผกกับภาษาพูดค่อนข้าง

แปร่ง บ่งบอกว่าเขาต้องมาจากที่อื่นแน่ ถึงได้ถูกเพ่งเล็งจากทางเจ้าหน้าที่เสียนัก ที่หลุดพ้นไปจากผู้ต้องสงสัยก็คงเพราะได้เถ้าแก่ช่วยเอาไว้นั่นเอง…

 

เจียงกลับมาถึงบ้านก็พบว่าแม่กับลินง่วนอยู่กับการเก็บผักในสวน มีผลไม้สุกงอม ในถาดบนแคร่ตั้งแต่น้อยหน่าไปจนถึงมะละกอ มันมากมายเสียจนแทบไม่อยากเชื่อว่าไม่นานมานี้เองบ้านทั้งบ้านแทบไม่มีอะไรจะกินกัน ความพลิกผันของโชคชะตาช่างเป็นสิ่งที่ยากจะเข้าใจ ก็แค่การก้าวเข้ามาของเสี่ยกิจเพียงคนเดียว…

เอาไม้ห่อผ้าแต้มยาทาขี้เรื้อนให้เกลอเก่าทั่วทั้งตัว และมันก็ยินยอมอย่างว่าง่าย อีกไม่นานขนดั้งเดิมของมันคงผุดขึ้นมาแทนที่ อย่างน้อยเขาก็มีโอกาสได้ช่วยเหลือมันจากการไล่ล่าหมาจรจัดของทางเจ้าหน้าที่ อาจจะมีวิบากกรรมร่วมกันมาจากชาติปางก่อนนั่นเอง ช่างไม่ต่างอะไรกับการที่ชีวิตของเขาเข้าไปพัวพันกับเสี่ยกิจและครูประชา วิบากกรรมมันกลายเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในยามนี้…

วันนั้นแม่มาปรึกษาเรื่องที่จะเอาผักไปขายในตลาด

“ผักเหลือกินเยอะแยะ แม่อยากให้เจียงติดต่อเช่าที่เขาในตลาด แม่กับน้องจะได้เอาผักไปขาย มีรายได้เข้ามาจะได้ช่วยกันใช้หนี้เถ้าแก่”

“งั้นเดี๋ยวจะเข้าตลาดไปติดต่อให้แม่ ได้เรื่องยังไงพรุ่งนี้จะได้เอาผักไปขาย เถ้าแก่ให้รถกระบะมาใช้งาน จะได้ช่วยขนผักให้แม่”

เจียงขับรถเข้าตลาดอีกครั้งและแวะไปตลาดสด พอเจ้าของตลาดรู้ว่าเขาเป็นคนขับรถให้เสี่ยกิจก็อารีอารอบพาไปดูแผงว่าง แค่เห็นความว่างเปล่าตามแผงต่างๆ เขาก็รู้สึกใจโหวง มันว่างเสียจนหาคนเดินแทบไม่ได้

“คนย้ายหนีกันหมด บางคนอยู่แค่เดือนเดียวก็เผ่น” ป้าเจ้าของตลาดบ่นอู้ “จะลดราคาให้พิเศษละกัน ถ้าอยู่นานเป็นปีก็จะลดให้อีก กับเถ้าแก่ก็รู้จักกันดี”

เจียงมองไปรอบทิศ มีแม่ค้าลอบมองเขาจากที่ไกลๆ อดไม่ได้ที่จะคิดไปถึงสตรีนั้นที่เปิดแผงขายผักอยู่บ้าน มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้ตลาดแห่งนี้ไร้ทั้งคนซื้อและคนขายถึงขนาดนั้น…

ตกลงวางเงินเช่างวดแรกแค่เดือนเดียวก่อน จนกว่าเขาจะแน่ใจ ขนาดวันนี้เป็นวันหยุดยังหาคนเดินไม่ได้

แวะเข้าไปหาเถ้าแก่ที่ร้าน แกนั่งคิดบัญชีอยู่ตามลำพัง พอรู้เรื่องที่เขาจะเปิดแผงขายผักในตลาดก็ถอนใจยาว

“ที่รู้มานะไม่เห็นจะมีใครอยู่ยืดสักราย ไม่นานก็ย้ายหนีกันหมด จนแทบจะเป็นตลาดร้างอยู่แล้ว”

“ทำไมหรือครับเถ้าแก่”

“ก็ไอ้พวกนักเลงนี่แหละ ตามรีดตามไถร้านค้าไม่ได้หยุด ใครไม่ให้ค่าคุ้มครองก็ตามกลั่นแกล้งจนต้องเปิดหนี เธอเองก็ต้องระวัง พยายามหาทางเลี่ยงพวกมันให้มากที่สุด เกิดเรื่องเกิดราวแล้วมันไม่คุ้ม”

เจียงนั่งก้มหน้า คิดไปถึงเรื่องราวที่เขาก่อขึ้นแล้วก็รู้ว่ามันไม่คุ้มจริงอย่างว่า ถ้าไม่ได้เสี่ยช่วยเอาไว้ป่านนี้เขาคงเข้าไปนอนในตะรางแล้ว

“ว่าแต่บ้านเป็นไง เรียบร้อยดี” เสี่ยเปลี่ยนเรื่องคุย

“ครับ” เจียงตอบสั้น

“ขาดเหลืออยากต่อเติมอะไรก็บอก มันจะเป็นบ้านถาวรของเธอ หมายถึงว่าถ้าไม่คิดจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียก่อน เพราะคนย้ายออกไปเยอะมากแล้ว ไม่อยากให้คนดีๆ  เปิดกันไปเสียหมด เรื่องร้อนๆ มันก็มีอยู่หรอก แต่ถ้าเราเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซะมันก็อยู่กันไปได้”

เจียงนั่งฟังไปเงียบๆ เหมือนเสี่ยจะพยายามเทศนาให้เขาสงบอกสงบใจ…คงอ่านใจเขาออกนั่นเองถึงความเลือดร้อน เขาจะเดือดร้อนก็เพราะความเลือดร้อนตัวเดียวเท่านั้น…

 



Don`t copy text!