ปราการแสงจันทร์ บทที่ 26 : ขายข่าว

ปราการแสงจันทร์ บทที่ 26 : ขายข่าว

โดย : ภัสรสา

ปราการแสงจันทร์ โดย ภัสรสา เมื่อนิชฌานที่เปรียบเหมือนต้นไม้ใต้เงาจันทร์ที่ไม่เคยรู้ว่าโลกในยามกลางวันเป็นอย่างไรต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับจิลลาที่ดุจว่าวตัวน้อยที่เรียนรู้การลอยตัวท่ามกลางแรงลมทุกรูปแบบ ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันไปได้ตลอดชีวิตจริงหรือ โดยเฉพาะเมื่อนิชฌานเป็นคนฆ่าจิลลาด้วยมือตัวเอง นิยายออนไลน์ที่อ่านได้ในอ่านเอา

****************************

จิลลากับวรรณวลีอาศัยลานจอดรถของร้านที่ค่อนข้างอยู่ในมุมมืดสวมกอดกันแน่น ไม่มีใครคิดจะผละออกก่อน นิชฌานกับตุลธรก็ยืนรอเงียบๆ ไม่ขัดขวาง ทว่าเมื่อรถคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาตุลธรก็ต้องบอก

“ไปกันเถอะ”

จิลลากับวรรณวลีเข้าใจว่าจะเสี่ยงให้คนอื่นมาเห็นแขดรุณกับวรรณวลีกอดกันคงไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณนี้ใกล้ที่ตั้งสำนักงานของเดอะคอนเทนิก และยังมีสำนักข่าวอื่นอีกสองสำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันด้วย วรรณวลีกับจิลลายังเคยเจอเพื่อนสำนักข่าวอื่นมากินร้านเดียวกันพร้อมกัน

สองสาวจึงผละออกจากกันแล้วออกเดินเข้าด้านในร้าน วรรณวลีจองห้องส่วนตัวสำหรับสี่ที่เอาไว้แล้ว พออาหารที่สั่งได้รับครบหมด ไม่น่ามีใครเข้ามาขัดขวางการสนทนาแล้ว วรรณวลีก็เอ่ยถาม “ได้เรื่องยังไงบ้าง”

“เรื่องฮอตก น่าจะไม่เกี่ยวกับคุณอลิชากับคุณคริษฐ์หรอก” จิลลาเริ่มด้วยประโยคนี้ คิดว่าน่าจะตรงประเด็นที่สุดแล้ว ตามด้วยการบอก “เร็วๆ นี้ที่สองคนนั้นเคยทำผิดไว้น่าจะแดงแล้วแหละ”

นิชฌานสบตากับตุลธร เป็นนิชฌานที่เสริมให้ “ในทีจีแอลน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เคยมีผู้บริหารโครงการโกงสเป็กวัสดุ พอปู่รู้ก็จัดการขั้นเด็ดขาด ทั้งยุติการก่อสร้างเพื่อตรวจสอบ ดำเนินคดีกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง… เรื่องพี่อลิซกับพี่คริส ผมไม่แน่ใจว่าจะถึงดำเนินคดีไหม แต่น่าจะให้ออกแน่นอน”

วรรณวลีนึกได้ จึงหันไปหยิบการ์ตูนส่งให้ตุลธร แล้วหยิบแฟ้มปึกบางๆ ส่งให้นิชฌาน “ป๊าขุดได้อีกสามโครงการค่ะ ของคุณอลิซทั้งนั้น ใหม่ทำสำเนามาให้”

นิชฌานรับมาแล้วเอ่ยขอบคุณ เปิดอ่านคร่าวๆ แล้ววางไว้ข้างตัว ตั้งใจว่าจะเอาไปคุยกับทิวา ถ้าโชคดีกลับไปทิวายังไม่นอนก็คงได้คุยเลย ถ้าไม่ก็คงต้องพรุ่งนี้เช้า

“แล้วคนที่ชื่อวิกรานต์ล่ะ” วรรณวลีถามถึงคนที่พ่อเธอขุดค้นอย่างหนัก ขุดแล้วตันก็หันไปขุดทางอื่น แต่สุดท้ายก็ตันหมด นอกจากข่าวลือ ข้อสันนิษฐาน การคาดเดาแล้ว ไม่เจอหลักฐานที่แน่นหนาพอจะดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้เลย

จิลลาเองก็ถึงกับนิ่งไปครู่ ไม่อยากให้วิวรณ์และวรรณวลีเกี่ยวข้องกับคนอย่างวิกรานต์ จึงต้องเลือกให้ข้อมูลพอให้วรรณวลีหยุดความสงสัยและไม่ติดตามต่อ “เขารู้จักกับคุณแคลร์จริง…”

จิลลาเหลือบมองนิชฌาน ซึ่งคงเข้าใจว่าเธอลำบากใจเรื่องอะไรจึงเป็นคนพูดเอง

“คุณวิกรานต์กับแคลร์เป็นคนรักกัน”

นั่นทำให้วรรณวลีมองหน้านิชฌาน แววตาแสดงความสงสารอย่างไม่ปิดบัง “เสียใจด้วยนะคะ”

นิชฌานเพียงส่งยิ้มนิดๆ ให้ เอ่ยขอร้องวรรณวลี “ผมไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นข่าว”

วรรณวลีส่ายหน้า บอกอย่างมั่นใจ “ป๊าไม่เล่นข่าวในมุ้งค่ะ ยิ่งตอนนี้คุณกับคุณแคลร์ยังดูเหมือนแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอยู่ ต่อให้เขียนข่าวป๊าก็จะข้ามรายละเอียดความสัมพันธ์ไป”

นิชฌานพยักหน้ารับ ถ้าเรื่องวิกรานต์เป็นชู้กับแขดรุณเป็นข่าว นอกจากจิลลาจะต้องเป็นคนแบกรับชื่อเสียงที่เสียหายแล้ว เขาไม่คิดว่าวิกรานต์จะปล่อยให้นักข่าวอยู่รอด เผลอๆ อาจทำลายทิ้งทั้งสำนักข่าวด้วยซ้ำ การไม่ลงข่าวเรื่องนี้ปลอดภัยกับวิวรณ์ วรรณวลี และเดอะคอนเทนิกมากกว่า

“แล้วที่มีคนส่งคนมายิงแกล่ะ” วรรณวลีถามถึงสิ่งที่ยังค้างคาใจต่อ ซึ่งจิลลาก็ต้องตอบตามตรง ไม่อย่างนั้นเพื่อนก็จะยังไม่เลิกห่วง “คุณวิกรานต์นั่นแหละ ที่ส่งคนมายิงเพราะคิดว่าคุณแคลร์จะเลิก”

วรรณวลีถึงกับอ้าปากค้าง “โคตรโหด… แจ้งความดีไหม”

จิลลายกสองมือขึ้นห้าม “ตอนนี้ทุกอย่างโอเคมากแล้ว แกรอทำข่าวเรื่องโครงการที่คุณอลิซทุจริตเถอะ”

แน่นอนว่าวรรณวลียังมีเรื่องคาใจ แต่พอหันไปอีกทีสองหนุ่มเริ่มกินกันแล้ว แบบไม่คิดจะเอ่ยปากชวน ดูจากการจ้วงเอาๆ นั่นแล้วดูออกว่าคงหิวน่าดู หันกลับไปมองเพื่อนตอนนี้ก็เริ่มแย่งเนื้อที่สุกแล้วจากนิชฌานและตุลธร คงหิวมากเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้เท่าที่ทำได้วรรณวลีจึงคอยเป็นคนเอาเนื้อชิ้นใหม่ๆ ลงปิ้ง รอดูมันหายวับไปหลังจากสุก แล้วเอาเนื้อชุดใหม่ลงต่อ เป็นอย่างนั้นอยู่พักใหญ่ ตุลธรก็คีบเนื้อที่สุกแล้วมาวางบนจานเธอแล้วบอกคล้ายจะเตือน

“กินบ้าง”

วรรณวลียิ้ม คีบเนื้อชิ้นนั้นเข้าปาก รู้สึกว่ามันอร่อยกว่าชิ้นไหนๆ ที่เคยกิน ตอบกลับตุลธร “เห็นท่าทางหิวกันค่ะ ใหม่ยังไม่ค่อยหิวเท่าไรด้วย”

หลังชั่วโมงหนึ่งผ่านไปตุลธรก็เริ่มกินช้าลงเพราะสลับกับอ่านการ์ตูน จิลลากับนิชฌานเริ่มเกี่ยงกันกินเนื้อที่สุกแล้ว ขณะวรรณวลียังกินได้เรื่อยๆ กระทั่งทุกคนลงความเห็นว่าอิ่มหนำจึงถึงเวลาแยกย้าย

คราวนี้ไม่ต้องอาศัยจิลลา เพราะพอเดินรวมกลุ่มกันมาถึงรถ ตุลธรก็เอ่ยถามวรรณวลีด้วยตัวเอง “ให้พี่ขับรถไปส่งที่บ้านไหม”

ทว่าจิลลาก็ยังยื่นมือเข้ามาอยู่ดี “บ้านใหม่อยู่ใกล้ๆ แถวนี้แหละ เดี๋ยวแจ้วกับคุณฌานตามไปติดๆ”

ตุลธรจึงส่งกุญแจรถให้นิชฌานซึ่งก็รับมาอย่างไม่อิดออด รถสองคันขับตามกันไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงบ้านของวรรณวลี  อีกราวสี่สิบนาทีต่อจากนั้นก็ถึงบ้านกัญจน์ธรา ตุลธรแยกตัวไปยังบ้านของตน ส่วนนิชฌานกับจิลลาเดินเข้าไปบ้านหลังใหญ่ นิชฌานเห็นว่าไฟห้องทำงานของทิวายังเปิดอยู่ ชายหนุ่มดูนาฬิกาข้อมือ เห็นเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว

นิชฌานหันไปบอกจิลลา “เข้าห้องก่อน ผมจะคุยกับปู่”

จิลลาทำตามอย่างว่าง่าย ไม่อยากเสี่ยงให้ทิวาเห็นรอยบนใบหน้าตนกลัวว่าเรื่องจะใหญ่โตเปล่าๆ พอจิลลาแยกไปแล้ว นิชฌานก็เดินไปเคาะประตูห้องทิวา ส่งเสียงเรียก

“ปู่ครับ”

ไม่นานประตูก็เปิดออก ทิวาขยับศีรษะแทนการบอกให้นิชฌานเข้าห้อง แล้วเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตน บอกนิชฌานไปด้วย “ปู่เช็กซีเรนิตี้แล้ว ตามนั้นแหละ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแค่ทำให้ถูกต้องมันยากเย็นอะไร ปู่เพิ่งคุยกับฝ่ายกฎหมายเสร็จว่าเราพอแก้ไขอะไรได้บ้าง”

นิชฌานส่งเสียงตอบรับ ขณะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทิวา “ผมอาจมีเรื่องปวดหัวมาให้ปู่อีก”

ทิวาเงยหน้าจากเอกสาร คาดเดาล่วงหน้า “เรื่องแคลร์หรือเปล่า”

นิชฌานรีบส่ายหน้า วางเอกสารที่ได้จากวรรณวลีลงตรงหน้าทิวา “มีสำนักข่าวขุดเจอโครงการที่พี่อลิซทุจริตอีกครับ”

ทิวารีบหยิบซองเอกสารมาเปิด พอเจอโครงการแรกก็โวยลั่น “ไอ้โครงการนี้ปู่ยกเลิกไปแล้วนี่”

“พี่อลิซแอบเดินหน้ามันอยู่ครับ”

“ท่าจะทำงานด้วยกันไม่ได้แล้วจริงๆ ไอ้ลูกหลานบ้านนี้” ทิวาพูดอย่างฉุนเฉียว ยิ่งอ่านเอกสารมากขึ้นสีหน้าก็ยิ่งเกรี้ยวกราดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็โยนมันลงกับโต๊ะ “ให้มันได้อย่างนี้สิวะ นี่เรื่องถึงนักข่าวแล้วเหรอ”

“ครับ เป็นเพื่อนของนักข่าวที่มาสัมภาษณ์แคลร์ พอเขารู้เรื่องเลยเอาข้อมูลมาให้พวกเราก่อน”

“อ้อ… แล้วนี่แคลร์ไปไหนล่ะ กลับบ้านมาพร้อมกันใช่ไหม”

“พร้อมครับ แคลร์ดูเหนื่อยๆ ผมเลยให้ไปนอนก่อน”

“ดีแล้ว ให้พักเยอะๆ… พรุ่งนี้ชาร์ลดูด้วยนะ ถ้าเจ็ดโมงแคลร์ไม่ตื่นก็ปลุกหน่อย ปู่อยากคุยกับอลิซตอนเก้าโมง อยากให้แคลร์เข้าด้วย”

“ได้ครับ… ผมไม่อยากให้ปู่นอนดึก”

ทิวาส่งยิ้มให้นิชฌานอย่างต้องการขอบใจสำหรับความเป็นห่วง ชูซองเอกสารของนิชฌานขึ้นแล้วบอก “ปู่จะส่งอันนี้ให้ฝ่ายกฎหมายแล้วจะนอนแล้ว ชาร์ลก็ไปนอนเถอะ”

นิชฌานจึงลุกยืนแล้วเดินกลับเข้าห้องตัวเอง เขาไม่เห็นจิลลา เดาว่าคงเข้าไปนอนในห้องที่เคยเป็นห้องของเขาแล้ว ชายหนุ่มรีบอาบน้ำชำระล้างร่างกาย วันนี้เป็นวันที่ยาวนานอีกวันหนึ่งในชีวิต และตอนนี้นิชฌานอยากนอนเต็มที เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่หนักหนากว่าไหม ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าถ้ามีอะไรหนักจนไม่ไหวก็แค่ยอมแพ้แล้วปล่อยให้ทุกอย่างพังทลายไป ให้ตัวเขาพังทลายไป แต่ตอนนี้เขายอมแพ้ไม่ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องปกป้องจิลลา เขายอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

 

จิลลารู้สึกได้เลยว่าทิวาต้องการปกป้องแขดรุณอยู่ในที ทิวากำหนดให้จิลลานั่งด้านหลังเหมือนเป็นผู้สังเกตการณ์มากกว่าผู้ร่วมวงสนทนา ขณะทิวานั่งประจันหน้ากับอลิชาและคริษฐ์ เริ่มต้นการพูดคุยอย่างดุเดือดและตรงประเด็นด้วยการส่งเอกสารหลักฐานการทุจริตของแต่ละโครงการให้อลิชา รอจนอลิชาเปิดเอกสารอ่านทุกหน้าแล้วจึงเอ่ยถาม “มีอะไรจะพูดไหม”

แน่นอนว่าอลิชาพยายามปฏิเสธ ทว่าหลักฐานทุกอย่างที่ทิวามีก็มัดตัว อาทิ ภาพถ่ายจากโครงการซีเรนิตี้ซึ่งเป็นปัจจุบันที่สุด ภาพถ่ายทางอากาศเทียบกับโฉนดของโพรเจกต์เอ็กซ์ที่แสดงชัดว่ารุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน ภาพเปรียบเทียบระหว่างวัสดุก่อสร้างที่ถูกต้องตามสเป็กกับวัสดุที่ใช้จริงในโครงการ

“โพรเจกต์เอ็กซ์ต้องหยุดเดี๋ยวนี้ ส่วนซีเรนิตี้และโครงการอื่นๆ ฝ่ายกฎหมายกำลังดู”

คริษฐ์เสนอความเห็นตน “แต่ตอนนี้ไม่มีคนนอกรู้ เราแค่ทำเป็นเฉยๆ ไว้ไม่ได้เหรอครับ”

ทิวามองหน้าคริษฐ์ พูดเสียงเบาทว่าชัดถ้อยชัดคำ “นั่นไม่ใช่แนวทางของทีจีแอล ไม่เคยเป็นแนวทางของทีจีแอล กระทั่งปู่ไว้ใจให้อลิซคุมโครงการ”

คริษฐ์พูดอะไรไม่ออก ได้แต่หันมองหน้าพี่สาวตน ก่อนตกใจไปกันใหญ่เมื่อได้ยินความจริงจากทิวา

“และที่บอกว่าไม่มีคนนอกรู้ นั่นผิด มีสำนักข่าวรู้และกำลังเตรียมลงข่าวแล้ว”

อลิชาบอกทันทีด้วยท่าทางตระหนก “เอาเงินฟาดให้มันเงียบได้ไหมคะ”

“เราควรเก็บเงินไว้สำหรับความเสียหายจากโครงการที่ทุจริต… ซึ่งชื่อผู้รับผิดชอบโครงการอ่านว่าอลิชา” ทิวาจ้องหน้าหลานสาว เน้นย้ำคำนี้ “ทุก-โครง-การ”

อลิชาส่ายหน้าไปมา รีบบอกอย่างต้องการปกป้องตัวเอง “ไม่จริงหรอกค่ะ ใครๆ ก็ทำทั้งนั้นแหละ… ทำไมปู่รู้แต่โครงการที่อลิซทำ มีคนฟ้องใช่ไหมคะ”

พูดแล้วหันไปทางจิลลาด้วย ซึ่งจิลลาก็ได้แต่นั่งตีหน้าซื่อ ไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ เอาสิ ยิ่งอลิชาแรงมาจิลลาก็จะเล่นบทเหยื่อให้หนักขึ้นเรื่อยๆ

“อย่าพาลนะอลิซ” ทิวาปรามเสียงหนัก แล้วบอกสิ่งที่ตนทำแล้ว “ปู่ไล่เช็กทุกโครงการย้อนหลังห้าปี ยังไม่เจอโครงการที่ทุจริต ถ้าอลิซมีข้อมูลก็บอกปู่ได้เลย ปู่พร้อมตรวจสอบทุกโครงการ”

“ก็ลองดูโครงการที่แคลร์ทำบ้างสิคะ อาจจะเจอแย่กว่าโครงการของอลิซอีก”

ทิวาหันมองหน้าคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างตน ก่อนบอกอลิชา “อลิซคงไม่รู้ ทุกโครงการของแคลร์ปู่ตรวจสอบตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่โครงการยังไม่เริ่มยันขายหมดโครงการ ไม่มีโครงการไหนของแคลร์ที่ไม่มีชื่อปู่เป็นผู้บริหารโครงการด้วย”

สีหน้าอลิชาแสดงออกว่าไม่รู้จริงๆ นั่นแหละ จิลลารู้ซึ้งถึงความฉลาดของแขดรุณขึ้นมาอีกครั้ง ให้ทิวามีส่วนร่วมก็ไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจสอบเพราะทิวาไม่มีทางยอมให้เกิดการทุจริตแน่ ที่สุดอลิชาก็ทนไม่ไหว จึงหันไปชี้หน้าคนที่ตนคิดว่าเป็นแขดรุณ

“แคลร์นั่นแหละค่ะเป็นคนทำให้อลิซทุจริตได้ แคลร์เป็นคนติดต่อให้อลิซหมดเลย”

จิลลาสบตาอลิชา ไม่ลืมตีหน้าซื่อตอนพูด “แคลร์จำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าพี่อลิซมีหลักฐาน แคลร์ก็พร้อมรับผิดค่ะ”

เพราะจิลลาแน่ใจว่าไม่มี ไม่มีทางมี แน่ใจด้วยว่าอลิชาไม่กล้าพูดชื่อวิกรานต์ เพราะถ้าพูด… อลิชาน่าจะไม่มีโอกาสได้พูดชื่อใดอีกเลย

พออลิชามีท่าทีจนมุม ทิวาก็รวบรัด “พอเถอะ ถ้าอลิซมีหลักฐานว่าแคลร์เกี่ยวข้องก็เอามาให้ปู่ได้ทุกเมื่อ หรือเอาให้ผู้บริหารคนอื่นก็ได้ถ้ากลัวว่าปู่จะปกปิดหรือเข้าข้าง แต่ถ้าไม่มี… ปู่จำเป็นต้องขอให้อลิซลาออกจากทีจีแอล”

อลิชาอ้าปากค้าง มองหน้าปู่ตนอยู่อย่างนั้น พอได้สติอลิชาก็ผุดลุกขึ้นยืน เริ่มโวยวาย “ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วยคะ เอาให้ชัวร์ว่าสื่อรู้เรื่องนี้แล้วค่อยปลดเอาหน้าก็ยังไม่สายหรอกค่ะ”

“ปู่ไม่ได้ปลดเอาหน้า ปู่ปลดเพื่อลงโทษในสิ่งที่อลิซทำ”

“ถ้าเป็นแคลร์ปู่จะทำแบบนี้ไหมคะ อลิซว่าไม่ ถ้าเป็นแคลร์ปู่จะฝังกลบแบบเงียบๆ ไม่บอกใคร ไม่ปลดแคลร์ออกด้วย”

“นี่ยังไม่ใช่การพยายามฝังกลบแบบเงียบๆ อีกเหรออลิซ ปู่พยายามจะคุยกับอลิซเป็นการส่วนตัว เพราะอยากให้เรื่องมันเงียบที่สุด ปู่พยายามให้ฝ่ายกฎหมายจัดการแบบเงียบๆ ให้ทีจีแอลรับผิดชอบความผิดแทนอลิซ ต้องให้ปู่บอกไหมว่าเราประเมินค่าเสียหายไว้กี่ร้อยล้าน”

อลิชาส่ายหน้าไปมาอย่างคนไม่ยอมรับความจริง น้ำตาเริ่มหยดริน คริษฐ์เห็นดังนั้นจึงยื่นเงื่อนไข

“ถ้าพี่อลิซออก ผมออกด้วย”

ทิวาหันไปมองคริษฐ์ นิ่งอยู่ครู่ก็พยักหน้ารับ “ได้ ถ้าอลิซไม่อยู่คริสก็คงไม่รู้จะทำงานอะไรสินะ”

คริษฐ์ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้! เขาอยากให้ปู่รั้งไม่ให้ออก และอาจพิจารณาเรื่องอลิชาใหม่ ไม่ใช่ยินยอมง่ายดายปานนี้ อลิชาเองก็หันไปทางคริษฐ์

“ก่อนเสนอแบบนั้นนายต้องคิดก่อนนะว่าพวกเราไม่ใช่แคลร์ เราไม่ใช่หลานรักของปู่ เป็นหลานที่ปู่ไม่รักด้วยซ้ำ”

ทิวาถอนใจยืดยาว บอกเสียงเบาไม่หวังว่าเด็กทั้งสองจะเข้าใจ “ปู่รักลูกหลานปู่ทุกคน แต่ความรักของปู่จะไม่สนับสนุนให้ลูกหลานทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต่อให้อลิซต้องเข้าคุกด้วยเรื่องนี้ ปู่ก็ยังรักอลิซ แต่ปู่จะไม่ทุจริตเพื่อช่วยให้อลิซรอดคุก”

อลิชาร้องไห้หนักขึ้น “ก็เพราะปู่ไม่รักอลิซไงคะ”

ว่าแล้วว่าไม่เข้าใจ ทิวาเลยถอนใจอีกเฮือก ฟังอลิชาโวยวาย

“ดูอย่างแคลร์สิ ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ไม่ต่างจากคนเป็นง่อย ปู่ก็ยังให้เข้ามาทำงาน ให้รับเงินเดือนของทีจีแอล”

“ปู่ยินดีรับคนพิการเข้าทำงาน แต่ปู่จะไม่เก็บคนทุจริตไว้ เลิกคิดว่าปู่ไม่รักสักทีเถอะ นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว นี่เป็นเรื่องงานที่เกิดจากการกระทำของอลิซเอง”

อลิชายังทำท่าจะเถียงอะไรอีก ทว่าจิลลาซึ่งมีความคิดอย่างหนึ่งแวบเข้ามารีบพูด

“ปู่คะ ที่พี่อลิซพูดก็ถูกค่ะ แคลร์ขอลาออกด้วย”

ทิวาหันมองหน้าคนพูด แต่ยังใจเย็นพอจะฟังเหตุผล

“ตอนนี้แคลร์เองก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ คนอื่นจะมองเหมือนพี่อลิซได้ค่ะ ว่าแคลร์เอาเปรียบทีจีแอล แล้วจะเสียมาถึงปู่ด้วย แคลร์ลาออกดีกว่าค่ะ”

ทิวาคิดถึงหุ้นของทีจีแอลว่าจะเหวี่ยงขึ้นลงอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในครั้งนี้ ตอนแขดรุณเกิดอุบัติเหตุไม่รู้เป็นหรือตายหุ้นก็ร่วงมารอบหนึ่งแล้ว จนทิวาต้องดึงผู้บริหารเก่งๆ จากองค์กรอื่นเข้ามาร่วมงานจึงพอพยุงขึ้นมาได้ ตอนนี้ทิวาอาจต้องหาคนรุ่นใหม่เก่งๆ เพิ่มสักหนึ่งคนแล้ว ที่สุดผู้อาวุโสก็ตัดสินใจได้ “ได้ แคลร์ออกไปพักผ่อนก่อนก็ดี พร้อมทำงานเมื่อไรค่อยว่ากัน”

จากนั้นทิวาก็หันไปทางอลิชา “ถ้าอลิซจะไม่ลาออกก็ได้ รอจนข่าวออกแล้วรอมติจากบอร์ดว่าจะจัดการยังไงดีไหม จะได้ไม่คิดว่าปู่ไม่รักอีก”

“เดี๋ยวจะทำเรื่องเลยค่ะ” อลิชาบอกแล้วลุกยืน หันไปทางคนที่ตนคิดว่าเป็นแขดรุณ “จะไปพร้อมกันไหมล่ะ”

“ปู่จะจัดการให้ทั้งสองคนเลย… สรุปคริสจะออกด้วยไหม”

“ออกครับ”

ทิวายอมรับการตัดสินใจของทุกคน จึงพยักหน้าแล้วบอก “แยกย้ายเถอะ ปู่จะจัดการให้ทุกคนเลย”

จิลลาลุกยืน นิ่งไปเมื่อเห็นอลิชาหันมามองตนอย่างแค้นเคืองใจ นี่ถ้าออกไปแล้วโดนลอบยิงก็เป็นอลิชาแน่นอนไม่ต้องสงสัย หญิงสาวถอนใจยืดยาว ตัดสินใจให้สองพี่น้องออกจากห้องไปก่อน นั่นเปิดโอกาสให้ทิวาเอ่ยถาม

“แน่ใจนะแคลร์”

จิลลามองคนถาม พยักหน้าอย่างมั่นใจ “ค่ะ แบบนี้ดีกว่า แคลร์มาแต่ทำอะไรไม่ได้ก็ขวางคนทำงาน หลายคนก็เกรงใจแคลร์ ไม่กล้าตัดสินใจแทน แคลร์เองยิ่งไม่กล้าตัดสินใจใหญ่ ทำแบบนี้งานจะได้ไม่สะดุดค่ะ”

ทิวายิ้ม พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย จิลลาเองก็ยิ้มรับแล้วเดินออกจากห้อง หน้านิ่วเมื่อเห็นนิชฌานยืนอยู่โดยมีสองพี่น้องยืนอยู่ด้วย เธอรู้ว่านิชฌานมารอหน้าห้องทำงานของทิวาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี้ก็รู้ว่าเขาโดนหาเรื่อง พอเห็นจิลลานิชฌานก็เดินแทรกสองพี่น้องมาหา

“ไปกันเถอะ”

แล้วพากันออกเดินทำราวกับไม่เห็นอลิชากับคริษฐ์ แต่ทันได้ยินคริษฐ์ข่มขู่

“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ”

นิชฌานกับจิลลาได้แต่หันมองคริษฐ์กับอลิชาด้วยสีหน้าสายตาอ่อนอกอ่อนใจ ส่ายหน้าให้เห็นแล้วเดินต่อไป พ้นจากสองคนนั้นมาแล้วนิชฌานจึงเอ่ยถาม “กลัวหรือเปล่า”

จิลลาหัวเราะหึ “บอกตรงๆ นะ หลังจากไปเจอคุณวอมา คุณคริสกับคุณอลิซดูเป็นแมวน้อยน่ารักไปเลย”

คุณวอคือวิกรานต์ นิชฌานเข้าใจได้ และใช่… เขาก็รู้สึกอย่างเดียวกับจิลลาเป๊ะเลย

“ว่าแต่ เขาหาเรื่องอะไรคุณ”

“หาว่าผมเป็นคนฟ้องปู่เรื่องโครงการ”

คราวนี้จิลลาส่งเสียงเหอะ “ทำตัวเป็นเด็กประถมไปได้ ทำผิดแล้วเพื่อนบอกครูก็หาว่าเพื่อนฟ้อง มองย้อนบ้างว่าถ้าตัวเองไม่ทำผิดจริงใครจะไปทำอะไรได้ พวกจะรับแต่ชอบไม่ยอมรับผิด น่ารำคาญ”

จุดนั้นนิชฌานทำได้แค่ยิ้ม… การอยากด่าแต่ไม่รู้จะด่าอย่างไร แล้วมีคนด่าแทนให้แบบตรงใจสุดๆ นี่มันดีจริงๆ!

 

ปกติแล้วทิวาไม่รับสายตอนมื้อเช้า ทว่าคราวนี้พอคนโทรหาไม่ยอมแพ้ จิลลาก็เห็นทิวาหยิบมือถือมาดูหน้าจอ เดาว่าคงเป็นคนสำคัญเลยกดรับสาย จากนั้นก็เห็นว่าใบหน้าทิวาเคร่งเครียด ไม่นานก็โวยออกมา

“ข่าวมันหลุดไปทั้งยวงแบบนั้นได้ไง เรื่องใครลาออกบ้างตอนนี้มันรู้แค่คนข้างในนะ”

จิลลากะพริบตาปริบ หันมองหน้านิชฌาน เห็นเขามองไปยังทิวาด้วยสีหน้าและสายตาเป็นห่วง ยิ่งพอโวยเสร็จผู้อาวุโสไอออกมาชุดใหญ่แล้วด้วย

“ได้ จัดแถลงข่าวไปเลย เรื่องโครงการทุจริตเราจะตรวจสอบถึงที่สุด…” วินาทีถัดมาทิวากลับมีสีหน้าลำบากใจ ค้านเสียงไม่มั่นคงนัก “บอกกลางๆ ว่าทีจีแอลจะรับผิดชอบอย่างดีที่สุดได้ไหม ไม่ต้องระบุชื่อใคร”

จิลลาเดาได้ ทิวาคงพยายามปกป้องชื่อเสียงอลิชากับคริษฐ์อยู่ ครู่เดียวทิวาก็ถอนใจยืดยาว

“เข้าใจ… ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยฉันก็ไม่ค้าน… ได้ เจอกันสักสิบโมง”

พอทิวาวางสาย นิชฌานก็เอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้นครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม”

ทิวาส่ายหน้า บอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ข่าวลงเรื่องโครงการทีจีแอลที่ทุจริตแล้ว แปลกที่ลงด้วยว่ามีผู้บริหารของทีจีแอลสามคนต้องออก เอกสารมันออกไปแล้ว คนเห็นหลายคนจะจับมือใครดมก็ไม่ได้ว่าใครขายข่าว พวกหิวเงิน ถ้ารู้จะไล่ออกให้หมด”

“แล้ว… ทีจีแอลจะแถลงข่าวเหรอคะ” จิลลารีบถาม ซึ่งทิวาก็พยักหน้า “ใช่ ทางนั้นอยากให้บอกว่าปู่ให้อลิซออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ”

“มันก็… เรื่องจริงนี่คะ”

สีหน้าทิวากลัดกลุ้มอย่างเห็นได้ชัด “ตีหลานในบ้านกับตีหลานกลางลานวัด มันต่างกันมากเลยแคลร์ แต่ทางบอร์ดเขาก็ตกลงกันมาแล้ว อยากให้ภาพลักษณ์ซื่อตรงของปู่ ให้ออกได้แม้คนทุจริตจะเป็นหลานช่วยพยุงเรื่องนี้ไว้ หวังว่าหุ้นจะไม่ตกเกินไป”

“ปู่รู้สึกเหมือนทำบูชายัญใช่ไหมครับ” นิชฌานถามอย่างเข้าอกเข้าใจ ส่วนทิวาก็พยักหน้ารับ ถอนใจเฮือก “บางทีก็คิดถึงตอนยังไม่เป็นมหาชน”

“จบเรื่องนี้แล้ว ปู่ไปพักกับผมกับแคลร์ดีไหมครับ สักเดือนสองเดือนก็ได้”

ทิวาเลิกคิ้ว สีหน้าสงสัย “จะไปที่ไหนกันเหรอ”

“บ้านผมไงครับ”

“อ้อ” ทิวามีสีหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะคิดถึงบ้านของนิชฌาน พยักหน้าขึ้นลงช้าๆ “ก็ดีนะ อยู่ที่นั่นเหมือนได้พักผ่อนจริงๆ ได้เห็นนายแดนกับชาร์ลทำงานกันก็สนุกดี… งั้นกินข้าวกันต่อดีกว่า ปู่ต้องไปทีจีแอล มีประชุมตอนสิบโมง”

จิลลาดูหวาดระแวงขึ้นมาทันที “แล้ว… แคลร์ต้องไปด้วยไหมคะ”

ทิวาหัวเราะพลางโบกมือ “ไม่ต้องๆ ไม่เกี่ยวกับแคลร์แล้ว ทุกอย่างที่เกี่ยวกับแคลร์ปู่จะพูดให้เอง ปู่ว่าจะลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาทุกบริษัทเลย อาจจะกับทีจีแอลด้วย อยากไปอยู่บ้านชาร์ลสักสามเดือน ได้ไหม”

มากกว่าที่นิชฌานเสนอไปหนึ่งเดือน ทว่าที่นิชฌานเสนอนั้นเขาคิดในแง่ที่ทิวาอาจมีงานติดพัน แต่หากทิวาจะลาออกจากทุกตำแหน่งหน้าที่จริงละก็… “ถ้าปู่ไม่คิดถึงงาน เราย้ายไปอยู่ที่นั่นกันเลยก็ได้นะครับ”

ทิวาหัวเราะร่วน เอื้อมมือไปขยี้ผมนิชฌาน “ได้ทีละเอาใหญ่เชียว”

จากนั้นก็นั่งกินข้าวเช้าด้วยกันไปกระทั่งอิ่มหนำเรียบร้อย ทิวาลุกขึ้นยืน บอกทั้งสองคน “ไปก่อนนะ ยังไงจะส่งข่าว”

จิลลาลุกเดินไปรับเสื้อสูทของทิวาจากคนงานที่ยืนอยู่อีกทาง เดินเคียงกับนิชฌานไปส่งทิวาที่รถซึ่งมีตุลธรยืนรออยู่แล้ว ทิวาถึงกับเอ่ยถาม

“อ้าว วันนี้ขับรถให้ปู่เหรอตุล”

ตุลธรพยักหน้ารับ เปิดประตูรถให้ทิวา แล้วบอกเสียงดังพอให้นิชฌานกับจิลลาได้ยินด้วย “ผมเห็นข่าวแล้ว คิดว่าวันนี้ทีจีแอลน่าจะเดือด เลยบอกคนขับรถกะนี้ว่าผมจะขับเอง”

ทิวาหัวเราะ ส่ายหน้าไปมา เข้าไปนั่งในรถแล้วไม่วายอาฆาต “อย่าให้รู้นะว่าใครขายข่าว จะลากลิ้นออกมาเผาไฟให้ดู”

ตุลธรปิดประตูให้ทิวา หันมองจิลลาแล้วกระซิบเสียงเบา “เก็บลิ้นดีๆ ล่ะ”

จิลลาถลึงตาใส่ กัดฟันบอกเสียงกระซิบ “กล่าวหา!”

ตุลธรแค่หัวเราะหึแล้วเข้าประจำตำแหน่งของตน นึกอะไรออกจึงกดหน้าต่างลงเพื่อบอกนิชฌาน “ถ้าจะไปไหนก็โทรบอกพี่”

นิชฌานส่ายหน้า รู้ว่าถ้าเขาโทรบอกตุลธรก็จะต้องขับรถกลับมา เขาอยากให้ตุลธรอยู่กับทิวามากกว่า “ไม่ไปหรอก”

จิลลาเสริมให้ “ไปก็ไม่บอก”

ตุลธรทำได้แค่มองหน้า จิกขาตัวเองเพื่อเตือนว่าทิวาอยู่ด้วยและคนตรงหน้าคือแขดรุณ นั่นคงเป็นสาเหตุให้ทิวากดกระจกลงมาคุยด้วยตัวเอง

“แคลร์ ไม่หนีเที่ยวนะ ตอนนี้ยิ่งไม่เหมาะ เจอนักข่าวจะลำบาก”

จิลลายิ้มเจื่อนส่งให้ทิวา เธอแค่อยากป่วนตุลธรเฉยๆ เอาจริงตุลธรก็ต้องรู้แหละ ตั้งแต่โดนปืนจ่อหัวจิลลาดื้อน้อยลงมากหากเป็นเรื่องความปลอดภัย กระทั่งตุลธรวนรถออกไปแล้วกำลังจะเดินกลับเข้าบ้านนั่นเอง นิชฌานจึงสะกิดไหล่เธอ

“มาคุยกันหน่อย”

คุยอะไรนักหนา… กระนั้นจิลลาก็เดินตามเขาไปที่กาเซโบ พอประตูปิดลงนิชฌานก็หันมาพูดคล้ายจะโวย

“ให้ข้อมูลคุณวันใหม่เยอะไปหรือเปล่า”

“อะไร เชื่อแต่พี่ตุลได้ไง ถามความจริงจากแจ้วบ้าง”

นิชฌานเอียงหน้ามองจิลลา “ผมรู้ตั้งแต่ได้ยินปู่โวยว่ามีคนขายข่าวแล้ว”

“คุณต้องถามความจริงจากแจ้วบ้างนะ ไม่ใช่นึกอยากจะกล่าวหาก็โยนข้อกล่าวหามาเลย”

คนฟังนิ่งไป สีหน้าสายตาเริ่มแสดงความไม่แน่ใจ จริงอย่างที่ทิวาว่านั่นแหละ หลังทำเอกสารการลาออกของอลิชา คริษฐ์ และแขดรุณ ก็มีคนรู้เป็นวงกว้างมากขึ้น อาจไม่ใช่จิลลา… “แจ้วไม่ได้เป็นคนให้ข่าวเหรอ”

จิลลายิ้มกว้าง บอกไปด้วยความภาคภูมิใจ “แจ้วให้เองแหละ”

บางทีนิชฌานก็อยากรู้ว่าถ้าเขาดันหัวจิลลาเบาๆ ให้ไปโขกกระจกแรงๆ จะเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ดีหรือไง” จิลลารีบท้วง เพราะพอเห็นสีหน้าอยากทำร้ายร่างกายตนของนิชฌานแล้วคงต้องรีบเอาความดีความชอบเข้าตัว “เป็นข่าวแบบนี้ดีจะตาย”

“ดียังไง วุ่นวายจะตายสิไม่ว่า”

“อย่างน้อยแจ้วว่ามันทำให้ปู่ปลอดภัยนะ ถ้าคุณอลิซกับคุณคริสอยากทำร้ายปู่จริงๆ พอเรื่องดังแบบนี้ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับปู่ ทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่สองคนนั้นแน่”

นิชฌานนิ่งไปอย่างครุ่นคิด ครู่หนึ่งก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย จิลลาได้ทีเลยรีบพูด

“ใช่ไหมล่ะ แจ้วเป็นคนคิดการณ์ไกล จะทำอะไรด้วยอารมณ์ชั่ววูบไม่มีหรอก”

“ได้เท่าไร” นิชฌานเอ่ยถามหลังหัวเราะหึไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนจิลลาอมยิ้มอย่างปริ่มใจ ตอบน้ำเสียงน่าหมั่นไส้เหลือเกินในความรู้สึกคนฟัง “ตามสมควร”

“มีกินบุฟเฟต์ก่อนกลับบ้านแล้วสิ”

จิลลาถึงกับถูสองมือเข้าหากัน บอกอย่างใจป้ำ “เลี้ยงคุณกับพี่ตุลยังได้”

คนจะถูก ‘เลี้ยง’ หัวเราะเบาๆ หยิบมือถือขึ้นมาทำท่าดู พึมพำ “โรงแรมไหนดีนะ”

คนที่เพิ่งได้เงิน ‘ตามสมควร’ มา ถึงกับกัดปาก หรี่ตา ท้ายสุดก็พึมพำ “ต้องโรงแรมเลยเหรอ”

“อ้าว แจ้วจะเลี้ยงทั้งที นี่ผมหาแต่ที่ราคาสองพันห้าอัปต่อหัวนะ”

“เกินตัว!” จิลลาแหวแว้ด “หัวละสี่ร้อยก็ดีถมไปแล้ว จะกินหรูอะไรนักหนา เกรงใจคนหาเงินบ้าง”

“หาเงินด้วยการขายข้อมูลในครอบครัวผม”

“ไม่สนหรอกว่าครอบครัวใคร แจ้วเป็นคนขายก็ต้องเป็นคนได้เงิน แจ้วเปลี่ยนใจ ไม่เลี้ยงแล้ว”

“เปลี่ยนใจง่ายจัง” นิชฌานพูดเสียงเบาคล้ายจะล้ออยู่ในที ยิ้มกว้างขึ้นตอนจิลลาแสดงอาการ ‘งก’ ให้เห็น

“นี่เป็นเงินก้อนแรกที่แจ้วได้ในรอบหลายเดือน จะให้ใช้ฟุ่มเฟือยเปย์ผู้ชายมากหน้าหลายตาไม่ได้หรอกนะ”

“โห ผมกับพี่ตุลนี่ถือเป็นผู้ชายมากหน้าหลายตาได้เลยเหรอ”

“เกินหนึ่งก็มากเกิน”

“งั้นเลี้ยงแต่ผม”

หัวจิลลาบวกเลขทันที ถ้าเธอเลี้ยงที่คนละสี่ร้อย… “ก็ได้แปดร้อย สองพันห้าน่ะอย่าหวัง”

“รวมแจ้วด้วยก็มีงบพันสอง ถูกไหม”

“ถูก”

“โอเค งั้นกลางวันนี้เลยแล้วกัน กินไรกันดี”

จิลลาถึงกับเลิกคิ้ว ไม่แน่ใจว่าตนกำลังเจอกับอะไร นิชฌานจะพาเธอหนีไปกินบุฟเฟต์เหรอ นิชฌานผู้ที่ไม่ยอมพาเธอไปเที่ยวขนาดตุลธรอยู่คนละจังหวัดน่ะนะ และอาจเพราะสีหน้าของจิลลาบอกชัดเกินไป นิชฌานเลยหัวเราะ แล้วหันหน้าจอมือถือของตนซึ่งเปิดแอปพลิเคชั่นสั่งอาหารให้ดู

“สั่งมากินที่บ้านก็ได้ ดูๆ ไว้ก่อน สักสิบเอ็ดโมงค่อยสั่ง กินอะไรดี”

“อยากกินอาหารอินเดีย” บอกแล้วเดินไปนั่งข้างนิชฌานเพื่อดูหน้าจอด้วย นิชฌานเลยเลือกหมวดหมู่อาหารอินเดียขึ้นมา แนะนำร้านที่ตนชอบไปสองร้าน จิลลาเข้าไปอ่านความเห็นจากลูกค้าของทั้งสองร้านแล้วตัดสินใจเลือกร้านหนึ่ง จากนั้นก็พากันเลือกเมนูเพื่อกดใส่ตะกร้าเอาไว้ ถึงเวลาจะได้กดสั่งเลยเพื่อความรวดเร็ว กดไปกดมาก็เกินพันสองมาร้อยกว่าบาท จิลลาเลยบอกอย่างใจป้ำ “ส่วนเกินไม่เป็นไร แจ้วเลี้ยงแล้วก็เลี้ยงให้สุด”

“งั้นเอามาซาล่าเพิ่มอีกสอง”

“เกินตัว!” จิลลาแว้ดทันที ซึ่งนิชฌานก็หัวเราะร่วน ปิดหน้าจอมือถือตนลง มองหน้าจิลลา นานเข้าจิลลาก็เริ่มหวาดระแวง เอ่ยถาม “อะไร”

“ผมเลี้ยงดีกว่า ยังไงใช้เครื่องผมก็ตัดเงินผมอยู่ดี”

จิลลานิ่งไป มองหน้านิชฌานแล้วเอ่ยถาม “ถ้าคิดจะลองใจก็อย่ามาเสียใจทีหลังนะ เรื่องเงินนี่แจ้วไวมาก”

คนฟังหัวเราะ “ไม่ได้ลองใจ เลี้ยงจริงๆ”

“งั้นเอามาซาล่าเพิ่มอีกสอง”

ถึงตรงนี้นิชฌานก็หัวเราะร่วน ดึงมือถือตนหลบไปข้างหลัง ลุกขึ้นยืนแล้วบอกจิลลา “แจ้วจะไปดูหนังก็ได้นะ ผมว่าจะโทรคุยกับพ่อหน่อย ไม่รู้ขายกาแฟเป็นไง แล้วก็คงอยู่ที่ห้องสมุด”

จิลลาพยักหน้า แล้วก็ต้องเลิกคิ้วอีกเมื่อนิชฌานยังมองหน้าเธออยู่ “อะไรอีก”

“สามเดือนที่ปู่ไปอยู่ด้วย เราต้องนอนห้องเดียวกัน แจ้วโอเคใช่ไหม”

จิลลาอึ้งไป ยังไม่ทันได้ตอบ ไม่คิดว่านิชฌานจะถือว่านั่นเป็นคำตอบรับ เขาบอกมาอีกเสียงเบา

“ดีแล้ว”

แล้วเดินออกจากกาเซโบไปเลย ทิ้งให้จิลลายังคิดถึงคำถามที่ได้ยินเมื่อกี้อยู่ ต้องนอนห้องเดียวกับเขาในห้องที่ไม่มีสัดส่วนแบ่งแยกเป็นเวลาสามเดือนเธอโอเคไหมอย่างนั้นหรือ… เธอจะโอเคได้ยังไง ถามมาด๊าย!

Don`t copy text!