ฉัตรกนก บทที่ 13 : ใต้เงาจันทร์

ฉัตรกนก บทที่ 13 : ใต้เงาจันทร์

โดย : พงศกร

ฉัตรกนก นวนิยายสืบสวนสอบสวน โรแมนติก จากซีรี่ส์คุณหญิงยอดนักสืบ โดย พงศกร นิยายออนไลน์ ที่ อ่านเอา อยากให้คุณได้ อ่านออนไลน์ กับเรื่องราวของโรงพิมพ์ผ้าตราฉัตรกนกที่กำลังเป็นที่นิยม เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น โดยมีชายลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง…ชายผู้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฆาตกรหรือโจรขโมยหัวใจกันแน่

……………………………………………………………….

-13-

คุณหญิงฉัตรกนกสัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่เกิดขึ้นในห้องนั่งเล่น ที่แผ่กระจายไปในอณูอากาศอย่างรวดเร็ว สีหน้าของท่านบิดาและหม่อมมารดาที่มองมาเต็มไปด้วยความลำบากใจ

“เรื่องนี้อธิบายยาก” หม่อมเจ้าเปรมปุษาณตรัสออกมาในที่สุด “พ่อคงพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะตอนนี้ไม่มีหลักฐานอะไรชัดเจน…บ้านเมืองเต็มไปด้วยความอึมครึม เหมือนอยู่ในสายหมอก”

บรรยากาศบ้านเมืองเต็มไปด้วยข่าวลือ เพราะเรื่องที่คนสยามอึดอัดคับข้องใจที่สุดในยามนี้ ไม่มีเรื่องใดเกินไปกว่าเรื่องการเมืองและการปกครอง

เศรษฐกิจฝืดเคือง ข้าวยากหมากแพง ทำให้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะนายทหารหนุ่มรุ่นใหม่ และข้าราชการที่เรียนจบมาจากยุโรป หลายคนคิดว่าอาจจะถึงเวลาที่พระมหากษัตริย์จะต้องพระราชทานอำนาจให้กับปวงชนชาวสยาม ให้พลเมืองมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศเสียที

“ท่านเจ้าคุณวิศวานฤมิตอาจจะไม่พอใจเรื่องนี้ เลยลงมือสังหารคุณหญิง…” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำกับตนเอง “แล้วก็ไปที่โรงงานของเราเพื่อทำลายหลักฐาน”

“ทำแบบนี้ ออกจะง่ายไปสักหน่อย” หม่อมกนกอรวิเคราะห์

“แต่เราก็ยังตัดประเด็นนี้ออกไปไม่ได้” หม่อมเจ้าเปรมปุษาณทรงครุ่นคิด

“ศัตรูเยอะเหลือเกิน…คุณหญิงวิศวานฤมิตคนนี้” หม่อมกนกอรส่ายหน้า “น่าเสียดายที่มาเกิดเรื่องในโรงงานของเรา เราเลยต้องเข้าไปพัวพัน ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง”

“ตำรวจคงไม่คิดอย่างนั้น ตราบใดที่จับคนร้ายตัวจริงไม่ได้ ยังไงเราก็ไม่พ้นจากความสงสัย” พระบิดาของคุณหญิงฉัตรกนกเม้มโอษฐ์ “น่าจะมีใครบางคนวางแผนจัดฉากให้คุณหญิงวิศวานฤมิตมาขอชมกิจการ จนเกิดมีปากเสียงกับหม่อมแม่ แล้วก็ถูกฆ่าตายอยู่ในโรงงาน”

“หม่อมย่าจะถูกจับไหมคะ” คุณหญิงฉัตรกนกอดจะวิตกมิได้

“พ่อคิดว่าไม่” ท่านชายโคลงเศียรไปมา “หลักฐานเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะออกหมายจับใครได้หรอก รอให้ได้กระสุนจากศพมาตรวจสอบและเทียบว่าถูกยิงออกมาจากปืนกระบอกไหน นั่นอาจจะพอบอกได้ว่าใครคือคนร้าย”

“ขอให้จับตัวคนร้ายได้ไวๆ ด้วยเถิด” คุณหญิงฉัตรกนกภาวนา “แค่นี้หม่อมย่าก็เครียดมากพอแล้ว”

“แล้วหญิงล่ะลูก…เครียดหรือเปล่า” ท่านชายตรัสถามสุรเสียงอ่อนโยน ทรงเอื้อมหัตถ์มาลูบศีรษะของธิดาคนรองด้วยความเป็นห่วง

“ก็มีบ้างค่ะ” คุณหญิงฉัตรกนกพึมพำตอบ “แต่ท่านพ่อไม่ต้องห่วงหญิงหรอกนะคะ หญิงรับมือไหว”

“ดีแล้วละ ช่วงนี้บ้านเมืองมีแต่เรื่องยุ่งเหยิง พ่อกับแม่เองก็มีเรื่องวุ่นๆ ไม่ค่อยมีเวลาได้แวะมาหา” ท่านชายว่า “หม่อมย่ามีหญิงคอยดูแลอยู่ใกล้ชิดแบบนี้ พ่อก็ค่อยสบายใจ ว่าแต่คืนนี้ดึกมากแล้ว…เราไปพักผ่อนกันดีกว่านะ พรุ่งนี้ยังมีอะไรให้ต้องจัดการอีกหลายเรื่อง…”

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะท่านพ่อ” คุณหญิงฉัตรกนกเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตพระบิดา ก่อนจะหันไปกอดหม่อมกนกอร “ฝันดีนะคะหม่อมแม่…”

 

แม้จะดับไฟเข้านอนนานแล้ว หากคุณหญิงฉัตรกนกยังไม่หลับ ทำอย่างไรก็ไม่หลับ นับแกะก็แล้ว พยายามทำสมาธิกำหนดลมหายใจก็แล้ว แต่ก็ยังไม่หลับอยู่ดี

เธอพลิกตัวกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงเป็นนานสองนาน สุดท้ายแล้วจึงตัดสินใจลุกขึ้น หยิบเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนแพร เปิดประตูระเบียงออกไปสูดอากาศภายนอก

ห้องนอนของคุณหญิงฉัตรกนกอยู่ชั้นสอง ปีกด้านซ้าย ติดกับห้องสมุดของวัง จากระเบียงจะสามารถมองเห็นสนามด้านหลังที่จัดเป็นสวนแบบอังกฤษ มีรูปปั้นหินอ่อนวางประดับเป็นระยะ ได้อย่างชัดเจน

แสงจันทร์คืนนี้สุกสว่าง ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มอมดำปลอดโปร่ง ปราศจากหมู่เมฆ สายลมเย็นสบายพัดแผ่วมารวยริน ร่างสูงโปร่งของคุณหญิงฉัตรกนกยืนพิงราวระเบียง ทอดสายตามองแลเลยไปราวไม่มีจุดหมาย

จู่ๆ กิ่งไม้ที่ยื่นยาวพาดมาที่ระเบียงก็เกิดขยับไหว เสียงกิ่งไม้เสียดสีราวระเบียงดังแกรกกรากท่ามกลางความสงัดเงียบ กลุ่มใบหนาทึบสั่นแรง และคุณหญิงฉัตรกนกก็ก้าวถอยหลังไปด้วยความตระหนก

“พูดอีกคำ เทพธิดา หล่อนปรากฏ

ในราตรี หมดจด อยู่สูง เกินกว่าหัวฉัน”

คน…

มีคนแอบอยู่ในพุ่มใบไม้หนาทึบนั้นแน่นอน น่าเสียดายที่เงามืดบดบังจนมองไม่เห็นใบหน้า เสียงทุ้มนุ่มของบุรุษลึกลับ ยังคงเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นบทกลอน

“เหมือนเทพธิดา อันลงมา จากแดนสวรรค์

ปรากฏรูปพรรณ แด่ดวงเนตร อันพิศวง

ของคน ซึ่งแหงนหน้า ขึ้นแลเพ่งพิศดูองค์

ยามเธอระเห็จตรง ข้ามเมฆ ลอยละล่องมา”

โรเมโอและจูเลียต!

ต่อให้อยู่ในยามตื่นตระหนก หากคุณหญิงฉัตรกนกยังจำบทพระราชนิพนธ์ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่หก แปลมาจากวรรณคดีอันเลื่องชื่อของวิลเลียม เชกสเปียร์ ได้แม่นยำ

การที่ใครคนนั้นสามารถท่องกลอนจากโรเมโอและจูเลียตออกมาได้ยืดยาวเช่นนี้ ย่อมไม่ธรรมดา!

“ท่านคือบุรุษใด ผู้แฝงในราตรีกาล

และโดยเหตุนั้น ท่านฟังวาจา ข้านี้ไซร้…”

ด้วยเหตุนี้ คุณหญิงฉัตรกนกจึงโต้ตอบไปด้วยบทกลอนตอนที่จูเลียตสอบถามชายหนุ่มผู้ปีนต้นไม้ ขึ้นมายังระเบียงห้องของเธอบ้าง

“คุณหญิง…ผมเอง”

คราวนี้เสียงทุ้มๆ ของใครคนนั้นไม่ได้ตอบเป็นกลอนแล้ว เขาร้องทักคุณหญิงฉัตรกนก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ค่อยโผล่ออกมาจากเงาไม้

เขานั่นเอง…

เป็นไปได้อย่างไร…

หัวใจของคุณหญิงฉัตรกนกเต้นแรง ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้าง ด้วยชายหนุ่มตรงหน้า เป็นคนสุดท้ายในโลก ที่ควรจะมาปรากฏตัวบนระเบียงห้องนอนของเธอ ในเวลาวิกาลเช่นนี้…

“ฤทธิ์”

คุณหญิงฉัตรกนกอุทาน ต่อให้อยู่ในเงามืดเพียงใด ก็ไม่มีทางที่เธอจะจำเขาไม่ได้

“คุณหญิง”

ฤทธิ์กระโดดลงมาจากกิ่งไม้ เขาเดินตรงเข้ามาหาคุณหญิงฉัตรกนกรวดเร็ว รัศมีสีเงินยวงของดวงจันทร์ส่องให้เห็นร่องรอยของความกลัดกลุ้มกังวล ซึ่งปรากฏชัดบนดวงหน้าคมสันของอีกฝ่าย

“อารมณ์สุนทรีย์จริงนะ หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ยังมาท่องโรเมโอและจูเลียตให้ฉันฟัง” ความดีใจทำให้คุณหญิงหลุดปากออกไป

“ผมอยู่ข้างล่างโน่น” ฤทธิ์พยักหน้าไปยังสนามหญ้าทางด้านล่าง “เหลือบขึ้นมาเห็นคุณหญิงยืนเหม่ออยู่บนระเบียง…งาม งามเหลือเกิน…ผมนึกออกเลยทีเดียวละว่ายามที่โรเมโอเห็นจูเลียต เขาเกิดความรู้สึกอย่างไร”

“นายมาได้ยังไง”

คุณหญิงฉัตรกนกฟังแล้วได้แต่นิ่งอึ้ง บอกไม่ถูกว่านั่นคือความรู้สึกอะไรกันแน่…ดีใจ หรือเขินอาย…เธอรู้แต่เพียงว่าหัวใจเต้นแรงราวจะโลดออกมาจากอก

คุณหญิงถอยหลังไปนิดหนึ่ง ท่าทางเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ด้วยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาดีหรือมาร้าย วังเกษกนกมียามเฝ้าตลอด ๒๔ ชั่วโมง…เขาผ่านประตูวังมาได้อย่างไร

“ผมอาศัยจังหวะที่ยามเฝ้าวัง เดินไปลาดตระเวนทางอื่น ลักลอบปีนกำแพงทางด้านหลังเข้ามา” คำตอบของฤทธิ์ตรงไปตรงมา

“นายนี่นะ ทำอะไรไม่คิดบ้างเลย นี่ถ้ามีคนมาเห็นเข้า เราจะพากันเดือดร้อน” คุณหญิงฉัตรกนกกระชับเสื้อคลุมให้แน่นเข้า สายตาคู่คมของชายหนุ่มทำให้ดวงหน้าของเธอร้อนผะผ่าว

“ไม่มีใครเห็นหรอกครับ” ฤทธิ์ตอบอย่างมั่นใจ “ผมดูถี่ถ้วนแล้ว”

“กลับไปเสียเถอะ นายฤทธิ์…” คุณหญิงรีบบอก เธอเหลือบมองไปทางประตูห้องนอนด้วยความระมัดระวัง ถ้าใครเปิดประตูมาเห็นว่าเธออยู่ตามลำพังกับชายหนุ่มในยามวิกาล คงไม่เหมาะสมนัก โดยเฉพาะชายหนุ่มคนนั้นเป็นอีกหนึ่งผู้ต้องสงสัย

“ผมอยู่ไม่นานหรอกครับ คุณหญิงไม่ต้องวิตก” เขาเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “เสร็จธุระแล้วผมจะรีบกลับทันที”

“นายอุตส่าห์หนีไปแล้วนี่นา…จะย้อนมาทำไมอีก” คุณหญิงฉัตรกนกถามเสียงห้วน ความรู้สึกไม่พอใจและน้อยใจประดังประเดขึ้นมาพร้อมๆ กัน

“เพราะผมอยากมาอธิบายทุกอย่างให้คุณหญิงฟังด้วยตนเอง…ไม่อยากให้คุณหญิงเข้าใจผมผิดๆ เหมือนคนอื่น” เขาถอนใจเบาๆ “เรื่องที่ผมหายตัวไป…ผมไม่ได้หนี แต่ผมมีเหตุจำเป็น”

“ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่” คุณหญิงฉัตรกนกถามเสียงแผ่ว

“ผมทราบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่โรงงานแล้ว” เขาตอบไม่ตรงคำถาม น้ำเสียงที่เอ่ยประโยคถัดมานั้นหนักแน่นจริงจัง

“ผมเป็นห่วงคุณหญิง…นี่คือเหตุผลอีกหนึ่งประการที่ผมต้องมาคืนวันนี้”

“เป็นห่วงฉัน…เป็นห่วงตัวเองจะดีกว่า อยู่ๆ ก็มาหายตัวไป ไม่บอกไม่กล่าว ตอนนี้ใครต่อใครพากันสงสัยว่านายเกี่ยวข้องกับการตายของคุณหญิงวิศวานฤมิต” คุณหญิงฉัตรกนกตัดพ้อ

“คุณหญิงเป็นห่วงผมเหมือนกันใช่ไหม” ฤทธิ์ถามตรงๆ

“ใครเป็นห่วงกัน” คุณหญิงฉัตรกนกหน้าแดง โชคดีที่เงาไม้มืดครึ้มทาบทับดวงหน้า ทำให้ฤทธิ์มองเห็นไม่ถนัด “นายจะไปไหน จะเป็นอะไร ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันสักหน่อย”

“ผมรู้ว่าคุณหญิงเองก็ห่วงผม” ฤทธิ์ตีขลุม เขาเดินมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ คุณหญิงฉัตรกนก ส่งยิ้มกว้างให้เธอ

“ยังเจ็บแผลอยู่หรือเปล่า” คุณหญิงฉัตรกนกอดถามมิได้ เธอเพิ่งสังเกตตอนนั้นว่าดวงหน้าคมสันของอีกฝ่ายซีดแทบไม่มีสีเลือด

“นิดหน่อยครับ” เขายกมือเอื้อมไปแตะแผลที่กลางหลัง พยายามข่มอาการปวดระบมเอาไว้จนสุดความสามารถ วันนี้เขามัววุ่นวายจนลืมล้างแผลไปเสียสนิท อาการปวดตุบๆ บอกถึงแผลที่กำลังอักเสบ “ร้อนใจเรื่องอื่นมากกว่า”

“ตกลงนายหายไปไหนมา” คุณหญิงยังยืนยันคำถามเดิม หากท่าทีผ่อนคลายกว่าเก่า

“ผมกลับไปที่บ้านมาครับ” ฤทธิ์ตอบเสียงหนักแน่น

“กลับบ้าน” คุณหญิงเปลวกนกเลิกคิ้ว

“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับถอนใจยาว “ที่บ้านผมเกิดเรื่อง”

“เกิดเรื่องอะไร” คุณหญิงยังไม่หายสงสัย

“คุณหญิงพร้อมจะไปกับผมไหมครับ ผมอยากให้คุณหญิงเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง” เขาเอ่ยขึ้น หลังจากนิ่งไปพักใหญ่

“ไปกับนาย…” คุณหญิงฉัตรกนกเบิกตากว้าง “ไปตอนนี้น่ะหรือ”

“ครับ” ฤทธิ์พยักหน้า “ไปตอนนี้…ผมจะพาคุณหญิงไปหาคนคนหนึ่ง แล้วคุณหญิงจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด”

“ดึกมากแล้ว…ฉันไม่ไปหรอก” คุณหญิงฉัตรกนกถอยหลังไปนิดหนึ่งตามสัญชาตญาณ แม้ชายหนุ่มข้างหน้าจะดูซื่อและจริงใจ หากเอาเข้าจริง เธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่เดือน

“ผมไม่ทำอันตรายคุณหญิงหรอกครับ” ฤทธิ์สัญญา

“แต่…” คุณหญิงฉัตรกนกยังลังเล

“ถ้าไม่ไว้ใจ…คุณหญิงเก็บนี่เอาไว้” ฤทธิ์ล้วงไปที่ข้างเอว ส่งวัตถุสีดำมะเมื่อมให้กับราชนิกุลสาว

“ปืน” คุณหญิงฉัตรกนกจ้องมองปืนพกกระบอกเล็กๆ ที่ฤทธิ์ส่งให้

“ครับ” ฤทธิ์พยักหน้า “คุณหญิงเอาไว้ป้องกันตัว ถ้าเมื่อไรที่รู้สึกว่าผมไม่น่าไว้วางใจ ก็ยิงผมได้เลย”

“ฉัน…” คุณหญิงฉัตรกนกจ้องมองปืนในมือของอีกฝ่ายอย่างลังเล ไม่ใช่ไม่กล้าจับปืน แต่เพราะไม่แน่ใจว่าควรจะรับไว้หรือเปล่ามากกว่า

เป็นความตั้งพระทัยของหม่อมเจ้าเปรมปุษาณ ที่จะทรงสอนให้ธิดาของพระองค์ยิงปืนเป็น คุณหญิงเปลวกนกนั้นไม่ต้องห่วง พี่สาวคนโตของเธอยิงปืนแม่นราวจับวาง คุณหญิงฉัตรกนกอาจจะยิงไม่แม่นเท่าพี่สาวก็จริง หากก็ยิงเข้าใจกลางเป้าทุกนัด ข้างฝ่ายคุณหญิงเชิญกนกยังเล็กเกินกว่าจะหัดยิงปืน ท่านชายเปรมปุษาณให้สัญญาว่า อายุครบสิบแปดปีเมื่อใด จะสอนให้เหมือนที่เคยสอนพี่สาวทั้งสองคนมาแล้ว

“รับไปเถอะครับ”

เขาดึงมือของคุณหญิงฉัตรกนกมาและส่งปืนให้กับเธอไปถือไว้ จังหวะที่มือต่อมือสัมผัสกันนั่นเอง ที่หัวใจของคุณหญิงฉัตรกนกกระตุกโดยไม่มีสาเหตุ ความอบอุ่นแล่นริ้วจากอุ้งมือแข็งแรงของชายหนุ่มผ่านมาถึงมือของหญิงสาว

“ไปกันนะครับคุณหญิง” ฤทธิ์ขอคำตอบ

“ตกลง” อะไรบางอย่างดลใจให้คุณหญิงฉัตรกนกตอบไปเช่นนั้น

ครั้นตอบออกไปเรียบร้อย คุณหญิงก็อดจะกังวลมิได้ เพราะถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงหูหม่อมอุ่นอรุณเข้าละก็ รับรองว่าหม่อมย่าของเธอจะต้องอาละวาดจนวังแตกแน่ๆ

“นายฤทธิ์รอฉันประเดี๋ยว” ไหนๆ ก็ไหนๆ คุณหญิงฉัตรกนกตัดสินใจรวดเร็ว “ฉันขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“ผมจะลงไปรอข้างนอกวัง…รถผมจอดอยู่ที่ถนนด้านข้าง คุณหญิงหาทางออกไปพบผมให้ได้…ตอนนี้จังหวะดีที่สุด ทหารยามกำลังเดินลาดตระเวน ด้านหน้าไม่มีคนอยู่…คุณหญิงรีบลงไปนะครับ”

การลดจำนวนคนทำงานภายในวัง ทำให้จำนวนของทหารรับจ้างที่มีหน้าที่เฝ้ายามลดลงไปด้วย กะกลางคืนเหลือทหารเฝ้ายามแค่สองคนเท่านั้น คนหนึ่งมีหน้าที่เฝ้าประตูวังทางด้านหลัง อีกคนหนึ่งเฝ้าประตูวังด้านหน้า ทุกๆ สองชั่วโมง ทหารยามทั้งสองจะต้องเดินไปสับเปลี่ยนตำแหน่งกัน และจังหวะนี้เองที่บริเวณประตูหน้าและหลังจะว่างเปล่า…ไม่มีทหารเฝ้าเวรยามอยู่ชั่วขณะ

“สัญญานะว่านายจะรีบพาฉันมาส่งก่อนฟ้าสาง พระออกบิณฑบาต” คุณหญิงคาดคั้น เพราะหม่อมอุ่นอรุณจะตื่นมาตักบาตรที่หน้าวังทุกเช้า

“สัญญาครับ…รับรองว่าเราจะกลับมาถึงที่นี่ ก่อนคนทั้งวังตื่นแน่นอน” ฤทธิ์ยกมือขึ้นทำท่าเหมือนวันทยหัตถ์ “คุณหญิงไว้ใจผมได้”

Don`t copy text!