ชมา 5 ชีวิต บทที่ 17.4 : ลาก่อนโอโตซัง

ชมา 5 ชีวิต บทที่ 17.4 : ลาก่อนโอโตซัง

โดย : คีตาญชลี แสงสังข์

Loading

ชมา 5 ชีวิต เรื่องราวของลูกแมวขาวดำทักซิโด้ที่ได้ไปเจอเจ้าของในชาติที่แล้วและชาติที่สอง รวมถึงชาติที่หนึ่ง แถมยังพบว่าแขกที่มาเที่ยวฟาร์มเสตย์ก็ดันเป็นเจ้าของตัวมันในชาติที่สาม! ชมารู้ทันที่ว่าเรื่องไม่ธรรมดากำลังจะเกิดขึ้น! พบกับนวนิยายเรื่อง ชมา 5 ชีวิต โดย คีตาญชลี แสงสังข์ ที่อ่านเอานำมาให้ทุกคนได้อ่านใน anowl.co

ผ่านไปสามวันผมจึงรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเป้ที่ย้ายออกมา หัวค่ำคืนนั้นบอนนี่บอกว่ามีนัดไปงานวันเกิดเพื่อน เขาบอกให้เป้อาบน้ำกินข้าวแล้วเข้านอนได้เลยไม่ต้องรอ แต่เหมือนว่าคนบ้านนี้จะปากหนักเป็นกรรมพันธุ์ หลังจากบอนนี่ออกไปไม่นานเบญจมินทร์ก็ขับรถเข้าบ้านมา เขาถือถุงอาหารมาอย่างอารมณ์ดี และเมื่อเห็นหน้าเป้ก็เกิดอาการตาค้าง แล้วถามว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแล้ว ‘พี่บัน’ ไปไหน

พวกเขาไม่คิดจะโทร.หากันล่วงหน้าเลยหรือไงนะ…

เป้ไม่ทันจะได้ตอบ โทรศัพท์ของเบญจมินทร์มีสายเรียกเข้าเข้ามาเสียก่อน เขามองหน้าจอ หลุดปากออกมาว่า ‘โอ’ แล้วก็รีบส่งถุงอาหารให้เป้ ก่อนจะแยกตัวเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น

แน่นอน เป้เงี่ยหูฟัง ส่วนผมไม่ต้องทำอย่างนั้น เพราะสามารถเดินเข้าไปฟังข้างๆ เบญจมินทร์ได้เลย

ผมไม่ได้ยินเสียงโอ แต่ได้ยินเบญจมินทร์ออกอาการตกใจแล้วพูดว่า

“ใช่ๆ เจอกันแล้ว” “ยัง…เพิ่งเจอ ไม่ได้พูดอะไรกันเลย” “ได้ๆ เดี๋ยวผมลองคุยดู แล้วโอเป็นยังไงบ้าง”

ปลายสายพูดบางอย่าง เบญจมินทร์หัวเราะ

“ได้สิได้ ผมภูมิใจในตัวโอนะ” เขาหัวเราะ หน้าระรื่นจนแก้มแทบปริ

โอคงพูดอะไรบางอย่าง เพราะเบญจมินทร์เงียบไปนาน ผมหันไปมองเป้ เห็นเขาจ้องเบญจมินทร์มาจากประตูห้องครัว ก่อนจะได้ยินประโยคสุดท้ายของเบญจมินทร์ว่า “ฮือ…ไม่ต้องห่วง แล้วเจอกัน”

เบญจมินทร์วางสาย ถอนหายใจยาว แล้วหันกลับไปหาเป้ที่ประตูครัว เมื่อเขาเห็นว่าเป้จ้องอยู่ก็กวักมือเรียก ปากก็บอกว่า มาคุยกันหน่อยสิเรา

เป้ก้าวออกมา หน้าบึ้งตึง ก่อนที่เบญจมินทร์จะทันได้ถามเขาก็โพล่งออกไปว่า

“ที่ผมย้ายออกมา เพราะผมทนเห็นหน้าอาโตไม่ได้ อาโตเป็นคนดี เขาซื่อจนไม่เคยระแวงใครเลย ผมทนเห็นคนดีๆ อย่างเขาโดนแทงข้างหลัง แล้วไอ้คนที่แทงอาโตก็คือคนที่ผมรักและเคารพมาตลอดชีวิตไม่ได้”

“เป้…” เบญจมินทร์คราง คิ้วขมวดมุ่ย จ้องหน้าหลานชายนิ่ง ความเงียบเหมือนงูเลื้อยออกมาจากครัวเพื่อรัดพวกเราทุกคนในห้องนั่งเล่นอีกแล้ว และตอนนี้มันกำลังจะกลืนหัวเป้ลงคอหอย กร้ามเนื้อแข็งแรงของคอหอยงูกำลังบดขยี้เป้เป็นเสี่ยงๆ สีหน้าเป้นั้นไม่ต่างอะไรกับคืนที่เขากอดผมนอนร้องไห้ ก่อนที่บรรพตจะไปผ่าตัดแปลงเพศในเช้าวันถัดมาเลย

ผมเหลือบมองเบญจมินทร์ เห็นเขานั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ค่อยๆ เปล่งเสียงหัวเราะ ดังขึ้น ดังขึ้น…ดังจนผมคิดว่าเขาอาจจะหัวเราะจนตายไปเลยก็ได้

เป้จ้องอาตัวเอง นอกจากสีหน้าของความโกรธเขาก็เริ่มมีสีหน้างงงวย

“แย่งเมียคนอื่น มันตลกตรงไหนหรือครับ”

เป็นครั้งแรกละมังที่คนบ้านนี้พูดกันอย่างตรงไปตรงมา

“โอ๊ย…เป้ อาจะเริ่มตรงไหนดีนี่” เบญจมินทร์ยังหัวเราะงอหาย พักใหญ่ๆ กล้ามเนื้อแต่ละหมัดที่เขาใช้ในการหัวเราะจึงผ่อนคลายลง

เบญจมินทร์ซึ่งเดาเรื่องออกบอกกับเป้ว่า –เขาไม่ได้แย่งเมียใคร ไม่ว่าจะตอนเป็นเด็กวัยรุ่น หรือเมื่อหลายวันก่อน–

“แปลว่าพวกอาไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างนั้นหรือครับ” เป้ตาโต สีหน้าเกือบจะแช่มชื่น แต่เบญจมินทร์กลับส่ายหัว

“พวกอาอยู่ด้วยกัน สารภาพรักกันและ…บอกลากัน”

เบญจมินทร์เงยหน้ามองหลานชายอย่างกล้าหาญ

“มันเป็นอย่างที่เป้เข้าใจนั่นแหละ ไม่มีการพักค้างคืนอย่างที่โออ้าง หลังงานเลี้ยงรุ่น มีแค่อากับโอเท่านั้นที่ค้างที่นั่นต่อ”

“มะ…หมายความว่ายังไงครับ”

“ใจเย็นๆ แล้วฟังอานะ”

เบญจมินทร์ยกมือสองข้าง แล้วค่อยๆ เล่าให้เป้ฟัง

หลังงานปาร์ตี้โอเปิดห้องและนัดกับเบญจมินทร์เอาไว้จริงๆ แต่ทั้งคู่ไม่ได้กระโจนเข้าหากันอย่างที่ควรจะเป็น พวกเขาแค่นั่งมองหน้ากันเงียบๆ แล้วพูดคุยถึงชีวิตที่ผ่านมา แน่นอนว่าพวกเขาสารภาพรักกัน แต่ก็นึกตลกว่า ในเมื่อต่างตกหลุมรักกันขนาดนั้น ทำไมเวลานั้นถึงไม่ตกลงคบกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะ

–พรหมไม่ได้ลิขิตเอาไว้– โอบอกเบญจมินทร์เอาไว้อย่างนั้น

“แปลว่าพวกอานั่งคุยกันเฉยๆ จนถึงเช้าอย่างนั้นหรือครับ”

เบญจมินทร์หัวเราะ

“อาไม่ใช่พ่อพระนะ แล้วรักครั้งแรกก็ไม่ใช่เรื่องที่หัวใจมันจะล้อเล่นได้” เบญจมินทร์ว่า นี่เป็นครั้งที่ผมเห็นผู้ชายบ้านนี้เปิดอกคุยกัน

“หมายความว่ายังไงครับ”

“เราจูบกัน” เบญจมินทร์โพล่งขึ้น แม่เจ้า เขาไม่คิดจะอ้อมค้อมเลยหรือนี่ “เพื่อชดเชยความรักที่เก็บซ่อนเอาไว้ของเรา แล้วก็จากลากันเพื่อจะได้รักษาความเป็นเพื่อน ทำเหมือนว่าจูบนี้คืออดีตที่เราควรมี รักแรกของเราก็จะไม่มีอะไรติดค้างอีกแล้ว”

เป้กะพริบตาปริบๆ ผมว่าเขาพยายามทำความเข้าใจ

“เรานั่งคุยกันถึงเช้า จากนั้นอาก็ไปส่งโอที่ท่ารถ โบกมือลาอดีตเพื่อกลับมาสู่ปัจจุบัน โอเองก็เหมือนกัน เราพร้อมที่จะเดินต่อไปข้างหน้ากันแล้ว”

“ทำแบบนั้นได้จริงๆ หรือครับ”

“ได้สิ สำหรับอามันได้ เพราะครั้งหนึ่งเราก็เคยก้าวข้าม หมดความรู้สึกต่อกันจนไปเจอคนอื่น อายังจำความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อก้อยได้ อาไม่ได้รักก้อยเพื่อเอามาทดแทนใคร อารักก้อยเพราะก้อยเป็นก้อย” เบญจมินทร์หยุดคิดไปไกล ดวงตาเป็นประกายของเขามองออกไปนอกหน้าต่าง เป้ซึ่งใจสงบลงมากนิ่งรอฟัง

“อาว่าความรักมันไม่ใช่ของจีรังหรอกนะ อาผ่านความรัก ความชอบ การอกหักมาตั้งหลายครั้ง และทุกครั้งอาก็รักคนคนนั้นอย่างที่เขาเป็นเขา มันอาจจะมีบางคนที่รักฝังใจ แต่จริงๆ ความรักมันฝังใครเอาไว้ไม่ได้หรอก เรานั่นแหละที่เป็นคนไปยึดมันเอาไว้เอง

คืนนั้นเพื่อนอาทุกคนที่แต่งงานแล้วพูดเหมือนกันหมด ว่าที่อยู่กันทุกวันนี้ ความรู้สึกที่มีให้กันมันเหมือนเพื่อน ไม่ได้ใจเต้น หรือปรารถนากันและเหมือนตอนรักกันใหม่ๆ แต่ก็ขาดกันและกันไม่ได้” เขามองหน้าเป้นิ่งก่อนจะพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำว่า

“มันคือความรู้สึกของคนที่เป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่เป็นแต่เพียงคู่รัก”

“อา…ครับ” เป้ครางเมื่อได้ฟังประโยคนี้

“ถามว่ายังอยากจะมีความรู้สึกตื่นเต้นแบบนั้นไหม พวกสาวๆ ก็บอกว่า พวกเธอก็เข้าด้อมไปเป็นติ่งดารา บางคนก็เอาชีวิตจิตใจมุ่งมั่นอยู่กับลูก หรือไม่ก็กับงานที่ทำ…มนุษย์เราน่ะมีทางออกให้ตัวเองเสมอนะเป้ ถ้าเรายังคงนับถือตัวเอง เชื่อไหมในวินาทีสุดท้ายเราจะมีความยับยั้งชั่งใจ และความยับยั้งชั่งใจมันจะทำให้เรายังคงรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้”

เบญจมินทร์ยิ้มเย็น ผมคิดว่าเขาไม่ได้ยิ้มให้เป้ แต่ยิ้มให้ความเป็นมนุษย์ในตัวเขาต่างหาก

“แล้วไอ้คนที่เป้บอกว่ารักและนับถือ มันยังดีพอที่เป้จะรู้สึกเหมือนเดิมไหม”

เป้หัวเราะ ยิ้มกว้าง “ต่อไปนี้เขาจะเป็นต้นแบบของผม ถ้าผมต้องเผชิญกับแรงปรารถนาชนิดถอนตัวไม่ขึ้น ผมจะนึกถึงเรื่องของเขาเป็นคนแรกครับอา”

สองอาหลานหัวเราะให้กัน เจ้างูตัวนั้นเลื้อยออกไปจากบ้าน ผมรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างไรบอกไม่ถูก จนต้องเดินไปหงายท้องนอนเหยียดยาวแทบเท้าเบญจมินทร์ เขายื่นมือมาเกาพุง ชมว่าผมหล่อและสุขภาพดี

สองสามชั่วโมงถัดมาบอนนี่ก็กลับบ้าน เมื่อเห็นอาหลานนั่งดื่มด้วยกันที่โต๊ะเจ้าหล่อนก็เข้ามาร่วมวง เป้เอาแก้วส่งให้พ่อด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ ตลอดชีวิตของหยก สาบานได้ว่าผมไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน บอนนี่ถามถึงฟ้าใสอีกครั้ง คราวนี้เป้ไม่ได้ตอบเลี่ยงๆ แต่บอกบอนนี้ว่า วันพรุ่งนี้เขาจะไปรับตัวเธอมาเชียงใหม่ให้บอนนี่ได้หายคิดถึง

“แฟนตัวยงของฉันเลยนะ” บอนนี่หันไปอวดเบญจมินทร์ ก่อนบรรยายสรุปว่า ใต้คลิปของเจ้าหล่อนนั้น มีคอมเมนต์ของฟ้าใสเขียนตอบโต้อยู่แทบทุกคลิป

“นางคือลูกสะใภ้ในฝันของจริง อย่าให้หลุดมือไปนะเป้” ประโยคหลังบอนนี่หันมากำชับลูก โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า เสียงหัวเราะครื้นเครงในวันนี้มันจะนำไปสู่ความเศร้าซึมในวันถัดไป

 



Don`t copy text!