ปราการแสงจันทร์ บทที่ 7 : เผชิญความจริง

ปราการแสงจันทร์ บทที่ 7 : เผชิญความจริง

โดย : ภัสรสา

ปราการแสงจันทร์ โดย ภัสรสา เมื่อนิชฌานที่เปรียบเหมือนต้นไม้ใต้เงาจันทร์ที่ไม่เคยรู้ว่าโลกในยามกลางวันเป็นอย่างไรต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับจิลลาที่ดุจว่าวตัวน้อยที่เรียนรู้การลอยตัวท่ามกลางแรงลมทุกรูปแบบ ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันไปได้ตลอดชีวิตจริงหรือ โดยเฉพาะเมื่อนิชฌานเป็นคนฆ่าจิลลาด้วยมือตัวเอง นิยายออนไลน์ที่อ่านได้ในอ่านเอา

****************************

สนับสนุนอ่านเอาด้วยการสั่งซื้อหนังสือ “ในสวนอักษร” คลิกที่นี่

จิลลาเริ่มออกกำลังกายนิดๆ หน่อยๆ เท่าที่ตัวเองไหว พักหลังมานี้นิชฌานเปิดโอกาสให้เธออยู่คนเดียวในห้องบ่อยครั้ง เธอมีเวลาสำรวจจนรู้แล้วว่าเหมือนจะมีมุมหนึ่งที่แขดรุณเอาไว้ออกกำลังกาย เธอเห็นอุปกรณ์อย่างพวกเสื่อโยคะ ดัมบ์เบลล์ ยางยืดต้านแรง และอื่นๆ อีกมากซึ่งเธอไม่ลังเลเลยที่จะใช้มัน… นิชฌานบอกเองนี่ว่าเธอจะได้ของทุกอย่างที่เป็นของแขดรุณ

จิลลาหยุดการยืดกล้ามเนื้อ หันไปมองทางประตูห้องเมื่อมันเปิดขึ้น เห็นนิชฌานชะงักเมื่อเห็นเธออยู่ตรงนี้ ส่วนเธอก็ชะงักกับสายตาของเขาที่มองมา ทำให้เธอเหมือนแขดรุณเองแท้ๆ ยังมาทำหน้าตกใจเหมือนเห็นผีอีก

“ทำไม คิดถึงเมียเหรอ”

นิชฌาณนิ่งไป ก่อนส่ายหน้าแล้วถามไปอีกทาง “คุณออกกำลังกายได้แล้วเหรอ”

“ก็เห็นอยู่”

นิชฌานพยายามปล่อยวางอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่านของตน บอกออกไปอีก “ผมจะพาไปซื้อชุดว่ายน้ำใหม่ ถ้าอยากว่ายน้ำ… หรือจะไปที่ยิมก็ได้”

จิลลาไม่ตอบรับ หันไปยืดกล้ามเนื้ออีกจุด ได้ยินเสียงที่ทำให้รู้ว่านิชฌานหยิบรีโมตแอร์จึงรีบบอก “อย่าเพิ่งเปิดได้ไหม ไม่ชอบออกกำลังกายในห้องแอร์”

เขาวางรีโมตลงอย่างว่าง่าย จิลลาจึงตัดสินใจพูดต่อเลยเผื่อเขาจะว่าง่ายต่อเช่นกัน “ฉันอยากได้มือถือ หรืออะไรก็ได้ที่ต่อเน็ตได้”

นิชฌานต้องคิดอีกครู่ใหญ่กว่าจะหาข้อเสนอที่คิดว่าจิลลาน่าจะยอมได้ “คุณใช้มือถือผมได้”

“เอามาสิ”

“ขอผมอาบน้ำก่อน”

จิลลานิ่วหน้า “คุณไปหยิบให้ฉันก่อนก็ได้แล้วค่อยอาบน้ำ”

นิชฌานเลยพูดให้ชัดเจนขึ้น “ผมจะอยู่ด้วยตอนคุณใช้มือถือ”

ทั้งคู่มองหน้ากันนิ่ง แลกความเงียบใส่กันอยู่เป็นพัก ที่สุดจิลลาก็บอกไป “ฉันแค่อยากค้นข่าวฮอตก ฉันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ได้คิดจะติดต่อใครทั้งนั้น”

แล้วจิลลาก็เห็นนิชฌานเดินไปหยิบมือถือของเขาขึ้นมา หะแรกเธอคิดว่าเขาจะเอามันมาให้ ทว่าเขากลับใช้มันโทรหาใครสักคน ได้ยินเขาคุยกับคนปลายสาย

“พี่ตุลจัดการตัวเองเรียบร้อยหรือยัง”

เขาโทรหาตุลธร…

“ถ้าเรียบร้อยแล้ว เตรียมข่าวฮอตกที่เราเก็บไว้ให้หน่อยนะ… คุณแจ้วอยากดู… ที่กาเซโบดีกว่า”

พอเขาวางสายจิลลาจึงถามไปอย่างพอเดาเหตุการณ์ได้ “คุณเก็บข่าวฮอตกไว้เหรอ”

“พีอาร์ที่บริษัทเก็บ พี่ตุลขอสำเนามาอีกที… พี่ตุลกำลังจะอาบน้ำ รอก่อน”

จะทำอะไรได้มากกว่านั้นล่ะ… จิลลาจึงทำเพียงพยักหน้ารับ มองนิชฌานหายเข้าห้องน้ำไป กลับมายืดกล้ามเนื้ออีกพักก็ลุกยืน เดินไปยังหน้าต่างบานโตแล้วเหม่อมองไปไกล เธอเป็นคนเปิดหน้าต่างบานนี้เองจึงรู้ว่ามันเปิดยากมาก จิลลารู้เลยว่ามันคงไม่ได้เปิดบ่อยนัก เครื่องปรับอากาศห้องนี้ทำงานตลอดเวลาหากมีคนอยู่ เหมือนคนบ้านนี้ไม่มีนโยบายประหยัดค่าไฟและไม่สนใจเรื่องโลกร้อน

จิลลาไม่รู้เหมือนกันว่าเธอชอบอากาศธรรมชาติมากกว่า หรือเป็นเพราะต้องประหยัดค่าไฟแต่เด็กเธอจึงไม่ค่อยชอบใช้เครื่องปรับอากาศนัก ตอนนี้สายลมที่โบกมาปะทะหน้าแผ่วเบาทำให้เธอรู้สึกสดชื่นดี วิวสวนที่เห็นจากตรงนี้ก็สวยงามสะอาดตาขนาดว่ามีต้นไม้ดอกไม้หนาแน่นกว่าสวนสาธารณะใกล้บ้านเธอเสียอีก ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างได้สัดส่วนและมีการดูแลอย่างดี… จิลลาเห็นใครบางคนอยู่ด้านล่าง จำได้ว่าเป็นคนที่คอยหยิบชุดให้เธออยู่เสมอ พออีกฝ่ายมองมาจึงส่งยิ้มให้ ทว่าทางนั้นกลับสะดุ้งโหยง ยกมือไหว้ แล้วรีบเดินหายไปจากสายตา…

จิลลาว่ามันแปลก แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลกอย่างไร เธอไม่เคยมีคนทำงานให้ในบ้านมาก่อน ยังไม่เคยเป็นเจ้านายใคร วรรณวลีเคยอยากให้เธอไปช่วยคุมเด็กฝึกงานให้แต่เธอก็ไม่มีเวลามากพอ บางที… การที่หลายๆ คนดูเกรงๆ กลัวๆ แขดรุณอาจเป็นเรื่องปกติระหว่างลูกจ้างนายจ้างกระมัง

จิลลาหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด เห็นนิชฌานออกจากห้องน้ำในสภาพแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว นี่ก็อีก เขาให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคุณชายตัวน้อยๆ ที่เชื่อฟังพี่เลี้ยงอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยเห็นเขาทำอะไรรุ่มร่ามให้ระคายตาระคายใจเลย นอกจากที่สระว่ายน้ำวันนั้นแล้วแทบไม่เห็นเขาเปลือยท่อนบน ไม่เคยเห็นเขานุ่งแต่ผ้าขนหนู เขาจะเข้าห้องน้ำไปอย่างเรียบร้อยและกลับออกมาแบบเรียบร้อย… หรือเป็นเรื่องปกติของคนบ้านนี้ เพราะในห้องน้ำก็มีส่วนแห้งที่พร้อมมากพอจะแต่งตัวจนเสร็จได้

“ถ้าคุณพร้อม เราไปที่กาเซโบกันเลยก็ได้”

เขาว่ามาแบบนั้น จิลลาจึงย้อนถาม “ทางนั้นอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”

“ถ้าเสร็จแล้วพี่ตุลจะรอเราอยู่แล้ว ถ้ายังเราก็แค่ไปรอ”

จิลลาเลิกคิ้วนิดๆ ไม่แน่ใจว่านี่เป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่คล้ายกับนิชฌานจะ ‘ยอกย้อน’ กับเธอ

“หรือคุณอยากอาบน้ำก่อนหรือเปล่า”

จิลลาส่ายหน้า เธออาบน้ำแล้ว และการยืดเส้นยืดสายที่ทำอยู่ก็ไม่ได้ทำให้เหงื่อออกสักนิด มันแค่ทำให้คลายความตึงของเส้นบ้างนิดหน่อยแค่นั้น

ตุลธรรออยู่แล้วในกาเซโบ จิลลาก้าวเข้าไปแล้วไม่เห็นเอกสารอยู่ในสายตาเลย แต่หายข้องใจเมื่อตุลธรยื่นแท็บเล็ตมาให้ มันเปิดหน้าหนึ่งไว้อยู่แล้ว กวาดสายตาดูแป๊บเดียวก็รู้ว่ามันเป็นข่าวเฮลิคอปเตอร์ตก

“เลื่อนอ่านไปได้เรื่อยๆ มีทั้งภาพและคลิปข่าวที่ออกในทีวี”

จิลลารับมา ทว่าตุลธรไม่ยอมปล่อยแท็บเล็ตจากมือเขา พอมองหน้าเขาก็ถามย้ำเหมือนอยากเตือนเธออยู่ในที

“แน่ใจนะว่าอยากดู”

จิลลาตอบได้ทันที “แน่”

มองตากันอยู่อีกพักตุลธรจึงปล่อยแท็บเล็ต จิลลารับมาแล้วเดินไปนั่งลงบนที่นั่ง ตั้งต้นอ่านทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับข่าวเฮลิคอปเตอร์ตก… และพบว่านอกจากวัน เดือน ปี และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุแล้ว ก็มีเพียงชื่อเธอกับชื่อนักบินผู้เสียชีวิตแล้วก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุเลย รายละเอียดที่เหลือล้วนกลายเป็นประวัติของทีจีแอลและแขดรุณ ส่วนสาเหตุที่เฮลิคอปเตอร์ตกก็พูดเพียงว่าอยู่ในระหว่างสืบสวน

แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้รู้ว่าเสียงระเบิดและไฟที่เกิดในความฝันคงมาจากเหตุการณ์จริง ดูไปเรื่อยๆ จิลลาก็อดพูดไม่ได้

“ฉันรอดได้ยังไง”

นิชฌานสบตากับตุลธร ก่อนตุลธรจะเป็นฝ่ายบอก “เดาๆ กันว่าแจ้วน่าจะหลุดออกจากตัวเครื่องก่อนมันฟาดพื้น”

จิลลานิ่งไป พยายามนึกย้อนไปในวันนั้น เมื่อค้นเจอข้อเท็จจริงหนึ่งจึงเห็นว่าเรื่องนั้นอาจเป็นความจริง “ใช่ ก่อนเครื่องจะตกแป๊บเดียว ฉันถอดเข็มขัดนิรภัยเพราะจะถ่ายรูป แต่… แต่มันระเบิดไม่ใช่เหรอ” พูดไปแล้วจิลลาก็นึกขึ้นได้ แต่ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือเปล่า เสียงที่ใช้จึงฟังลังเลชัดเจน “เปล่า มันไม่ได้ระเบิดแล้วตก แต่มันดิ่งลงไปเฉยๆ… คือตกพื้นแล้วค่อยระเบิดเหรอ”

“ใช่” ตุลธรช่วยยืนยัน “เครื่องตกแล้วค่อยระเบิด”

จิลลาพยายามนึกว่าสิ่งที่เธอเผชิญจะเกิดจากอะไรได้บ้าง “วันนั้นอากาศดีมาก… เครื่องยนต์ขัดข้องเหรอ”

จริงสิ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับอากาศยาน มีสิ่งหนึ่งที่น่าจะช่วยบอกสาเหตุได้นี่นา “มันต้องมีกล่องดำสิ ใช่ไหม”

นิชฌานพยักหน้า บอกความจริงไป “กล่องดำเสียหายจากไฟ”

“จะบอกว่าเราไม่รู้ว่าทำไมเครื่องตกเหรอ” จิลลาถามทันควันด้วยท่าทางฉุนเฉียวจนตุลธรต้องแทรกแซง “ใจเย็นๆ ฟังให้จบ”

แม้หงุดหงิดกับท่าทางตุลธรที่ทำให้เธอดูเป็นคนใจร้อนเกินเหตุ ทว่าจิลลาก็ยอมเงียบ ฟังนิชฌาณพูดต่อ

“มีการกู้ข้อมูลมาได้บางส่วน เสียงที่บันทึกไว้ไม่มีอะไรผิดปกติ… แต่ก็มีที่เรารู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย”

“ยังไง” จิลลาถามแล้วหันขวับไปทางตุลธร อดไม่ได้ “ขอถามแทรกหน่อยนะ อยากรู้”

ตุลธรจึงพยักหน้ารับ สีหน้าตอบชัด… เชิญเถอะจ้ะ ส่วนนิชฌาณก็บอกสิ่งที่ตนคิดไว้ไป

“จังหวะเครื่องตกนักบินไม่พูดอะไรเลย ไม่มีรายงานอะไรให้รู้ ไม่มีกระทั่งเสียงร้องแบบคนตกใจ หรือคนกลัว”

จิลลานิ่งเงียบ พยายามรื้อค้นความทรงจำที่อาจยังพอหลงเหลืออยู่ ทว่าไม่พบอะไรอีกยกเว้นแรงสั่นสะเทือนที่ฝังแน่นในความทรงจำ มันรุนแรงและชัดเจนพอจะทำให้จิลลาไม่อยากนึกถึงเรื่องราวใดๆ อีก… เธอกลัว

จิลลาสะดุ้งเฮือกตอนใครสักคนแตะแขนเธอ หันมองหน้าจึงเห็นว่าเป็นนิชฌาน ตอนนี้เขามองมาด้วยแววตาที่ดูเป็นกังวล ซึ่งอาจจะมีความเป็นห่วงปะปนอยู่ด้วยนั่นแหละ แต่จิลลาไม่สนใจ

“คุณโอเคไหม”

“จะถามคำถามแบบนี้อีกกี่รอบ ยังไงฉันก็ไม่มีทางโอเคอยู่แล้ว”

“ผมถามแค่อาการคุณตอนนี้ อยู่ๆ คุณก็หน้าซีด ทำหน้าเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง… ผมถึงไม่อยากให้คุณดูข่าว มันยิ่งทำให้คุณคิดถึงอุบัติเหตุนั่น”

จิลลาดึงแขนตัวเองออกจากมือของนิชฌาน “ฉันต้องคิดถึงมัน คุณอาจจะชอบแก้ปัญหาด้วยการโกหก หลบเลี่ยงความจริง” พูดไปแล้ว เห็นสีหน้าของนิชฌานแล้วนางฟ้าในใจส่งเสียงบอกว่าให้เธอหยุดทำร้ายจิตใจเขาเสียที เห็นได้ชัดว่าที่เขาต้องโกหกทิวาว่าแขดรุณยังไม่ตายไม่ได้ทำให้เขามีความสุข… โกหก จิลลาไม่เคยมีนางฟ้าในใจ ดังนั้นจึงจ้องหน้าเขาแล้วบอกไป “แต่ฉันชอบแก้ปัญหาด้วยการเผชิญหน้ากับมัน และยอมรับมันให้ได้ ตอนนี้การนึกถึงเรื่องวันนั้นมันอาจทำให้ฉันกลัว แต่ฉันจะไม่กลัวมันไปตลอด”

เสียงถอนใจจากตุลธรทำให้จิลลาหันขวับไปมอง จ้องหน้าเขาเหมือนรอดูว่าเขาจะพูดอะไรและเธอก็พร้อมตอบโต้ แล้วพอตุลธรยกสองมือขึ้นนิดๆ แทนการยอมแพ้ จิลลาจึงหันไปหานิชฌาน ถามต่อ “แล้วมีอะไรอีกไหม กล่องดำว่าไงอีกบ้าง”

นิชฌานใช้เวลารวบรวมสติอยู่เป็นครู่เพราะตอนนี้อารมณ์เขามันหลากหลายเหลือเกิน ทั้งโมโหที่จิลลาตอกย้ำความผิด ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนไม่เอาไหน แต่ทั้งๆ ที่โมโหขนาดนั้นใจเขาก็ยังชื่นชม บางทีถ้าเขากล้าหาญเพียงแค่ครึ่งของจิลลา… บางที แต่ไม่มีประโยชน์กับการคิดเรื่องนั้นตอนนี้ ดังนั้นนิชฌานจึงบอกข้อมูลอีกหนึ่งชุด “ส่วนบันทึกข้อมูลการบินก็ไม่มีอะไรผิดปกติ”

“นั่นแหละที่ผิดปกติ” จิลลาแทรกทันควัน และหันไปทางตุลธรทันควันเช่นกัน “กำลังจะฟังต่อ แค่อยากออกความเห็น”

โดยไม่มีสาเหตุ นิชฌานมองหน้าหงุดหงิดของตุลธรแล้วยิ้มได้ ยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดตอนตุลธรหรี่ตามอง ก่อนหันมาให้ข้อมูลจิลลาต่อ “ความสูง ความเร็ว ทิศทาง ตำแหน่งคันบังคับ ทุกอย่างปกติจนประมาณยี่สิบวินาทีสุดท้าย”

คราวนี้จิลลาไม่แทรกแล้ว แต่จ้องหน้านิชฌานตาไม่กะพริบ รอฟัง…

“เขาแจ้งเราว่าเหมือนเครื่องเสียการควบคุม แต่มีข้อมูลที่หายไปเพราะความเสียหายของกล่องดำ เขาขอเวลาหาคำตอบ”

“เวลา… จะเอาเท่าไร นี่มันสองเดือนกว่าแล้วนะ”

“ก็คงอีกสักพัก กว่าจะซ่อมกล่องดำ กว่าจะได้ข้อมูลชุดแรกนี้มาก็ก่อนคุณออกจากโรงพยาบาลไม่กี่วัน”

จิลลานิ่งไป ทั้งทิวาและนิชฌานคงทุ่มสุดตัวเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ตกให้ได้ และถ้าดูจากอำนาจทางการเงินและอำนาจโดยบริบทแวดล้อมของตระกูลกัญจน์ธรา ถ้าได้แค่นี้ก็คงได้แค่นี้จริงๆ นั่นแหละ หญิงสาวถอนใจยืดยาว มองหน้านิชฌานสลับกับตุลธรอยู่สามรอบก็ตัดสินใจบอกความจริง “ฉันอยากอ่านข่าวเพราะรู้สึกว่ามันมีบางอย่างหายไป”

เกิดความเงียบขึ้นอยู่ครู่ ก่อนนิชฌานจะทำลายมันลง “ยังไง”

“ไม่รู้สิ… ฉันฝันถึงเรื่องนี้บ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่ฝันก็จะงงๆ ตื่นมาก็ยังงงๆ”

“ไปหาจิตแพทย์ไหม”

จิลลาถอนใจเฮือก ได้ยินคำถามนี้อีกครั้งทว่าคราวนี้ตุลธรเป็นคนถาม “ฉันคิดว่าตัวเองยังโอเคอยู่ แค่รู้สึกว่าตัวเองลืมอะไรสักอย่าง บางทีถ้านึกออกอาจจะเลิกฝัน”

นิชฌานฟังแล้วเสนอความคิดตัวเอง “เหตุการณ์มันรุนแรงมาก ไม่แปลกที่คุณจะลืมมันบ้าง”

แน่นอน ตุลธรเสริมทันที “จิตแพทย์อาจทำให้แจ้วนึกออก”

จิลลาเลยถอนใจหนักกว่าเดิม หันไปมองหน้าตุลธรแล้วบอกไป “ถ้าต้องไปหาหมอหรือเข้าเขตโรงพยาบาลอีกครั้งเดียวฉันได้เป็นบ้าจริงๆ แน่”

คนฟังสองคนเลยต้องมองหน้าสบตากันอีกครั้ง เหมือนได้ข้อสรุปในนาทีนั้นว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก แต่มีบางเรื่องผุดขึ้นมาในหัวตุลธรแทน จึงเป็นฝ่ายพาเข้าประเด็นเอง

“นอกจากให้แจ้วมาทำสกู๊ปครบรอบหกสิบปีทีจีแอล คุณแคลร์ให้แจ้วทำอะไรให้อีกไหม”

จิลลาส่ายหน้าเป็นคำตอบ ทว่าในสามวินาทีต่อมากลับชะงัก นึกขึ้นได้ว่าตนยังมีภารกิจอื่นอีก ความทรงจำในคืนนั้นเริ่มกลับมา คืนแรกและคืนเดียวที่เธอได้นอนที่คฤหาสน์กัญจน์ธราในฐานะจิลลา แขดรุณยังมีอีกงานให้เธอทำ ตอนนี้เธอควรจะได้ทำมันแล้วด้วยถ้าเพียงแต่เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างที่มันเกิดขึ้นจริงๆ

จริงสิ… “รถฉันอยู่ไหน”

เพราะตู้เซฟของแขดรุณอยู่ในรถ ข้อมูลทั้งหมดที่เธอต้องเรียบเรียงอยู่ในนั้น

“เรายกไปเก็บไว้ที่บ้านคุณ”

จิลลาพยักหน้าช้าๆ พยายามนึกว่าเธอจะกลับบ้านตัวเองอย่างไรไม่ให้สองคนนี้รู้ดี จริงอยู่ว่าเรื่องงานที่แขดรุณให้ทำมันอาจไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพราะจิลลาไม่คิดว่าตนจะอยากตายเร็วๆ นี้ แต่จิลลาก็ยังอยากทำให้มันสำเร็จ ทำเตรียมไว้จนกว่าจะถึงวันนั้น ความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของแขดรุณที่อยู่ในความทรงจำทำให้จิลลาคล้ายกับโดนฝากฝังเรื่องนี้ไว้ และเช่นกัน ความลึกลับไม่อยากให้ใครรู้ก็มากพอจะทำให้จิลลาต้องเคารพ

“ถ้าอยากกลับบ้าน เราพาไปได้”

มันไม่ง่ายขนาดนั้น… จิลลามองหน้านิชฌาน ตัดสินใจส่ายหน้า ปฏิเสธข้อเสนอเสียงเบา “ยังดีกว่า”

เพราะตอนนี้เธอบอกนิชฌาณกับตุลธรไม่ได้ เธอบอกเรื่องตู้นิรภัยใบนั้นไม่ได้จนกว่าเธอจะรู้ก่อนว่าในนั้นมีอะไร ข้อมูลที่แขดรุณจะให้เธอเรียบเรียงและเขียนให้เป็นแบบไหน และเห็นแก่ความรักที่นิชฌานมีให้แขดรุณ เธอทำเรื่องนี้เสร็จเมื่อไร เขาจะได้รู้เป็นคนแรกแน่นอน

และใครอีกคนที่เข้ามาอยู่ในสายตาก็ทำให้จิลลาถูกแรงกดจากความสงสารจนหัวใจยวบไหว… ทิวา

เธออยากให้ทิวาได้รู้เรื่องนี้ด้วย แต่ถ้าวิเคราะห์จากการที่แขดรุณบอกว่าจะยังไม่ตายถ้าทิวายังอยู่แล้ว แขดรุณไม่น่าอยากให้ทิวารู้เรื่องนี้…

ชายสูงวัยเข้ามาเคาะประตูกระจกด้วยรอยยิ้ม นิชฌานขยับไปเปิดประตูกาเซโบให้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเอ่ยถามทิวาก็บอก

“ว่าจะกลับมากินข้าวกลางวันกับแคลร์… คุยอะไรกันอยู่เหรอ”

นิชฌานนิ่งไป หันมองตุลธรแล้วเลยไปมองจิลลา ที่สุดก็ตัดสินใจพูดความจริง “แคลร์อยากเห็นข่าวฮอตกครับ ผมกับพี่ตุลเลยเอาให้ดู”

ทิวามีสีหน้ากังวล เดินไปนั่งข้างคนที่ตนคิดว่าเป็นแขดรุณ วางมือลงบนศีรษะ “ทำไมอยากเห็นล่ะแคลร์”

จิลลาตอบตามความจริงเช่นกัน ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่อยากให้ทิวาถูกโกหกมากไปกว่านี้ “อยากจำได้ค่ะ”

ทิวาขยี้ผมหลานตนเบาๆ “ปู่ก็อยากให้แคลร์จำได้ แต่ไม่อยากให้แคลร์กดดันตัวเอง”

“ไม่หรอกค่ะ” จิลลารีบตอบทันทีเพราะรู้ว่าทิวาเป็นห่วง โยนความดีความชอบให้คนสองคนที่อยู่ด้วยเสียหน่อย “สองคนนี้ก็ช่วยดูอยู่”

นั่นทำให้ทิวายิ้มอย่างเบาใจ เอ่ยถามหัวข้อที่ทำให้ตนต้องเดินมาตรงนี้ “กลางวันนี้แคลร์อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม ปู่จะสั่งให้”

จิลลารู้จากข้อมูลที่เคยอ่านว่าแขดรุณมีร้านอาหารโปรดหลายร้าน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นร้านระดับห้าดาว ซึ่งเธอไม่ได้อยากกินตอนนี้ มองหน้าทิวาที่เห็นได้ชัดว่าอยากเอาอกเอาใจหลานแล้วจึงเอ่ยถาม “ปู่เคยทำอะไรให้แคลร์กินไหมคะ”

ทิวาหัวเราะ “เคยสิ แคลร์ชอบราดหน้าของปู่ที่สุดเลยนะ”

จิลลายิ้มได้ ก่อนถามอย่างไม่แน่ใจ “แล้ว… ปู่ยังทำไหวอยู่ไหมคะ”

“แล้วกันสิ” ทิวาว่าแบบนั้นพลางหัวเราะไปด้วย ลุกขึ้นยืนแล้วมองหน้าเด็กๆ ทั้งสามคน “มีใครสนใจจะเป็นลูกมือปู่ไหม”

จิลลาลุกยืนเสนอตัวทันที ทั้งคู่เดินเคียงกันออกจากกาเซโบไปยังส่วนครัว แต่พอหันไปมองอีกทีก็เห็นว่านิชฌานกับตุลธรเองก็อยู่ด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าไม่ไว้ใจให้เธออยู่กับทิวาตามลำพังหรือเปล่า… อีกครู่หนึ่งจึงได้รู้ ทั้งคู่อยากมาดูแลทิวาจริงๆ เพราะต่อให้ไม่เข้ามาเธอก็ไม่มีทางได้อยู่สองคนกับทิวา เพียงนิชฌานกดเครื่องมือสื่อสารบอกไปว่าทิวาต้องการทำราดหน้า ไม่นานเลยวัตถุดิบอุปกรณ์ต่างๆ ก็พร้อมเพรียงพร้อมผู้ช่วยอีกห้าคน ซึ่งนั่นไม่ได้นับรวมเธอ นิชฌาน และตุลธรด้วยนะ

นี่ทำกินเองหรือกะทำเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านเนี่ย จิลลาสงสัยจริงๆ

 

Don`t copy text!