ก่อนฟ้าสาง บทที่ 24 : ก่อนพายุจะมา

ก่อนฟ้าสาง บทที่ 24 : ก่อนพายุจะมา

โดย : ม.มธุการี

ก่อนฟ้าสาง นวนิยายออนไลน์ที่อ่านเอาอยากให้คุณได้อ่านออนไลน์ เรื่องราวโดย ม.มธุการี เมื่อ ‘เจียง’ เลือกพาครอบครัวหนีความเดือดร้อนมาพักพิงยังแผ่นดินไทย แต่แผ่นดินแห่งนี้จะเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยให้กับเขาได้จริงๆ หรือ เจียงยังจะต้องฝ่าฟันอะไรอีกมากมาย อาจจะมีเพียง ‘ใกล้รุ่ง’ หญิงสาวผู้อ่อนโยนคนนั้นที่เป็นความหวังของเขา

แม่นอนให้น้ำเกลืออยู่ในห้องเมื่อเจียงเดินเข้าไป

แม่หลับสนิท  ใบหน้าผ่ายผอมเริ่มมีสีสันยิ่งกว่าทุกวัน แม่ของใกล้รุ่งเคยเป็นพยาบาลและดูแลแม่ของเขาเป็นอย่างดี

ให้เหตุผลกับเขาว่าร่างกายของแม่ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ  ชีวิตที่เขาพาแม่กับน้องระเหระหนมันคงเกินกำลังที่แม่จะรับได้อีกต่อไปแล้ว

เขาอยากให้แม่กับน้องมีชีวิตใหม่  การมีเขาในชีวิตไม่มีวันที่จะทำให้ใครมีชีวิตใหม่  เพราะเขาคือคนเดนตายที่อาจจะตายไปแล้วก็ได้…

เลิกม่านหน้าต่างมองออกไปภายนอก  ลินกำลังช่วยใกล้รุ่งเก็บผักไปขาย  น้องดูแจ่มใสเบิกบานในเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ใกล้รุ่งหาให้  รอบตัวดูสุขสงบ  อะไรบางอย่างบอกเขาว่ามันอาจจะเป็นความสงบสุขก่อนพายุร้าย

ที่นี่คือโลกมืดไม่ต่างอะไรจากโลกที่เขาหนีมา วันคืนที่ผู้คนเร่าร้อนระส่ำระสาย  หาความสุขไม่ได้แม้แต่ในครอบครัวของตัวเอง

แม่ลืมตาตื่นมาเห็นเขาเข้าพอดี

“เจียง…”

เจียงทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง  รอยยิ้มของแม่ยังอ่อนระโหย

“น้องไปไหน“

“อยู่ข้างนอก  แม่ดูแข็งแรงขึ้นเยอะ“ เจียงว่า  ลูบไล้มือเหี่ยวเฉาของแม่ไปมา

แม่เงยหน้าขึ้นมองขวดน้ำเกลือ

“แม่ว่าแม่แข็งแรงพอที่จะเดินทางได้แล้ว…เราคงจะไม่อยู่ที่นี่นานนักใช่ไหมลูก เขาคงไม่รู้ว่าเจียงเป็นใคร  เขาดีกับเรามาก  และแม่ก็ไม่อยากให้เขาเดือดร้อน“

เจียงอึ้งไปอึดใจ  เพราะนั่นคือปริศนาในใจของเขาเช่นกัน

ครูประชารู้หรือไม่ เช่นเดียวกับเสี่ยกิจ  ทุกความช่วยเหลือไม่เคยมีคำอธิบาย  ไม่มีแม้กระทั่งคำถาม  จะมีก็แค่คำพูดสั้นๆที่ว่า  เธอจะปลอดภัยที่นี่…

“เรามาคิดกันอีกทีดีกว่า  ตอนนี้แม่ต้องพักผ่อนให้มาก“ เจียงตัดสินใจบอกแม่ไป และแม่ก็พยักหน้ารับก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

ลุกเดินไปหยุดที่เดิมและมองออกไป  ลินกำลังนั่งคุยกับสตรีนั้นอย่างสนิทสนม

แดดจ้าจับดวงหน้าของสตรีนั้นดูสวยงามกระจ่างตา  ครอบครัวนี้อาจจะต้องเดือดร้อนเพราะเขาจริงอย่างที่แม่พูดไว้  ครูประชาคงไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร  ที่ฝ่ายนั้นช่วยเขาเอาไว้ครั้งนี้ก็เพราะเขาเคยช่วยลูกชายเอาไว้ครั้งหนึ่ง  เหตุผลก็ดูจะมีแค่นั้นเอง….

ใกล้รุ่งมองมือไม้บอบบางของลินที่เด็ดผักชำนิชำนาญ  ปากเล็กๆสีชมพูดคุยเรื่อยไป

“พ่อกับแม่ลินเคยมีสวนผัก  เรามีบ้านอยู่เชิงเขาคล้ายๆที่นี่  พอพ่อตายพี่ชายลินก็กลับมาดูแลบ้าน…”

“พี่ชายลินเขาเป็นพระไม่ใช่หรือ…หรือว่าเขาสึกมา“ ใกล้รุ่งถามอย่างแปลกใจ  ไม่ทันเห็นดวงหน้าขาวที่เปลี่ยนสีไป

“ทำไมพี่รุ่งรู้…พี่เจียงไม่ให้บอกใคร…”

“อ้าว  เค้ารู้กันทั้งนั้นแหละ  พ่อบอกเถ้าแก่ก็ยังรู้เลย“

ลินก้มหน้านิ่ง  เม้มริมฝีปากเข้าหากัน

“พี่เจียงเคยเป็นพระวัดเส้าหลินมายี่สิบปี…”

“บวชตั้งแต่เล็กๆเลยเหรอ…”

“เข้าไปบวชในสำนักตั้งแต่เจ็ดขวบ  พ่ออยากให้พี่ไปฝึกในนั้น  พี่สึกมาตอนพ่อตาย  มาเปิดสำนักกังฟูและมีคนเข้ามาเป็นสาวกมากมาย  มากจนถูกสั่งปิดและยัดข้อหาว่า พี่เจียงเป็นกบฎมีโทษประหาร  พี่เจียงก็ต้องพาลินกับแม่หนีตายเรื่อยมา  จนข้ามเขตแดนมาถึงที่นี่…”

เป็นคำบอกเล่าที่ใกล้รุ่งเพิ่งรู้ความจริงทั้งหมด แท้จริงพ่อไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรเลย  บอกแค่ที่ว่าเขาเป็นพระเส้าหลินและกำลังต้องการความช่วยเหลือ

“ลินถึงต้องกร้อนผมหมดหัว“ เด็กสาวยกมือขึ้นลูบผมตัวเองไปมา “พี่บอกว่าเป็นผู้หญิงอยู่ที่ไหนก็ลำบาก  สอนกังฟูให้ช่วยตัวเองระหว่างเดินทางหลบหนี“

“ลินคงไม่ต้องหนีอีกแล้วนะ“

“แต่พี่เจียงไม่ได้บอกว่าจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน  คงจนกว่าแม่ลินจะแข็งแรง“

ใกล้รุ่งเงียบ สบตาโรยแสงที่หวั่นหวาดต่อวันคืนข้างหน้า  เจียงจะพาแม่กับน้องของเขาดั้นด้นไปไหนกัน  โลกกว้างและชวนให้หวั่นกลัว  เขาคงรู้ว่ามีภยันตรายออยู่ที่นี่ไม่ต่างกับที่อื่นๆ

นั่งเด็ดผักเงียบๆและไม่คุยกันอีก  ใกล้รุ่งกำลังคิดว่าพ่อจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง…

ขนาดเสี่ยกิจที่เคยพยายามช่วยเขาก็ยังมีอันตรายมาถึงตัว…

 

เกรียงฟื้นรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็พบตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาล

รอบตัวคือ เครื่องช่วยชีวิตระโยงระยาง  เกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากัน  ยังมืดมนกับความรู้สึกสุดท้ายที่วูบวับคล้ายความฝัน

เขาขับรถจะเข้าตัวเมือง  ระหว่างทางมีรถกระบะคันหนึ่งวิ่งเบียดจนรถตกถนน  ไอ้แก๊งสามตัวที่เขาจำได้ดีว่าเป็นลูกสมุนของผู้การฯกรูกันเข้ามาห้อมล้อมจับตัวเขาและเอาเชือกรัดคอจนหายใจไม่ออก

จิตสำนึกของเขาดับวูบลงจนกระทั่งลืมตาตื่นอีกครั้งในนาทีนี้…

เกิดอะไรขึ้น  พวกมันพาเขาไปไหนและเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร…แน่ใจว่าพวกมันหวังปองร้ายเขาถึงชีวิต  แล้วใครกันช่วยเขารอดมาได้…

วูบนั้นที่เขาคิดไปถึงไอ้ทะนง  ต้องเป็นมันกับพ่อของมันที่กำลังหาทางปิดปากเขา

แท้จริงมันคือไอ้เพื่อนสารเลวที่คอยฉุดรั้งเขาให้เดินเข้าสู่ขุมนรกลึกสุด  ถึงขนาดวางแผนฆ่าเตี่ยที่ให้กำเนิดเขามา  อะไรกันที่ทำให้เขาถลำลึกไปถึงเพียงนั้น  แค่ความโลภที่อยากได้สมบัติของเตี่ยเท่านั้นเองหรือ…

รุ่มร้อนในอกเหมือนตกนรกทั้งเป็น  เตี่ยคงรู้แล้วถึงความสารเลวของเขาชนิดที่อภัยให้ไม่ได้  อะไรก็ยังไม่ร้ายเท่ากับว่าไอ้ทะนงกับพ่อของมันยังจะจ้องเล่นงานเขาอยู่  ไม่มีวันที่มันจะปล่อยให้เขาหลุดรอดเงื้อมมือไปได้เพื่อเอาความจริงไปประกาศให้โลกรับรู้….

 

ผู้การพิสุทรู้ข่าวเรื่องที่เกรียงฟื้นขึ้นมาแล้วจากหมวดวิรัชที่โทรมารายงาน

“ผมลองสอบปากคำแล้วครับ  เกรียงจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น  เหมือนจะสูญความจำไปเลย  ไม่รู้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร“

“จัดคนเฝ้าเอาไว้อย่างนั้น“ เขาออกคำสั่งเครียด อย่างน้อยเรื่องก็ยังมาไม่ถึงตัวบุตรชายอย่างที่เขากังวลเอาไว้  แต่สักวันหนึ่งใครจะรู้  ไหนจะมือปืนสามคนของบุตรชายที่หลบหนีไป ไม่เคยมีมือรับจ้างคนไหน หุบปากเงียบไปได้นาน…

สั่งคนของตนเองตามล่าสามมือปืนอย่างเงียบๆ  ไม่มีวันที่เขาจะไว้ใจบุตรชาย ให้จัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง…

 

ประชารู้ข่าวการฟื้นของเกรียงในเวลาต่อมา

เขาตัดสินใจไปเยี่ยมฝ่ายนั้นที่โรงพยาบาล  เสี่ยกิจอยู่ที่นั่นด้วย  พอเห็นเขาเสี่ยก็พูดน้ำตาคลอ

“ผมรู้เรื่องทั้งหมดจากหมวดวิรัช  ต้องขอบคุณที่ครูช่วยเกรียงรอดมาได้“

“ไม่ใช่ผมหรอกนะเสี่ย“ ประชากระซิบ “เจียงต่างหากเป็นคนช่วยเกรียงให้ออกจากรถวันนั้น“

“เจียงหรือ  แล้วเขาอยู่ไหนตอนนี้  ให้เขามาหาผมหน่อย“ เสี่ยกระซิบตอบ

“ไม่ปลอดภัยแน่ตอนนี้  ผู้การฯกำลังจ้องจะเล่นงานเขาอยู่เสี่ยจำไม่ได้หรือ ว่าแต่มีข่าวว่าเกรียงจำคนร้ายไม่ได้…มันจริงอย่างนั้นหรือ“

“เกรียงมันจำอะไรไม่ได้  ขนาดผมมันยังจำไม่ได้เลย  นี่ผมไม่เข้าใจจริงๆว่า เกิดอะไรขึ้นกับมัน  ใครที่เป็นคนบงการสั่งฆ่าลูกผม และเพื่ออะไร“

เกรียงนอนฟังเตี่ยคุยกับครูประชาเงียบๆ  มีเหตุผลที่เขาแกล้งจำอะไรไม่ได้

เพราะเขาไม่อยากจะสู้หน้าเตี่ยด้วย บาปบุญคุณโทษกระหน่ำทุบตีมโนธรรมตัวเองจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่  เขาไปเชื่อไอ้ทะนงได้อย่างไรเรื่องฆ่าเตี่ย…เตี่ยมีพระคุณและเลี้ยงดูเขามาแม้ว่าเขาจะเป็นลูกเหลือขอ

บาปกรรมมันวิ่งไล่ตามเขามาจนถูกลอบเผาโหดโดยพ่อของไอ้ทะนง  มันจะไม่รู้กับพ่อมันทีเดียวหรือ  คงหวังจะปิดปากเขาเรื่องที่มันมีส่วนพัวพันกับการฆ่าเตี่ย  ถ้าเขาจดจำอะไรขึ้นมาได้มันก็คงจะเก็บเขาอีกเป็นระลอกสอง…

ครูประชากลับไปแล้วเตี่ยก็เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามหน้าตาของเขา

เกรียงได้แต่หลับตานิ่งเพราะตื้อในอก  เหมือนเตี่ยจะบอกว่าเตี่ยอภัยให้เขาแล้วโดยไม่มีการพูดออกมาเป็นวาจา นี่คือความรักของพ่อแม่ที่เขาเองเพิ่งจะซึมซับกับมัน…

เสี่ยกิจกลับมาที่บ้านพักหลังเยี่ยมบุตรชาย  มีมือปืนที่เขาจ้างเอาไว้ตามติดไปทุกหนทุกแห่ง  สถานการณ์รอบตัวได้แปรเปลี่ยนเขาให้อยู่กับความหวั่นระแวงชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน  แน่ใจว่าที่เกรียงถูกเผาก็เพื่อปิดปาก  ไอ้เพื่อนทรยศคงมองเห็นแล้วว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว  นี่คือการคบเพื่อนชั่วที่เขาเคยตักเตือนลูกก็หลายครั้งหลายครา  บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่เกรียงจะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง…

ตัดสินใจปิดร้านและกิจการเพื่อตระเตรียมที่จะย้ายไปอยู่ลำปาง

ที่นี่มันไม่มีอะไร สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว…

ภาคมืดได้ครอบคลุมชุมชนแห่งนี้หมดสิ้นแล้วชนิดกอบกู้คืนกลับมาไม่ได้

เกรียงเองจะหลุดพ้นจากคดีความหรือไม่ยังเป็นเรื่องของวันข้างหน้า  อย่างน้อยลูกก็ยังไม่ได้ฆ่าใครตาย  ความจำกลับมาเมื่อไหร่และให้การรับสารภาพโทษหนักก็อาจจะเป็นเบา

เขาเองพร้อมแล้วที่จะอภัยให้ลูกในทุกสิ่งทุกอย่าง…

 



Don`t copy text!