ปราการแสงจันทร์ บทที่ 15 : อีกด้านของพระจันทร์

ปราการแสงจันทร์ บทที่ 15 : อีกด้านของพระจันทร์

โดย : ภัสรสา

ปราการแสงจันทร์ โดย ภัสรสา เมื่อนิชฌานที่เปรียบเหมือนต้นไม้ใต้เงาจันทร์ที่ไม่เคยรู้ว่าโลกในยามกลางวันเป็นอย่างไรต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับจิลลาที่ดุจว่าวตัวน้อยที่เรียนรู้การลอยตัวท่ามกลางแรงลมทุกรูปแบบ ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันไปได้ตลอดชีวิตจริงหรือ โดยเฉพาะเมื่อนิชฌานเป็นคนฆ่าจิลลาด้วยมือตัวเอง นิยายออนไลน์ที่อ่านได้ในอ่านเอา

****************************

“สามเหลี่ยมแต่ละอันแทนจำนวนครั้งที่ผมอยากตาย”

เดี๋ยว…

จิลลาราวกับโดนสาปให้เป็นหิน หญิงสาวยังยืนนิ่งแม้แต่ตอนที่นิชฌานเบียดแทรกผ่านตัวเธอไป ความเปียกชื้นจากตัวเขาทิ้งความรู้สึกไว้บนแขนเธอ จิลลาเกือบสะดุ้งตอนตุลธรวางมือลงบนบ่า

“เข้าบ้านเถอะแจ้ว”

แต่ไม่อยู่รอดูว่าเธอเข้าบ้านจริงไหม เพราะตอนนี้ตุลธรเดินห่างไปเช่นกัน ซึ่งจิลลาก็ต้องขอบคุณเพราะตอนนี้เธออยากอยู่คนเดียวอย่างที่สุด สามเหลี่ยมแต่ละอันแทนจำนวนครั้งที่นิชฌานอยากตายอย่างนั้นหรือ เท่าที่เธอเห็นเมื่อกี้มันมากกว่าสิบ… อาจจะมากกว่ายี่สิบด้วยซ้ำ เขามีเรื่องทุกข์ใจใดมากมายขนาดนั้น หรือว่าจะเป็นเรื่องพ่อ จำได้ว่าเขาเคยบอกว่าพ่อเป็นแอลกอฮอลิซึ่ม จำเขาไม่ได้ เธอเข้าใจความเจ็บปวดนั้นดีแต่เธอก็ไม่เคยอยากตายด้วยเรื่องนั้น อาจเพราะป้าเธอยังอยู่จึงต้องดิ้นรนสู้ต่อเพื่อรักษาป้า ส่วนพ่อของนิชฌานเสียชีวิตไปแล้ว

จิลลาไม่รู้จริงๆ ว่าถ้าป้าเสียชีวิตเธอจะอยากตายบ้างไหม

จิลลาจะไม่บอกว่านิชฌานอ่อนแอ เธอทำงานมาหลายปี เจอคนมาหลากหลายรูปแบบ และการสัมภาษณ์ครั้งนั้นที่ทำให้แขดรุณเลือกเธอมาทำงานให้ก็เป็นบทเรียนชีวิตให้เธอได้ดีเหลือเกินว่ามนุษย์เรานั้นแสนจะปัจเจก เราเกิดและเติบโตอย่างแตกต่าง ภูมิคุ้มกันความผิดหวัง ความสามารถในการรับมือเรื่องเลวร้าย ไม่มีใครเหมือนกันเลยสักคน การที่คนหนึ่งคนก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายได้ไม่ได้แปลว่าเก่งกว่าใคร และคนที่จมอยู่ในความทุกข์ทนไม่อาจถีบตัวเองให้หลุดพ้นก็ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ ปัญหาในเรื่องเดียวกันส่งผลกระทบแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสำคัญกับมันมากน้อยแค่ไหน เรื่องที่เราไม่ให้ความสำคัญย่อมทำร้ายเราไม่ได้ ขณะเดียวกันถ้าเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ คนอื่นอาจมองว่าเรื่องเล็กนิดเดียว ทว่ามันทำร้ายเราได้สาหัส จิลลาค้นพบว่าเราไม่ต้องเข้าใจคนอื่นก็ได้แต่ควรมีความเห็นใจกับความรู้สึกเจ็บปวดของเขาเหล่านั้น หรือถ้าจะไม่เห็นใจ อย่างน้อยก็ไม่ควรซ้ำเติม

เดี๋ยวนะ… จิลลานึกขึ้นได้อีกเรื่อง หรือที่ตุลธรมาเฝ้านิชฌานว่ายน้ำที่นี่ นอกจากห่วงเรื่องอุบัติเหตุแล้วยังห่วงเรื่องเหตุที่อาจเกิดจากความตั้งใจด้วย เป็นไปได้ว่าตุลธรอาจกลัวนิชฌานฆ่าตัวตาย

จิลลาถอนใจยาว ยืนนิ่งซึมซับสายลมเย็นกับบรรยากาศยามค่ำคืนพอให้หายใจโล่งขึ้นอยู่อีกพักค่อยหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน ชะงักฝีเท้าเล็กน้อยตอนเห็นตุลธรยืนนิ่งอยู่หน้าบ้าน พอเห็นเธอเขาก็ส่งยิ้มให้ แต่เป็นยิ้มที่ดูแปลกตา เธอไม่เคยเห็นตุลธรยิ้มแล้วรู้สึกเศร้าใจแบบนี้มาก่อน พอเธอเข้าบ้านเขาก็กลับเข้าห้องตัวเองเป็นการบอกให้รู้ว่าที่ยืนรอก็เพราะเป็นห่วงเธออยู่บ้าง ไม่ใช่จะห่วงแค่นิชฌาน แต่ถ้ามีนิชฌานอยู่ด้วยความสำคัญของเขาย่อมมากกว่า ตอนนี้ส่งนิชฌานเข้าห้องได้แล้วเลยพอจะเจียดความห่วงใยมาให้เธอได้บ้าง

จิลลาเข้าห้องปิดประตูลงล็อก เดินไปนั่งนิ่งๆ อยู่บนเตียงอีกเป็นพักก่อนจะหันไปหยิบคอมพิวเตอร์มาเปิดไฟล์ของแขดรุณ ขนาดว่าเป็นคอมพิวเตอร์ก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะประมวลผลจนแสดงผลได้ จิลลาสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วเริ่มต้นอ่านทันที…

 

สวัสดีค่ะ คุณแจ้ว

ก่อนจะอ่านเนื้อหาทั้งหมดแคลร์อยากให้คุณแจ้วลืมภาพแคลร์ที่เคยรับรู้มาทั้งหมด ไม่ว่าจากสื่อไหน หรือแม้กระทั่งถ้าเรามีโอกาสได้พูดคุยกัน ตัวแคลร์ที่คุณแจ้วรับรู้นั้นอาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของแคลร์เลย

 

อันนั้นจิลลารู้แล้ว…

 

จากนี้ต่างหากที่จะทำให้คุณแจ้วรู้จักตัวตนของแคลร์จริงๆ หลังได้รู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว แคลร์ไม่รู้ว่าคุณแจ้วจะรู้สึกอย่างไร อาจเข้าใจเห็นใจแคลร์ หรืออาจไม่เข้าใจและโกรธเกลียดแคลร์ แต่ไม่ว่าอย่างไรแคลร์ก็อยากให้คุณแจ้วทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ แคลร์อยากให้คุณแจ้วได้เงินหนึ่งล้านจากแคลร์ เพื่อคุณแจ้วและเพื่อป้าของคุณแจ้วด้วย

เริ่มกันเลยนะคะ

 

แล้วจิลลาก็ยิ้ม… หลังประโยคนั้นภาพที่แทรกเข้ามาคือภาพของแขดรุณตอนยังเป็นทารก และเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ จนน่าจะมีอายุสักสามสี่ขวบได้ มีภาพเดี่ยว ภาพที่ถ่ายกับครอบครัว มีวิดีโอสั้นๆ แทรกมารวมห้าวิดีโอ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้เห็นว่าแขดรุณเป็นที่รักของพ่อแม่ตนและทิวามากแค่ไหน และแค่นั้นจิลลาก็เข้าใจ… ถึงว่าไฟล์ใหญ่โตเปิดยากสุด

 

แคลร์เกิดและเติบโตมาอย่างอบอุ่นค่ะ พ่อกับแม่แคลร์รักกันมาก ปู่ก็รักแคลร์มาก แต่แคลร์กล้าพูดว่าแคลร์ไม่ใช่เด็กสปอยล์ ปู่เลี้ยงแคลร์แบบมีเหตุผล พ่อกับแม่ก็ด้วย (พ่ออาจจะสปอยล์แคลร์บ้าง แต่ก็สู้แม่กับปู่ไม่ได้หรอกค่ะ สปอยล์แคลร์มากพ่อจะถูกสองคนนี้ดุแคลร์ต้องคอยปลอบอยู่เรื่อยๆ ค่ะ)

 

จิลลาหัวเราะได้นิดๆ ตอนอ่านถึงตรงนี้ สัมผัสได้ว่าแขดรุณพิมพ์เล่าช่วงนี้ด้วยความสุขอย่างมาก จิลลาคิดว่าพรสวรรค์หนึ่งของคนที่ทำงานด้านการเขียนแบบเธอคือการรับได้มากกว่าตัวอักษร เธอสัมผัสอารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิดที่มาพร้อมมันได้ หรือที่มีศัพท์สวยๆ เรียกสิ่งเหล่านั้นว่าระหว่างบรรทัด แต่จิลลาก็ไม่ลืมว่าสิ่งที่คิดว่าสัมผัสได้นั้นไม่ใช่ว่าจะถูกต้องทั้งหมด เพราะอย่างไรมันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่คิดไปเองอยู่ดี

 

หลายคนคิดว่าแคลร์คงโตมาแบบสุขสบายที่สุด ซึ่งก็ถูกต้องค่ะ แคลร์โตมาแบบนั้น แต่ทุกครั้งที่แคลร์อยากได้อะไร แคลร์จะต้องบอกเหตุผลที่มากกว่าความอยากได้ให้ได้ มันทำให้แคลร์คิดเยอะขึ้นนะคะเวลาจะบอกปู่หรือพ่อกับแม่ว่าอยากได้อะไร ปู่ไม่เคยสอนเรื่องประหยัดมัธยัสถ์กับแคลร์เลยค่ะ ปู่สอนตลอดว่าครอบครัวเรามีเงินเยอะ เยอะกว่าหลายๆ ครอบครัว ดังนั้นเราต้องรู้จักแบ่งปัน แคลร์ไม่ใช่เด็กหวงของไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของเล่น แคลร์จะให้เพื่อนๆ ได้กินก่อนแคลร์เสมอ ถ้ามีของเล่นก็จะเอาไปให้เพื่อนเล่นด้วยกัน แคลร์ไม่เคยคิดเรื่องชนชั้นใดๆ เพราะแม้ปู่จะบอกว่าเรารวยแต่ปู่ไม่เคยสอนให้แบ่งแยกชนชั้น ในตอนเด็กแคลร์มองทุกคนเท่ากันหมด อยากเล่นกับทุกคนไปเสียหมด เป็นช่วงเวลาที่แคลร์มีความสุขกับคำว่ามิตรภาพมากๆ

 

จิลลายังยิ้มอยู่ ตอนนี้ภาพที่แทรกมาเป็นภาพแขดรุณในวัยอนุบาลจนถึงวัยประถม รายล้อมไปด้วยเพื่อนๆ แววตาและรอยยิ้มของแขดรุณสดใส เป็นแววตาที่ทำให้จิลลารู้สึกว่าเด็กคนนี้เติบโตมาในครอบครัวที่ดีและมีแต่ความรักให้กัน ไม่มีความเจ็บปวดผิดหวัง ไม่มีความเศร้าหมองเจือปนให้เห็นเลย ถ้านำรูปเธอกับแขดรุณในช่วงวัยเดียวกันมาเทียบคงยิ่งเห็นชัดมากขึ้น จิลลาย้อนดูรูปตัวเองในวัยเด็กแล้วมักรู้สึกว่าทำไมเด็กคนนี้มันถึงสงสัยโลกอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นตอนยิ้มกว้างๆ ก็ยังมีความรู้สึกเหมือนเธอกำลังเย้ยโลกอยู่ว่าเดี๋ยวก็ส่งอะไรร้ายๆ มาให้ฉันอีก ฉันรู้ทันนะ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วจิลลาแน่ใจว่าตนเป็นเด็กที่มีความสุขมากๆ คนหนึ่งด้วยนลินเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี ให้ความรักความใส่ใจจนจิลลาไม่รู้สึกว่าตนเองขาดเกินสิ่งใด แต่มันก็ใช้เวลานานพอดูกว่าที่จิลลาจะชินกับการถูกเรียกว่าเด็กกำพร้าหรือคำล้อเรื่องเธอไม่มีพ่อแม่ นานเหมือนกันกว่าเกราะที่นลินพยายามสร้างให้มันจะแข็งแรงพอ

ความสงสัยโลกในแววตาเธอไม่ได้ถูกสร้างโดยนลิน แต่ถูกสร้างโดยพ่อแม่ที่เธอไม่เคยเห็นหน้า และถูกสร้างโดยคนที่โหดร้ายมากพอจะเอาเรื่องนี้มาล้อเธอเป็นเรื่องสนุก

 

แต่พอเราโตขึ้น คำว่ามิตรภาพจะเริ่มเปลี่ยนไป ถ้าไม่ได้เกิดจากตัวเราเองก็เกิดโดยคนรอบข้าง ครูบางคนสอนแคลร์เรื่องเลือกคบคน เพื่อนคนนี้เกเร อย่าไปคบ พ่อแม่ของเพื่อนบางคนสอนแคลร์ให้รู้จักเรื่องชนชั้น เพื่อนคนนี้บ้านจน มาเรียนที่นี่ได้เพราะทุน อย่าไปคบ แคลร์คุยเรื่องนี้กับพ่อและแม่ พ่อกับแม่อยากให้แคลร์คุยเรื่องนี้กับปู่บอกว่าปู่จะตอบเรื่องนี้ได้ดีกว่า แคลร์ทำตามนั้นและจำได้ ปู่บอกแค่ว่าอย่าสนใจเสียงคนรอบข้าง ให้พิจารณาจากตัวเราเอง ถ้าเราสบายใจจะคบใครก็คบไป ปู่ให้ความเชื่อมั่นกับแคลร์ ว่าแคลร์จะเลือกเพื่อนด้วยตัวเองได้อย่างดี ปู่สอนให้แคลร์รู้ว่าคนเรามีหลายแง่มุม เพื่อนบางคนที่เกเร โดดเรียน ก็อาจเป็นเพื่อนที่มีน้ำใจเรื่องอื่นกับเรา เราแค่ไม่ต้องเกเรโดดเรียนเหมือนเพื่อนก็พอ ยิ่งเพื่อนที่บอกว่าจน ปู่สอนแคลร์ยาวมาก ปู่บอกว่าความจนไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ให้ดูที่นิสัยของเพื่อนคนนั้นเป็นหลัก แล้วดูว่าเราจะช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้างเพราะเรามีเยอะกว่าเขา ตอนนั้นแคลร์กล้าพูดว่าแคลร์เป็นเด็กมีฐานะที่ไม่เคยใช้ความร่ำรวยของตัวเองกดข่มใคร ไม่เคยเอาเปรียบ ไม่เคยใช้มันเป็นสิทธิพิเศษใดๆ และมักปฏิเสธด้วยซ้ำถ้ามีใครสักคนจะให้สิทธิพิเศษกับแคลร์

ยิ่งใช้เวลาอยู่นอกบ้านมากเท่าไร พบเจอคนนอกบ้านมากขึ้นเท่าไร แคลร์ก็มีเรื่องคุยกับปู่เยอะมากขึ้นเท่านั้น ทำให้แคลร์สนิทกับปู่มากๆ ถ้าเป็นวันหยุดแคลร์จะอยู่กับปู่ตลอด ปู่ไปทำงานที่ไหนแคลร์ก็ไปด้วย แคลร์จำได้ว่าตัวเองยิ้มแป้นทุกครั้งตอนปู่แนะนำคนอื่นๆ ว่าแคลร์เป็นผู้ช่วยของปู่

แคลร์คิดว่าตัวเองมีทุกอย่างพร้อมจนไม่เผื่อใจเลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับตัวเอง

 

จิลลานิ่วหน้า กัดปากตัวเองโดยไม่รู้ตัวเพราะประโยคนั้นของแขดรุณ ไล่ดูภาพแขดรุณในวัยมัธยมต้นซึ่งก็ยังสดใสมากๆ อยู่ดี ความน่ารักแบบเด็กๆ เริ่มลดลงผกผันกับอายุที่มากขึ้น ความสวยของแขดรุณเริ่มฉายแววมากขึ้น กระนั้นดวงตาคู่นั้นก็ยังไร้เดียงสา… ถ้าเทียบกับเธอในวัยเดียวกันน่ะนะ

 

พอขึ้นมอปลาย แคลร์เริ่มรู้ว่ามีอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้คนมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น คนที่บ้านแคลร์ไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องนี้กันเลย ปู่ พ่อ แม่ ไม่เคยพูดให้แคลร์สนใจเรื่องนี้ เป็นโลกภายนอกที่ทำให้แคลร์รู้… แคลร์เป็นคนสวย

 

จิลลาหัวเราะหึ คำว่า Beauty Privilage วิ่งเข้ามาในหัว สิทธิพิเศษของคนหน้าตาดีที่ไม่ว่าอย่างไรก็คงกำจัดออกไปจากสังคมมนุษย์ไม่ได้ และใช่ แขดรุณเป็นคนสวยจริงๆ แขดรุณทำให้จิลลานึกถึงวลีหนึ่ง… ลูกรักของพระเจ้า สวย รวย เก่ง ดีพร้อมไปหมดทุกอย่าง เป็นคนที่ทำให้ใครหลายๆ คนอิจฉาได้จริงๆ

 

ถึงตรงนี้คงคิดใช่ไหมว่าความสวยอาจจะเป็นภัยของแคลร์ ไม่ใช่ค่ะ ความรักต่างหาก แคลร์มีเพื่อนรัก มีคนรัก

 

ตอนนี้ภาพที่เห็นเป็นแขดรุณตอนมัธยมปลาย ความสวยเปล่งประกายเต็มที่ ขนาดว่าเป็นใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มยังโดดเด่น แขดรุณอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเพื่อนผู้หญิง ดูแล้วกลุ่มของแขดรุณเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร มีผู้หญิงสี่คนรวมแขดรุณด้วย และผู้ชายอีกสาม… นั่นนิชฌานนี่นา พอเห็นนิชฌานจิลลาก็นึกได้ จึงไล่ย้อนดูภาพบนๆ ที่ผ่านมาแล้วและพบว่าในทุกๆ ช่วงวัยมักมีภาพของนิชฌานอยู่ด้วยเสมอ ภาพนิชฌานกอดคอกับแขดรุณยิ้มหัวให้กล้องนั่นทำให้จิลลายิ่งข้องใจ ทั้งคู่ดูเป็นเพื่อนรักที่สนิทสนมกันมาก จะพัฒนาเป็นคนรักก็ไม่แปลกเลย แต่มีบางอย่างทำให้ความสัมพันธ์นั้นเลวร้ายลง ความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียด

ภาพแขดรุณถ่ายใกล้ชิดกับเด็กผู้ชายอีกคนทำจิลลาเลิกคิ้ว จากแววตาและท่าทีแล้วออกจะแน่ใจว่านี่คงเป็นคนรักของแขดรุณ มีภาพนิชฌานกอดคอกับเด็กผู้ชายคนนี้ด้วย ดูแล้วคงสนิทกันอยู่

 

แคลร์รู้จักความรักครั้งแรกตอนมอห้า เป็นความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟ น่ารัก สดใส แคลร์รักเขามากในตอนนั้น ตั้งใจว่าพอจบมอปลายแล้วจะไปเรียนต่อประเทศเดียวกัน เราวางแผนหลายๆ อย่างร่วมกัน ทุกอย่างดูดีจนกระทั่งเราจบมอหก วันสอบวันสุดท้าย แคลร์กับเพื่อนๆ วางแผนไปเที่ยวด้วยกันรวมถึงเขาด้วยค่ะ

ภาพและคลิปที่คุณแจ้วจะได้ดูต่อไปนี้เป็นเรื่องรุนแรงอย่างมาก ถ้าคุณแจ้วดูไม่ไหว ข้ามไปอ่านสรุปของแคลร์ในตอนท้ายได้เลยนะคะ แต่แคลร์อยากให้คุณแจ้วอดทนเพราะอยากให้คุณแคลร์เข้าใจที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้นกับแคลร์ ทำไมแคลร์ถึงเลือกคุณแจ้วมาเป็นคนเขียนหนังสืองานศพของแคลร์

 

ภาพแรกที่จิลลาเห็นเป็นภาพแขดรุณกับแฟนหนุ่ม… บนเตียง แม้มีผ้าห่มพาดกายแต่จิลลาคิดว่าร่างกายทั้งคู่คงเปลือยเปล่า จิลลาถอนใจ อดคิดไม่ได้ว่าแขดรุณโชคดีมากที่ภาพพวกนี้ไม่หลุดออกสู่สาธารณชน และค่อนข้างโล่งใจเพราะสีหน้ายิ้มแย้มแววตาเต็มไปด้วยความสุขของแขดรุณบอกชัดว่านี่คือการยินยอมพร้อมใจ มีภาพชุดเดียวกันอีกห้าภาพในอิริยาบถที่แตกต่าง แต่ทุกภาพเต็มไปด้วยความยินยอม และจิลลายังเห็นความคึกคะนองอย่างเด็กๆ ร่วมด้วย

 

คืนนั้นเป็นคืนที่แคลร์มีความสุขมากคืนหนึ่งในชีวิตค่ะ แคลร์อยากยืนยันกับคุณแจ้วว่าแคลร์ไม่ใช่คนโรคจิตชอบอวด แคลร์แค่อยากให้คุณแจ้วเห็นคลิปนี้ เหมือนที่เห็นรูปข้างบน

 

จิลลาเปิดคลิป และได้แต่ยกสองมือปิดข้างแก้มอย่างสะท้อนใจ เป็นคลิปการร่วมรักระหว่างแขดรุณกับคนรัก ช่วงต้นของคลิปบอกให้รู้ว่าแขดรุณรู้ว่ามีการถ่ายคลิป ยังส่งยิ้มให้กล้องและขยับตำแหน่งบนเตียงตามคำบอก เป็นการยินยอมพร้อมใจทั้งหมด จิลลาไม่ตัดสินแขดรุณเรื่องนี้ การบันทึกกิจกรรมทางเพศเป็นรสนิยมส่วนบุคคล และถ้าเป็นความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายคนนอกก็ไม่ควรยุ่ง ถ้าเกิดเหตุการณ์คลิปหลุดขึ้นมาจิลลามักด่าคนปล่อยมากกว่าด้วย การด่าคนในคลิปที่หลุดออกมาโดยไม่เต็มใจนั้นจิลลามองว่าไม่ต่างจากการกล่าวโทษเหยื่อเลย

จิลลาดูคลิปด้วยการเร่งความเร็วมากกว่าปกติ ดูเพื่อดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ มีใครคนใดคนหนึ่งโดนทำร้ายในช่วงใดช่วงหนึ่งหรือไม่ ทว่าก็ไม่ ที่แขดรุณว่าเป็นคืนที่มีความสุขคงจะจริง

 

ถึงตรงนี้ แคลร์อยากให้ย้อนกลับไปดูภาพทั้งหมดด้านบนอีกที จะเห็นว่ามีคนสองคนที่อยู่กับแคลร์มาตลอดตั้งแต่แคลร์ยังเด็ก แคลร์เลือกภาพที่ไม่มีพี่ตุลอยู่ด้วยเพื่อป้องกันความสับสน

 

จิลลาจึงทำตามนั้น ย้อนกลับไปดูภาพทั้งหมด หาคนสองคนที่อยู่กับแขดรุณมาตลอด คนแรกที่เธอเห็นแล้วก่อนหน้านี้คือนิชฌาน ส่วนอีกคน… จิลลาพยายามเพ่งหาจนเจอคนหนึ่งที่คิดว่าใช่ แต่ก็ไม่แน่ใจนัก จึงรีบอ่านข้อความของแขดรุณต่อ

 

คนหนึ่งคือชาร์ลค่ะ เรารู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้ ยิ่งตอนปู่รับเลี้ยงชาร์ลตอนเจ็ดขวบเราก็แทบจะกลายเป็นพี่น้องกัน เป็นตัวป่วนที่พี่ตุลต้องคอยตามดูแลไม่อย่างนั้นเป็นเจ็บเนื้อเจ็บตัวกันตลอด ตกชิงช้าบ้าง ตกต้นไม้บ้าง ปาบอลกระแทกหัวกันบ้าง แคลร์รักชาร์ลเหมือนน้องชาย ชาร์ลเองก็คงคิดว่าแคลร์เป็นน้องสาว ไม่ค่อยมีใครยอมเป็นน้องหรอกค่ะระหว่างเรา

อีกคนคือเพื่อนอีกคนของแคลร์ ชื่อมาธวีค่ะ ถ้าถ่ายรูปรวมกัน มาจะยืนตรงกลางระหว่างแคลร์และชาร์ลเสมอ

 

มีรูปถ่ายกลุ่มแปะให้เห็น คราวนี้มีวงหน้าคนคนหนึ่งพร้อมเขียนกำกับว่า ‘มา’ ไว้ด้วย เท่านั้นจิลลาก็จำได้ เป็นคนที่เธอคิดไว้จริงๆ

 

แคลร์รู้จักกับมาตั้งแต่ปอหนึ่งค่ะ ตั้งแต่ปอหนึ่งยันมอหก ถ้าใครถามว่าเพื่อนที่แคลร์รักที่สุดคือใคร แคลร์ตอบได้ทันทีว่าเป็นมา เพราะรักมามาก ดังนั้นพอมากับชาร์ลกุ๊กกิ๊กกัน แคลร์เลยดีใจมาก

 

จิลลาพยักหน้ากับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งรู้ นิชฌานเคยกุ๊กกิ๊กกับสาวอื่นด้วยแฮะ…

 

ในกลุ่มของแคลร์มีเพื่อนผู้หญิงอีกสองคนค่ะ ชื่อดลยา กับพอหทัย มีผู้ชายอีกหนึ่งคนชื่อเตโช แคลร์รักเพื่อนกลุ่มนี้มาก จนเคยคิดถึงขนาดอยากขอทุนจากปู่ให้เพื่อนคนอื่นๆ ได้ไปเรียนเมืองนอกด้วยกันค่ะ เพื่อนแคลร์ส่วนใหญ่ฐานะดี แต่อาจมีบางคนไม่ได้มีมากพอจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกขณะที่ต้องส่งลูกคนอื่นๆ เรียนไปพร้อมกันด้วย แคลร์เห็นว่าปู่เองมีให้ทุนการศึกษากับหลายๆ คนอยู่แล้ว แคลร์ตั้งใจว่ากลับจากเที่ยวจะทำเอกสารเสนอปู่

คุณแจ้วนึกภาพออกใช่ไหมคะว่าแคลร์รักเพื่อนกลุ่มนี้แค่ไหน

 

ใช่ จิลลานึกภาพออก แขดรุณดูรักและพร้อมทุ่มเทให้เพื่อนกลุ่มนี้มากทีเดียว

 

แต่เพื่อนกลุ่มนี้เอาภาพและคลิปของแคลร์มาแบล็กเมลแคลร์ค่ะ

 

จิลลาอ้าปากค้าง… ไม่แน่ใจว่าสมองตัวเองรวนไปแล้วหรือเปล่าถึงอ่านประโยคนั้นแล้วตีความในแง่ร้าย หญิงสาวรีบไล่สายตาอ่านต่อ

 

ภาพและคลิปที่แคลร์ถ่ายตอนมีอะไรกับแฟน ทุกคนในกลุ่มรู้หมดว่าแฟนแคลร์จะตั้งกล้องถ่าย ทุกคนได้เห็น และทุกคนทยอยส่งภาพและคลิปมาให้แคลร์ดู ทุกคนเห็นเป็นเรื่องขำขัน แคลร์สารภาพว่าตอนนั้นไม่รู้จะวางตัวเองตรงจุดไหน อย่างที่บอกว่าแคลร์รักเพื่อนกลุ่มนี้มากและคิดว่าเพื่อนก็รักแคลร์มาก ดังนั้นถ้าทุกคนขำแคลร์ก็น่าจะขำด้วยทั้งๆ ที่รู้สึกแย่อย่างที่สุด การแบล็กเมลเริ่มจากแค่ให้เลี้ยงอาหารมื้อเล็กๆ แค่ไม่กี่ร้อย ไม่กี่พัน จนถึงหลักหมื่น ต่อมาก็กลายเป็นข้าวของ ของแบรนด์เนม นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ ทอง เพชร

แคลร์เริ่มรู้สึกตัวว่าโดนแบล็กเมลก็ตอนชาร์ลทักว่าแคลร์ซื้อของให้เพื่อนทำไมเยอะแยะ

แคลร์ไม่รู้ว่าจะควรจะดีใจหรือเสียใจดีที่ชาร์ลไม่รู้เรื่องเลวร้ายที่เกิดกับแคลร์เลย ถ้าชาร์ลรู้แคลร์แน่ใจว่าชาร์ลต้องปกป้องแคลร์ แต่ก็เสี่ยงที่ปู่จะรู้เรื่องที่แคลร์ทำ ตอนนั้นแคลร์ในวัยที่ยังไม่เต็มสิบแปดดีสับสนอย่างที่สุด หาทางออกเท่าไรก็หาไม่เจอ แคลร์เริ่มเสียใจมากขึ้นเรื่อยๆ และสำนึกได้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่คนรักกันควรทำ ไม่มีใครทำกับคนรักหรือเพื่อนรักของตัวเองอย่างนี้

แคลร์คิดได้ว่าแคลร์ไม่ใช่คนรักของเขา ไม่ใช่เพื่อนรักของเขา

พวกนั้นต้องการจากแคลร์มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งของ ทั้งเงิน และแคลร์ก็หาให้พวกเขาลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่บอกว่าทุกครั้งที่แคลร์จะขออะไรจากปู่ แคลร์ต้องมีเหตุผล คำขู่ว่าจะเอาภาพโป๊แคลร์ไปโปรยหน้าตึกทำงานของพ่อแม่ทำให้แคลร์กลัวแทบบ้า ถ้าคุณแจ้วจำได้ พ่อกับแม่แคลร์เสียช่วงนี้เองค่ะ

 

จิลลาจำไม่ได้หรอก รู้แค่ว่าพ่อกับแม่ของแขดรุณเสียแล้วทั้งคู่ แต่เพิ่งรู้ว่าเสียในช่วงที่แขดรุณดำดิ่งกับความเจ็บปวด เหมือนผีซ้ำด้ำพลอยแท้ๆ

 

แคลร์อยากตายมากค่ะ ปู่ พี่ตุล ชาร์ล ผลัดกันเฝ้าแคลร์ไม่ยอมให้คลาดสายตา ทุกคนคิดว่าแคลร์จมดิ่งเพราะสูญเสียพ่อแม่ แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันมีมากกว่านั้น ในขณะที่แคลร์พบเจอความสูญเสียยิ่งใหญ่ คนที่แคลร์เคยคิดว่าเป็นเพื่อน เป็นคนรักกลับยังไม่ยอมหยุดทำร้ายแคลร์ ทุกคนทวงถามเงินที่ขอแคลร์ไว้ในวันเผาพ่อกับแม่แคลร์ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในวัดด้วยซ้ำ แต่ในความสูญเสียก็ทำให้แคลร์ได้บางอย่างคืนมาค่ะ

งานศพพ่อกับแม่ทำให้แคลร์ได้พบเจอกับความจริงว่า ที่ทำร้ายให้แคลร์เสียใจไม่ใช่พวกนั้น แต่เป็นความรักที่แคลร์มีให้พวกนั้น พอหยุดรักก็หยุดเสียใจ และเรื่องยิ่งง่ายขึ้นเมื่อแคลร์เปลี่ยนความรักเป็นความเกลียดได้

เมื่อแคลร์เกลียดพวกนั้นก็ยิ่งทำให้แคลร์คิดได้… แคลร์มีเงินมากกว่า มีอำนาจมากกว่าคนพวกนั้น ทำไมแคลร์ต้องยอม แคลร์พบวิธีเอาคืนคนที่ทำร้ายแคลร์ ถ้าถึงตรงนี้คุณแจ้วยังไม่เอะใจ แคลร์แนะนำให้เอาชื่อนามสกุลคนพวกนี้ไปค้นหาข้อมูลค่ะ

 

ถัดจากนั้นเป็นชื่อนามสกุลที่แขดรุณใส่ไว้ให้เสร็จสรรพ จิลลาจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดบราวเซอร์เพื่อเข้าเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้น ไล่ค้นหาไปทีละชื่อ เริ่มจากแฟนของแขดรุณ… เสพยาเกินขนาด เสียชีวิต ห้าปีก่อน

ผู้ชายชื่อเตโช… เกิดอุบัติเหตุ ขับรถตกคลอง เสียชีวิต สิบปีก่อน

ดลยา ถูกฆ่าข่มขืนและชิงทรัพย์แปดปีก่อน

มาธวี ซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย สองปีก่อน

พอหทัย… ไม่พบข่าวเสียชีวิต และเจอโซเชียลมีเดียที่แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่ เข้าไปดูแล้วไม่เห็นอะไรเข้าใจว่าน่าจะตั้งค่าให้เฉพาะคนที่เป็นเพื่อนกันในโซเชียลมีเดียเห็นโพสต์

จิลลาขนลุกเกรียว จู่ๆ สมองเธอก็เชื่อมโยงการตายของคนทั้งหมดเข้าด้วยกัน เป็นไปได้หรือที่เพื่อนของแขดรุณจะตายกันเกือบยกกลุ่มแบบนี้ หญิงสาวรีบเลื่อนเอกสารเพื่อดูข้อมูลต่อไป ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอระบุหัวไว้ชัดเจน คลิปแรกเป็นชื่อของอดีตคนรักแขดรุณ

 

เป็นคลิปสั้นๆ ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ชายคนนั้นอยู่ในสภาพใกล้ตายเต็มที และกำลังอ้อนวอนแขดรุณที่หัวเราะอย่างสดใส พูดประโยค ‘เป็นอะไรไปจ๊ะที่รัก’ เสียงหวาน ในมือหนึ่งของแขดรุณมีเข็มฉีดยาอยู่ ชายคนนั้นคลานเข่าเข้าไปหาแขดรุณด้วยท่าทางยากลำบาก พอถึงก็ก้มลงกราบแทบเท้า น้ำหูน้ำตาไหลพราก แขดรุณลูบหัวอย่างอ่อนโยนทว่าวินาทีต่อมาก็กลับจิกผมชายคนนั้นไว้แล้วกระชากให้แหงนเงยมองหน้ากัน ก่อนจะจิ้มเข็มฉีดยาลงไปบริเวณไหล่แล้วกดเดินยาช้าๆ หน้าตาบอกว่าสมใจอย่างที่สุด

 

ใช่จริงๆ แขดรุณฆาตกรรมอดีตคนรักของตนจริงๆ แล้วคนต่อไปล่ะ เตโช จิลลากดคลิปที่เขียนชื่อนั้นไว้ทันที เตโชเองก็มีสภาพไม่ดีนักในคลิป ลักษณะเหมือนคนถูกซ้อมจนงอมแล้ว กำลังนั่งคุกเข่าหน้าแขดรุณเช่นกัน จิลลาได้ยินเสียงแขดรุณพูดชัดเจนว่าให้เตโชเลือกว่าจะขับรถลงน้ำไปหรือจะให้ฆ่าพ่อกับแม่ของเตโชแทน แม้เตโชจะร้องขอความเห็นใจ จะกราบกรานขออภัยแขดรุณมากแค่ไหนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ท้ายที่สุดเมื่อแขดรุณให้เวลาอีกแค่นาทีเดียว เตโชก็เดินไปขึ้นรถแล้วขับลงน้ำไป… จิลลารู้สึกอยากร้องไห้ ตอนเห็นแขดรุณหันมายิ้มเยือกเย็นแสดงความสะใจให้กล้อง ซึ่งจิลลาเดาว่าคงเป็นคนหลังกล้อง ตอนนี้จิลลาบอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกอย่างไร เศร้าใจ สลดใจ สงสาร ที่แน่ๆ เธอไม่รู้สึกสะใจแน่นอน เธออาจเข้าใจว่าทำไมแขดรุณถึงทำแบบนี้แต่ก็ไม่เห็นด้วยเลยสักนิด

จิลลาทำใจอีกพักใหญ่ กว่าจะกล้าเปิดคลิปของดลยา และคลิปนี้ทำเธอร้องไห้หลังจากดูไปราวๆ สามสิบวินาที… จิลลาปิดคลิป ไม่สามารถทนดูได้อีกต่อไป แน่ใจแล้วว่าการตายของดลยาก็ถูกกำหนดโดยแขดรุณเช่นกัน

มีข้อความคั่นคลิปที่ควรจะเป็นของคนที่ชื่อมาธวี

 

แคลร์เองก็อยากเป็นคนดี ตอบโต้คนพวกนั้นด้วยกฎหมาย แต่คงต้องบอกตรงๆ ว่าแคลร์ไม่กล้าหาญพอจะออกมาบอกทุกคนว่าเคยเกิดอะไรขึ้นกับแคลร์บ้าง เหนือสิ่งอื่นใด แค่คิดว่าปู่ต้องเจ็บปวดแค่ไหนที่เกิดเรื่องแบบนี้กับแคลร์ ให้คิดอีกกี่ครั้งแคลร์ก็ยอมไม่ได้

อีกอย่าง กฎหมายคงลงโทษพวกมันไม่ได้ดั่งใจแคลร์หรอกค่ะ

เพื่อความปลอดภัยของคุณแจ้ว แคลร์ไม่แนะนำให้บอกเรื่องที่แคลร์แก้แค้นพวกนี้กับใครค่ะ แคลร์เปลี่ยนตัวเองเป็นคนเลือดเย็นโดยมีคนเลือดเย็นกว่าคอยให้คำแนะนำ ถึงแคลร์จะไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วแต่คนคนนั้นน่าจะอายุยืนกว่าแคลร์ แคลร์อยากให้คุณแจ้วรู้เฉยๆ ว่าแคลร์สู้กลับอย่างไร แคลร์ยืนหยัดเป็นผู้อยู่รอดอย่างไร แคลร์ไม่หวังว่าคุณแจ้วจะเห็นด้วยกับสิ่งที่แคลร์ทำแต่หวังว่าคุณแจ้วจะเข้าใจแคลร์ค่ะ

 

นี่… เธอโดนขู่และปลอบไปพร้อมกันสินะ จิลลาถอนใจยืดยาว ปาดน้ำตาให้หมดไปจากใบหน้า ถามตัวเองว่าเธอจะยังทำงานนี้ต่อไหม เธอยังสามารถเขียนหนังสืองานศพให้แขดรุณได้จริงหรือ ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งถูกผลักตกบ่อโคลนตมด้วยฝีมือของคนรักกับเพื่อนรักที่รวมหัวกันทรยศหักหลัง เมื่อก้าวขึ้นจากบ่อโคลนได้ก็กลายเป็นฝ่ายผลักคนเหล่านั้นลงบ่อแทนตนแล้วตามด้วยการกดให้จมลงไปจนสิ้นใจ เป็นการแก้แค้นแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน และเลือดเย็นอย่างที่สุด

ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจิลลาจะตัดสินใจว่าอย่างไรก็คงต้องอ่านเอกสารนี้ให้หมด ถึงตอนนั้นแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีก็คงไม่สายเกินไป จิลลาเลื่อนหน้าจอลงเห็นคลิปชื่อมาธวีแล้วอ่านข้อมูลที่ตนหาอีกที ซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย เมื่อสองปีก่อนนี่เอง… เดี๋ยวนะ มาธวีนี่ใช่ที่แขดรุณว่าเป็นคนรักของนิชฌานใช่ไหม แต่นิชฌานแต่งงานกับแขดรุณมา… จิลลากดหาข้อมูล บวกลบอยู่พักก็ได้คำตอบ หกปี ทั้งคู่แต่งงานกันมาหกปีแล้ว

จิลลาเปิดคลิปดู บีบขมับตัวเองอย่างหนักหน่วงเมื่อคลิปเริ่มต้นด้วยความโหดร้ายอีกแล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งน่าจะเป็นมาธวีกำลังโดนผู้ชายสองคนทำร้ายร่างกายอย่างหนัก และมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งถูกผู้ชายอีกสองคนล็อกตัวไว้ได้แต่ตะโกนว่าพอแล้ว หยุดได้แล้ว… ผู้ชายคนนั้นคือนิชฌาน จิลลายกสองมือปิดปากเมื่อได้รู้ดังนั้น เหมือนเห็นคำตอบแล้วว่าทำไมนิชฌานถึงเกลียดแขดรุณ

ในที่สุดนิชฌานที่น้ำตานองหน้าก็สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของแขดรุณ มาธวีเองก็ร้องไห้ราวจะขาดใจ ยิ่งทั้งสองคนเศร้าโศกมากเท่าไรก็ดูเหมือนสีหน้าของแขดรุณจะสาสมใจมากขึ้นเท่านั้น

จิลลาห้ามน้ำตาตัวเองไม่ได้ และกลัวเหลือเกินว่าจะส่งเสียงร้องไห้โฮจนปลุกทุกคนในบ้านจนต้องคว้าหมอนมากดใบหน้าตนลงไปเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องมา

แขดรุณถอดเสื้อผ้านิชฌาน ถอดเสื้อผ้าตัวเอง บังคับนิชฌานร่วมรักกับตนต่อหน้ามาธวี

จิลลาเข้าใจแล้วว่าทำไมนิชฌานถึงอยากให้แขดรุณตาย เข้าใจแล้วว่าทำไมรอยสักรูปสามเหลี่ยมของเขาจึงเยอะนัก… แต่ทำไมล่ะ จิลลาไม่เข้าใจ เธอจำได้ว่านิชฌานไม่รู้เรื่องพวกนี้ ไม่ได้เป็นคนที่ร่วมทำร้ายแขดรุณด้วยนี่นา หรือเพราะเขาเป็นคนรักของมาธวีอย่างนั้นหรือ

จิลลาต้องใช้เวลาอีกครู่ใหญ่ กว่าจะเลื่อนหน้าจอเพื่ออ่านเอกสารต่อ

 

กับมา แคลร์ใช้เวลาหลายปีมาก ตั้งใจอย่างที่สุดให้มาเจ็บปวดและทรมานที่สุด ในฐานะที่เป็นเพื่อนที่แคลร์รักมากที่สุด และเป็นตัวตั้งตัวตีทำเรื่องบัดซบกับแคลร์

 

เดี๋ยว… มาธวีเหรอ

 

แคลร์เชื่อว่าคนเราก่อนจะตายไม่โกหก และทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามาเป็นคนยุให้ทำเลวกับแคลร์ คอยบอกทุกคนว่านี่เป็นเรื่องขำๆ เสียเงินซื้อของไม่กี่บาท เสียเงินให้เพื่อนไม่กี่บาท คนแบบแคลร์ไม่เดือดร้อน ความรักทำร้ายแคลร์ได้โหดร้ายจริงๆ นะคะ ถ้าแคลร์ไม่รักมามากคงไม่ต้องเจ็บปวดขนาดนี้ แวบแรกแคลร์โทษตัวเองว่าแคลร์คงเคยทำอะไรให้มาไม่พอใจ แต่แล้วกลับพบว่าไม่ใช่เลย แคลร์ไม่ได้ทำอะไรให้มาเลย แต่เพราะความรักค่ะ

มากลัวแคลร์แย่งชาร์ล กลัวว่าชาร์ลจะเปลี่ยนใจมารักแคลร์ มารักชาร์ลมากจนกล้าทำร้ายแคลร์ และถ้ามารักชาร์ลมากขนาดนั้น เครื่องมือที่ดีที่สุดในการทำร้ายมาก็คือชาร์ล

นอกจากเรื่องชาร์ลแล้ว แคลร์บีบมาทุกทางค่ะ หน้าที่การงานของมา ของคนทั้งครอบครัวมา แคลร์ทำให้มาไม่รู้จักคำว่าความสุขหรือความสำเร็จอีกเลย จะบอกว่ามาเป็นโรคซึมเศร้าเพราะแคลร์ก็คงไม่ผิดค่ะ ตลอดเวลาแคลร์ยื่นเงื่อนไขเดียวให้มา ถ้าต้องการให้แคลร์หยุด แคลร์ให้เขาสารภาพสิ่งที่ทำกับแคลร์ให้ชาร์ลรู้ มาไม่กล้าพอ ก็คงเหมือนกับที่แคลร์ไม่กล้าพอจะให้ปู่รู้เรื่องพวกนี้ กว่ามาจะสารภาพความจริงกับชาร์ลก็อีเมลฉบับสุดท้ายก่อนมาจะฆ่าตัวตาย

บอกตามตรงว่าแคลร์ไม่ดีใจเลยค่ะ แคลร์เสียดายด้วยซ้ำ ความตายมันง่ายเกินไปสำหรับมา การเลือกวิธีตายด้วยตัวเองได้เป็นสิ่งที่ดีเกินไป แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ จบก็จบ พอมาตายสิ่งเดียวที่แคลร์อยากบอกกับชาร์ลคือแคลร์ยังรักชาร์ลเหมือนน้องชายอยู่ แต่ชาร์ลคงไม่เข้าใจหรอกค่ะเพราะชาร์ลเกลียดแคลร์เข้าไส้ไปแล้ว แคลร์เลยคิดว่าเสียเวลาเปล่าที่จะพูด ถึงจะรักชาร์ลแต่แคลร์จะไม่ยอมให้ความรักทำร้ายแคลร์ได้อีก แคลร์จะไม่สนใจความรู้สึกคนอื่นมากกว่าความรู้สึกตัวเอง ยกเว้นก็แต่ปู่คนเดียวเท่านั้น

คุณแจ้วคงเห็นว่าในไฟล์นี้แคลร์ซื่อสัตย์กับคุณแจ้วอย่างที่สุด ถ้าไม่ลำบากเกินไป คุณแจ้วช่วยบอกชาร์ลให้แคลร์ด้วยนะคะว่าแคลร์รักชาร์ลเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนค่ะ แต่แคลร์ไม่เสียใจในสิ่งที่ทำลงไปดังนั้นถ้าชาร์ลต้องการคำขอโทษแคลร์ไม่มีให้ค่ะ

 

จิลลาถอนใจยืดยาว ร้องไห้จนหายใจไม่ออก หน้าเอกสารไม่มีเพิ่มแล้ว ย่อหน้าสุดท้ายเขียนชื่อพอหทัยแล้ววงเล็บไว้ว่ารอสรุปข้อมูล จิลลาเดาว่าพอหทัยน่าจะได้รับผลจากแรงแค้นของแขดรุณเช่นกันทว่ากระบวนการยังไม่สิ้นสุด พอหทัยยังมีชีวิตอยู่ และแขดรุณเกิดเสียชีวิตก่อน

หญิงสาวพับจอคอมพิวเตอร์ลง นำมันไปวางไว้อีกทาง เอนตัวลงนอนแล้วร้องไห้… จนถึงเช้า



Don`t copy text!